ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก

สิทธิทายาทของผู้ถูกฝากเลี้ยง, การพิสูจน์บุตรนอกกฎหมาย, การแจ้งเกิดโดยสมอ้างในสูติบัตร, การตีความมาตรา1541ว่าด้วยการรับรองบุตร, ภาระการพิสูจน์สิทธิผู้สืบสันดาน, หลักกฎหมายมรดกมาตรา1627, ทายาทโดยธรรมตามมาตรา1629, ความแตกต่างระหว่างบุตรโดยกำเนิดและผู้รับอุปการะ, ผลของการใช้นามสกุลร่วมต่อสิทธิทายาท, การรับรองบุตรตามทะเบียนราษฎร, ความน่าเชื่อถือของสูติบัตรในการพิสูจน์เชื้อสาย, การสมอ้างบุตรในทะเบียนเกิด, บทบาทของผู้ปกครองในคดีมรดก,

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยสถานะของผู้ซึ่งถูกฝากเลี้ยงและได้รับการอุปการะราวกับเป็นบุตรในครอบครัว แต่ไม่มีความเป็นบุตรโดยกำเนิดหรือการรับรองบุตรตามกฎหมาย และผลทางกฎหมายต่อสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ศาลได้วิเคราะห์บทบัญญัติมาตรา 1539, 1541, 1627 และ 1629 เพื่อยืนยันว่าการแจ้งเกิดโดยสมอ้างหรือการใช้นามสกุลร่วม ไม่อาจก่อให้เกิดสิทธิของ “ผู้สืบสันดาน” ตามกฎหมายได้ เว้นแต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นบุตรโดยกำเนิดหรือบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ข้อเท็จจริงของคดี

โจทก์อ้างว่าตนเป็นบุตรนอกกฎหมายของนายสมพรและนางสมคิด ซึ่งเป็นคู่สมรสโดยพฤตินัย แม้จะมิได้จดทะเบียนสมรสก็ตาม นายสมพรเป็นผู้ไปแจ้งเกิดโจทก์ โดยระบุในสูติบัตรว่าเป็นบุตรของตนและภริยา อีกทั้งโจทก์ได้รับการเลี้ยงดู อุปการะ และใช้นามสกุลร่วมกับครอบครัวผู้ตาย ภายหลังนายสมพรและนางสมคิดเสียชีวิต โจทก์ฟ้องให้จำเลยซึ่งเป็นทายาทชั้นบุตรของนายชาย บุตรโดยกำเนิดของนายสมพร แบ่งปันทรัพย์มรดก

ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยให้ยกฟ้อง โดยเห็นว่าโจทก์ไม่ใช่ทายาท นายสมพรไปแจ้งเกิดโดยสมอ้าง มิใช่การรับรองบุตรตามกฎหมาย โจทก์จึงฎีกา

ประเด็นข้อพิพากษาที่ต้องวินิจฉัย

ศาลฎีกาต้องพิจารณา 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

(1) สูติบัตรที่นายสมพรไปแจ้งไว้ ถือเป็นการรับรองบุตรตามมาตรา 1541 หรือไม่

(2) โจทก์มีสถานะเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วตามมาตรา 1539 และ 1627 หรือไม่

(3) โจทก์มีสิทธิฟ้องแบ่งปันมรดกหรือไม่

ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกา

1 การแจ้งเกิดโดยสมอ้างไม่ใช่ “การรับรองบุตร”

ศาลตีความมาตรา 1541 ว่าใช้เฉพาะกรณีชายผู้เป็นสามีหรือเคยเป็นสามี ใช้สิทธิตามมาตรา 1539 ฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตรเมื่อมีสันนิษฐานตามมาตรา 1536–1538 แต่กรณีนี้ไม่มีสถานะสมรสทางกฎหมาย และไม่ใช่กรณีสันนิษฐานความเป็นบุตร

การให้ข้อมูลในสูติบัตรว่าบุตรเป็นของตน “ไม่ใช่การรับรองบุตร” ตามกฎหมาย เพราะไม่ได้เป็นการยอมรับบุตรโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายตามแบบที่กฎหมายบัญญัติ

2 การใช้นามสกุลและการอุปการะเลี้ยงดูไม่ทำให้เป็นทายาท

การอุปการะ เลี้ยงดู ส่งเสียการศึกษา หรือการใช้นามสกุลร่วม ไม่เป็นพฤติการณ์ที่เพียงพอให้เกิดนิติสัมพันธ์บิดา-บุตรตามกฎหมาย หากไม่มีข้อพิสูจน์ว่าเป็นบุตรโดยกำเนิดหรือบุตรที่บิดารับรองแล้ว

ศาลรับฟังพยานหลักฐานว่าบิดามารดาโดยกำเนิดของโจทก์คือนายสุรินทร์และนางอ้อน ซึ่งมีตัวตนแน่นอน มิใช่นายสมพรและนางสมคิด

3 ภาระการพิสูจน์ตกแก่โจทก์โดยสิ้นเชิง

ป.พ.พ. มาตรา 1627 บัญญัติว่าผู้สืบสันดานต้องเป็น

(1) บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย

(2) บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว

(3) ผู้รับบุตรบุญธรรม

โจทก์ไม่เข้าเงื่อนไขใดเลย จึงไร้สิทธิทายาท

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

1 เจตนารมณ์ของมาตรา 1539–1541

มาตราเหล่านี้มุ่งให้ความคุ้มครองแก่โครงสร้างครอบครัวที่มีความเป็นสามีภริยาตามกฎหมาย หากเกิดบุตรในช่วงสมรส จะมีสันนิษฐานความเป็นบุตรเพื่อคุ้มครองความมั่นคงในครอบครัว แต่ไม่ได้เปิดช่องให้ “การสมอ้าง” หรือ “การแจ้งเกิดแทน” มีผลผูกพันเป็นการรับรองบุตร

2 ความหมายของผู้สืบสันดานตามมาตรา 1627

สิทธิในมรดกต้องตั้งอยู่บนความเป็นบุตรตามกฎหมาย การอุปการะเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้เกิดความเป็นทายาท

3 นิติสัมพันธ์ระหว่าง “ผู้รับฝากเลี้ยง” กับ “ผู้เลี้ยงดู”

กฎหมายไทยไม่ถือว่าผู้ที่ถูกอุ้มชูเลี้ยงดูโดยไม่มีการรับบุตรบุญธรรม มีสถานะเป็นทายาททางกฎหมาย

4 แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่สอดคล้องกัน

มีแนวฎีกาหลายคำพิพากษายืนยันหลักการเดียวกัน เช่น

– การอุปการะเลี้ยงดูไม่ใช่การรับรองบุตร

– การใช้สกุลร่วมไม่มีผลก่อสิทธิทายาท

– สูติบัตรไม่ใช่เอกสารเด็ดขาดในการพิสูจน์สภาพบุตรหากมีหลักฐานอื่นขัดแย้ง

คดีนี้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าวทุกประการ

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ทายาทของนายสมพรและนางสมคิด แม้จะมีสูติบัตรระบุชื่อก็ตาม จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่าหลักฐานไม่มีน้ำหนักยืนยันความเป็นบุตรตามกฎหมาย จึงพิพากษายืน ศาลฎีกาได้ตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วเห็นว่าการแจ้งเกิดเป็นเพียงการสมอ้าง ไม่ใช่การรับรองบุตรตามมาตรา 1541 โจทก์ไม่มีสถานะเป็นผู้สืบสันดานและไม่มีสิทธิในมรดก พิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

1. การอุปการะเลี้ยงดูหรือให้ใช้นามสกุลร่วม มิใช่ข้อเท็จจริงที่ก่อให้เกิดสถานะบุตรตามกฎหมาย เว้นแต่มีการรับรองบุตรหรือพิสูจน์การเป็นบุตรโดยกำเนิดตามแบบที่กฎหมายกำหนด

2. สูติบัตรเป็นเพียงพยานเอกสารเบื้องต้น หากมีพยานหลักฐานอื่นขัดแย้ง ศาลมีอำนาจวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงทั้งหมด มิใช่ผูกพันตามข้อมูลในสูติบัตร

3. การรับรองบุตรต้องมีพฤติการณ์ที่ชัดแจ้ง ไม่อาจสันนิษฐานจากการสมอ้างแจ้งเกิดหรือการอุปการะเพียงอย่างเดียว

4. สิทธิทายาทต้องตั้งอยู่บนสถานะทางกฎหมายที่ชัดแจ้ง ผู้ถูกเลี้ยงดูหรือถูกฝากให้ใช้นามสกุล ไม่สมัครเข้าเงื่อนไขผู้สืบสันดานตามมาตรา 1627 และไม่มีสิทธิฟ้องแบ่งปันมรดก

5. ภาระการพิสูจน์สถานะบุตรตกอยู่กับฝ่ายอ้างสิทธิเต็มรูปแบบ โดยศาลจะวินิจฉัยอย่างเคร่งครัดเพื่อคุ้มครองความมั่นคงของครอบครัวและระบบการรับรองบุตรตามกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

การอุปการะเลี้ยงดูหรือใช้นามสกุลร่วมเพียงอย่างเดียว ทำให้มีสิทธิเป็นทายาทหรือไม่?

คำตอบ

ไม่ทำให้มีสิทธิเป็นทายาท เว้นแต่มีการรับรองบุตรหรือพิสูจน์ว่าเป็นบุตรโดยกำเนิดตามกฎหมาย

2. คำถาม

สูติบัตรที่มีการสมอ้างข้อมูลสามารถพิสูจน์ความเป็นบุตรตามกฎหมายได้หรือไม่?

คำตอบ

ไม่สามารถพิสูจน์ได้ หากมีพยานหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นการแจ้งเกิดโดยสมอ้าง ศาลจะไม่ถือเป็นการรับรองบุตรตามกฎหมาย

   ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

 

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4791/2542

บทบัญญัติตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1541 หมายถึงชายผู้เป็นสามีหรือเคยเป็นสามีจะฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตรตามมาตรา 1539 ซึ่งเป็นกรณีที่สันนิษฐานว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามีหรือเคยเป็นสามีตามมาตรา 1536 และ 1537 หรือมาตรา 1538 โจทก์เป็นบุตรของร.และอ.ซึ่งมีตัวตนแน่นอนส.และสค. ไม่ใช่บิดามารดาผู้ให้กำเนิดโจทก์โดยแท้จริง การที่ ส.ไปแจ้งการเกิดลงในสูติบัตรของโจทก์ว่า บิดาโจทก์เป็นคนไทย มารดาเป็นคนกัมพูชาเมื่อมีบุตรขึ้นมาก็แจ้งเกิดไม่ได้ ส. จึงรับสมอ้างไปแจ้งเกิดแทน โดยระบุว่าเป็นบิดาดังนี้ เป็นคนละเรื่องกับกรณีการแจ้งเกิดของเด็กในทะเบียนคนเกิดเองว่าเป็นบุตรของตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1541 เมื่อโจทก์ไม่ใช่บุตรที่แท้จริงของ ส. จึงไม่ใช่บุตรนอกกฎหมายตามความเป็นจริงที่บิดาได้รับรองแล้ว ทั้งไม่ใช่ ผู้สืบสันดานและไม่ใช่ทายาทโดยธรรมของ ส. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1627 และ 1629(1) โจทก์จึงไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของส. ผู้ตาย และไม่มีอำนาจฟ้องให้แบ่งปันทรัพย์มรดก

โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองแบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์กึ่งหนึ่งเป็นเงิน 316,500 บาท หากไม่ปฏิบัติตามให้ขายทอดตลาดทรัพย์มรดกและแบ่งเงินตามส่วน จำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายสมพรและนางสมคิดเป็นสามีภริยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรชื่อชาย (สมชาย รำไพ) จำเลยทั้งสองเป็นบุตรของชายโดยกำเนิด โดยจำเลยที่ 1 เป็นบุตรนอกกฎหมายที่ชายรับรองแล้ว ต่อมา นายสมพรไปแจ้งเกิดระบุว่าโจทก์เป็นบุตรของตนและนางสมคิด และมีมรดกเป็นที่ดินและอาคารพาณิชย์หลายรายการ ภายหลังทั้งสองถึงแก่ความตาย ศาลมีคำสั่งตั้งนางเพิ่มเป็นผู้ปกครองของโจทก์

ประเด็นคือ สูติบัตรที่ออกโดยผู้ช่วยนายทะเบียนเป็นเอกสารราชการมีน้ำหนักเพียงใด ศาลตรวจเอกสาร จ.10 เทียบกับเอกสาร ล.1 แล้วเห็นว่า แม้ข้อความใน ล.1 จะไม่ใช่พินัยกรรม แต่ระบุชัดว่านายสมพรมีทายาทชั้นบุตรเพียงคนเดียวคือนายชาย และมีอีกหนึ่งคนเพียงมาอาศัยใช้นามสกุลรำไพ โดยบิดาเป็นคนไทย มารดาเป็นคนกัมพูชา เมื่อมีบุตรจึงแจ้งเกิดไม่ได้ นายสมพรจึงรับสมอ้างไปแจ้งเกิดแทน

ข้อความดังกล่าวยืนยันว่าโจทก์มิใช่บุตรโดยแท้จริงของนายสมพรและนางสมคิด แต่เป็นบุตรของนายสุรินทร์และนางอ้อน ซึ่งเป็นคนกัมพูชาเข้าเมืองมาในราชอาณาจักรไทย จึงไม่สามารถแจ้งเกิดได้ นายสมพรจึงไปแจ้งการเกิดแทน การฟ้องว่าโจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วตามมาตรา 1627 ภาระการพิสูจน์อยู่ที่โจทก์ แต่โจทก์มีเพียงคำเบิกความของนางเพิ่ม ผู้แทนโดยชอบธรรมว่าเคยได้รับการเลี้ยงดู ให้การศึกษา และใช้นามสกุลร่วมเท่านั้น ศาลเห็นว่าไม่เพียงพอจะเชื่อได้ว่าเป็นบุตรโดยแท้จริง

ที่โจทก์อ้างว่าสูติบัตรเป็นการรับรองบุตรตามมาตรา 1541 นั้น ศาลเห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวใช้ในกรณีสามีหรืออดีตสามีฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตรในกรณีสันนิษฐานความเป็นบุตรตามมาตรา 1536–1538 ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงคดีนี้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เป็นบุตรของนายสุรินทร์และนางอ้อน นายสมพรและนางสมคิดมิใช่บิดามารดาโดยกำเนิด การแจ้งเกิดจึงเป็นคนละเรื่องกับการรับรองบุตรในทะเบียนคนเกิดตามมาตรา 1541 โจทก์จึงมิใช่บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว มิใช่ผู้สืบสันดานและมิใช่ทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1627 และ 1629 (1) ไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกและไม่มีอำนาจฟ้องดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย ฎีกาฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดก & คำนวณมูลค่าทรัพย์สิน(ฎีกาที่ 2656/2567)
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
การตั้งผู้จัดการมรดกร่วมเมื่อผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย(ฎีกาที่ 4769/2566)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกยักยอกเงิน & จัดการที่ดินมรดก (ฎีกา 1543/2568)
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
วิเคราะห์ผู้จัดการมรดกจำนองที่ดิน ทุจริต,กองมรดก, ทายาท,(ฎีกา 5902/2567)
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
คดีมรดก อายุความมรดก 10 ปี, สิทธิทายาท, แบ่งมรดก, (ฎีกา 9992/2560)
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
(ฎีกาที่ 3681/2567) : อำนาจผู้จัดการมรดกร่วมในการฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนสู่กองมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ความสมบูรณ์และผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5560/2567: มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของแผ่นดิน และสิทธิเรียกร้องส่วนแบ่งเงินฝาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2567: การเพิกถอนพินัยกรรมและหลักเกณฑ์ความชอบด้วยกฎหมายของอุทธรณ์
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์มรดกและความรับผิดตามกฎหมาย(ฎีกาที่ 416/2563)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563: การโอนมรดกและอำนาจผู้จัดการมรดก
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
สิทธิรับมรดก ทายาทโดยธรรม & สินสมรส(ฎีกา 755/2565)
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ทายาทฟ้องทายาทให้แบ่งทรัพย์มรดก สิทธิฟ้องแบ่งมรดกเมื่อพ้นอายุความ
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
พินัยกรรมยกมรดกให้พี่น้องร่วมบิดามารดา, สิทธิของผู้สืบสันดานในการรับมรดกแทนที่, การฟ้องเรียกค่าเช่าจากทรัพย์สินมรดก
การกำจัดทายาทมิให้รับมรดก, สิทธิรับมรดกของผู้สืบสันดานเมื่อทายาทถูกกำจัด, การเพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดก
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ผู้จัดการมรดกและการโอนทรัพย์มรดก, พินัยกรรมด้วยวาจา ป.พ.พ. มาตรา 1663, การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
คดีของโจทก์ขาดอายุความการจัดการมรดก
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกร่วมนำทรัพย์มรดกหาประโยชน์แก่ตน
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
(ฎีกา 2150/2561) – สิทธิร้องถอนผู้จัดการมรดกก่อนปันมรดก(ฎีกา 2150/2561)
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก
อำนาจฟ้องขอแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตาย
ทายาททุกคนมอบหมายให้ครอบครองที่ดินแทนทายาททุกคนเพื่อประโยชน์ร่วม
ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามมาตรา 1300
ทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์มรดกตามส่วนที่จะพึงได้
สิทธิรับมรดกที่ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาห้ามยกเป็นข้อต่อสู้ผู้รับโอนโดยสุจริต
ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก
ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์มรดกเมื่อล่วงพ้นกำหนดอายุความแล้ว
ผู้คัดค้านไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการขอจัดการมรดก
ทายาทมีส่วนเท่ากันออกค่าใช้จ่ายจัดการทำศพ
ความเหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น
สิทธิของบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายในการรับมรดกของบุตรนอกกฎหมาย
หนังสือสัญญาแบ่งมรดกตกเป็นโมฆะหรือไม่?
อำนาจและหน้าที่ในการจัดการทำศพและลำดับก่อนหลัง
พินัยกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อน
ผู้จัดการมรดกฟ้องแทนทายาทโดยธรรมอื่น
คู่สมรสที่จดทะเบียนหย่าแล้วเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่
การสละมรดกมีผลย้อนหลังไปถึงเวลาเจ้ามรดกตายจึงขาดความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
แม้กองมรดกมีผู้จัดการมรดกแล้วทายาทก็ยังมีสิทธิฟ้อง