ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ฟ้องตามเช็คจากการเล่นแชร์ ผู้ทรงเช็คโดยชอบ(ฎีกาที่ 803/2545)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2545, ผู้ทรงเช็คตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904, ความรับผิดของผู้สั่งจ่ายเช็คตามมาตรา 914, คดีฟ้องตามเช็คจากการเล่นแชร์, ความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาเล่นแชร์, การพิจารณาว่าคำฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ มาตรา 172, แนววินิจฉัยฎีกาเรื่องมูลหนี้จากแชร์, ข้อแตกต่างระหว่างแชร์กับการกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, การตีความสถานะผู้ทรงเช็คโดยชอบในกรณีเช็คไม่ลงวันที่, การบังคับใช้สิทธิเรียกเงินเมื่อวงแชร์ล้ม, แนวคำพิพากษาเกี่ยวกับตั๋วเงิน

           ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ การฟ้องบังคับชำระเงินตามเช็คที่ออกในการเล่นแชร์ โดยศาลวินิจฉัยว่าคำฟ้องที่ไม่ระบุรายละเอียดมูลหนี้เช็คมิได้ทำให้ฟ้องเคลือบคลุม เพราะข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดที่นำสืบต่อไปได้ อีกทั้งการเล่นแชร์เป็นสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้เช็คที่ออกเพื่อชำระค่าแชร์มีมูลหนี้ชอบ และผู้ถือเช็คที่ได้รับโดยสุจริตถือเป็นผู้ทรงตามกฎหมาย ศาลจึงให้จำเลยผู้สั่งจ่ายต้องรับผิดใช้เงินตามเช็ค แม้ต่อมาวงแชร์จะล้มและนายวงแชร์หลบหนี ก็ไม่ทำให้มูลหนี้ตามเช็คเสียไป

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้เกิดจากการที่จำเลยและโจทก์ร่วมเล่นแชร์ โดยมีนายปรีชาเป็นนายวงแชร์ ตามระบบแชร์แบบประมูล เมื่อจำเลยประมูลแชร์ได้แล้ว จึงต้องนำเงินส่งคืนให้สมาชิกที่ยังประมูลไม่ได้ตามรอบ จึงออกเช็คพิพาทจำนวน 4 ฉบับ ๆ ละ 60,000 บาท รวม 240,000 บาท สั่งจ่ายให้โจทก์หรือให้นายวงแชร์มอบให้โจทก์

ต่อมา นายวงแชร์หลบหนี วงแชร์ล้ม และโจทก์หมดโอกาสที่จะประมูลแชร์ต่อ จึงลงวันที่เช็คพิพาทและนำเข้าบัญชีเรียกเก็บ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่าย โดยระบุให้ “ติดต่อผู้สั่งจ่าย” โจทก์จึงฟ้องจำเลยเรียกเงินตามเช็ค 240,000 บาท และขอดอกเบี้ย

จำเลยต่อสู้ว่า

1. คำฟ้องเคลือบคลุม เพราะไม่บรรยายว่ามีมูลหนี้อย่างไร

2. โจทก์มิใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบ เพราะเช็คไม่ได้ส่งมอบให้โดยตรง

3. เช็คไม่มีมูลหนี้ เนื่องจากแชร์วงนี้ผิดกฎหมาย อ้างว่ามีสมาชิกเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด

4. โจทก์และนายปรีชาร่วมกันฉ้อฉล โดยลงวันที่เช็คย้อนหลัง

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน จึงมีฎีกา

ประเด็นกฎหมายสำคัญที่ต้องวินิจฉัย

ประเด็นสำคัญที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัย ได้แก่

1. คำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง

2. โจทก์เป็น “ผู้ทรงเช็ค” โดยชอบหรือไม่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 904

3. เช็คมี “มูลหนี้ชอบด้วยกฎหมาย” หรือไม่

4. การเล่นแชร์วงนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือเป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือไม่

5. ผู้สั่งจ่ายต้องรับผิดตามเช็คตาม มาตรา 914 ประกอบมาตรา 989 หรือไม่

คำวินิจฉัยของศาลฎีกาอย่างละเอียด

(1) คำฟ้องไม่เคลือบคลุม

ศาลวินิจฉัยว่า แม้โจทก์ไม่ระบุว่าได้รับเช็คมาด้วยมูลหนี้ใด แต่ได้บรรยายชัดเจนว่าจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ และนำเช็คไปเรียกเก็บแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่าย จึงเพียงพอต่อการแสดง “สภาพแห่งข้อหา”

รายละเอียดมูลหนี้เป็นเรื่องของ “พยานหลักฐาน” ในชั้นสืบ ไม่ทำให้ฟ้องบกพร่อง

จึงเป็นฟ้องที่ชอบตาม มาตรา 172 วรรคสอง

(2) โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คตามกฎหมาย

ศาลฎีกาวางหลักว่า

• เมื่อจำเลยประมูลแชร์ได้แล้ว ย่อมมีหน้าที่ส่งเงินคืนผู้ยังประมูลไม่ได้โดยออกเช็คให้

• ไม่ว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คให้โจทก์โดยตรง หรือให้นายปรีชามอบให้แทน ก็ถือว่าเช็คมีมูลหนี้

• เช็คพิพาทเป็นเช็คผู้ถือ (Bearer cheque)

• ผู้ครอบครองเช็คถือเป็น “ผู้ทรง” ตามมาตรา 904

เมื่อแชร์ล้ม โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกเงินคืนทันที การลงวันที่เช็คจึงเป็นสิทธิที่ชอบ

เช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยต้องรับผิดตามมาตรา 914 และ 989

(3) การเล่นแชร์ไม่ผิดกฎหมาย ไม่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

ศาลฎีกายืนยันว่า

• การเล่นแชร์เป็น “สัญญาที่ชอบด้วยกฎหมาย”

• เป็นการประมูลให้ผลประโยชน์ ไม่ใช่การรับเงินเพื่อหมุนเวียนหรือกำหนดดอกเบี้ยสูง

• จึงไม่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527

• นายวงแชร์ในคดีนี้เป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่นิติบุคคล จึงไม่ฝ่าฝืน พ.ร.บ. เล่นแชร์ พ.ศ. 2534

ข้ออ้างของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น

(4) การกล่าวอ้างการฉ้อฉลไม่ปรากฏหลักฐาน

จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์และนายปรีชาคบคิดฉ้อฉล แต่ไม่มีพยานหลักฐานรับฟัง ศาลจึงไม่รับฟัง

(5) ผลทางกฎหมาย

จำเลยต้องรับผิดใช้เงินตามเช็ค พร้อมดอกเบี้ย

ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน

หลักกฎหมายที่ศาลฎีกาวางไว้

1. คำฟ้องที่ไม่ระบุรายละเอียดมูลหนี้เช็ค ไม่ถือว่าเคลือบคลุม

ตราบเท่าที่สภาพข้อหาและคำขอบังคับระบุชัดเจน

2. ผู้ทรงเช็คคือผู้ครอบครองเช็คผู้ถือ

ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์การส่งมอบโดยตรง หากมูลหนี้ชอบด้วยกฎหมายและการถือครองสุจริต

3. สัญญาเล่นแชร์เป็นสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมาย

ไม่เหมือนการกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

4. ผู้สั่งจ่ายต้องรับผิดตามเช็คเสมอเมื่อเช็คเรียกเก็บไม่ได้

ตามมาตรา 914 และ 989

ข้อคิดทางกฎหมายท้ายบทความ

คำพิพากษานี้ตอกย้ำความสำคัญของ

• ความชัดเจนของคำฟ้อง

• สถานะผู้ทรงเช็ค

• ความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาเล่นแชร์

• การรับผิดของผู้สั่งจ่ายซึ่งไม่อาจปฏิเสธโดยอ้างเหตุภายในระหว่างตนกับนายวงแชร์

ถือเป็นแนวคำพิพากษาที่ผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายควรศึกษาในคดีเช็คและคดีแชร์

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 240,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีแก่โจทก์ เห็นว่าเช็คมีมูลหนี้จากการเล่นแชร์ที่ชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบ

2. ศาลอุทธรณ์

พิพากษายืน เห็นว่าคำฟ้องไม่เคลือบคลุม และจำเลยต้องรับผิดตามเช็คเมื่อเรียกเก็บไม่ได้

3. ศาลฎีกา

พิพากษายืนตามศาลล่างทั้งหมด ยืนยันว่าเล่นแชร์ไม่ผิดกฎหมาย เช็คมีมูลหนี้ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คตามมาตรา 904 และจำเลยต้องรับผิดตามเช็คตามมาตรา 914 และ 989

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2545

คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินตามเช็คพิพาทพร้อมดอกเบี้ยนั้น แม้โจทก์จะมิได้บรรยายว่าโจทก์ได้รับเช็คพิพาทมาด้วยมูลหนี้ใด ก็เป็นเพียงรายละเอียดที่จะพึงนำสืบในชั้นพิจารณาต่อไป ไม่เป็นเหตุให้คำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง

จำเลยซึ่งเป็นผู้ประมูลแชร์ไปได้แล้วมีหน้าที่ผูกพันตามข้อตกลงต้องส่ง เงินคืนโดยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่ผู้ที่ยังประมูลไม่ได้ หรือสั่งจ่ายเช็คพิพาทมอบแก่ ป. หัวหน้าวงแชร์เพื่อมอบแก่ผู้ที่ยังประมูลไม่ได้ ซึ่งถือว่าเช็คพิพาทนั้นมีมูลหนี้ต่อกันแล้วเมื่อโจทก์ได้เช็คพิพาทซึ่งเป็น เช็คผู้ถือไว้ในครอบครองไม่ว่าจะเป็นโดย ป. ส่งมอบให้เพื่อชำระค่าแชร์ หรือโจทก์รับมาจากจำเลยโดยตรงก็ตาม โจทก์ก็เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 การที่ต่อมานายวงแชร์หนีและแชร์วงนี้ล้ม โจทก์ย่อมหมดโอกาสที่จะประมูลแชร์ได้ต่อไป โจทก์จึงชอบที่จะเรียกให้จำเลยชำระหนี้ค่าแชร์ที่ต้องส่งคืนให้แก่โจทก์ได้ ทันทีเมื่อวงแชร์ล้ม ดังนั้น ตั้งแต่วันที่แชร์วงนี้ล้ม โจทก์ชอบที่จะลงวันที่สั่งจ่ายในเช็คพิพาทและนำไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารได้ เพราะโจทก์เป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายและวันสั่งจ่ายที่ลงในเช็คพิพาทถือว่า เป็นวันที่ถูกต้องแท้จริง เมื่อเช็คพิพาทเรียกเก็บเงินไม่ได้จำเลยผู้สั่งจ่ายจึงต้องรับผิดชำระเงิน ตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 914 ประกอบมาตรา 989

การเล่นแชร์เป็นสัญญาประเภทหนึ่งอันเกิดจากการตกลงกันระหว่างสมาชิกผู้ เล่นซึ่งมีผลผูกพันและบังคับได้ตามกฎหมาย การชำระหนี้ค่าแชร์จึงหาใช่มีมูลหนี้ที่ขัดต่อกฎหมายไม่ ส่วนการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนนั้นมีการรับเงินและผู้กู้ยืมเงิน ตกลงว่าจะจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีการประมูลจ่ายผลตอบแทนดัง เช่นการเล่นแชร์ ทั้งการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนก็เป็นกรณีที่กำหนดดอกเบี้ยหรือผล ประโยชน์ตอบแทนไว้แน่นอน ซึ่งอาจมีอัตราสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วย ดอกเบี้ยในการกู้ยืมเงินของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ เมื่อการเล่นแชร์วงนี้เป็นการประมูลผลประโยชน์ที่จะให้แก่สมาชิกลูกวงแชร์ ด้วยกันที่มีจำนวนมากหรือน้อยตามความต้องการของผู้ประมูลจึงไม่อยู่ในข่าย เป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ ทั้งในทางนำสืบของจำเลยก็รับว่าเมื่อจำเลยประมูลแชร์ได้ก็จะสั่งจ่ายเช็คมอบ ให้แก่ ป. นายวงแชร์ซึ่งมิใช่นิติบุคคลการเล่นแชร์วงนี้จึงหาขัดต่อพระราชบัญญัติการ เล่นแชร์ฯ ไม่

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คธนาคารกรุงไทย สาขาเพชรบุรีตัดใหม่ ลงวันที่ 2 กันยายน 2540 ฉบับละ 60,000 บาท รวม 4 ฉบับ เป็นเงินต้น 240,000 บาท มอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ เมื่อถึงกำหนด โจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายโดยระบุให้ “โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย” โจทก์จึงขอให้บังคับจำเลยชำระ 256,650 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีจากเงินต้น 240,000 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง

จำเลยให้การว่าคำฟ้องเคลือบคลุม เพราะไม่ระบุว่ารับเช็คมาอย่างไรและเพื่อชำระหนี้ใด รวมทั้งอ้างว่าออกเช็คไม่ลงวันที่มอบให้นายปรีชา นายวงแชร์จากการประมูลแชร์ ต่อมาวงแชร์เลิกก่อนที่โจทก์จะประมูลได้ โจทก์กับนายปรีชาคบคิดฉ้อฉลโดยรับเช็ค ลงวันที่แล้วนำไปขึ้นเงิน ทั้งที่โจทก์ยังค้างชำระเงินแชร์ 240,000 บาท เช็คจึงไม่มีมูลหนี้ อีกทั้งอ้างว่าแชร์วงนี้ขัดต่อกฎหมายเพราะมีผู้เล่นเกินเกณฑ์และมูลค่าเกิน 5,000,000 บาท โจทก์จึงมิใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระ 240,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่ 3 กันยายน 2540 ถึงวันชำระเสร็จ และให้ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องไม่เกิน 16,650 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำฟ้องไม่เคลือบคลุม โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบ การเล่นแชร์เป็นสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เข้าข่ายกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และไม่ขัด พ.ร.บ. เล่นแชร์ พ.ศ. 2534 จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามมาตรา 904, 914, 989 พิพากษายืน

ส่วนอีกคดีหนึ่ง โจทก์ฟ้องจำเลยฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จจากคดีก่อนที่จำเลยอ้างว่าได้รับเช็คจากโจทก์เป็นค่าซื้อที่ดิน แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเช็คออกเพื่อเป็นประกันหนี้และไม่ได้ลงวันที่ การเบิกความดังกล่าวจึงเป็นข้อความสำคัญที่เป็นเท็จ องค์ประกอบครบความผิดฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถามที่ 1 : คำพิพากษาฎีกาเรื่องเช็คจากการเล่นแชร์ในคดีนี้ มีข้อเท็จจริงหลักอย่างไร?

คำตอบ : คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกชำระหนี้ตามเช็ค 4 ฉบับ ฉบับละ 60,000 บาท รวมเป็นเงินต้น 240,000 บาท ซึ่งจำเลยออกเช็คของธนาคารกรุงไทย มอบให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้จากการเล่นแชร์ร่วมกัน เมื่อถึงกำหนด โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีเรียกเก็บแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่าย โดยแจ้งให้ “โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย” จำเลยต่อสู้ว่าคำฟ้องเคลือบคลุม โจทก์มิใช่ผู้ทรงเช็ค และการเล่นแชร์เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย รวมทั้งอ้างว่ามีการคบคิดฉ้อฉลกับนายวงแชร์ แต่ศาลรับฟังว่าโจทก์ถือเช็คโดยสุจริต เช็คมีมูลหนี้ค่าแชร์ที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีสิทธิฟ้องบังคับชำระหนี้ตามเช็คได้

2. คำถามที่ 2 : เหตุใดศาลจึงวินิจฉัยว่าคำฟ้องไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172?

คำตอบ : ศาลวินิจฉัยว่าคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงว่า จำเลยออกเช็คพิพาททั้ง 4 ฉบับสั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเช็คเข้าบัญชีเรียกเก็บ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และโจทก์ขอบังคับให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย ข้อความดังกล่าวแสดง “สภาพแห่งข้อหา” และ “คำขอบังคับ” อย่างแจ้งชัด แม้จะมิได้บรรยายรายละเอียดว่ารับเช็คมาด้วยมูลหนี้ใด ก็เป็นเพียงข้อเท็จจริงเชิงรายละเอียดที่อาจนำสืบในชั้นพิจารณาได้ ไม่ทำให้คำฟ้องขาดความสมบูรณ์ จึงไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม และฟ้องชอบด้วยมาตรา 172 วรรคสอง

3. คำถามที่ 3 : ศาลใช้หลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย?

คำตอบ : ศาลนำหลักตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 มาใช้ โดยกำหนดว่า “ผู้ทรง” หมายถึงผู้มีตั๋วเงินไว้ในครอบครองโดยฐานเป็นผู้รับเงินหรือผู้รับสลักหลัง และในกรณีตั๋วเงินสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ ผู้ครอบครองย่อมเป็นผู้ทรงโดยชอบ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้ประมูลแชร์ได้ มีหน้าที่ต้องสั่งจ่ายเช็คคืนให้แก่ผู้ที่ยังประมูลไม่ได้ และเช็คมีมูลหนี้ค่าแชร์อยู่แล้ว การที่โจทก์ถือเช็คผู้ถือดังกล่าว ไม่ว่าจะได้รับเช็คผ่านนายวงแชร์หรือรับโดยตรงจากจำเลย ประกอบกับการลงวันที่ภายหลังเมื่อวงแชร์ล้ม ก็ยังถือว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบ มีสิทธิเรียกเก็บเงินจากธนาคารและใช้สิทธิฟ้องบังคับจำเลยได้

4. คำถามที่ 4 : การเล่นแชร์ในคดีนี้เข้าข่ายเป็นการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ หรือไม่?

คำตอบ : ศาลวินิจฉัยว่าการเล่นแชร์เป็นสัญญาประเภทหนึ่งที่เกิดจากการตกลงกันระหว่างสมาชิกผู้เล่น มีผลผูกพันและบังคับได้ตามกฎหมาย การชำระหนี้ค่าแชร์จึงมิใช่มูลหนี้ที่ขัดต่อกฎหมาย แตกต่างจากการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีลักษณะเป็นการโฆษณารับเงินจากประชาชนโดยสัญญาว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเกินกฎหมาย โดยไม่มีระบบประมูลผลประโยชน์เช่นแชร์ ส่วนข้ออ้างว่ามีนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์ก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะศาลรับฟังได้ว่านายวงแชร์เป็นบุคคลธรรมดา จึงไม่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ การเล่นแชร์ในคดีนี้จึงไม่เป็นนิติกรรมต้องห้าม และไม่เป็นความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

5. คำถามที่ 5 : ผู้สั่งจ่ายเช็คต้องรับผิดอย่างไรเมื่อเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ตามหลักกฎหมายตั๋วเงิน?

คำตอบ : ศาลยึดหลักตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 914 ประกอบมาตรา 989 ว่าผู้สั่งจ่ายเช็คย่อมสัญญาว่า เมื่อมีการยื่นตั๋วเงินโดยชอบแล้ว จะมีผู้ใช้เงินตามเนื้อความในตั๋ว หากธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้สั่งจ่ายต้องรับผิดใช้เงินแก่ผู้ทรงเช็คเมื่อได้ดำเนินการตามวิธีการในกรณีไม่รับรองหรือไม่จ่ายเงินถูกต้องแล้ว ในคดีนี้ เมื่อโจทก์ลงวันสั่งจ่ายในเช็คภายหลังวงแชร์ล้มและนำเช็คไปเรียกเก็บแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่าย จำเลยในฐานะผู้สั่งจ่ายจึงต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คให้แก่โจทก์ และไม่อาจยกข้อบกพร่องในการจัดการของนายวงแชร์หรือข้อพิพาทภายในวงแชร์มาเป็นเหตุปฏิเสธความรับผิดได้

6. คำถามที่ 6 : คำพิพากษานี้วางหลักกฎหมายสำคัญอะไรบ้างที่ควรนำไปใช้ในการว่าความคดีเช็คและคดีแชร์?

คำตอบ : คำพิพากษานี้วางหลักสำคัญไว้หลายประการ ได้แก่ (1) คำฟ้องที่มิได้บรรยายรายละเอียดมูลหนี้เช็คโดยละเอียด มิใช่ฟ้องเคลือบคลุม หากได้แสดงสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับอย่างแจ้งชัดแล้ว (2) ผู้ถือเช็คผู้ถือที่มีมูลหนี้รองรับและถือโดยสุจริต ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คตามกฎหมาย แม้จะได้รับเช็คผ่านนายวงแชร์หรือมีการลงวันที่ภายหลังก็ตาม (3) การเล่นแชร์โดยอาศัยระบบประมูลผลประโยชน์ระหว่างสมาชิก ไม่ถือเป็นการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และหากนายวงแชร์เป็นบุคคลธรรมดา ย่อมไม่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ (4) ผู้สั่งจ่ายเช็คต้องรับผิดเต็มตามตั๋วเงินเมื่อเช็คถูกปฏิเสธการจ่าย ไม่อาจยกข้อขัดข้องภายในระหว่างตนกับนายวงแชร์หรือบุคคลภายในวงแชร์มาลดทอนสิทธิของผู้ทรงเช็คได้ หลักเหล่านี้เป็นแนวทางสำคัญในการวางยุทธวิธีและการต่อสู้คดีเช็คที่มีพื้นฐานจากการเล่นแชร์ในทางปฏิบัติ




การเล่นแชร์

จัดให้มีการเล่นแชร์รวมกันทุกวงเกิน30คน(ฎีกาที่ 4139/2547)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2926/2544 : คดีนายวงแชร์ 7 วง เกินกว่ากฎหมายกำหนด และประเด็นความผิดฐานยักยอก
การเล่นแชร์-สมาชิกวงแชร์เป็นนิติบุคคลได้
นายวงแชร์ - ตั้งแชร์เกินสามแสนบาท
การเลิกสัญญาเล่นแชร์-นายวงแชร์ต้องรับผิดชอบในการคืนเงิน
ออกเช็คเป็นประกันหนี้ค่าแชร์ การเล่นแชร์
ห้ามนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์เป็นโมฆะ