ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก

การจัดการมรดกตามกฎหมายแพ่ง, อายุความฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก, ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาท, การสิ้นสุดการจัดการมรดกตามกฎหมาย, ฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความ, กองมรดกและสิทธิของทายาท, การรับสภาพความรับผิดตามกฎหมายแพ่ง, การละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ, แนววินิจฉัยศาลฎีกาคดีมรดก, ป.พ.พ.มาตรา1733, ป.พ.พ.มาตรา172, ป.พ.พ.มาตรา192, การจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก, การถอนผู้จัดการมรดก, คดีมรดกและอายุความ, การจัดการมรดก, ผู้จัดการมรดก,

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการตีความประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการจัดการมรดก การโอนทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกให้แก่ทายาทที่มีสิทธิอยู่แล้ว และผลทางกฎหมายว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกหรือไม่ รวมถึงประเด็นการสิ้นสุดการจัดการมรดกและการเริ่มนับอายุความฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733

คดีนี้มีสาระสำคัญอยู่ที่การที่ผู้จัดการมรดกซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดก ได้ดำเนินการโอนทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่ตนเองและทายาทรายอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกอยู่แล้ว โดยโจทก์ซึ่งเป็นทายาทอีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าการจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากผู้จัดการมรดกมิได้จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาล และเห็นว่าการโอนทรัพย์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก จึงนำคดีมาฟ้องขอแบ่งมรดกภายหลังจากการโอนทรัพย์ไปแล้วหลายปี

อย่างไรก็ดี ศาลต้องพิจารณาว่า การโอนทรัพย์มรดกดังกล่าวถือเป็นการจัดการมรดกที่เสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ การไม่ยื่นบัญชีทรัพย์มรดกมีผลให้อำนาจของผู้จัดการมรดกสิ้นสุดลงหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือ สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในการฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกได้ขาดอายุความไปแล้วหรือยัง ซึ่งเป็นประเด็นที่ศาลฎีกาได้วางหลักกฎหมายไว้อย่างชัดเจน และมีนัยสำคัญต่อการดำเนินคดีมรดกในทางปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง

สรุปข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้โจทก์และจำเลยเป็นทายาทของเจ้ามรดกรายเดียวกัน โดยจำเลยที่ 1 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล มีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินจำนวนหลายแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ผู้จัดการมรดกได้ดำเนินการโอนทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่ตนเองและทายาทรายอื่นซึ่งล้วนเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมาย การโอนดังกล่าวได้กระทำเสร็จสิ้นภายในวันที่ 29 ตุลาคม 2518

ภายหลังจากการโอนทรัพย์มรดกดังกล่าวแล้ว ผู้จัดการมรดกมิได้จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาล และไม่มีการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับการจัดการมรดกอีก ต่อมาโจทก์ซึ่งเป็นทายาทอีกรายหนึ่ง เห็นว่าการจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้น และการโอนทรัพย์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก จึงนำคดีมาฟ้องผู้จัดการมรดกและทายาทผู้รับโอนทรัพย์ ขอให้มีการแบ่งมรดกใหม่

จำเลยให้การต่อสู้ว่า การจัดการมรดกได้เสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่มีการโอนทรัพย์ให้แก่ทายาทครบถ้วน และคดีของโจทก์เป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกซึ่งต้องฟ้องภายในกำหนดอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องในวันที่ 4 มิถุนายน 2524 จึงเป็นการฟ้องเกินกำหนดอายุความ

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทสำคัญเป็นลำดับ ดังนี้

ประเด็นแรก ศาลวินิจฉัยว่าการที่ผู้จัดการมรดกซึ่งเป็นทายาทของเจ้ามรดก โอนทรัพย์มรดกให้แก่ตนเองและทายาทรายอื่นซึ่งมีสิทธิรับมรดกอยู่แล้ว มิใช่เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก เนื่องจากเป็นการจัดสรรมรดกให้แก่ผู้มีสิทธิตามกฎหมาย มิใช่การยักยอกหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ศาลจึงไม่รับฟังข้ออ้างของโจทก์ที่อ้างว่าเป็นการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก

ประเด็นที่สอง ศาลวินิจฉัยว่าการที่ผู้จัดการมรดกมิได้จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาล เป็นเพียงกรณีที่ศาลอาจใช้ดุลพินิจถอนผู้จัดการมรดกได้เท่านั้น หาใช่เหตุให้อำนาจในการจัดการมรดกสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติไม่ เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลมีคำสั่งถอนผู้จัดการมรดก อำนาจในการจัดการมรดกย่อมยังคงมีอยู่

ประเด็นที่สาม ศาลวินิจฉัยว่า เมื่อผู้จัดการมรดกได้โอนทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่ทายาทครบถ้วนแล้ว การจัดการมรดกย่อมถือว่าเสร็จสิ้นลงนับแต่วันที่โอนทรัพย์มรดกเสร็จสิ้น คือวันที่ 29 ตุลาคม 2518 และนับแต่นั้นให้เริ่มนับอายุความฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดก

ประเด็นสุดท้าย ศาลวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่การจัดการมรดกเสร็จสิ้น จึงเป็นคดีที่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 และข้ออ้างเรื่องการรับสภาพความรับผิดหรือการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ มิได้มีการยกขึ้นว่ากันโดยชัดแจ้งในศาลชั้นต้น จึงเป็นปัญหาใหม่ที่ศาลฎีกาไม่อาจรับวินิจฉัยได้

วิเคราะห์หลักกฎหมายที่ศาลนำมาวินิจฉัย

สาระสำคัญของคดีนี้อยู่ที่การบังคับใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 ซึ่งบัญญัติให้อายุความฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกมีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่การจัดการมรดกเสร็จสิ้น การตีความคำว่า “การจัดการมรดกเสร็จสิ้น” จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ศาลฎีกาได้วางหลักว่า การจัดการมรดกมิได้ผูกพันอยู่กับการจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลเพียงอย่างเดียว แต่ให้พิจารณาจากข้อเท็จจริงว่าผู้จัดการมรดกได้ดำเนินการจัดสรรหรือโอนทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทครบถ้วนแล้วหรือไม่ หากทรัพย์มรดกทั้งหมดถูกโอนออกจากกองมรดกแล้ว ย่อมถือว่าการจัดการมรดกสิ้นสุดลง แม้จะไม่มีการยื่นบัญชีทรัพย์มรดกก็ตาม

นอกจากนี้ ศาลยังวางหลักเกี่ยวกับการรับสภาพความรับผิดตามมาตรา 172 และการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความตามมาตรา 192 ว่า ต้องมีข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนและต้องมีการยกขึ้นว่ากันในศาลชั้นต้น มิฉะนั้นจะถือเป็นปัญหาใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่อาจรับวินิจฉัยได้

เจตนารมณ์ของบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เจตนารมณ์ของมาตรา 1733 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแน่นอนทางนิติสัมพันธ์เกี่ยวกับกองมรดก มิให้การจัดการมรดกยืดเยื้อเป็นระยะเวลานานจนก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในสิทธิของทายาทและบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง การกำหนดอายุความไว้เพียง 5 ปี แสดงให้เห็นว่ากฎหมายมุ่งคุ้มครองความสงบเรียบร้อยและความชัดเจนของสถานะทรัพย์สินภายหลังการตายของเจ้ามรดก

ขณะเดียวกัน บทบัญญัติเกี่ยวกับการรับสภาพความรับผิดและการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ เป็นข้อยกเว้นที่ต้องตีความอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้คู่ความนำมาอ้างโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับหรือยกขึ้นกล่าวอ้างล่าช้า อันจะเป็นการบั่นทอนหลักความแน่นอนของกฎหมายอายุความ

วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษานี้สอดคล้องกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักไว้มาโดยต่อเนื่องว่า การจัดการมรดกจะถือว่าเสร็จสิ้นเมื่อผู้จัดการมรดกได้ดำเนินการจัดสรรทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทครบถ้วนแล้ว ไม่ใช่เมื่อมีการดำเนินพิธีการทางเอกสารครบทุกขั้นตอนเท่านั้น

ในทางกลับกัน คำพิพากษาที่โจทก์อ้างซึ่งศาลเคยวินิจฉัยว่าการจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้น มักมีข้อเท็จจริงแตกต่างกันโดยมีทรัพย์มรดกตกค้างอยู่ในกองมรดก หรือยังไม่มีการแบ่งทรัพย์ให้แก่ทายาททั้งหมด ซึ่งไม่อาจนำมาเทียบเคียงกับคดีนี้ได้

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง เห็นว่าคดีเป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกซึ่งขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 เนื่องจากการจัดการมรดกได้เสร็จสิ้นลงแล้วก่อนโจทก์นำคดีมาฟ้องเกินกว่ากำหนด 5 ปี

2. ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยเห็นว่าการโอนทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทครบถ้วนถือเป็นการจัดการมรดกที่เสร็จสิ้นแล้ว และโจทก์ไม่อาจยกเหตุเรื่องการรับสภาพความรับผิดหรือการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้

3. ศาลฎีกา วินิจฉัยยืนตามศาลอุทธรณ์ เห็นว่าการโอนทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกให้แก่ทายาทที่มีสิทธิอยู่แล้วไม่เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก และการจัดการมรดกสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่โอนทรัพย์ครบถ้วน โจทก์ฟ้องคดีพ้นกำหนดอายุความ จึงต้องยกฟ้อง

สรุปข้อคิดทางกฎหมายจากคำพิพากษา

คำพิพากษาศาลฎีกานี้สะท้อนหลักกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการจัดการมรดกและอายุความฟ้องคดีที่ผู้เกี่ยวข้องควรตระหนักอย่างยิ่ง โดยศาลได้วางหลักไว้อย่างชัดเจนว่า “การจัดการมรดกเสร็จสิ้น” มิได้หมายความถึงการดำเนินพิธีการทางเอกสารครบถ้วนทุกขั้นตอนตามกฎหมายเท่านั้น หากแต่ให้พิจารณาจากสภาพข้อเท็จจริงเป็นสำคัญว่าทรัพย์มรดกได้ถูกจัดสรรหรือโอนออกจากกองมรดกให้แก่ทายาทครบถ้วนแล้วหรือไม่

การที่ผู้จัดการมรดกมิได้จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาล เป็นเพียงเหตุให้ศาลอาจใช้ดุลพินิจถอนผู้จัดการมรดกได้ หาใช่เหตุให้อำนาจในการจัดการมรดกสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติไม่ หลักกฎหมายข้อนี้มีนัยสำคัญต่อการป้องกันไม่ให้คู่ความนำข้อบกพร่องเชิงพิธีการมาใช้เป็นเครื่องมือยื้อเวลาในการฟ้องคดีมรดก

นอกจากนี้ คำพิพากษานี้ยังตอกย้ำหลักความเคร่งครัดของกฎหมายอายุความ โดยกำหนดให้ข้ออ้างเรื่องการรับสภาพความรับผิดหรือการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความ ต้องมีการแสดงข้อเท็จจริงอย่างชัดแจ้งและต้องยกขึ้นว่ากันตั้งแต่ศาลชั้นต้น มิฉะนั้นจะถือเป็นปัญหาใหม่ซึ่งไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และศาลฎีกาไม่อาจรับวินิจฉัยได้ หลักการดังกล่าวช่วยสร้างความแน่นอนและเสถียรภาพให้แก่การจัดการกองมรดก และคุ้มครองความมั่นคงในสิทธิของทายาทและบุคคลภายนอก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

การโอนทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกให้แก่ทายาท ถือเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกหรือไม่

คำตอบ

ไม่ถือเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก หากเป็นการโอนทรัพย์ให้แก่ทายาทที่มีสิทธิรับมรดกอยู่แล้วตามกฎหมาย และไม่ได้เป็นการยักยอกหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

2. คำถาม

การไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาล ทำให้การจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้นหรือไม่

คำตอบ

ไม่ทำให้การจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้นโดยอัตโนมัติ เป็นเพียงเหตุที่ศาลอาจพิจารณาถอนผู้จัดการมรดกได้เท่านั้น หากไม่มีคำสั่งถอน อำนาจในการจัดการมรดกยังคงมีอยู่

3. คำถาม

การจัดการมรดกถือว่าเสร็จสิ้นเมื่อใด

คำตอบ

ถือว่าเสร็จสิ้นเมื่อผู้จัดการมรดกได้ดำเนินการโอนหรือแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทครบถ้วนแล้ว แม้จะไม่มีการดำเนินพิธีการทางเอกสารบางประการก็ตาม

4. คำถาม

อายุความฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกมีกำหนดกี่ปี

คำตอบ

มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่การจัดการมรดกเสร็จสิ้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 หากฟ้องพ้นกำหนดดังกล่าว สิทธิเรียกร้องย่อมขาดอายุความ

      ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1410/2529

น. และจำเลยที่1ผู้จัดการมรดกของส. ต่างก็เป็นทายาทของเจ้ามรดกโดยน. เป็นภรรยาจำเลยที่1เป็นบุตรการที่บุคคลทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกให้แก่ตนเองและทายาทอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกอยู่แล้วมิใช่เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก. ผู้จัดการมรดกมิได้ทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลเป็นกรณีที่ศาลอาจถอนผู้จัดการมรดกเสียได้เท่านั้นหาเป็นเหตุให้อำนาจในการจัดการมรดกสิ้นสุดไปไม่เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลถอนผู้จัดการมรดกอำนาจในการจัดการมรดกของผู้จัดการมรดกยังคงมีอยู่ต่อไป เมื่อผู้จัดการมรดกได้ทำการโอนทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่ทายาทของเจ้ามรดกไปหมดแล้วในวันที่29ตุลาคม2518ถือว่าการจัดการมรดกสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันดังกล่าวโจทก์ฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกเมื่อวันที่4มิถุนายน2524เกินกว่า5ปีนับแต่การจัดการมรดกเสร็จสิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงขาดอายุความตามป.พ.พ.มาตรา1733 คำฟ้องโจทก์มิได้แสดงโดยแจ้งชัดให้เห็นว่าผู้จัดการมรดกก็ดีจำเลยก็ดีได้กระทำการใดๆอันจะถือได้ว่าเป็นการรับสภาพความผิดต่อโจทก์ตามป.พ.พ.มาตรา172หรือกระทำการอื่นใดอันจะถือว่าเป็นการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความตามป.พ.พ.มาตรา192จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากันมาในศาลชั้นต้นปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องอายุความฟ้องร้องมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัย

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกและทายาทผู้รับมรดก ขอให้แบ่งมรดก โดยจำเลยให้การต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นแรก การที่ผู้จัดการมรดกและทายาทซึ่งมีสิทธิรับมรดกอยู่แล้ว โอนทรัพย์มรดกให้แก่ตนเองและทายาทรายอื่น มิใช่เป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก เนื่องจากเป็นการจัดสรรทรัพย์ให้แก่ผู้มีสิทธิ โดยข้อเท็จจริงไม่อาจนำคำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมาเทียบเคียงได้

ประเด็นต่อมา เรื่องอายุความ ศาลเห็นว่าการที่ผู้จัดการมรดกมิได้จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาล เป็นเพียงเหตุให้ศาลอาจถอนผู้จัดการมรดกได้เท่านั้น ไม่ทำให้อำนาจในการจัดการมรดกสิ้นสุดลง เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลมีคำสั่งถอน และเมื่อผู้จัดการมรดกได้โอนทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่ทายาทแล้วในวันที่ 29 ตุลาคม 2518 จึงถือว่าการจัดการมรดกสิ้นสุดลงตั้งแต่วันดังกล่าว

ส่วนข้ออ้างว่า จำเลยละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความนั้น ศาลเห็นว่าคำฟ้องโจทก์มิได้แสดงข้อเท็จจริงให้เห็นชัดว่ามีการรับสภาพความรับผิดหรือการละอายุความตามกฎหมาย และโจทก์มิได้ยกประเด็นนี้ขึ้นว่ากันในศาลชั้นต้น แต่เพิ่งยกขึ้นในชั้นอุทธรณ์และฎีกา ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับอายุความฟ้องร้อง มิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลจึงไม่อาจรับวินิจฉัยได้

