ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีขาดอายุความหรือไม่ หากทายาทอื่นครอบครองทรัพย์มรดกแทน? วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับอายุความคดีมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1748 และ 1754

อายุความฟ้องแบ่งมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีจะขาดอายุความหรือไม่, ทายาทที่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดกฟ้องแบ่งมรดก, ทายาทครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น, แนวฎีกาเกี่ยวกับอายุความคดีมรดก, การตีความมาตรา 1748 และ 1754 คดีมรดก, ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งตามกฎหมายไทย, สิทธิทายาทในการฟ้องแบ่งทรัพย์มรดก, คดีหุ้นกิจการที่เป็นทรัพย์มรดก, การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท, การเปลี่ยนเจตนาครอบครองทรัพย์มรดก

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ ปัญหาทางกฎหมายเรื่องอายุความฟ้องคดีมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ว่าทายาทที่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดกจะต้องฟ้องเรียกเอาทรัพย์มรดกภายในกำหนดเวลา 1 ปีหรือไม่ และหากปล่อยเวลาให้ผ่านไปเป็นเวลานานเกิน 10 ปี จะถือว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีที่ทรัพย์มรดกยังไม่ได้มีการแบ่งกัน และมีทายาทบางคนครอบครองทรัพย์มรดกดังกล่าวไว้แทนทายาทอื่น

คดีนี้ศาลฎีกาได้วินิจฉัยหลักสำคัญเกี่ยวกับ ความแตกต่างระหว่างการฟ้องเรียกทรัพย์มรดกตามมาตรา 1754 กับการฟ้องแบ่งทรัพย์มรดกตามมาตรา 1748 ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสิทธิของทายาทในการเรียกร้องทรัพย์มรดกภายหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตายเป็นเวลานาน โดยศาลฎีกาวางหลักว่า หากทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่ง และทายาทบางคนครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่นโดยยังไม่ได้เปลี่ยนเจตนาการครอบครอง การฟ้องแบ่งมรดกในภายหลังย่อมไม่อยู่ในบังคับของอายุความตามมาตรา 1754 แม้เวลาจะผ่านไปนานเกินสิบปีก็ตาม

แนวคำพิพากษานี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตีความกฎหมายมรดก และเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการพิจารณาคดีแบ่งทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งในทางปฏิบัติ

ข้อเท็จจริงของคดี

โจทก์เป็นทายาทของเจ้ามรดก ซึ่งมีทรัพย์มรดกเป็น สิทธิในกิจการโรงเรียน ต่อมาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ครอบครองและดำเนินกิจการดังกล่าวต่อไป โดยโจทก์มิได้มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นหรือผู้จัดการกิจการ

โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสาม

1. เพิ่มชื่อโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการโดยใช้ทรัพย์มรดกของโจทก์แทนเงินลงทุน

2. เพิ่มชื่อโจทก์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ

3. แก้ไขจำนวนเงินลงทุนของจำเลยบางราย

4. หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยต่อสู้ว่า คดีขาดอายุความ เพราะโจทก์ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดก และฟ้องคดีหลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายเกินกว่า 10 ปีแล้ว

ประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัย

ปัญหาสำคัญของคดีคือ

การฟ้องเรียกทรัพย์มรดกหลังจากเจ้ามรดกตายเกิน 10 ปี จะขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 หรือไม่

หลักกฎหมายเกี่ยวกับอายุความคดีมรดก

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดหลักเกี่ยวกับมรดกไว้สองลักษณะสำคัญ

(1) มาตรา 1754

กำหนดอายุความสำหรับ ทายาทที่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดก ที่จะฟ้องเรียกทรัพย์มรดก

ต้องฟ้องภายใน

1 ปี นับแต่รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก

และไม่เกิน

10 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย

(2) มาตรา 1748

กำหนดหลักว่า ทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งเป็นกรรมสิทธิ์รวมของทายาททุกคน

ทายาทย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งมรดกได้

การตีความของศาลฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า

มาตรา 1754 ใช้กับกรณี

“ทายาทที่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดก ฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากผู้ครอบครอง”

