ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน

 



กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง article

ทนายความโทร0859604258

ภาพจากซ้ายไปขวา ทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ, ทนายความภคพล มหิทธาอภิญญา, ทนายความเอกชัย อาชาโชติธรรม, ทนายความอภิวัฒน์ สุวรรณ

-ปรึกษากฎหมาย ทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

-ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th

-ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์  (4) ID line  :

  (1) leenont หรือ (2) @leenont หรือ (3)  peesirilaw  หรือ (4) @peesirilaw

-Line Official Account : เพิ่มเพื่อนด้วย  QR CODE

 

QR CODE

 กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง

   การทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ต้องเป็นกรณีที่เป็นการกระทำที่ขัดขวางต่อการดำเนินชีวิตครอบครัวของคู่สมรสโดยปกติสุข ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย จิตใจ สุขภาพ หรืออนามัยของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง การกระทำอาจโดยคำพูด ตัวอย่างคือ สามีชอบพูดว่าภริยาเป็นเพียงนางบำเรอและมีชู้ (ดูคำพิพากษาศาลฎีกาประกอบ)

   โจทก์ซึ่งเป็นภริยาฟ้องหย่าขาดจากจำเลย อ้างเหตุว่าไม่อุปการะเลี้ยงดูตามสมควรและทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง ได้ความว่าจำเลยถือว่าโจทก์เป็นนางบำเรอโดยซื้อมาและยังยืนยันให้การเช่นนั้นตลอดมาดังนี้ ถือว่า ที่จำเลยถือเอาฐานะโจทก์เป็นดังนั้น เป็นการปฏิบัติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรงเพราะมิได้รับและยกย่องโจทก์เป็นภริยา เป็นเหตุให้หย่าได้
-โจทก์ฟ้องขอหย่าขาดจากจำเลย ซึ่งเป็นสามีและขอเป็นผู้อุปการะบุตรโดยกล่าวในฟ้องว่า ตั้งแต่อยู่กินด้วยกันมา จำเลยไม่เคยให้ความอุปการะเลี้ยงดูเยี่ยงสามีภริยาทั้งหลาย ได้กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรงโดยจำเลยเที่ยวพูดว่าโจทก์เป็นแต่เพียงนางบำเรอ ไม่ใช่ภริยาของจำเลย และหาว่าจำเลยประพฤติไม่ดี มีชู้
-ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้เป็นสามีจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้นการที่จำเลยถือเอาว่าฐานะของโจทก์เป็นแต่เพียงนางบำเรอของจำเลยโดยจำเลยซื้อโจทก์ซึ่งเป็นมนุษย์มาไว้สำหรับใช้สอย แล้วยังซ้ำยืนยันตลอดมาจนในชั้นให้การในศาลเดิมและศาลอุทธรณ์นั้นเป็นการปฏิบัติที่เรียกได้ว่าทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง จนโจทก์ไม่อาจอยู่กินกับจำเลยต่อไปได้แล้วปัญหาที่ว่าจำเลยให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโดยมัธยัสถ์เบียดกรอ จะเป็นการอุปการะเลี้ยงดูโจทก์พอสมควรหรือไม่นั้นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะจำเลยมิได้รับและยกย่องว่าเป็นภริยาเสียแล้วในเบื้องต้น
          พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น

หรือภริยาเขียนจดหมายถึงสามีและขู่ว่าจะจ้างคนเอาน้ำกรดสาดหน้าสามี (ดูคำพิพากษาศาลฎีกาประกอบ)

-คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2511  ภริยาส่งจดหมายถึงสามี  ใจความว่าสามีเป็นสัตว์ป่าในร่างมนุษย์ ถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทสามีอย่างร้ายแรงแล้ว  ภริยาเขียนจดหมายขู่สามีว่าจะจ้างคนเอาน้ำกรดสาดหน้าสามี   ถือว่าทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุหย่าได้  แม้ศาลจะพิพากษาให้หย่ากัน เมื่อจำเลยมีรายได้พอจากทรัพย์สินและการงานที่เคยทำระหว่างสมรส    ศาลก็ไม่พิพากษาให้สามีจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้ ฟ้องขอหย่าเมื่อพ้นกำหนดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 1509  แต่เมื่อจำเลยมิได้ยกเอาเหตุแห่งการระงับของสิทธิเรียกร้องขึ้นต่อสู้
ศาลย่อมไม่วินิจฉัยถึงความระงับแห่งสิทธินั้น

หรือเป็นการทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ตัวอย่างคือสามีทำร้ายภริยาหลายครั้ง โดยการทำร้ายนั้นได้กระทำในที่สาธารณะด้วย หรือทำการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินที่ได้ทำมาหาได้ร่วมกันไปเป็นของตนแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นตามปกติของสามีภริยาที่จะต้องปฏิบัติต่อกัน (ดูคำพิพากษาศาลฎีกาประกอบ)