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการจัดการมรดกสิ้นสุดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2524 เกินกว่า 5 ปี สิทธิเรียกร้องจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดก & คำนวณมูลค่าทรัพย์สิน(ฎีกาที่ 2656/2567)
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
การตั้งผู้จัดการมรดกร่วมเมื่อผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย(ฎีกาที่ 4769/2566)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกยักยอกเงิน & จัดการที่ดินมรดก (ฎีกา 1543/2568)
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
วิเคราะห์ผู้จัดการมรดกจำนองที่ดิน ทุจริต,กองมรดก, ทายาท,(ฎีกา 5902/2567)
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
คดีมรดก อายุความมรดก 10 ปี, สิทธิทายาท, แบ่งมรดก, (ฎีกา 9992/2560)
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
(ฎีกาที่ 3681/2567) : อำนาจผู้จัดการมรดกร่วมในการฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนสู่กองมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ความสมบูรณ์และผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5560/2567: มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของแผ่นดิน และสิทธิเรียกร้องส่วนแบ่งเงินฝาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2567: การเพิกถอนพินัยกรรมและหลักเกณฑ์ความชอบด้วยกฎหมายของอุทธรณ์
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์มรดกและความรับผิดตามกฎหมาย(ฎีกาที่ 416/2563)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563: การโอนมรดกและอำนาจผู้จัดการมรดก
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
สิทธิรับมรดก ทายาทโดยธรรม & สินสมรส(ฎีกา 755/2565)
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ทายาทฟ้องทายาทให้แบ่งทรัพย์มรดก สิทธิฟ้องแบ่งมรดกเมื่อพ้นอายุความ
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
พินัยกรรมยกมรดกให้พี่น้องร่วมบิดามารดา, สิทธิของผู้สืบสันดานในการรับมรดกแทนที่, การฟ้องเรียกค่าเช่าจากทรัพย์สินมรดก
การกำจัดทายาทมิให้รับมรดก, สิทธิรับมรดกของผู้สืบสันดานเมื่อทายาทถูกกำจัด, การเพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดก
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ผู้จัดการมรดกและการโอนทรัพย์มรดก, พินัยกรรมด้วยวาจา ป.พ.พ. มาตรา 1663, การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
คดีของโจทก์ขาดอายุความการจัดการมรดก
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกร่วมนำทรัพย์มรดกหาประโยชน์แก่ตน
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
(ฎีกา 2150/2561) – สิทธิร้องถอนผู้จัดการมรดกก่อนปันมรดก(ฎีกา 2150/2561)
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก
อำนาจฟ้องขอแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตาย
ทายาททุกคนมอบหมายให้ครอบครองที่ดินแทนทายาททุกคนเพื่อประโยชน์ร่วม
ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามมาตรา 1300
ทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์มรดกตามส่วนที่จะพึงได้
สิทธิรับมรดกที่ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาห้ามยกเป็นข้อต่อสู้ผู้รับโอนโดยสุจริต
ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก
ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์มรดกเมื่อล่วงพ้นกำหนดอายุความแล้ว
ผู้คัดค้านไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการขอจัดการมรดก
ทายาทมีส่วนเท่ากันออกค่าใช้จ่ายจัดการทำศพ
ความเหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น
สิทธิของบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายในการรับมรดกของบุตรนอกกฎหมาย
หนังสือสัญญาแบ่งมรดกตกเป็นโมฆะหรือไม่?
อำนาจและหน้าที่ในการจัดการทำศพและลำดับก่อนหลัง
พินัยกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อน
ผู้จัดการมรดกฟ้องแทนทายาทโดยธรรมอื่น
คู่สมรสที่จดทะเบียนหย่าแล้วเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่
การสละมรดกมีผลย้อนหลังไปถึงเวลาเจ้ามรดกตายจึงขาดความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
แม้กองมรดกมีผู้จัดการมรดกแล้วทายาทก็ยังมีสิทธิฟ้อง