แต่หาก

ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่ง

และมีทายาทบางคนครอบครองทรัพย์แทนทายาทอื่น

กรณีดังกล่าวเป็น การครอบครองแทนทายาทร่วม

จึงเป็นกรณีที่อยู่ในบังคับของ

มาตรา 1748

ไม่ใช่มาตรา 1754

หลักเรื่องการครอบครองแทนทายาท

ศาลฎีกาวางหลักว่า

แม้ทายาทบางคนจะครอบครองทรัพย์มรดกเป็นเวลานาน

แต่หาก

ยังไม่ได้แสดงเจตนาเปลี่ยนการยึดถือครอบครอง

ก็ยังถือว่า

ครอบครอง แทนทายาทร่วม

การประยุกต์ใช้กับคดีนี้

ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

จำเลยที่ 2 และที่ 3

ครอบครองสิทธิในกิจการโรงเรียน

แทนทายาทอื่น

และไม่ปรากฏว่าได้แสดงเจตนาเปลี่ยนการครอบครอง

ดังนั้น

แม้โจทก์จะฟ้องคดี

หลังจากเจ้ามรดกตายเกินกว่า 10 ปี

คดีก็ ไม่ขาดอายุความ

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยทั้งสามแบ่งหุ้นในกิจการของจำเลยที่ 1 และให้จดทะเบียนเพิ่มชื่อโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นตามส่วนแห่งทรัพย์มรดก 1 ส่วนใน 12 ส่วน หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์

2. ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ

3. ศาลฎีกา พิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความ เนื่องจากจำเลยครอบครองทรัพย์มรดกแทนโจทก์ จึงไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 1754 และไม่อาจยกอายุความดังกล่าวขึ้นต่อสู้ได้

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

แนวคำพิพากษานี้วางหลักกฎหมายสำคัญว่า การครอบครองทรัพย์มรดกของทายาทบางคนโดยยังไม่ได้แบ่งมรดก ถือเป็นการครอบครองแทนทายาทร่วม มิใช่การครอบครองเพื่อตนเอง เว้นแต่จะปรากฏการแสดงเจตนาเปลี่ยนการยึดถือครอบครองอย่างชัดแจ้ง

ดังนั้น การฟ้องแบ่งทรัพย์มรดกในกรณีดังกล่าวจึงอยู่ภายใต้หลักกรรมสิทธิ์รวมของทายาทตามมาตรา 1748 ไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดอายุความตามมาตรา 1754 แม้เวลาจะผ่านไปเป็นระยะเวลานานก็ตาม

หลักกฎหมายดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองสิทธิของทายาท และป้องกันมิให้ทายาทบางคนใช้ประโยชน์จากการครอบครองทรัพย์มรดกเป็นเวลานานเพื่ออ้างอายุความตัดสิทธิของทายาทคนอื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการตีความเรื่อง อายุความฟ้องคดีมรดก ว่าการที่ทายาทบางคนไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดกด้วยตนเอง แต่มีทายาทอื่นครอบครองทรัพย์มรดกไว้แทน จะต้องฟ้องเรียกทรัพย์มรดกภายในกำหนดเวลา 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 หรือไม่ โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หากทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งและมีทายาทบางคนครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น การฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกย่อมอยู่ภายใต้หลักกรรมสิทธิ์รวมของทายาทตามมาตรา 1748 ไม่อยู่ในบังคับของอายุความตามมาตรา 1754 แม้เวลาจะผ่านไปเกิน 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกตายก็ตาม

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1748 และมาตรา 1754

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทร่วม

หมายถึงกรณีที่ทายาทบางคนเข้าครอบครองหรือดูแลทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง โดยการครอบครองนั้นมิได้มีเจตนาจะยึดถือเป็นของตนแต่เพียงผู้เดียว แต่เป็นการครอบครองแทนทายาททุกคน หากยังไม่ได้แสดงเจตนาเปลี่ยนการยึดถือครอบครอง การครอบครองดังกล่าวยังคงถือว่าเป็นการครอบครองแทนทายาทร่วมอยู่ แม้เวลาจะผ่านไปเป็นเวลานานเพียงใดก็ตาม

2. อายุความฟ้องคดีมรดกตามมาตรา 1754

บทบัญญัติมาตรา 1754 ใช้บังคับเฉพาะกรณีที่ทายาทซึ่งไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดกฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากผู้ครอบครองเพื่อตนเองเท่านั้น ซึ่งต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก และไม่เกิน 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย แต่หากทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งและมีทายาทอื่นครอบครองแทน การฟ้องแบ่งมรดกย่อมอยู่ในบังคับของมาตรา 1748 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดอายุความดังกล่าว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถาม 1. ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีจะขาดอายุความเสมอหรือไม่

คำตอบ

การฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีไม่ได้หมายความว่าจะขาดอายุความเสมอไป ทั้งนี้ต้องพิจารณาลักษณะของการครอบครองทรัพย์มรดกเป็นสำคัญ หากเป็นกรณีที่ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่ง และมีทายาทบางคนครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น การครอบครองดังกล่าวถือเป็นการครอบครองแทนทายาทร่วม มิใช่การครอบครองเพื่อตนเอง ดังนั้นการฟ้องแบ่งมรดกในภายหลังจึงอยู่ภายใต้หลักกรรมสิทธิ์รวมตามมาตรา 1748 มิใช่การฟ้องเรียกทรัพย์มรดกตามมาตรา 1754 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดอายุความ 1 ปี หรือ 10 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด

คำถาม 2. การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่นหมายความว่าอย่างไร

คำตอบ

การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น หมายถึงกรณีที่ทายาทบางคนเข้าครอบครองหรือดูแลทรัพย์มรดกซึ่งยังไม่ได้แบ่ง โดยการครอบครองนั้นไม่ได้มีเจตนาจะยึดถือเป็นของตนเพียงผู้เดียว แต่เป็นการครอบครองแทนทายาทร่วมทุกคน เช่น การบริหารกิจการครอบครัว การดูแลที่ดินมรดก หรือการดำเนินกิจการที่เป็นทรัพย์มรดก การครอบครองลักษณะนี้ไม่ถือว่าเป็นการครอบครองเพื่อตัดสิทธิทายาทอื่น เว้นแต่จะมีการแสดงเจตนาเปลี่ยนการยึดถือครอบครองอย่างชัดแจ้ง

คำถาม 3. ทายาทที่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดกต้องฟ้องภายใน 1 ปีจริงหรือไม่

คำตอบ

หลักอายุความ 1 ปีตามมาตรา 1754 ใช้เฉพาะกรณีที่ทายาทไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดกและต้องการฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากผู้ที่ครอบครองทรัพย์นั้นในฐานะของตนเอง อย่างไรก็ตาม หากผู้ครอบครองเป็นทายาทร่วมและครอบครองแทนทายาทอื่น การฟ้องแบ่งมรดกในกรณีดังกล่าวจะไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 1754 แต่จะอยู่ภายใต้หลักกรรมสิทธิ์รวมของทายาทตามมาตรา 1748 ซึ่งเปิดโอกาสให้ทายาทสามารถเรียกร้องให้แบ่งมรดกได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานก็ตาม

คำถาม 4. การครอบครองทรัพย์มรดกนานหลายสิบปีทำให้เป็นเจ้าของได้หรือไม่

คำตอบ

การครอบครองทรัพย์มรดกเป็นเวลานานไม่ได้ทำให้ผู้ครอบครองกลายเป็นเจ้าของโดยอัตโนมัติ หากการครอบครองนั้นเป็นการครอบครองแทนทายาทร่วม การครอบครองดังกล่าวยังคงถือว่าเป็นการครอบครองในฐานะผู้แทนทายาทอื่นอยู่เสมอ เว้นแต่จะมีพฤติการณ์ที่แสดงอย่างชัดเจนว่าผู้ครอบครองได้เปลี่ยนเจตนาเป็นการครอบครองเพื่อตนเอง เช่น การปฏิเสธสิทธิของทายาทอื่นหรือการแสดงเจตนาเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

คำถาม 5. ทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งถือเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร

คำตอบ

ตามหลักกฎหมายมรดก ทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งถือเป็นกรรมสิทธิ์รวมของทายาททุกคน กล่าวคือ ทายาทแต่ละคนมีสิทธิในทรัพย์มรดกตามส่วนของตน แต่ยังไม่มีการกำหนดทรัพย์เฉพาะส่วนจนกว่าจะมีการแบ่งมรดก ดังนั้นทายาทแต่ละคนจึงมีสิทธิเรียกร้องให้มีการแบ่งทรัพย์มรดกได้ตลอดเวลา เว้นแต่จะมีเหตุทางกฎหมายที่ทำให้สิทธิดังกล่าวระงับไป

คำถาม 6. หากทายาทคนหนึ่งบริหารกิจการของครอบครัวจะถือว่าเป็นเจ้าของหรือไม่

คำตอบ

การที่ทายาทคนหนึ่งบริหารกิจการของครอบครัว เช่น ธุรกิจหรือกิจการโรงเรียน ซึ่งเป็นทรัพย์มรดก มิได้ทำให้ทายาทคนนั้นกลายเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกแต่เพียงผู้เดียวโดยอัตโนมัติ การบริหารกิจการดังกล่าวอาจถือเป็นการบริหารทรัพย์มรดกแทนทายาทร่วม หากไม่ปรากฏว่ามีการตกลงแบ่งมรดกหรือมีการเปลี่ยนเจตนาการครอบครองอย่างชัดเจน

