ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




สิทธิผู้มีส่วนได้เสียในการขอเป็นผู้จัดการมรดก

สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามกฎหมาย, หลักผู้มีส่วนได้เสียในการจัดการมรดก, การอ้างเหตุใหม่ในชั้นฎีกา, ข้อจำกัดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249, การอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตาย, การโต้แย้งสถานะภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย, การพิจารณาคำคัดค้านในคดีมรดก, การตั้งผู้จัดการมรดกร่วมกัน, ขอบเขตอำนาจศาลฎีกาในการรับวินิจฉัย, ปัญหาความสงบเรียบร้อยของประชาชน, สิทธิของทายาทโดยธรรมในการจัดการมรดก, การโต้แย้งฐานะผู้มีส่วนได้เสีย, ประเด็นอุทธรณ์และฎีกา

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการตีความคำว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย” ในการร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ตลอดจนขอบเขตของการยกข้อกฎหมายใหม่ในชั้นฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ประเด็นสำคัญของคดีมิได้อยู่เพียงสถานะของผู้คัดค้านว่าเป็นภริยาหรือเพียงผู้พยาบาลของผู้ตายเท่านั้น หากแต่เป็นการพิจารณาว่า คู่ความจะสามารถยกเหตุใหม่ในชั้นฎีกาเกี่ยวกับสถานภาพความเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายได้หรือไม่ เมื่อมิได้ยกขึ้นว่ากันมาโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง และประเด็นดังกล่าวมิใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน อันจะทำให้ศาลฎีกามีอำนาจรับวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องมีการยกขึ้นมาแต่ต้น

คดีนี้จึงสะท้อนหลักสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ (1) หลักผู้มีส่วนได้เสียในการจัดการมรดก และ (2) หลักห้ามยกข้อใหม่ในชั้นฎีกา ซึ่งเป็นหลักกระบวนพิจารณาที่มีผลโดยตรงต่อสิทธิของคู่ความในคดีมรดก

ข้อเท็จจริงแห่งคดี

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ขณะที่ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกแทน ต่อมาบุตรของผู้ร้องกับผู้ตายยื่นคำร้องคัดค้านเพิ่มเติมว่า ตนเป็นทายาทโดยธรรม มีสิทธิรับมรดก และไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย จึงประสงค์จะเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง

ฝ่ายผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 อ้างว่า ผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้พยาบาลของผู้ตาย ได้รับค่าจ้างรายเดือน มิได้เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย และมิได้ร่วมทำมาหาได้กับผู้ตาย จึงไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการขอจัดการมรดก

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องที่ 2 และผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน โดยยกคำร้องของผู้ร้องบางราย ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงฎีกา

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ประเด็นสำคัญในชั้นฎีกาคือ ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 อ้างว่า ผู้คัดค้านไม่อาจอ้างว่าอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายได้ เพราะคดีหย่าระหว่างผู้ตายกับผู้ร้องที่ 1 ยังไม่ถึงที่สุด จึงต้องถือว่าผู้ร้องที่ 1 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ดี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุที่ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 ยกขึ้นในชั้นฎีกานั้น มิได้ยกขึ้นว่ากันมาโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง แต่เป็นการยกเหตุใหม่เกินไปจากคำคัดค้านเดิม ซึ่งเคยอ้างเพียงว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้พยาบาล มิได้เป็นภริยาและมิได้ร่วมทำมาหาได้

การยกเหตุใหม่ดังกล่าวจึงต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) และมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย และพิพากษายกฎีกา

วิเคราะห์หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หลัก “ผู้มีส่วนได้เสีย” ในคดีขอจัดการมรดก หมายถึงบุคคลที่มีสิทธิหรืออาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากการจัดการมรดก เช่น ทายาทโดยธรรม ผู้รับพินัยกรรม หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินในกองมรดก

ในทางกระบวนพิจารณา มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) วางหลักว่า ห้ามมิให้คู่ความยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใหม่ในชั้นฎีกา เว้นแต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งสะท้อนหลักความมั่นคงแห่งกระบวนพิจารณา  และหลักความเป็นธรรมต่อคู่ความอีกฝ่าย

เจตนารมณ์ของกฎหมายและแนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

เจตนารมณ์ของมาตรา 249 คือ เพื่อจำกัดขอบเขตการพิจารณาของศาลฎีกาให้เป็นศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ใช่ศาลพิจารณาข้อเท็จจริงใหม่ และเพื่อป้องกันมิให้คู่ความใช้สิทธิฎีกาเป็นช่องทางยื้อคดีหรือเปลี่ยนแนวทางต่อสู้

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องวางหลักสอดคล้องกันว่า การอ้างเหตุใหม่ในชั้นฎีกาเกี่ยวกับสถานะบุคคลหรือสิทธิในทรัพย์ หากมิได้ยกขึ้นมาแต่ต้น ย่อมเป็นข้อที่ต้องห้าม เว้นแต่เป็นเรื่องความสงบเรียบร้อย เช่น ความสามารถของบุคคล หรือความเป็นโมฆะโดยเด็ดขาด

คำพิพากษานี้จึงยืนยันหลักการสำคัญว่า การจำกัดประเด็นในชั้นฎีกาเป็นหลักการเคร่งครัด และสิทธิในการโต้แย้งต้องใช้ให้ครบถ้วนตั้งแต่ศาลล่าง

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 

1. ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องที่ 2 และผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันของผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย และยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1 และที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ 

2. ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เห็นว่าการตั้งผู้จัดการมรดกร่วมกันเหมาะสมตามพยานหลักฐาน 

3. ส่วนศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 เป็นการยกเหตุใหม่เกินกว่าที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลล่าง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) และมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่รับวินิจฉัยและพิพากษายกฎีกา

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้ให้บทเรียนทางกฎหมายที่สำคัญในสองมิติหลัก คือ มิติแห่งสิทธิในสาระ และมิติแห่งกระบวนพิจารณา 

ประการแรก สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องตั้งอยู่บนฐานะ “ผู้มีส่วนได้เสีย” ซึ่งมิได้จำกัดเฉพาะทายาทโดยธรรมเท่านั้น แต่รวมถึงบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกหรือมีสิทธิเรียกร้องใด ๆ อันพึงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ศาลมีดุลพินิจพิจารณาจากข้อเท็จจริงโดยรอบ มิใช่เพียงสถานะตามทะเบียนราษฎรเท่านั้น

ประการที่สอง หลักห้ามยกข้อใหม่ในชั้นฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) เป็นหลักที่ต้องเคร่งครัด การต่อสู้คดีต้องกำหนดประเด็นให้ครบถ้วนตั้งแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ หากปล่อยปละละเลยแล้วมาหยิบยกในชั้นฎีกา ย่อมเป็นการกระทบต่อสิทธิในการต่อสู้ของคู่ความอีกฝ่าย และขัดต่อหลักความมั่นคงแห่งกระบวนพิจารณา

ประการที่สาม ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยข้อใหม่ได้ต่อเมื่อเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนเท่านั้น เช่น เรื่องความสามารถของบุคคล ความเป็นโมฆะโดยเด็ดขาด หรือความไม่ชอบด้วยกฎหมายอันร้ายแรง แต่กรณีข้อพิพาทเรื่องสถานะความสัมพันธ์ส่วนบุคคลหรือฐานะผู้มีส่วนได้เสียในมรดก มิใช่ปัญหาในลักษณะดังกล่าว

ดังนั้น นักกฎหมายและคู่ความในคดีมรดกควรตระหนักว่า การกำหนดแนวทางต่อสู้คดีต้องรอบคอบตั้งแต่ต้น มิฉะนั้นอาจสูญเสียโอกาสทางกฎหมายโดยไม่อาจแก้ไขได้ในชั้นฎีกา

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการจำกัดขอบเขตการยกข้อกฎหมายในชั้นฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คู่ความไม่อาจยกเหตุใหม่เกี่ยวกับสถานะความเป็นภริยาและฐานะผู้มีส่วนได้เสียขึ้นในชั้นฎีกาได้ หากมิได้ยกขึ้นว่ากันมาโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง และมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้คือ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม)

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. “ห้ามยกข้อใหม่ในชั้นฎีกา”

หลักการตามมาตรา 249 วางข้อจำกัดชัดเจนว่า ศาลฎีกาจะพิจารณาเฉพาะประเด็นที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาโดยชอบในศาลล่างแล้วเท่านั้น การยกเหตุใหม่เกี่ยวกับสถานะความสัมพันธ์หรือสิทธิในมรดกภายหลัง จึงเป็นข้อที่ต้องห้าม เว้นแต่จะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

2. “ผู้มีส่วนได้เสียในการจัดการมรดก”

สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องตั้งอยู่บนฐานะผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก ไม่ว่าจะเป็นทายาทหรือบุคคลที่มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับทรัพย์มรดก อย่างไรก็ตาม การโต้แย้งสถานะดังกล่าวต้องยกขึ้นตั้งแต่ศาลชั้นต้น มิฉะนั้นจะถูกจำกัดสิทธิในชั้นฎีกาตามหลักกระบวนพิจารณา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

ใครบ้างที่มีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกได้

คำตอบ

บุคคลที่มีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็น “ผู้มีส่วนได้เสีย” ในกองมรดก เช่น ทายาทโดยธรรม ผู้รับพินัยกรรม เจ้าหนี้กองมรดก หรือผู้ที่มีสิทธิเรียกร้องทรัพย์สินบางส่วนจากกองมรดก ทั้งนี้ ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงประกอบ ไม่ได้จำกัดเพียงสถานะตามทะเบียนบ้านหรือทะเบียนสมรสเท่านั้น

2. คำถาม

บุคคลที่อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีสิทธิขอเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่

คำตอบ

โดยหลักแล้ว การเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายต้องมีการจดทะเบียนสมรส แต่หากมีข้อเท็จจริงว่าร่วมทำมาหาได้หรือมีสิทธิในทรัพย์สินบางส่วน บุคคลดังกล่าวอาจถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในบางกรณี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและดุลพินิจของศาล

3. คำถาม

หากมีทายาทหลายคน ศาลสามารถตั้งผู้จัดการมรดกร่วมกันได้หรือไม่

คำตอบ

ได้ ศาลมีอำนาจตั้งผู้จัดการมรดกร่วมกันหลายคน หากเห็นว่าเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อการจัดการกองมรดก โดยผู้ได้รับแต่งตั้งย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด

4. คำถาม

สามารถยกข้อกฎหมายใหม่ในชั้นฎีกาได้หรือไม่

คำตอบ

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ห้ามคู่ความยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใหม่ในชั้นฎีกา เว้นแต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน หากมิได้ยกขึ้นมาโดยชอบในศาลล่าง ศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัย

5. คำถาม

อะไรคือ “ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน”

คำตอบ

เป็นปัญหาที่กระทบต่อระบบกฎหมายหรือศีลธรรมสาธารณะ เช่น ความสามารถของบุคคล การทำนิติกรรมอันเป็นโมฆะโดยเด็ดขาด หรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายอย่างร้ายแรง ไม่ใช่ข้อพิพาททั่วไปเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล

6. คำถาม

หากไม่ได้ยกประเด็นบางเรื่องในศาลชั้นต้น จะสามารถแก้ไขในศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาได้หรือไม่

คำตอบ

โดยหลักควรยกข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้ครบถ้วนตั้งแต่ศาลชั้นต้น เพราะศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจะพิจารณาเฉพาะประเด็นที่ได้ยกขึ้นมาโดยชอบแล้ว หากเป็นข้อใหม่ในชั้นฎีกา มักถูกวินิจฉัยว่าเป็นข้อที่ต้องห้าม

7. คำถาม

การเป็นผู้พยาบาลหรือผู้ดูแลผู้ตาย มีผลให้มีสิทธิในมรดกหรือไม่

คำตอบ

การเป็นผู้พยาบาลหรือผู้ดูแลเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้มีสิทธิรับมรดก เว้นแต่จะมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม ผู้รับพินัยกรรม หรือมีสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายอื่น เช่น ค่าตอบแทนหรือสิทธิในทรัพย์ที่ร่วมทำมาหาได้

8. คำถาม

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่อะไรบ้าง

คำตอบ

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ แบ่งปันทรัพย์มรดกแก่ทายาท และดำเนินการทางกฎหมายแทนกองมรดก ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต รอบคอบ และคำนึงถึงประโยชน์ของทายาททุกฝ่าย

9. คำถาม

หากไม่พอใจคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ควรดำเนินการอย่างไร

คำตอบ

สามารถใช้สิทธิอุทธรณ์และฎีกาตามลำดับชั้นศาลได้ แต่ต้องกำหนดประเด็นโต้แย้งให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น มิฉะนั้นอาจถูกวินิจฉัยว่าเป็นการยกข้อใหม่ต้องห้ามในชั้นฎีกา

10. คำถาม

บทเรียนสำคัญจากคดีนี้คืออะไร

คำตอบ

บทเรียนสำคัญคือ การกำหนดแนวทางต่อสู้คดีต้องรอบคอบตั้งแต่ศาลชั้นต้น และต้องเข้าใจข้อจำกัดของการยกข้อใหม่ในชั้นฎีกา มิฉะนั้นแม้มีข้อกฎหมายที่อาจเป็นประโยชน์ ก็อาจหมดสิทธิให้ศาลฎีกาวินิจฉัย

    ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4891/2560 

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องที่ 2 และผู้คัดค้าน เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันของ ช. การที่ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้พยาบาลขณะที่ผู้ตายป่วย มิได้เป็นภริยาของผู้ตาย โดยได้ค่าจ้างจากผู้ตายเป็นรายเดือน ถือไม่ได้ว่าร่วมทำมาหาได้ร่วมกันกับผู้ตาย ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียและไม่มีสิทธิร้องขอจัดการมรดก เช่นนี้แล้ว ฎีกาของผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 ที่ว่าผู้คัดค้านไม่อาจอ้างว่าอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายและทำมาหาได้ร่วมกับผู้ตาย เพราะยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ผู้ตายหย่าขาดจากผู้ร้องที่ 1 จึงเป็นการอ้างเหตุที่ผู้คัดค้านไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียและไม่มีสิทธิร้องขอจัดการมรดก นอกเหนือจากคำคัดค้านของผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ทั้งมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

ฎีกาย่อ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ขณะที่ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกแทน นายเดชาและนายยุทธนา ซึ่งเป็นบุตรของผู้ร้องกับผู้ตาย ยื่นคำคัดค้านเพิ่มเติมว่า ตนเป็นทายาทโดยธรรม ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย และประสงค์จะเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง โดยอ้างว่าผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้พยาบาล ได้รับค่าจ้างรายเดือน มิได้เป็นภริยาหรือทายาท และมิได้ร่วมทำมาหาได้กับผู้ตาย จึงไม่มีสิทธิร้องขอจัดการมรดก

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนายเดชา (ผู้ร้องที่ 2) และผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน ยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1 และที่ 3 ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เหตุที่ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 ฎีกา โดยอ้างว่าผู้คัดค้านไม่อาจอ้างอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายได้ เพราะคดีหย่ายังไม่ถึงที่สุด เป็นการยกเหตุใหม่เกินกว่าที่ได้ยกไว้ในศาลล่าง ซึ่งเดิมอ้างเพียงว่าผู้คัดค้านเป็นผู้พยาบาลและมิได้ร่วมทำมาหาได้ จึงเป็นข้อที่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) และไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยและพิพากษายกฎีกา คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 โดยค่าฤชาธรรมเนียมอื่นให้เป็นพับ

ฎีกาฉบับเต็ม

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องและตั้งให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

นายเดชาและนายยุทธนา ยื่นคำร้องคัดค้านทำนองเดียวกันและแก้ไขคำคัดค้านว่า นายเดชาและนายยุทธนาเป็นบุตรของผู้ร้องกับผู้ตาย จึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตาย นายเดชาและนายยุทธนาไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายไม่ให้เป็นผู้จัดการมรดก ประสงค์ที่จะเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง ผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้พยาบาลขณะที่ผู้ตายป่วย ไม่ได้เป็นทายาทหรือภริยาผู้ตาย ผู้คัดค้านได้ค่าจ้างจากผู้ตายเป็นรายเดือน ถือไม่ได้ว่าร่วมทำมาหาได้ร่วมกันกับผู้ตาย จึงไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียและไม่มีสิทธิร้องขอจัดการมรดก และหากผู้คัดค้านมีการทำมาหาได้ร่วมกับผู้ตาย ก็มีสิทธิเฉพาะส่วนที่ทำมาหาได้เท่านั้น ขอให้ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านกับตั้งนายเดชาและนายยุทธนา เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นให้เรียกผู้ร้อง นายเดชาและนายยุทธนา ว่าผู้ร้องที่ 1 ที่ 2 และ ที่ 3 ตามลำดับ และเรียกนางสาวรัชนิดา ว่าผู้คัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้ง นายเดชา ผู้ร้องที่ 2 และนางสาวรัชนิดา ผู้คัดค้าน เป็นผู้จัดการมรดกของนายชาลี ผู้ตาย ร่วมกันกับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องที่ 1 และที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดให้เป็นพับ

ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 ที่ว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้คัดค้านอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายและช่วยกันทำมาหาได้ซึ่งทรัพย์สิน ไม่ชอบ เพราะคดีที่ผู้ตายได้ฟ้องหย่าขาดจากผู้ร้องที่ 1 ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ต้องถือว่าผู้ร้องที่ 1 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้คัดค้านไม่อาจอ้างว่าอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายและทำมาหาได้ร่วมกับผู้ตาย ผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการขอจัดการมรดก จึงคงเหลือผู้ร้องที่ 3 ที่สมควรเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องที่ 2 นั้น เห็นว่า ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำคัดค้านเพียงว่าผู้คัดค้านเป็นเพียงผู้พยาบาลขณะที่ผู้ตายป่วย ไม่ได้เป็นภริยาผู้ตาย ผู้คัดค้านได้ค่าจ้างจากผู้ตายเป็นรายเดือน ถือไม่ได้ว่าร่วมทำมาหาได้ร่วมกันกับผู้ตาย จึงไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียและไม่มีสิทธิร้องขอจัดการมรดก และผู้ร้องที่ 3 แก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้านว่าหากผู้คัดค้านมีการทำมาหาได้ร่วมกับผู้ตาย ก็มีสิทธิเฉพาะส่วนที่ทำมาหาได้เท่านั้น โดยผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 มิได้อ้างว่าผู้คัดค้านไม่อาจอ้างว่าอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ตายและทำมาหาได้ร่วมกับผู้ตาย เพราะยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ผู้ตายหย่าขาดจากผู้ร้องที่ 1 แต่อย่างใด ฎีกาของผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 เป็นการอ้างเหตุที่ผู้คัดค้านไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียและไม่มีสิทธิร้องขอจัดการมรดกนอกเหนือจากคำคัดค้านของผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ทั้งมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องที่ 2 และที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

พินัยกรรมยกที่ดิน ส.ป.ก. ทำได้หรือไม่? ศาลฎีกาชี้ชัดเป็นโมฆะตามกฎหมาย แม้เป็นมรดกก็โอนไม่ได้ article
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทถูกกำจัดมิให้รับมรดกเมื่อใด วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเชิงลึกเกี่ยวกับการแบ่งมรดกและการยักย้ายทรัพย์
พินัยกรรมร่วมแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ และใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลัง
พินัยกรรมยกที่ดินนิคมสร้างตนเองใช้ได้เพียงใด ผู้รับโอนมีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองเดิมได้หรือไม่
บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
ทายาทไม่คัดค้านการโอนมรดก ยังมีสิทธิหรือไม่? วิเคราะห์สิทธิขอกันเงินจากการขายทอดตลาดเมื่อยังไม่แบ่งมรดกเสร็จ
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
สิทธิทายาทฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเป็นเวลานานตามกฎหมายมรดกไทย
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ หากจัดการทรัพย์สินขัดต่อหน้าที่ เสี่ยงทั้งเพิกถอนนิติกรรมและความผิดยักยอก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทที่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนแก่บุคคลภายนอกได้เพียงใด
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
เจ้าหนี้ใช้สิทธิแทนลูกหนี้เรียกทรัพย์มรดกได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิในทรัพย์มรดกไม่ใช่สิทธิส่วนตัวตามกฎหมาย
สิทธิรับเงินค่าหุ้นสหกรณ์เป็นมรดกหรือไม่? วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับผู้รับโอนประโยชน์ เงินสงเคราะห์ และผลทางกฎหมายที่ทายาทควรรู้
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของพี่น้องร่วมบิดามารดาและทายาทแทนที่ กรณีค่าเช่าทรัพย์มรดกต้องแบ่งอย่างไร ใครมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมาย
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกต้องใช้กฎหมายมรดกหรือมาตรา 1336 และมีอายุความเพียงใดเมื่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาทคนเดียว
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าราคาต่ำและเช่าช่วงเอากำไรสูง ทายาทหรือผู้จัดการมรดกร่วมฟ้องเรียกคืนค่าเช่าได้ภายในกี่ปี
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ครบแล้ว ยังถอนออกจากตำแหน่งได้หรือไม่ พร้อมแนวทางฟ้องคดีเมื่อแบ่งมรดกไม่เป็นธรรมตามกฎหมาย
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย