ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




สิทธิรับเงินค่าหุ้นสหกรณ์เป็นมรดกหรือไม่? วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับผู้รับโอนประโยชน์ เงินสงเคราะห์ และผลทางกฎหมายที่ทายาทควรรู้

เงินค่าหุ้นสหกรณ์เป็นมรดกหรือไม่, การตั้งผู้รับโอนประโยชน์สหกรณ์มีผลอย่างไร, เงินสงเคราะห์สหกรณ์ถือเป็นทรัพย์มรดกหรือไม่, กฎหมายสหกรณ์กับพินัยกรรมแตกต่างกันอย่างไร, มาตรา 1599 วรรคสอง ใช้อย่างไร, ผู้จัดการมรดกเรียกเงินสหกรณ์ได้หรือไม่, สิทธิทายาทในเงินสหกรณ์, เงินผลประโยชน์สหกรณ์ตกแก่ใคร, การตั้งผู้รับผลประโยชน์มีผลเหนือพินัยกรรมหรือไม่, เงินค่าหุ้นสหกรณ์เป็นทรัพย์ของสมาชิกหรือไม่, การเพิกถอนผู้รับโอนประโยชน์, การจัดการทรัพย์สินตามกฎหมายพิเศษ, เงินสหกรณ์,

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยว่า เงินค่าหุ้นและเงินสงเคราะห์จากสหกรณ์ซึ่งสมาชิกได้สะสมไว้ระหว่างการเป็นสมาชิกนั้น จะถือเป็น “ทรัพย์มรดก” ที่ทายาทมีสิทธิเรียกร้องได้หรือไม่ หรือเป็นทรัพย์ที่อยู่ภายใต้ระบบกฎหมายเฉพาะตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ที่กำหนดให้สมาชิกสามารถตั้ง “ผู้รับโอนประโยชน์” ได้โดยตรง ซึ่งมีผลบังคับแตกต่างจากพินัยกรรม

ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายแพ่งว่าด้วยมรดก กับกฎหมายสหกรณ์ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ โดยศาลฎีกาได้วินิจฉัยอย่างชัดเจนว่า เมื่อกฎหมายสหกรณ์กำหนดกลไกการโอนสิทธิในเงินค่าหุ้นและเงินสงเคราะห์ไว้โดยเฉพาะ การตั้งผู้รับโอนประโยชน์ย่อมมีผลบังคับโดยไม่ต้องทำเป็นพินัยกรรม และทำให้ทรัพย์ดังกล่าวไม่ตกเป็นมรดกของผู้ตาย

ข้อเท็จจริง

ผู้ตายเป็นสมาชิกสหกรณ์และได้ทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ไว้ตามข้อบังคับของสหกรณ์ ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตาย โดยมีเงินค่าหุ้นและเงินสงเคราะห์จากสหกรณ์

โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกเห็นว่าเงินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดก และการแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์มีลักษณะเป็นพินัยกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงฟ้องเรียกเงินคืน

ประเด็นข้อกฎหมาย

1. หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์เป็นพินัยกรรมหรือไม่

2. เงินค่าหุ้นและเงินสงเคราะห์เป็นทรัพย์มรดกหรือไม่

3. กฎหมายสหกรณ์มีผลเหนือกฎหมายมรดกหรือไม่

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

เงินค่าหุ้นและเงินสงเคราะห์มีลักษณะพิเศษ ไม่ใช่ทรัพย์ที่สมาชิกสามารถถอนใช้ได้โดยเสรี และอยู่ภายใต้ข้อบังคับสหกรณ์

การตั้งผู้รับโอนประโยชน์เป็นไปตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ มาตรา 42/2 จึงเป็นระบบกฎหมายเฉพาะ

หนังสือดังกล่าวไม่ใช่พินัยกรรม และไม่ต้องทำตามแบบพินัยกรรม

เมื่อมีการตั้งผู้รับโอนประโยชน์แล้ว เงินดังกล่าวไม่ตกเป็นมรดก

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

หลักสำคัญคือ “กฎหมายพิเศษย่อมมีผลเหนือกฎหมายทั่วไป”

พระราชบัญญัติสหกรณ์กำหนดวิธีจัดการทรัพย์ของสมาชิกไว้โดยเฉพาะ จึงตัดบทการใช้กฎหมายมรดกในส่วนนี้

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคสอง หากมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ทรัพย์นั้นไม่ตกเป็นมรดก

เจตนารมณ์ของกฎหมาย

เพื่อให้การบริหารเงินของสหกรณ์มีความแน่นอน

ลดข้อพิพาทระหว่างทายาท

คุ้มครองสิทธิของผู้รับโอนประโยชน์ตามที่สมาชิกตั้งไว้

แนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

แนวฎีกานี้ยืนยันหลักว่า

ทรัพย์ที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดการโอนสิทธิไว้ จะไม่เข้าสู่กองมรดก

เช่น เงินประกันชีวิต เงินสหกรณ์

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

   พิพากษายกฟ้อง เห็นว่าหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์มีผลใช้บังคับได้

2. ศาลอุทธรณ์

   พิพากษากลับ เห็นว่ามีลักษณะเป็นพินัยกรรมและตกเป็นโมฆะ ให้จำเลยคืนเงินบางส่วนแก่โจทก์

3. ศาลฎีกา

   พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ไม่ใช่พินัยกรรม และเงินค่าหุ้นไม่เป็นมรดก

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

การจัดการทรัพย์สินของสมาชิกสหกรณ์เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงต้องยึดหลักตามพระราชบัญญัติสหกรณ์เป็นสำคัญ มิอาจนำหลักกฎหมายมรดกทั่วไปมาใช้บังคับได้โดยตรง

การตั้งผู้รับโอนประโยชน์เป็นกลไกทางกฎหมายที่มีผลผูกพันโดยอัตโนมัติเมื่อสมาชิกถึงแก่ความตาย และมีลักษณะเป็นการโอนสิทธิทางกฎหมายเฉพาะ มิใช่การแสดงเจตนาแบบพินัยกรรม

ทายาทจึงไม่อาจอ้างสิทธิในทรัพย์ดังกล่าว เว้นแต่ไม่มีการตั้งผู้รับโอนประโยชน์

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยว่า “เงินค่าหุ้นและเงินสงเคราะห์ของสหกรณ์เป็นทรัพย์มรดกหรือไม่” และ “หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์เป็นพินัยกรรมหรือไม่” โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นทรัพย์ตามกฎหมายพิเศษ ไม่ใช่มรดก

สาระสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้

1. พระราชบัญญัติสหกรณ์ มาตรา 42/2

   กำหนดให้สมาชิกสามารถตั้งผู้รับโอนประโยชน์ได้โดยตรง ทำให้สิทธิในเงินโอนไปยังบุคคลดังกล่าวโดยไม่ผ่านกระบวนการมรดก

2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรคสอง

   กำหนดว่า หากมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ทรัพย์นั้นไม่ตกเป็นมรดก

เงินค่าหุ้นสหกรณ์ตกเป็นมรดกหรือไม่?

ทำไมทายาทบางคน “ไม่ได้อะไรเลย” แม้เป็นผู้จัดการมรดก?

คำตอบอยู่ที่ “ผู้รับโอนประโยชน์” และกฎหมายสหกรณ์ที่มีผลเหนือพินัยกรรม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม-หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในสหกรณ์มีผลเหนือพินัยกรรมหรือไม่

   คำตอบ

   หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในสหกรณ์มีผลบังคับตามกฎหมายเฉพาะ คือพระราชบัญญัติสหกรณ์ ซึ่งกำหนดระบบการจัดการเงินของสมาชิกไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเงินทุนเรือนหุ้น เงินฝาก หรือเงินสงเคราะห์ เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตาย เงินดังกล่าวจะตกเป็นของผู้รับโอนประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในหนังสือ ไม่ต้องปฏิบัติตามรูปแบบของพินัยกรรม และไม่ตกเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย ดังนั้น แม้ผู้ตายจะทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้บุคคลอื่น ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิทธิในเงินส่วนนี้ได้ เพราะกฎหมายบัญญัติไว้เป็นกรณีพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรคสอง

2. คำถาม-เงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ถือเป็นทรัพย์สินของสมาชิกโดยสมบูรณ์หรือไม่

   คำตอบ

   เงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์มีลักษณะพิเศษ ไม่ใช่ทรัพย์ที่สมาชิกสามารถเบิกถอนหรือโอนได้โดยอิสระในระหว่างที่ยังเป็นสมาชิก เนื่องจากเป็นเงินสะสมที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับของสหกรณ์ สมาชิกจะไม่สามารถขาย โอน หรือถอนคืนหุ้นได้ เว้นแต่จะพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิก และแม้จะออกจากสมาชิกก็ยังอาจไม่ได้รับเงินเต็มจำนวน เนื่องจากสหกรณ์มีสิทธิหักหนี้หรือความเสียหายได้ ดังนั้น เงินทุนเรือนหุ้นจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่สมาชิกมีสิทธิเต็มที่เหมือนทรัพย์ทั่วไป

3. คำถาม-ผู้รับโอนประโยชน์ต้องยื่นคำขอรับเงินภายในระยะเวลาเท่าใด

   คำตอบ

   ผู้รับโอนประโยชน์ต้องยื่นคำขอรับเงินภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่สมาชิกถึงแก่ความตาย หรือวันที่ได้รับแจ้งจากสหกรณ์ โดยต้องแนบเอกสารสำคัญ เช่น มรณบัตร เพื่อประกอบการพิจารณา หากคณะกรรมการสหกรณ์อนุมัติแล้ว สหกรณ์จะจ่ายเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ภายใน 45 วัน อย่างไรก็ตาม หากไม่ยื่นคำขอภายในกำหนด อาจทำให้สิทธิขาดไป และเงินดังกล่าวอาจถูกโอนไปเป็นทุนสำรองของสหกรณ์

4. คำถาม-หากไม่มีผู้รับโอนประโยชน์ เงินจะตกเป็นของใคร

   คำตอบ

   ในกรณีที่สมาชิกไม่ได้แต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ สหกรณ์จะพิจารณาจ่ายเงินให้แก่ผู้จัดการมรดก หรือทายาทตามลำดับ เช่น คู่สมรส บุตร บิดามารดา โดยต้องมีหลักฐานแสดงสิทธิอย่างชัดเจนต่อคณะกรรมการสหกรณ์ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีผู้มีสิทธิหรือไม่มีการยื่นคำขอภายในระยะเวลาที่กำหนด เงินดังกล่าวอาจถูกนำไปสมทบเป็นทุนสำรองของสหกรณ์ตามข้อบังคับ

5. คำถาม-สมาชิกต้องทำอย่างไรหากต้องการเปลี่ยนผู้รับโอนประโยชน์

   คำตอบ

   สมาชิกสามารถเปลี่ยนหรือเพิกถอนผู้รับโอนประโยชน์ได้โดยต้องทำเป็นหนังสือใหม่ และมอบให้สหกรณ์เก็บไว้เป็นหลักฐานเช่นเดียวกับการแต่งตั้งครั้งแรก การเปลี่ยนแปลงจะมีผลเมื่อสหกรณ์ได้รับหนังสือแล้วเท่านั้น หากสมาชิกไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว การแต่งตั้งเดิมจะยังคงมีผลบังคับอยู่ แม้ว่าสมาชิกจะมีเจตนาเปลี่ยนแปลงก็ตาม

6. คำถาม-เงินสงเคราะห์ของสหกรณ์มีเงื่อนไขอย่างไร

   คำตอบ

   เงินสงเคราะห์เป็นสวัสดิการที่สหกรณ์จ่ายให้เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตาย โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือสมาชิกต้องยังคงสถานะสมาชิกอยู่จนถึงวันเสียชีวิต และต้องเป็นสมาชิกครบระยะเวลาที่กำหนด เช่น เกิน 24 เดือน จึงจะมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตามอัตราที่กำหนด หากสมาชิกออกจากการเป็นสมาชิกก่อนเสียชีวิต จะไม่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว

7. คำถาม-สหกรณ์มีสิทธิหักเงินของสมาชิกก่อนจ่ายให้ผู้รับโอนประโยชน์หรือไม่

   คำตอบ

   สหกรณ์มีสิทธิหักเงินที่สมาชิกค้างชำระหรือความเสียหายที่สมาชิกมีต่อสหกรณ์ก่อนจ่ายเงินให้แก่ผู้รับโอนประโยชน์ เช่น หนี้เงินกู้ หรือภาระผูกพันอื่น ๆ ตามข้อบังคับของสหกรณ์ ดังนั้น ผู้รับโอนประโยชน์อาจไม่ได้รับเงินเต็มจำนวนตามที่ปรากฏในบัญชีของสมาชิก

8. คำถาม-คำพิพากษาศาลฎีกามีแนววินิจฉัยอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

   คำตอบ

   ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์เป็นการดำเนินการตามกฎหมายสหกรณ์ ซึ่งมีผลบังคับเป็นพิเศษ ไม่ต้องอยู่ภายใต้หลักพินัยกรรม และไม่ตกเป็นโมฆะ การจ่ายเงินให้ผู้รับโอนประโยชน์ตามหนังสือดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นการละเมิดสิทธิของทายาทหรือผู้จัดการมรดก

   ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

         เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8873/2561

เงินสงเคราะห์เป็นเงินที่พึงจะได้รับเมื่อสมาชิกถึงแก่ความตายไปแล้ว โดยจ่ายให้แก่ผู้รับโอนประโยชน์ตามข้อบังคับสหกรณ์ ถ้าสมาชิกผู้ใดออกจากการเป็นสมาชิกของสหกรณ์ก็ไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินสงเคราะห์จากสหกรณ์ ดังนี้ หากสมาชิกประสงค์จะให้ผู้รับโอนประโยชน์มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จากสหกรณ์ก็จะต้องคงความเป็นสมาชิกไว้จนตายจะถอนเงินค่าหุ้นหรือออกจากการเป็นสมาชิกไม่ได้ และเงินทุนเรือนหุ้นหรือเงินค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่กับสหกรณ์ก็มิใช่เงินที่สมาชิกสามารถที่จะเบิกถอนไปใช้ได้ก่อน เว้นแต่จะออกจากการเป็นสมาชิกแล้วซึ่งก็ยังมีเงื่อนไขที่อาจจะไม่ได้รับเต็มจำนวนก็ได้ เงินค่าหุ้นจึงมีลักษณะพิเศษที่มิใช่เป็นทรัพย์ของสมาชิกโดยแท้ เมื่อพระราชบัญญัติสหกรณ์บัญญัติให้สมาชิกสหกรณ์สามารถทำหนังสือตั้งบุคคลหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้รับโอนประโยชน์ในเงินค่าหุ้นหรือเงินอื่นใดจากสหกรณ์เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตาย โดยมอบไว้แก่สหกรณ์เป็นหลักฐาน การจะเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ก็ต้องทำเป็นหนังสือในลักษณะเดียวกันมอบให้สหกรณ์ถือไว้ และถ้าในที่สุดไม่มีผู้รับเงิน เงินนั้นก็จะนำไปสมทบเป็นเงินทุนสำรองของสหกรณ์ เมื่อเงินค่าหุ้นและเงินสงเคราะห์มีลักษณะพิเศษตามข้อบังคับและระเบียบของจำเลยเพื่อให้การบริหารเงินของสหกรณ์เป็นไปโดยสะดวกเพื่อประโยชน์ของสมาชิกและออกตามบทบัญญัติของกฎหมาย จึงเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติการจัดการเงินของสมาชิกสหกรณ์ไว้โดยเฉพาะ ย่อมมีผลบังคับได้นอกเหนือจากการทำพินัยกรรม การทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ของผู้ตายจึงมีผลบังคับได้ ไม่จำเป็นต้องทำตามแบบพินัยกรรมและไม่ถือว่าเป็นพินัยกรรม โดยมีผลบังคับแตกต่างจากการทำพินัยกรรม เมื่อผู้ตายทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในทุนเรือนหุ้นไว้แก่สหกรณ์จำเลยแล้ว ทุนเรือนหุ้นจึงไม่เป็นมรดกของผู้ตายที่ผู้ตายจะทำพินัยกรรมยกทุนเรือนหุ้นนั้นให้แก่ผู้อื่นอีก โดยเป็นกรณีที่มีกฎหมายพระราชบัญญัติสหกรณ์บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นที่ทำให้ทายาทต้องเสียไปซึ่งสิทธิในมรดก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคสอง หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในส่วนเงินทุนเรือนหุ้นจึงไม่เป็นพินัยกรรมของผู้ตายและไม่ตกเป็นโมฆะ

(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 25/2561)

ฎีกาย่อ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนพินัยกรรมหรือหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ที่ผู้ตายทำไว้กับจำเลยว่าเป็นโมฆะ และให้จำเลยชำระเงิน 149,690 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต แต่จำเลยร่วมขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เห็นว่าหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในส่วนที่เป็นพินัยกรรมตกเป็นโมฆะ ให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ตายเป็นสมาชิกสหกรณ์และได้ทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ตามข้อบังคับสหกรณ์ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ เงินค่าหุ้นและเงินสงเคราะห์มีลักษณะพิเศษ ไม่ใช่ทรัพย์ที่สมาชิกถอนใช้ได้โดยเสรี และอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ การตั้งผู้รับโอนประโยชน์จึงมีผลบังคับโดยไม่ต้องทำตามแบบพินัยกรรม และไม่ถือเป็นพินัยกรรม

เมื่อผู้ตายได้แต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ไว้แล้ว เงินดังกล่าวจึงไม่ตกเป็นมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรคสอง การที่จำเลยจ่ายเงินให้ผู้รับโอนประโยชน์จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นละเมิดแก่โจทก์

ฎีกาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้มีคำสั่งว่าพินัยกรรมหรือหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ที่นายทวีศักดิ์ทำไว้กับจำเลยเป็นโมฆะ และให้จำเลยชำระเงิน 149,690 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกนางสาวนงนุช เข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (3) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

จำเลยร่วมขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในส่วนที่เป็นพินัยกรรมตกเป็นโมฆะ ให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงิน 94,690 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 เมษายน 2558 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองศาล 7,000 บาท

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 เดิมใช้ชื่อว่า สหกรณ์ออมทรัพย์บริษัททศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น สหกรณ์ออมทรัพย์บริษัททีโอที จำกัด นายทวีศักดิ์ ผู้ตายเป็นสมาชิกของสหกรณ์จำเลยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2526 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2548 นายทวีศักดิ์ได้ทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ให้ไว้แก่จำเลย โดยหนังสือดังกล่าวระบุจำเลยร่วมและโจทก์เป็นผู้รับโอนประโยชน์ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามข้อบังคับของจำเลย ข้อ 37 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557 นายทวีศักดิ์ถึงแก่ความตายและศาลมีคำสั่งตั้งโจทก์ให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย เมื่อนายทวีศักดิ์ถึงแก่ความตายมีผลประโยชน์ที่จะได้รับจากจำเลย 299,400 บาท เป็นทุนเรือนหุ้น 189,400 บาท เงินสงเคราะห์ 150,000 บาท แต่นายทวีศักดิ์รับเงินสงเคราะห์ไปแล้ว 40,000 บาท และระเบียบของจำเลย ว่าด้วยการให้สวัสดิการสมาชิกและการใช้ทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ พ.ศ.2557 โจทก์และจำเลยร่วมได้ยื่นคำขอรับเงินผลประโยชน์ดังกล่าวจากจำเลย และจำเลยได้โอนเงินผลประโยชน์ของผู้ตายให้แก่โจทก์ 149,695 บาท ให้แก่จำเลยร่วม 149,690 บาท โดยหักค่าธรรมเนียมการโอนของธนาคารออกจากเงินที่มีสิทธิได้รับ 5 บาท และ 10 บาท ตามลำดับ

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในส่วนเงินทุนเรือนหุ้นเป็นพินัยกรรมของผู้ตายและตกเป็นโมฆะหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ตามข้อบังคับของจำเลย ข้อ 6 ทุนเรือนหุ้นนั้นเป็นเงินสะสมที่สมาชิกของจำเลยจะต้องชำระให้แก่จำเลยเป็นรายเดือนทุกเดือน แต่สมาชิกจะขายหรือโอน หรือถอนคืนหุ้นในระหว่างที่ตนยังเป็นสมาชิกอยู่ไม่ได้ ข้อ 37 "การตั้งผู้รับโอนประโยชน์ สมาชิกสามารถทำเป็นหนังสือตั้งบุคคลหนึ่งหรือหลายคน เพื่อให้เป็นผู้รับโอนประโยชน์ซึ่งตนมีอยู่ในสหกรณ์ในเมื่อตนตายและมอบให้สหกรณ์ถือไว้

ถ้าสมาชิกประสงค์จะเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงการตั้งผู้รับโอนประโยชน์ที่ได้ทำไว้แล้ว ก็ต้องทำเป็นหนังสือตามลักษณะดังกล่าวในวรรคก่อนมอบให้สหกรณ์ถือไว้

เมื่อสมาชิกตาย ให้สหกรณ์แจ้งให้ผู้รับโอนประโยชน์ตามความในวรรคก่อนทราบ และสหกรณ์จะจ่ายเงินค่าหุ้น เงินรับฝาก เงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน และเงินผลประโยชน์หรือเงินอื่นใดบรรดาที่สมาชิกผู้ตายมีอยู่ในสหกรณ์ หรือมีสิทธิได้รับจากสหกรณ์ให้แก่ผู้รับโอนประโยชน์ที่ได้ตั้งไว้ หรือถ้ามิได้ตั้งไว้ก็มอบให้แก่ผู้จัดการมรดกหรือบุคคลที่นำหลักฐานมาแสดงให้เป็นที่พอใจคณะกรรมการดำเนินการว่าเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับเงินจำนวนดังกล่าวนั้น ทั้งนี้ให้อยู่ภายใต้ข้อบังคับของสหกรณ์ข้อ 42 และข้อ 43

ให้ผู้รับโอนประโยชน์ตามความในวรรคแรก ยื่นคำขอรับเงินผลประโยชน์ต่อสหกรณ์ภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่สมาชิกตายหรือได้รับแจ้งจากสหกรณ์ โดยให้แนบสำเนามรณบัตรที่ทางราชการออกให้แสดงว่าสมาชิกนั้น ๆ ได้ถึงแก่ความตายไปประกอบการพิจารณาด้วย เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้พิจารณาและอนุมัติแล้ว สหกรณ์จะจ่ายเงินผลประโยชน์ดังกล่าวภายในสี่สิบห้าวัน ในกรณีผู้มีสิทธิรับเงินผลประโยชน์ไม่ยื่นคำร้องขอรับเงินผลประโยชน์หรือผู้ที่มีชื่อเป็นผู้รับโอนประโยชน์ที่สมาชิกได้จัดทำให้สหกรณ์ถือไว้ไม่มีตัวตนอยู่ก็ดี เมื่อพ้นกำหนดอายุความฟ้องคดี ให้สหกรณ์โอนจำนวนเงินดังกล่าวไปสมทบเป็นทุนสำรองของสหกรณ์ทั้งสิ้น" ข้อบังคับของจำเลยข้อ 37 นี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2553 มาตรา 8 ที่ให้เพิ่มความมาตรา 42/2 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 โดยบัญญัติว่า "สมาชิกอาจทำหนังสือตั้งบุคคลหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้รับโอนประโยชน์ในเงินค่าหุ้น เงินฝาก หรือเงินอื่นใดจากสหกรณ์เมื่อตนถึงแก่ความตาย โดยมอบไว้แก่สหกรณ์เป็นหลักฐาน" และตามข้อบังคับของจำเลยดังกล่าวข้อ 42 และข้อ 43 ยังกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายคืนเงินค่าหุ้นให้แก่สมาชิกที่พ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์ โดยอาจจะต้องหักการขาดทุนของสหกรณ์ออกก่อน หรือสหกรณ์มีอำนาจหักจำนวนเงินซึ่งสมาชิกต้องรับผิดต่อสหกรณ์ออกก่อนก็ได้ นอกจากนี้ตามระเบียบของจำเลย ว่าด้วยการให้สวัสดิการสมาชิกและการใช้ทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ ข้อ 6 กำหนดว่า สมาชิกผู้ใดถึงแก่กรรมให้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตามหลักเกณฑ์ดังนี้ "...6.2 เป็นสมาชิกเกินกว่า 24 เดือน จะรับเงินสงเคราะห์...20,000 บาท บวกจำนวนเดือนที่เป็นสมาชิกเกินกว่า 24 เดือน รับเงินสงเคราะห์เพิ่มเดือนละ 500 บาท รวมแล้วไม่เกิน 150,000 บาท..." ข้อ 12 "สหกรณ์ (จำเลย) จ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับดังต่อไปนี้ 12.1 กรณีสมาชิกถึงแก่กรรมจ่ายเงินให้แก่บุคคลที่สมาชิกแต่งตั้งให้เป็นผู้รับโอนประโยชน์ตามข้อบังคับสหกรณ์ฯ แต่ถ้าสมาชิกไม่ได้แต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ สหกรณ์จะจ่ายเงินให้แก่ผู้จัดการมรดกหรือคู่สมรสหรือบุตรหรือบิดาหรือมารดาของผู้ถึงแก่กรรมตามลำดับ" จากระเบียบของจำเลยดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเงินสงเคราะห์เป็นเงินที่พึงจะได้รับเมื่อสมาชิกถึงแก่ความตายไปแล้ว โดยจ่ายให้แก่ผู้รับโอนประโยชน์ตามข้อบังคับสหกรณ์ ถ้าสมาชิกผู้ใดออกจากการเป็นสมาชิกของสหกรณ์ก็ไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินสงเคราะห์จากสหกรณ์ ดังนี้ หากสมาชิกประสงค์จะให้ผู้รับโอนประโยชน์มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จากสหกรณ์ก็จะต้องคงความเป็นสมาชิกไว้จนตายจะถอนเงินค่าหุ้นหรือออกจากการเป็นสมาชิกไม่ได้ และเงินทุนเรือนหุ้นหรือเงินค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่กับสหกรณ์ก็มิใช่เงินที่สมาชิกสามารถที่จะเบิกถอนไปใช้ได้ก่อนเว้นแต่จะออกจากการเป็นสมาชิกแล้วซึ่งก็ยังมีเงื่อนไขที่อาจจะไม่ได้รับเต็มจำนวนก็ได้ เงินค่าหุ้นจึงมีลักษณะพิเศษที่มิใช่เป็นทรัพย์ของสมาชิกโดยแท้ เมื่อพระราชบัญญัติสหกรณ์บัญญัติให้สมาชิกสหกรณ์สามารถทำหนังสือตั้งบุคคลหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้รับโอนประโยชน์ในเงินค่าหุ้นหรือเงินอื่นใดจากสหกรณ์เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตาย โดยมอบไว้แก่สหกรณ์เป็นหลักฐาน การจะเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงผู้รับประโยชน์ก็ต้องทำเป็นหนังสือในลักษณะเดียวกันมอบให้สหกรณ์ถือไว้ และถ้าในที่สุดไม่มีผู้รับเงิน เงินนั้นก็จะนำไปสมทบเป็นเงินทุนสำรองของสหกรณ์ เมื่อเงินค่าหุ้นและเงินสงเคราะห์มีลักษณะพิเศษตามข้อบังคับและระเบียบของจำเลยดังกล่าวเพื่อให้การบริหารเงินของสหกรณ์เป็นไปโดยสะดวกเพื่อประโยชน์ของสมาชิกและออกตามบทบัญญัติของกฎหมาย จึงเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติการจัดการเงินของสมาชิกสหกรณ์ไว้โดยเฉพาะ ย่อมมีผลบังคับได้นอกเหนือจากการทำพินัยกรรม การทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ของผู้ตายจึงมีผลบังคับได้ ไม่จำเป็นต้องทำตามแบบพินัยกรรมและไม่ถือว่าเป็นพินัยกรรม โดยมีผลบังคับแตกต่างจากการทำพินัยกรรม เมื่อผู้ตายทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในทุนเรือนหุ้นไว้แก่สหกรณ์จำเลยแล้ว ทุนเรือนหุ้นจึงไม่เป็นมรดกของผู้ตายที่ผู้ตายจะทำพินัยกรรมยกทุนเรือนหุ้นนั้นให้แก่ผู้อื่นอีก โดยเป็นกรณีที่มีกฎหมายพระราชบัญญัติสหกรณ์บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นที่ทำให้ทายาทต้องเสียไปซึ่งสิทธิในมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรคสอง หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในส่วนเงินทุนเรือนหุ้นจึงไม่เป็นพินัยกรรมของผู้ตายและไม่ตกเป็นโมฆะ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น ดังนี้ การที่จำเลยชำระเงินค่าหุ้นของผู้ตายให้แก่จำเลยร่วมตามหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์จึงเป็นการกระทำไปโดยมีสิทธิที่จะทำได้ ไม่เป็นการกระทำละเมิดแก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยและจำเลยร่วมจึงไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ แม้จำเลยร่วมไม่ได้ฎีกา แต่เป็นกรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยร่วมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 247 (เดิม)

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ


หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์

บทนำ หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์เป็นเอกสารที่มีความสำคัญในการบริหารจัดการเงินทุนเรือนหุ้นของสมาชิกเมื่อถึงแก่ความตาย หลักเกณฑ์และผลทางกฎหมายของเอกสารนี้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสหกรณ์และข้อบังคับของสหกรณ์แต่ละแห่ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของสมาชิกและผู้รับโอนประโยชน์

1. ความหมายของหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์เป็นเอกสารที่สมาชิกสหกรณ์จัดทำเพื่อกำหนดบุคคลหรือหลายบุคคลเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินทุนเรือนหุ้น เงินปันผล หรือผลประโยชน์อื่น ๆ ที่สมาชิกมีอยู่ในสหกรณ์ในกรณีที่สมาชิกถึงแก่ความตาย หนังสือดังกล่าวจะต้องมอบให้สหกรณ์เก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน

2. หลักเกณฑ์การจัดทำและการเปลี่ยนแปลง สมาชิกสหกรณ์สามารถทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ได้ตามข้อบังคับของสหกรณ์และพระราชบัญญัติสหกรณ์ โดยการจัดทำหนังสือต้องระบุข้อมูลของผู้รับโอนประโยชน์อย่างชัดเจน หากต้องการเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงผู้รับโอนประโยชน์ สมาชิกจะต้องจัดทำหนังสือฉบับใหม่และมอบให้สหกรณ์แทนฉบับเดิม

3. ผลบังคับของหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายสหกรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามรูปแบบของพินัยกรรม ทั้งนี้ เงินทุนเรือนหุ้นและผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ในหนังสือดังกล่าวจะไม่ตกเป็นมรดกของสมาชิกผู้ตาย แต่จะจ่ายให้แก่ผู้รับโอนประโยชน์ตามที่ระบุไว้

4. กรณีไม่มีผู้รับโอนประโยชน์ หากสมาชิกไม่ได้ทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ หรือผู้รับโอนประโยชน์ที่ระบุไว้ไม่มีตัวตนหรือไม่สามารถติดต่อได้ เงินดังกล่าวจะถูกส่งมอบให้แก่ผู้จัดการมรดกหรือทายาทที่มีสิทธิได้รับตามลำดับที่ข้อบังคับสหกรณ์กำหนด หรืออาจนำไปสมทบเป็นทุนสำรองของสหกรณ์ตามที่กำหนดไว้

5. ประโยชน์และความสำคัญ

•ช่วยให้สมาชิกสามารถกำหนดผู้รับผลประโยชน์ได้อย่างชัดเจน

•ลดข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการจัดสรรเงินทุนเรือนหุ้นหลังจากสมาชิกถึงแก่ความตาย

•ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพย์สินของสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ

 สรุป หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์เป็นเอกสารที่มีผลทางกฎหมายและบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของสมาชิกและครอบครัว เพื่อให้การจัดการเงินทุนเรือนหุ้นสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสมาชิก การจัดทำหนังสือดังกล่าวจึงควรปฏิบัติตามข้อบังคับและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

สิทธิรับเงินฝากและหุ้นในสหกรณ์เมื่อเจ้ามรดกทำพินัยกรรมภายหลัง หนังสือแต่งตั้งผู้รับประโยชน์ยังมีผลอยู่หรือไม่ และฟ้องได้หรือไม่
พินัยกรรมไม่กำหนดผู้รับมรดกเป็นโมฆะหรือไม่ และผู้จัดการมรดกยังมีอำนาจหรือไม่
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกมีอำนาจเพียงใด ต้องขออนุญาตศาลก่อนให้เช่าทรัพย์มรดกหรือไม่
การกำหนดห้ามโอนในพินัยกรรมมีผลเพียงใด ผู้รับพินัยกรรมขายทรัพย์ได้หรือไม่ตามหลักกฎหมายมรดกและสิทธิในทรัพย์สิน
การถอนผู้จัดการมรดกทำได้หรือไม่เมื่อปันมรดกเสร็จแล้ว และทรัพย์ของกุศลสถานถือเป็นมรดกได้หรือไม่
พินัยกรรมยกที่ดิน ส.ป.ก. ทำได้หรือไม่? ศาลฎีกาชี้ชัดเป็นโมฆะตามกฎหมาย แม้เป็นมรดกก็โอนไม่ได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทถูกกำจัดมิให้รับมรดกเมื่อใด วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเชิงลึกเกี่ยวกับการแบ่งมรดกและการยักย้ายทรัพย์
พินัยกรรมร่วมแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ และใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลัง
พินัยกรรมยกที่ดินนิคมสร้างตนเองใช้ได้เพียงใด ผู้รับโอนมีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองเดิมได้หรือไม่
บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
ทายาทไม่คัดค้านการโอนมรดก ยังมีสิทธิหรือไม่? วิเคราะห์สิทธิขอกันเงินจากการขายทอดตลาดเมื่อยังไม่แบ่งมรดกเสร็จ
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
สิทธิทายาทฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเป็นเวลานานตามกฎหมายมรดกไทย
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ หากจัดการทรัพย์สินขัดต่อหน้าที่ เสี่ยงทั้งเพิกถอนนิติกรรมและความผิดยักยอก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทที่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนแก่บุคคลภายนอกได้เพียงใด
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
เจ้าหนี้ใช้สิทธิแทนลูกหนี้เรียกทรัพย์มรดกได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิในทรัพย์มรดกไม่ใช่สิทธิส่วนตัวตามกฎหมาย
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของพี่น้องร่วมบิดามารดาและทายาทแทนที่ กรณีค่าเช่าทรัพย์มรดกต้องแบ่งอย่างไร ใครมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมาย
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกต้องใช้กฎหมายมรดกหรือมาตรา 1336 และมีอายุความเพียงใดเมื่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาทคนเดียว
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
พินัยกรรมมีลายมือชื่อและลายนิ้วมือถูกต้องหรือไม่ ทายาทโต้แย้งได้แค่ไหน และความรับผิดผู้จัดการมรดกตกทอดหรือไม่ article
ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าราคาต่ำและเช่าช่วงเอากำไรสูง ทายาทหรือผู้จัดการมรดกร่วมฟ้องเรียกคืนค่าเช่าได้ภายในกี่ปี
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร? ฟ้องแบ่งมรดก ศาลตัดสินเกินคำขอได้หรือไม่ และสิทธิทายาทโดยธรรมยังคงอยู่หรือไม่เมื่อมีคำสั่งเดิมผูกพันคดี
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