คำถาม 7. ทายาทสามารถฟ้องให้เพิ่มชื่อเป็นหุ้นส่วนในกิจการมรดกได้หรือไม่

คำตอบ

หากกิจการดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก ทายาทย่อมมีสิทธิในทรัพย์สินนั้นตามส่วนของตน การฟ้องเพื่อให้เพิ่มชื่อเป็นผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนในกิจการมรดกจึงเป็นการใช้สิทธิในทรัพย์มรดกของตนเอง หากพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินหรือกิจการนั้นเป็นมรดก ศาลอาจมีคำพิพากษาให้แก้ไขทะเบียนหุ้นหรือทะเบียนกิจการเพื่อให้สอดคล้องกับสิทธิของทายาทได้

คำถาม 8. แนวคำพิพากษานี้มีความสำคัญอย่างไรต่อคดีมรดก

คำตอบ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตีความเรื่องอายุความคดีมรดก เพราะวางหลักว่า การครอบครองทรัพย์มรดกของทายาทบางคนโดยยังไม่ได้แบ่งมรดกเป็นการครอบครองแทนทายาทร่วม มิใช่การครอบครองเพื่อตนเอง หลักดังกล่าวช่วยป้องกันไม่ให้ทายาทบางคนใช้การครอบครองทรัพย์เป็นเวลานานเพื่ออ้างอายุความตัดสิทธิของทายาทคนอื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

  ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1533/2557

อายุความฟ้องคดีมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 เป็นกรณีที่ทายาทที่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดกฟ้องขอแบ่งมรดกในฐานะที่มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมาย แต่หากเป็นกรณีที่ทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งและทายาทผู้นั้นยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่หรือมีทายาทอื่นครอบครองทรัพย์มรดกไว้แทนแล้ว กรณีนี้ทายาทผู้นั้นย่อมสามารถฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้ตามมาตรา 1748 ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 1754 ทั้งนี้เพราะไม่มีกฎหมายใดบังคับให้ทายาทที่มิได้ครอบครองทรัพย์มรดกด้วยตนเองแต่มีทายาทอื่นครอบครองแทนต้องฟ้องเรียกเอาทรัพย์มรดกจากทายาทอื่นที่ครอบครองแทนใน 1 ปี และการที่ทายาทบางคนได้ครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่นแล้วแม้ครอบครองแทนนานเพียงใด หากยังไม่ได้เปลี่ยนเจตนาการยึดถือครอบครอง ยังถือว่าเป็นการครอบครองแทนอยู่นั่นเอง เมื่อได้ความว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ครอบครองสิทธิในกิจการโรงเรียนอันเป็นทรัพย์มรดกแทนโจทก์ และมิได้แสดงเจตนาเปลี่ยนการยึดถือครอบครอง แม้โจทก์จะฟ้องเอาทรัพย์มรดกดังกล่าวเกิน 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย คดีย่อมไม่ขาดอายุความ และไม่อาจยกเอาอายุความมรดกตามมาตรา 1754 มาใช้บังคับได้

ฎีกาย่อ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิ่มชื่อเป็นผู้ถือหุ้นและผู้จัดการในกิจการของจำเลยที่ 1 โดยอาศัยสิทธิในทรัพย์มรดกแทนการลงเงิน พร้อมขอให้แก้ไขจำนวนเงินลงทุนของจำเลยที่ 2 หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยทั้งสามขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งหุ้นและเพิ่มชื่อโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นตามส่วนมรดก 1 ใน 12 ส่วน คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นมีเพียงว่าฟ้องขาดอายุความหรือไม่ แม้มาตรา 1754 กำหนดให้ทายาทที่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดกต้องฟ้องภายใน 1 ปี และไม่เกิน 10 ปี แต่ใช้เฉพาะกรณีฟ้องเรียกทรัพย์มรดกจากผู้ครอบครองเพื่อตนเองเท่านั้น หากทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งและมีทายาทอื่นครอบครองแทน ย่อมฟ้องแบ่งมรดกได้ตามมาตรา 1748 ไม่อยู่ในบังคับมาตรา 1754 เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ครอบครองสิทธิในกิจการโรงเรียนแทนโจทก์ และไม่เคยเปลี่ยนเจตนาครอบครอง คดีจึงไม่ขาดอายุความ แม้ฟ้องเกิน 10 ปี ศาลฎีกาพิพากษายืน

ฎีกาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามเพิ่มชื่อโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นลงหุ้นด้วยเงิน 4,000,000 บาท ลงในหนังสือรับรองของจำเลยที่ 1 โดยอาศัยทรัพย์มรดกส่วนของโจทก์ที่มีอยู่แล้วแทนการลงเงิน ให้จำเลยทั้งสามเพิ่มชื่อโจทก์เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 เปลี่ยนจำนวนเงินที่จำเลยที่ 2 ลงหุ้นด้วยเงิน 6,000,000 บาท เป็น 4,000,000 บาท และให้จำเลยทั้งสามแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 หากจำเลยทั้งสามไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามแบ่งจำนวนหุ้นในกิจการของจำเลยที่ 1 และให้จดทะเบียนเพิ่มชื่อโจทก์เป็นหุ้นส่วนผู้ถือหุ้นในหนังสือรับรองของจำเลยที่ 1 ตามส่วนแห่งทรัพย์มรดกโจทก์ที่มีสิทธิอยู่ 1 ส่วน ใน 12 ส่วน แทนการลงเงิน หากจำเลยทั้งสามไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ 

ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 จำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตาย นางสาวภัทรพร บุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 9 อนุญาต

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา 

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เพียงประการเดียวว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า ทายาทที่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดกจะต้องฟ้องเรียกเอาทรัพย์มรดกเสียภายใน 1 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 เมื่อพ้น 1 ปีแล้ว จะถือว่าทายาทอื่นครอบครองทรัพย์มรดกแทนไม่ได้ เมื่อโจทก์ซึ่งไม่ได้ครอบครองสิทธิในทรัพย์มรดกพิพาทมาฟ้องคดีนี้ภายหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตายกว่า 10 ปี แล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความนั้น เห็นว่า อายุความฟ้องคดีมรดกตามมาตรา 1754 เป็นกรณีทายาทที่ไม่ได้ครอบครองทรัพย์มรดกฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกในฐานะที่มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องฟ้องเสียภายในกำหนด 1 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทรู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก แต่ทั้งนี้มิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้น 10 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หากเป็นกรณีที่ทรัพย์มรดกนั้นยังไม่ได้แบ่งปัน และทายาทผู้นั้นครอบครองทรัพย์มรดกอยู่หรือมีทายาทอื่นครอบครองทรัพย์มรดกไว้แทน ย่อมสามารถฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกนั้นได้ตามมาตรา 1748 โดยไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 1754 ทั้งไม่มีบทกฎหมายใดที่บังคับให้ทายาทที่มิได้ครอบครองทรัพย์มรดกด้วยตนเองแต่มีทายาทอื่นครอบครองแทนจะต้องฟ้องเรียกเอาทรัพย์มรดกจากทายาทที่ครอบครองแทนภายใน 1 ปี ดังที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 อ้าง การที่ทายาทบางคนครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น แม้เป็นเวลาช้านานเพียงใดหากยังไม่ได้แสดงเจตนาเปลี่ยนการยึดถือครอบครอง ก็ยังคงเป็นการครอบครองแทนทายาทอื่นอยู่นั่นเอง ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ครอบครองสิทธิในกิจการโรงเรียนอันเป็นทรัพย์มรดกของนายเคี๋ยงน้ำแทนโจทก์ และจำเลยที่ 2 มิได้แสดงเจตนาเปลี่ยนการยึดถือครอบครอง แม้โจทก์จะฟ้องเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกดังกล่าวเมื่อเกิน 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกตาย คดีก็ไม่ขาดอายุความ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่อาจยกเอาอายุความตามมาตรา 1754 มาใช้บังคับ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น 

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย article
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม article
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
คดีมรดก อายุความมรดก 10 ปี, สิทธิทายาท, แบ่งมรดก, (ฎีกา 9992/2560)
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์มรดกและความรับผิดตามกฎหมาย(ฎีกาที่ 416/2563)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563: การโอนมรดกและอำนาจผู้จัดการมรดก
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด article
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
พินัยกรรมยกมรดกให้พี่น้องร่วมบิดามารดา, สิทธิของผู้สืบสันดานในการรับมรดกแทนที่, การฟ้องเรียกค่าเช่าจากทรัพย์สินมรดก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่ article
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป article
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
คดีของโจทก์ขาดอายุความการจัดการมรดก
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกร่วมนำทรัพย์มรดกหาประโยชน์แก่ตน
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
(ฎีกา 2150/2561) – สิทธิร้องถอนผู้จัดการมรดกก่อนปันมรดก(ฎีกา 2150/2561)
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก
อำนาจฟ้องขอแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตาย