ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)

คำพิพากษาศาลฎีกา 1276/2558, สิทธิของบุตรบุญธรรมในการรับมรดกตามกฎหมายแพ่ง, ผู้สืบสันดานตาม ป.พ.พ. มาตรา 1627, สิทธิทายาทคู่สมรสตาม มาตรา 1629 และ 1635, หน้าที่ผู้จัดการมรดกในการแบ่งทรัพย์มรดก, การโอนทรัพย์มรดกเป็นของตนเองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย, อายุความคดีมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754, การครอบครองทรัพย์แทนทายาท, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการจัดการมรดก, การฟ้องแบ่งทรัพย์มรดกของทายาท, ปัญหาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในคดีมรดก

       ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสิทธิของบุตรบุญธรรมในการรับมรดกจากบิดาบุญธรรมซึ่งเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก แม้บิดาบุญธรรมจะไม่เคยได้รับการแบ่งทรัพย์มรดกมาก่อนก็ตาม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกเป็นของตนเองโดยไม่แบ่งให้ทายาทรายอื่น เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดกรรมสิทธิ์ และไม่อาจยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ได้ ทั้งยังยืนยันหลักว่าบุตรบุญธรรมมีฐานะเป็นผู้สืบสันดานเช่นเดียวกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย

ข้อเท็จจริงของคดี

โจทก์เป็นบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนรับรองโดยชอบด้วยกฎหมายของนายประเสริฐ โดยภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายประเสริฐคือ นางพิสมร ได้ให้ความยินยอมในการรับบุตรบุญธรรมดังกล่าว ต่อมานางพิสมรถึงแก่ความตายก่อนนายประเสริฐ โดยมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินหลายแปลงซึ่งเป็นสินส่วนตัว นางพิสมรไม่มีบุตร แต่มีพี่น้องร่วมบิดามารดาหลายคน จำเลยซึ่งเป็นพี่ชายของนางพิสมรได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก

ภายหลังได้รับแต่งตั้ง จำเลยมิได้แบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท แต่กลับโอนทรัพย์มรดกทั้งหมดเป็นของตนเอง นายประเสริฐซึ่งเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมิได้แสดงเจตนาสละมรดก และถึงแก่ความตายก่อนจะได้รับการแบ่งมรดก โจทก์ในฐานะบุตรบุญธรรมจึงฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์มรดกในส่วนที่ตกแก่บิดาบุญธรรม

ประเด็นข้อกฎหมายที่สำคัญ

ประเด็นสำคัญในคดีนี้ ได้แก่

1. สถานะของบุตรบุญธรรมในฐานะผู้สืบสันดานตามกฎหมายมรดก

2. สิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายในการรับมรดก

3. หน้าที่และความรับผิดของผู้จัดการมรดก

4. การยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ และขอบเขตการพิจารณาของศาล

การวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การรับบุตรบุญธรรมโดยมีความยินยอมจากคู่สมรส ทำให้โจทก์มีสถานะเป็นผู้สืบสันดานเช่นเดียวกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1627 เมื่อบิดาบุญธรรมถึงแก่ความตาย โจทก์จึงมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม

แม้ทรัพย์มรดกจะเป็นสินส่วนตัวของภริยา แต่คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายยังคงมีสิทธิรับมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 และ 1635 และเมื่อไม่มีการสละมรดก สิทธิดังกล่าวยังคงอยู่ การที่ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกเป็นของตนเองเพียงผู้เดียว ถือเป็นการแบ่งทรัพย์มรดกโดยไม่ชอบ ไม่ก่อให้เกิดกรรมสิทธิ์ และเป็นเพียงการครอบครองแทนทายาทรายอื่น

ประเด็นเรื่องอายุความ

ศาลฎีกาวางหลักว่า เมื่อจำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความตามมาตรา 1733 วรรคสอง แต่ยกอายุความตามมาตรา 1754 เท่านั้น ศาลจึงต้องวินิจฉัยตามประเด็นที่คู่ความยกขึ้น และเมื่อผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท การยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ย่อมทำไม่ได้ คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ

แนวคำพิพากษาที่ควรศึกษา

คำพิพากษานี้เป็นบรรทัดฐานสำคัญว่า

การโอนทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกโดยไม่แบ่งให้ทายาท ไม่ก่อให้เกิดสิทธิในกรรมสิทธิ์ และไม่อาจอ้างอายุความได้ อีกทั้งยืนยันหลักความเสมอภาคของบุตรบุญธรรมในระบบกฎหมายมรดกไทย

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้ตอกย้ำหลักว่าบุตรบุญธรรมมีสถานะทางกฎหมายเสมือนบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้จัดการมรดกต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต หากฝ่าฝืน ย่อมไม่อาจอ้างสิทธิหรืออายุความเพื่อปิดกั้นสิทธิของทายาทได้

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกที่ดินให้แก่โจทก์ตามส่วน พร้อมสั่งให้ขายทอดตลาดหากไม่สามารถแบ่งได้

2. ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขรายละเอียดเนื้อที่ที่โจทก์มีสิทธิได้รับ แต่คงหลักให้จำเลยต้องแบ่งมรดก

3. ศาลฎีกาพิพากษายืนหลักสิทธิของบุตรบุญธรรมและวินิจฉัยว่าการโอนทรัพย์ของผู้จัดการมรดกไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมแก้ไขจำนวนเนื้อที่ให้ถูกต้องตามสิทธิในกรรมสิทธิ์รวม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1276/2558 

โจทก์มีสิทธิได้รับมรดกของ ป. เนื่องจาก ป. จดทะเบียนรับโจทก์เป็นบุตรบุญธรรม โดย ส. ผู้ตายซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ป. ให้ความยินยอมด้วย โจทก์จึงถือเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของ ป. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1627 เมื่อ ส. ถึงแก่ความตายก่อน ป. โดยมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสินส่วนตัวรวม 3 แปลง ป. คู่สมรสย่อมเป็นทายาทโดยธรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 วรรคสอง และมีสิทธิรับมรดกของ ส. ด้วยส่วนหนึ่งตามมาตรา 1635 แม้ ป. ยินยอมให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกและไม่ได้เข้ายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์มรดก แต่เมื่อไม่ปรากฏว่า ป. แสดงเจตนาสละมรดกดังกล่าวตามมาตรา 1612 ป. จึงยังคงเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของ ส. ตามกฎหมาย เมื่อ ป. ถึงแก่ความตายโดยยังไม่ได้รับการแบ่งปันทรัพย์มรดกของ ส. โจทก์ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของ ป. ในฐานะเป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงมีสิทธิฟ้องเรียกให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของ ส. แบ่งที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกของ ส. ในส่วนที่ตกแก่ ป. ได้

เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การไว้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกซึ่งจะต้องฟ้องภายในห้าปีนับแต่การจัดการมรดกเสร็จสิ้นลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง โดยจำเลยให้การเพียงว่า ป. กับโจทก์ต่างมิได้ครอบครองที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดก โจทก์นำคดีมาฟ้องเกินกว่า 1 ปี นับแต่ ป. ถึงแก่ความตายและนับแต่โจทก์บรรลุ นิติภาวะจึงขาดอายุความ อายุความที่จำเลยอ้างถึงคืออายุความหนึ่งปีตามมาตรา 1754 มิใช่อายุความห้าปีตามมาตรา 1733 วรรคสอง คดีจึงมีประเด็นเพียงว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหนึ่งปีตามมาตรา 1754 หรือไม่เท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความตามมาตรา 1733 วรรคสอง จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ กรณีจึงไม่มีเหตุให้ต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเกินห้าปีนับแต่การจัดการมรดกของ ส. เสร็จสิ้นแล้วหรือไม่

จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ส. ซึ่งมีหน้าที่ต้องแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนซึ่งรวมถึง ป. คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่ ส. เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย การที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกโอนที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกทั้ง 3 แปลง ให้แก่ตนเองเพียงผู้เดียวจึงเป็นการแบ่งปันทรัพย์มรดกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว และถือได้ว่าการมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินดังกล่าวเป็นเพียงการครอบครองที่ดินพิพาทแทนทายาทอื่นของ ส. ทุกคนเท่านั้น จำเลยจึงไม่อาจยกอายุความมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 ขึ้นต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของ ส. ในส่วนที่ตกได้แก่ ป. บิดาบุญธรรมของโจทก์ คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งทรัพย์มรดกที่ดิน 3 แปลง ได้แก่ โฉนดเลขที่ 7815 และ 1087 ตำบลคลองสิบ อำเภอหนองจอก และโฉนดเลขที่ 15117 ตำบลจรเข้บัว อำเภอบางกะปิ โดยขอรับส่วนแบ่งตามเนื้อที่และมูลค่าที่ระบุ หากตกลงแบ่งกันไม่ได้ให้ประมูลขายหรือขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งปัน และหากจำเลยไม่สามารถแบ่งหรือขายได้ให้ใช้ราคาแทน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 7815 เนื้อที่ 3 งาน 24.5 ตารางวา และโฉนดเลขที่ 1087 เนื้อที่ 11 ไร่ 2 งาน ให้แก่โจทก์ หากแบ่งไม่ได้ให้ประมูลขายหรือขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินให้โจทก์กึ่งหนึ่ง และให้จำเลยชำระเงินจากค่าขายที่ดินโฉนดเลขที่ 15117 แก่โจทก์ 310,000 บาท พร้อมให้จำเลยรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ 30,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 1087 เป็นให้แบ่งแก่โจทก์เนื้อที่ 11 ไร่ 2.38 ตารางวา นอกนั้นให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น และให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์พร้อมค่าทนายความ 15,000 บาท

จำเลยฎีกา ระหว่างพิจารณาศาลฎีกา จำเลยถึงแก่ความตาย ผู้จัดการมรดกของจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาวินิจฉัยรับฟังว่าโจทก์เป็นบุตรบุญธรรมของนายประเสริฐโดยชอบ และนายประเสริฐเป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนางพิสมรผู้ตาย จึงมีสิทธิเป็นทายาทตามกฎหมาย และโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกแบ่งมรดกแทนบิดาบุญธรรมได้

เรื่องอายุความ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยยกข้อต่อสู้เพียงอายุความ 1 ปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 มิใช่อายุความ 5 ปีตามมาตรา 1733 วรรคสอง จึงมีประเด็นเฉพาะมาตรา 1754 อีกทั้งการที่ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกเป็นของตนเองโดยไม่แบ่งให้ทายาทอื่น เป็นการแบ่งทรัพย์มรดกที่ไม่ชอบ ทำให้จำเลยยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ และการครอบครองตามทะเบียนเป็นเพียงครอบครองแทนทายาทอื่น จึงไม่อาจยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ได้ คดีไม่ขาดอายุความ

ส่วนปริมาณสิทธิในที่ดินโฉนดเลขที่ 1087 ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์รวมหลายคนโดยไม่ระบุส่วน จึงต้องถือว่าแต่ละคนมีสิทธิเท่ากัน นางพิสมรมี 1 ใน 4 ส่วน และนายประเสริฐมีสิทธิรับมรดกเพียงกึ่งหนึ่งของส่วนดังกล่าว ศาลฎีกาจึงแก้ไขให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 1087 แก่โจทก์เนื้อที่ 11 ไร่ 2.375 ตารางวา นอกนั้นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

บุตรบุญธรรมกับสถานะผู้สืบสันดานตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ในทางกฎหมายครอบครัวและกฎหมายมรดกของไทย แนวคิดเรื่อง “บุตรบุญธรรม” มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสถานะของ “ผู้สืบสันดาน” ซึ่งเป็นฐานะทางกฎหมายที่มีผลอย่างสำคัญต่อสิทธิและหน้าที่ในครอบครัว ตลอดจนสิทธิในการรับมรดก การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสองแนวคิดนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในคดีพิพาทเกี่ยวกับมรดกหรือการสืบสิทธิของทายาท

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การรับบุตรบุญธรรมเป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรมกับผู้ถูกรับเสมือนความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อการรับบุตรบุญธรรมได้จดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ความสัมพันธ์ดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันในทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงความผูกพันทางสังคมหรือศีลธรรมเท่านั้น

สาระสำคัญประการหนึ่งของการรับบุตรบุญธรรม คือ การที่กฎหมายรับรองให้บุตรบุญธรรมมีสถานะเป็น “ผู้สืบสันดาน” ของผู้รับบุตรบุญธรรม โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายมุ่งคุ้มครองบุตรบุญธรรมให้ได้รับสิทธิและความคุ้มครองในลักษณะเดียวกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในครอบครัว สิทธิในการอุปการะเลี้ยงดู หรือสิทธิในทางมรดก

คำว่า “ผู้สืบสันดาน” ในทางกฎหมาย หมายถึงบุคคลที่สืบเชื้อสายลงมาจากบุคคลหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นโดยกำเนิดหรือโดยผลของกฎหมาย เมื่อกฎหมายกำหนดให้บุตรบุญธรรมมีฐานะเป็นผู้สืบสันดาน ความเป็นผู้สืบสันดานดังกล่าวจึงมิได้จำกัดเฉพาะความสัมพันธ์ทางสายโลหิต แต่รวมถึงความสัมพันธ์ที่กฎหมายรับรองให้มีผลเช่นเดียวกัน

ในบริบทของกฎหมายมรดก สถานะผู้สืบสันดานมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นลำดับทายาทโดยธรรมลำดับต้น เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมถึงแก่ความตาย บุตรบุญธรรมย่อมมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมเช่นเดียวกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย และมีสิทธิในกองมรดกตามส่วนที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่จะมีพินัยกรรมหรือเหตุอื่นตามกฎหมายที่ตัดสิทธิดังกล่าว

นอกจากนี้ สถานะผู้สืบสันดานของบุตรบุญธรรมยังมีผลในกรณีที่สิทธิในมรดกยังมิได้มีการแบ่งปันในขณะที่ผู้รับบุตรบุญธรรมมีชีวิตอยู่ หากผู้รับบุตรบุญธรรมมีสิทธิในกองมรดกของบุคคลอื่น เช่น คู่สมรส หรือญาติ และถึงแก่ความตายก่อนการแบ่งมรดกเสร็จสิ้น สิทธิในกองมรดกนั้นย่อมตกทอดมายังบุตรบุญธรรมในฐานะผู้สืบสันดานได้ตามหลักการสืบสิทธิในทางมรดก

อย่างไรก็ดี การที่บุตรบุญธรรมจะมีสถานะเป็นผู้สืบสันดานตามกฎหมายได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการรับบุตรบุญธรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย การรับบุตรบุญธรรมโดยมิได้จดทะเบียน หรือเป็นเพียงการเลี้ยงดูในทางพฤตินัย ย่อมไม่ก่อให้เกิดสถานะผู้สืบสันดานในทางกฎหมาย และไม่อาจอ้างสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมได้

กล่าวโดยสรุป บุตรบุญธรรมมิใช่เพียงบุตรในทางสังคมหรือจริยธรรมเท่านั้น หากแต่เป็นบุตรในทางกฎหมายซึ่งมีสถานะเป็นผู้สืบสันดานของผู้รับบุตรบุญธรรมอย่างสมบูรณ์ ความเชื่อมโยงระหว่างบุตรบุญธรรมกับผู้สืบสันดานจึงเป็นหลักการสำคัญที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิของบุตรบุญธรรมให้ได้รับความเสมอภาคและความเป็นธรรมในครอบครัวและในระบบกฎหมายมรดกของไทย

คำถามที่พบบ่อย

1. คำถาม: บุตรบุญธรรมมีสิทธิรับมรดกในฐานะผู้สืบสันดานเช่นเดียวกับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

คำตอบ: มีสิทธิ หากการรับบุตรบุญธรรมจดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย และคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมให้ความยินยอมครบถ้วน บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะเป็นผู้สืบสันดานเสมือนบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย และมีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมาย

2. คำถาม: เมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตายก่อน และมีทรัพย์มรดกเป็นสินส่วนตัว คู่สมรสที่ยังมีชีวิตเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิรับมรดกหรือไม่

คำตอบ: เป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิรับมรดก แม้ทรัพย์มรดกจะเป็นสินส่วนตัวของผู้ตายก็ตาม หากเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายในขณะถึงแก่ความตาย ย่อมมีสิทธิรับมรดกตามฐานะทายาทคู่สมรสตามกฎหมายมรดก

3. คำถาม: การที่คู่สมรสยินยอมให้บุคคลอื่นเป็นผู้จัดการมรดกและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์มรดก ถือว่าเป็นการสละมรดกหรือไม่

คำตอบ: ไม่ถือว่าเป็นการสละมรดก เว้นแต่จะปรากฏการแสดงเจตนาสละมรดกโดยชัดแจ้งตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด การยินยอมให้ตั้งผู้จัดการมรดกหรือการไม่เข้าจัดการทรัพย์มรดกเพียงอย่างเดียว ไม่ทำให้สิทธิรับมรดกสิ้นไป

4. คำถาม: หากคู่สมรสผู้มีสิทธิรับมรดกถึงแก่ความตายก่อนที่จะมีการแบ่งมรดก สิทธิในส่วนมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งตกทอดแก่ทายาทของคู่สมรสนั้นหรือไม่

คำตอบ: ตกทอดแก่ทายาทของคู่สมรสนั้นได้ เมื่อคู่สมรสมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตามกฎหมายและยังมิได้สละมรดก สิทธิในส่วนแบ่งมรดกย่อมเป็นสิทธิในกองมรดกที่สามารถตกทอดแก่ทายาทของคู่สมรสเมื่อคู่สมรสถึงแก่ความตาย

5. คำถาม: ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ต้องแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนหรือไม่ และการโอนทรัพย์มรดกเป็นของตนเองโดยไม่แบ่งให้ทายาทอื่นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

คำตอบ: ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ต้องจัดการและแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนตามส่วน การโอนทรัพย์มรดกเป็นของตนเองเพียงผู้เดียวโดยไม่แบ่งให้ทายาทอื่น เป็นการแบ่งปันที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์โดยชอบ

6. คำถาม: หากผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกเป็นชื่อของตนเองในทางทะเบียน จะถือว่าได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกโดยสมบูรณ์หรือไม่

คำตอบ: ไม่เสมอไป หากการโอนเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่แบ่งให้ทายาทอื่น การมีชื่อเป็นเจ้าของทางทะเบียนอาจเป็นเพียงการถือครองแทนทายาทรายอื่นของเจ้ามรดก มิใช่การได้กรรมสิทธิ์โดยชอบ

7. คำถาม: ผู้จัดการมรดกที่โอนทรัพย์มรดกเป็นของตนเองโดยมิชอบ สามารถยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ทายาทที่มาฟ้องเรียกแบ่งมรดกได้หรือไม่

คำตอบ: โดยหลักไม่อาจยกได้ เมื่อการถือครองทรัพย์มรดกเป็นการถือครองแทนทายาทอื่น การอ้างอายุความมรดกเพื่อให้สิทธิของทายาทสิ้นไปย่อมไม่สอดคล้องกับสภาพการครอบครองและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก

8. คำถาม: ในคดีมรดก หากจำเลยให้การอ้างอายุความตามบทกฎหมายหนึ่ง แต่ศาลล่างไปวินิจฉัยอายุความอีกบทหนึ่งที่คู่ความไม่ได้ยกขึ้น ถือว่าเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นหรือไม่

คำตอบ: ถือว่าเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นได้ หากคู่ความมิได้ยกข้อต่อสู้ตามบทนั้นเป็นประเด็นในคดี ศาลต้องวินิจฉัยภายในกรอบประเด็นที่คู่ความยกขึ้น เว้นแต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งศาลอาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

9. คำถาม: ศาลฎีกามีอำนาจยกปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นวินิจฉัยเองได้หรือไม่ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาในประเด็นนั้น

คำตอบ: มีอำนาจ หากเป็นปัญหากฎหมายที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาสามารถยกขึ้นวินิจฉัยเองเพื่อแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา

10. คำถาม: กรณีที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์รวมหลายคนและไม่มีการจดแจ้งสัดส่วนในทะเบียน ศาลใช้หลักใดในการคำนวณส่วนแบ่งเพื่อแบ่งมรดก

คำตอบ: โดยหลักให้ถือว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมมีสิทธิเท่ากันทุกคน หากไม่มีหลักฐานหรือการจดแจ้งส่วนในทะเบียนว่าใครมีสิทธิเท่าใด ศาลจึงอาจคำนวณโดยถือว่าแต่ละคนมีส่วนเท่ากัน และให้ทายาทรับช่วงสิทธิตามสัดส่วนที่คำนวณได้

บิดา มารดา และบุตร ทนาย อาสา ปรึกษา เรื่อง อำนาจปกครองบุตร ฟรี




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดก & คำนวณมูลค่าทรัพย์สิน(ฎีกาที่ 2656/2567)
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
การตั้งผู้จัดการมรดกร่วมเมื่อผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย(ฎีกาที่ 4769/2566)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกยักยอกเงิน & จัดการที่ดินมรดก (ฎีกา 1543/2568)
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
วิเคราะห์ผู้จัดการมรดกจำนองที่ดิน ทุจริต,กองมรดก, ทายาท,(ฎีกา 5902/2567)
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
คดีมรดก อายุความมรดก 10 ปี, สิทธิทายาท, แบ่งมรดก, (ฎีกา 9992/2560)
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
(ฎีกาที่ 3681/2567) : อำนาจผู้จัดการมรดกร่วมในการฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนสู่กองมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ความสมบูรณ์และผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5560/2567: มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของแผ่นดิน และสิทธิเรียกร้องส่วนแบ่งเงินฝาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2567: การเพิกถอนพินัยกรรมและหลักเกณฑ์ความชอบด้วยกฎหมายของอุทธรณ์
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์มรดกและความรับผิดตามกฎหมาย(ฎีกาที่ 416/2563)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563: การโอนมรดกและอำนาจผู้จัดการมรดก
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
สิทธิรับมรดก ทายาทโดยธรรม & สินสมรส(ฎีกา 755/2565)
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ทายาทฟ้องทายาทให้แบ่งทรัพย์มรดก สิทธิฟ้องแบ่งมรดกเมื่อพ้นอายุความ
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
พินัยกรรมยกมรดกให้พี่น้องร่วมบิดามารดา, สิทธิของผู้สืบสันดานในการรับมรดกแทนที่, การฟ้องเรียกค่าเช่าจากทรัพย์สินมรดก
การกำจัดทายาทมิให้รับมรดก, สิทธิรับมรดกของผู้สืบสันดานเมื่อทายาทถูกกำจัด, การเพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดก
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ผู้จัดการมรดกและการโอนทรัพย์มรดก, พินัยกรรมด้วยวาจา ป.พ.พ. มาตรา 1663, การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
คดีของโจทก์ขาดอายุความการจัดการมรดก
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกร่วมนำทรัพย์มรดกหาประโยชน์แก่ตน
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
(ฎีกา 2150/2561) – สิทธิร้องถอนผู้จัดการมรดกก่อนปันมรดก(ฎีกา 2150/2561)
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก
อำนาจฟ้องขอแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตาย
ทายาททุกคนมอบหมายให้ครอบครองที่ดินแทนทายาททุกคนเพื่อประโยชน์ร่วม
ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามมาตรา 1300
ทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์มรดกตามส่วนที่จะพึงได้
สิทธิรับมรดกที่ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาห้ามยกเป็นข้อต่อสู้ผู้รับโอนโดยสุจริต
ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก
ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์มรดกเมื่อล่วงพ้นกำหนดอายุความแล้ว
ผู้คัดค้านไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการขอจัดการมรดก
ทายาทมีส่วนเท่ากันออกค่าใช้จ่ายจัดการทำศพ
ความเหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น
สิทธิของบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายในการรับมรดกของบุตรนอกกฎหมาย
หนังสือสัญญาแบ่งมรดกตกเป็นโมฆะหรือไม่?
อำนาจและหน้าที่ในการจัดการทำศพและลำดับก่อนหลัง
พินัยกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อน
ผู้จัดการมรดกฟ้องแทนทายาทโดยธรรมอื่น
คู่สมรสที่จดทะเบียนหย่าแล้วเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่
การสละมรดกมีผลย้อนหลังไปถึงเวลาเจ้ามรดกตายจึงขาดความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
แม้กองมรดกมีผู้จัดการมรดกแล้วทายาทก็ยังมีสิทธิฟ้อง