-สามีทำร้ายภริยาหลายครั้ง และทำร้ายอย่างไม่ปรานี แม้ในที่สาธารณะ ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินร่วมกันไปเป็นของสามีผิดวิสัยที่สามีภริยาพึงปฏิบัติต่อกัน ภริยาฟ้องหย่าได้

หรือสามี ภริยาบาดเจ็บด่าว่าโคตรพ่อโคตรแม่ เป็นการด่าภริยากับบุพการี และมีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับหญิงอื่น (ดูคำพิพากษาศาลฎีกาประกอบ)

-ความผาสุกและประโยชน์ของบุตรไม่ใช่เพียงความสุขความสบายที่ได้รับทางกายเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความอบอุ่นที่บุตรจะได้รับด้วยได้แก่ด้านจิตใจอารมณ์ การศึกษา สภาพแวดล้อม ฯลฯ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1637/2520 เคยวางบรรทัดฐานไว้ว่า บิดาทำร้ายมารดาและมีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับหญิงอื่น บุตรหญิงอายุ 15 ปี ควรอยู่ในความดูแลของมารดาซึ่งเป็นเพศเดียวกัน


หรือภริยาเอาขวดข้างสามี่ ทำร้ายสามี ด่าสามีว่าไอ้สัตว์ สำมะโนครัวมึงไม่อยู่ที่นี่แล้ว มึงจะมาอยู่ที่นี่อีกหรือ แล้วยังขับไล่สามีออกจากบ้าน ใช้ปัสสาวะสาดสามี หรือเป็นการกระทำที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อความรักระหว่างกัน เช่น  สามีเป็นชาวจีนได้สมรสกับภริยาเป็นคนไทย ต่อมาได้นำภริยาเมืองจีนมาอยู่ด้วยเกิดมีปากเสียงกันตลอดมา สุดท้ายคือสามีใช้ไม้ตีพริกทำร้ายภริยา ภริยาคนจีนใช้ไม้กวาดตีทำร้ายบุตรของภริยา ภริยาคนจีนเอากระป๋องนมที่ยังไม่เปิดขว้างหัวภริยาจนแตกเลือดไหล หรือสามีไล่ภริยาเดิมออกจากบ้านแล้วพาภริยาใหม่มาอยู่ด้วย แม้สามีภริยาเป็นอิสลามซึ่งประเพณีอิสลามชายมีภริยาได้หลายคนก็ตาม การกระทำดังกล่าวทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ทั้งนั้น นอกจากนี้การที่ภริยาไม่ยอมร่วมประเวณีกับสามีเพราะเกรงว่าจะเกิดมีบุตร สามีปฏิเสธไม่ยอมร่วมประเวณีกับภริยาติดต่อกันเป็นเวลานาน  หรือสามีใช้เครื่องป้องกันไม่ให้มีบุตรซึ่งขัดกับความประสงค์ของภริยาที่ต้องการมีบุตร หรือภริยาแอบไปทำแท้งโดยไม่ปรึกษาสามีก่อน ก็ถือว่าเป็นการกระทำเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยาได้แล้ว

ในต่างประเทศมีคดีที่ศาลวินิจฉัยไว้ในกรณีที่ภริยาไม่ต้องการมีบุตรจึงบังคับให้สามีสำเร็จความใคร่นอกช่องคลอด เป็นประจำ ก็ถือว่าภริยาทำการที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรงเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ อย่างไรก็ตามการกระทำที่จะถือว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยานี้ไม่หมายความรวมถึงการที่สามีภริยาขัดแย้งหรือแข่งขันกันในทางธุรกิจการค้า เช่น สามีไปทำการค้าเป็นส่วนตัวขึ้นทางหนึ่งเป็นการค้าแบบเดียวกันกับภริยา ซึ่งจะมีผลประโยชน์ขัดกันก็ตามก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ยังไม่มีเหตุฟ้องหย่า

การกระทำเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยาอย่างร้ายแรงอันจะเกิดเหตุฟ้องหย่าได้นั้นจะต้องถึงขนาดที่คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบด้วย ซึ่งจะต้องดูพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดและเทียบเคียงกับคู่สมรสโดยทั่วไปที่แตกต่างกันไป และในบางกรณีอาจจะต้องพิจารณาถึงเหตุในการกระทำและเจตนาของผู้กระทำด้วย เช่น สามีภริยาเคยอยู่กินฉันสามีภริยาที่ร้านของภริยาต่อมาสามีกลับไปอยู่บ้านของตนเอง ส่วนตัวภริยายังคงอยู่ที่ร้านของตนต่อไป เห็นได้ว่าสามีเป็นฝ่ายที่ไม่ไปมาเยี่ยมเยียนภริยา กรณีเช่นนี้ยังไม่ถือว่าภริยาทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง  สามียังไม่อาจอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่า  หรือในกรณีที่ภริยาไม่ติดตามสามีไปอยู่ด้วยกันที่ต่างอำเภอ แต่สามีก็เดินทางมาพบภริยาเดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งภริยาก็ยอมให้สามีอยู่กินหลับนอนด้วย จึงไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยาอย่างร้ายแรง ภริยาจะอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าสามีไม่ได้ เป็นต้น

นอกจากนี้กรณีที่สามีทอดทิ้งภริยาไปมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น ภริยาจึงไปร้องเรียนกล่าวโทษสามีต่อผู้บังคับบัญชาของสามีด้วยอารมณ์หึงหวง  การกระทำของภริยาดังกล่าวจึงยังไม่เพียงพอที่จะถือว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง สามีจะอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้  หรือในกรณีที่สามีมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่นและให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่าปัจจุบันสามีสมรสกับหญิงอื่น เป็นเหตุให้ภริยาจึงมีหนังสือร้องเรียนผู้บังคับบัญชาสามี ไม่ถือว่าเป็นการกระทำเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง สามีไม่มีสิทธิฟ้องหย่าภริยาได้

การเป็นคู่สมรสเป็นสามีภริยากันนั้นย่อมต้องอดทนและให้อภัยซึ่งกันและกันในสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เนื่องจากแม้ว่าจะมีการกระทำเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีหรือภริยากันเกิดขึ้นก็ตาม แต่ถ้ายังไม่ถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนเกินควรแล้วก็จะอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้ หรือกรณีที่สามีขู่ภริยาว่าจะให้คนมาลากตัวกลับบ้าน ก็ยังไม่ถือว่ากระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรงที่จะอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าได้  การหย่ากันด้วยเหตุกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง คู่สมรสฝ่ายที่อ้างฟ้องหย่ามีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งที่ก่อให้เกิดเหตุนี้ขึ้น

 

มาตรา 1516  เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(2) สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
(ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
(ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
(ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ
อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(3) สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/1) สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือนร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/2) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(5) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(6) สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควรหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(7) สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(8) สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(9) สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(10) สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกาย ทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

 




การสิ้นสุดแห่งการสมรส

จดทะเบียนหย่าแล้วก็ฟ้องเรียกค่าทดแทนชู้สาวได้ article
การจงใจทิ้งร้างไปเกินกว่า 1 ปีต้องในลักษณะที่ไม่หวนกลับไปหาคู่สมรสอีก article
สิทธิที่จะเรียกค่าทดแทนชู้สาวนั้นต้องแสดงตนโดยเปิดเผย article
ทะเบียนสมรส ลงชื่อฝ่ายชายคนเดียว, เพิกถอนการรับบุตรบุญธรรม article
สิทธิฟ้องหย่าของโจทก์หมดไป เนื่องจากโจทก์ให้ความยินยอมและรู้เห็นเป็นใจ article
สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี ต้องเพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุขด้วย article
เหตุแห่งการฟ้องหย่าทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยากจนลงขอให้อีกฝ่ายหนึ่งจ่ายค่าเลี้ยงชีพได้ article
สิทธิฟ้องหย่าระงับเมื่ออีกฝ่ายให้อภัยแล้ว article
สามีฟ้องหย่า,จงใจละทิ้งร้าง,เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา article
พฤติการณ์อย่างไรเรียกว่ายกย่องเมียน้อยฉันภริยา article
เหตุฟ้องหย่า เหตุที่ไม่อาจอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ มีอะไรบ้าง article
หลักเกณฑ์การใช้สิทธิเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพหลังการหย่า article
การจดทะเบียนหย่าด้วยการแสดงเจตนาลวง article
สามีบังคับภริยาให้ยอมร่วมประเวณีโดยใช้มีดขู่ฆ่าอ้างเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ article
ความหมายว่า"ค่าอุปการะเลี้ยงดูจนกว่าจะสมรสใหม่และจนกว่าการสมรสสิ้นสุดลง" article
เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากัน, การทำร้ายคู่สมรส article
เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ สิทธิเรียกร้องกำหนดอายุความ 5 ปี article
รู้เห็นเป็นใจในการกระทำที่เป็นเหตุหย่าจะยกเป็นเหตุฟ้องหย่านั้นไม่ได้ article
สิทธิฟ้องหย่าระงับไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีเว้นแต่เหตุฟ้องเกิดขึ้นต่อเนื่อง article
ฟ้องหย่าคดีอยู่ระหว่างฎีกาฟ้องคดีใหม่เป็นฟ้องซ้อน article
นำตำรวจจับกุมภริยา หมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามโจทก์อย่างร้ายแรง article
การหย่าโดยความยินยอม, บันทึกเป็นหนังสือประสงค์หย่าขาด article
ฟ้องหย่าขอแบ่งสินสมรส การจัดการสินสมรสที่เป็นเงินตรา(เงินสด) article
การฟ้องและเรียกค่าทดแทนคดีครอบครัว แสดงตนโดยเปิดเผยทำนองชู้สาว article
เรียกค่าทดแทนจากสามีและหญิงอื่น(เมียน้อย), ยกย่องผู้อื่นฉันภริยา article
ฟ้องหย่าได้ที่ศาลใด article
สมัครใจแยกกันอยู่เกินสามปี เหตุฟ้องหย่า
การหย่าโดยคำพิพากษาของศาล
เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรย้อนหลัง
การแบ่งสินสมรสและกรรมสิทธิ์รวม
จงใจละทิ้งร้างไปเกินหนึ่งปี article
การฟ้องหย่าและหย่าโดยคำพิพากษาของศาล article
การหย่าโดยความยินยอมต้องทำอย่างไร?, หนังสือหย่า
สัญญาระหว่างสมรสให้ทรัพย์สินของสามีตกเป็นของภริยาห้ามบอกล้าง
ฟ้องหย่าอ้างเหตุสมัครใจแยกกันอยู่, สามีเป็นฝ่ายแยกไปเองโดยยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา
สมัครใจแยกกันอยู่เกินสามปีฟ้องหย่าได้
แยกกันอยู่หรือจงใจละทิ้งร้าง? -อยู่บ้านเดียวกันแต่ก็มีลักษณะแบบต่างคนต่างอยู่
ทำร้ายร่างกายถ้าเป็นการร้ายแรงฟ้องหย่าได้, ศาลปรับหนึ่งพันไม่เป็นการร้ายแรง
ศาลมีอำนาจกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้ ปรึกษาโทร.0859604258
สามีหรือภริยาประพฤติชั่วอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
ฟ้องหย่าจงใจละทิ้งร้างเรียกสินสอดทองหมั้นคืน
แยกกันอยู่เพราะสามียกย่องหญิงอื่น, เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง
แยกกันอยู่เพราะสามีรับราชการที่อื่น, ไม่ถือว่าเป็นการแยกกันอยู่โดยความสมัครใจ
ขอเพิกถอนทะเบียนสมรสซ้อน สมรสซ้อนโดยไม่สุจริต
รู้ว่าสามีไปมีหญิงอื่นเกินหนึ่งปีก็ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้,อายุความ
อำนาจฟ้องขอเพิกถอนการสมรส
ฟ้องซ้ำ ค่าอุปการะเลี้ยงดู หนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนด
ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากสามี ไม่ฟ้องหย่า
หมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามสามีหรือบุพการี
ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร
แยกกันอยู่เกินสามปีต้องเพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันได้
สมัครใจแยกกันอยู่, จงใจละทิ้งร้าง, เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา
ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ, อุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่นเป็นภริยา
ไม่อาจร่วมประเวณีได้ ต้องการฟ้องหย่า
สิทธิที่จะติดต่อกับบุตรของตนได้ตามสมควรแล้วแต่พฤติการณ์
สมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้
จงใจละทิ้งร้างภริยาไปเกินหนึ่งปีฟ้องหย่าได้, สามีภริยาต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา
ทะเลาะกันและทำร้ายร่างกายยังไม่เป็นเหตุฟ้องหย่า
การสมรสสิ้นไปด้วยเหตุความตายของคู่สมรสฝ่ายหนึ่ง
พี่น้องของผู้ตายขอเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสซ้อนไม่ได้
ความสมบูรณ์ของการสมรส, ฟ้องให้การสมรสเป็นโมฆะ
ฟ้องหย่าอ้างสิทธิที่จะเลือกคู่ครองตามรัฐธรรมนูญ
ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก-ได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปี ฟ้องหย่าได้
การสมรส, การหมั้น, ผิดสัญญาหมั้น, เรียกคืนสินสอดของหมั้น
อำนาจปกครองบุตร
การบอกล้างสัญญาระหว่างสมรส แบ่งสินสมรส
จดทะเบียนรับรองบุตร บิดานอกสมรส-ขอรับเด็กเป็นบุตร
อายุความฟ้องร้องคดี
บิดา มารดา กับ บุตร