
| คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563: การโอนมรดกและอำนาจผู้จัดการมรดก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563 เกี่ยวข้องกับคดีเพิกถอนการโอนและการขายฝากที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดก หลังจากศาลตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแล้ว จำเลยที่ 1 ได้โอนที่ดินเป็นของตนเองและโอนต่อให้จำเลยอื่น ๆ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการโอนดังกล่าวอยู่ในอำนาจของผู้จัดการมรดกและไม่ตกเป็นโมฆะ อีกทั้งผู้รับโอนรายต่อ ๆ มาถือสิทธิอย่างสุจริตและชำระค่าตอบแทนแล้ว ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมไม่มีอำนาจฟ้องเพิกถอนการโอนหรือการขายฝากที่เกิดขึ้น ข้อเท็จจริงของคดี •ผู้ตายถึงแก่กรรมโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม •ศาลตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดก •จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดก จดทะเบียนโอนที่ดินมรดกให้แก่ตนเองในฐานะทายาทร่วม •ภายหลังจำเลยที่ 1 ยกที่ดินให้จำเลยที่ 2 และมีการขายฝากให้จำเลยที่ 3 •จำเลยที่ 3 รับซื้อฝากโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และจดทะเบียนสิทธิถูกต้อง •จำเลยที่ 3 โอนที่ดินให้จำเลยที่ 4 โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนและการขายฝากดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นการกระทำที่ทำให้ตนไม่ได้รับมรดก ประเด็นที่ต้องวินิจฉัย 1.ผู้จัดการมรดกมีสิทธิโอนที่ดินมรดกให้ตนเองหรือไม่ 2.โจทก์ทั้งสี่มีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกหรือไม่ 3.ผลของการรับซื้อฝากโดยสุจริตต่อสิทธิทายาท คำวินิจฉัยของศาลฎีกา •ผู้จัดการมรดกมีสิทธิใช้ตำแหน่งในการโอนทรัพย์มรดกให้ตนเองในฐานะทายาทร่วม โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากทายาทอื่น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719 และ 1722 •นิติกรรมดังกล่าวไม่ตกเป็นโมฆะตามมาตรา 150 แม้จะทำให้ทายาทอื่นเสียสิทธิในทรัพย์มรดก •โจทก์ไม่สามารถฟ้องเพิกถอนนิติกรรมกับบุคคลภายนอกที่ได้สิทธิโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิแล้ว ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 และ 1300 •คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้เพิกถอนนิติกรรมไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้นที่ยกฟ้อง
***ประเด็นทางกฎหมายสำคัญที่ศาลฎีกาวินิจฉัยมีดังนี้ 🔹 อำนาจของผู้จัดการมรดกในการโอนทรัพย์มรดก •ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719 และ 1722 ผู้จัดการมรดกมีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ของกองมรดกโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากทายาท เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมโดยเฉพาะ •ศาลเห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทเป็นของตนเองในฐานะทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการใช้สิทธิตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดก ไม่เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก และ นิติกรรมดังกล่าวไม่ตกเป็นโมฆะตามมาตรา 150 🔹 สิทธิของผู้รับโอนโดยสุจริต •โจทก์ไม่ได้โต้แย้งว่าจำเลยที่ 3 กระทำโดยไม่สุจริต อีกทั้งได้บรรยายฟ้องยอมรับว่าเป็นการรับโอนโดยสุจริตและชำระค่าตอบแทนแล้ว •มาตรา 6 ป.พ.พ. กำหนดให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลกระทำโดยสุจริต และ •มาตรา 1299 วรรคสอง และมาตรา 1300 ป.พ.พ. คุ้มครองผู้รับโอนที่ได้สิทธิโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน โดยไม่อาจยกสิทธิของทายาทที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของรวมมาโต้แย้งสิทธิของบุคคลภายนอกผู้สุจริตได้ 🔹 การนำสืบที่เกินไปจากคำฟ้องและคำให้การ •การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นำสืบว่าจำเลยที่ 3 ไม่สุจริต ถือเป็น การนำสืบที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทตามมาตรา 86 วรรคสอง ป.วิ.พ. และไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามมาตรา 87 (1) 🔹 สิทธิของทายาทที่ยังไม่ได้จดทะเบียนทรัพย์สิน •แม้โจทก์ทั้งสี่จะมีสิทธิได้รับมรดก แต่เนื่องจาก ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ จึงไม่สามารถยกสิทธิการได้รับมรดกมาโต้แย้งบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิโดยสุจริตแล้วจดทะเบียนไว้แล้ว 🔹 หลักการคุ้มครองผู้รับโอนภายหลัง •เมื่อจำเลยที่ 3 รับซื้อฝากโดยสุจริตและเมื่อครบกำหนดการไถ่ถอน จำเลยที่ 2 ไม่ได้ไถ่ถอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินตกแก่จำเลยที่ 3 โดยเด็ดขาด และจำเลยที่ 3 จึงมีสิทธิยกที่ดินให้แก่จำเลยที่ 4 ได้เช่นเดียวกัน •โจทก์จึง ไม่มีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรม ทั้งระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และระหว่างจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 4 🔹 ผลผูกพันถึงจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การ •แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ แต่เนื่องจากมูลหนี้เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกาจึงให้ผลแห่งคำพิพากษาผูกพันถึงจำเลยทั้งสองด้วย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 252 สรุป ศาลฎีกาพิพากษากลับตามศาลชั้นต้น ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่ เนื่องจากผู้จัดการมรดกมีอำนาจโอนทรัพย์มรดกให้แก่ตนเองในฐานะทายาทโดยไม่เป็นโมฆะ และบุคคลภายนอกที่รับโอนต่อมาได้รับความคุ้มครองตามหลักสุจริตและการจดทะเบียนสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ ***ประเด็นกฎหมายสำคัญ
1. อำนาจผู้จัดการมรดก ผู้จัดการมรดกมีสิทธิในการจัดการทรัพย์สินมรดก รวมถึงการโอนทรัพย์ให้ตนเองในฐานะทายาทร่วมได้ หากเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากทายาทอื่น
2. หลักสุจริตของผู้รับโอน
หากผู้รับโอนหรือผู้รับซื้อฝากได้สิทธิโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และได้จดทะเบียนสิทธิ ทายาทไม่สามารถยกสิทธิของตนมาต่อสู้เพื่อเพิกถอนนิติกรรมได้
3. สิทธิทายาทในการฟ้องเพิกถอน
ทายาทที่ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาซึ่งทรัพย์มรดก ไม่สามารถฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่ทำกับบุคคลภายนอกผู้สุจริตได้
สรุปข้อคิดทางกฎหมาย
•ผู้จัดการมรดกมีอำนาจจัดการทรัพย์สินมรดกได้กว้างขวาง หากกระทำภายในอำนาจหน้าที่
•ทายาทควรดำเนินการจดทะเบียนสิทธิในทรัพย์มรดกเพื่อปกป้องสิทธิของตน
•การซื้อขายหรือรับโอนทรัพย์ที่จดทะเบียนโดยสุจริตและชำระค่าตอบแทน จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
คำพิพากษานี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายของทายาท และการคุ้มครองบุคคลภายนอกที่ได้สิทธิในทรัพย์โดยสุจริต
|



