ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




กรณีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ดำเนินการบังคับคดีให้ครบขั้นตอนภายในกำหนดสิบปี มีผลอย่างไรต่อสิทธิยึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา

การบังคับคดีตามคำพิพากษา อายุความบังคับคดีสิบปีตามกฎหมาย วิธีการยึดทรัพย์โดยเจ้าพนักงานบังคับคดี สิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ขั้นตอนออกหมายบังคับคดีและการดำเนินการต่อเนื่อง ผลของการไม่ดำเนินการบังคับคดีภายในกำหนด สิทธิของลูกหนี้ในการคุ้มครองทรัพย์สิน การคืนเอกสารสิทธิในที่ดินจากเจ้าพนักงานบังคับคดี ความสำคัญของมาตรา 271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง การแถลงขอยึดหรืออายัดทรัพย์ สำนวนบังคับคดีรอปลดเผา แนวฎีกาเกี่ยวกับอายุความบังคับคดี 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการตีความขั้นตอนการบังคับคดีตามคำพิพากษาว่าเพียงการยื่นคำร้องขอให้บังคับคดีภายในกำหนดเวลาสิบปีนั้นเพียงพอหรือไม่ หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องดำเนินการให้ครบถ้วนทุกขั้นตอนจนถึงการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย คดีนี้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในทางปฏิบัติเมื่อเจ้าหนี้เริ่มดำเนินการบังคับคดีแต่ไม่ติดตามต่อเนื่องจนเสร็จสิ้น ส่งผลให้เกิดข้อพิพาทว่าการดำเนินการดังกล่าวถือว่าได้ใช้สิทธิตามกฎหมายทันกำหนดหรือไม่ และมีผลกระทบต่อสิทธิในการยึดทรัพย์ของลูกหนี้อย่างไร ซึ่งศาลฎีกาได้วางหลักสำคัญเกี่ยวกับความครบถ้วนของขั้นตอนบังคับคดีและความหมายของการใช้สิทธิภายในกำหนดเวลาไว้อย่างชัดเจน

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาโจทก์ได้เริ่มกระบวนการบังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นที่ดินจำนวนหลายแปลง และได้ส่งมอบต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดถือไว้ อย่างไรก็ตามปรากฏว่าเอกสารที่ใช้ประกอบการยึดทรัพย์ไม่ครบถ้วน เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่สามารถดำเนินการยึดทรัพย์ได้ และได้แจ้งให้ผู้แทนโจทก์ไปแถลงว่าจะดำเนินการต่อหรือไม่ แต่โจทก์มิได้ดำเนินการใดเพิ่มเติม ต่อมามีการรับเงินค่าใช้จ่ายคืนและสำนวนอยู่ระหว่างรอปลดเผาโดยยังไม่มีการยึดทรัพย์เกิดขึ้น

ในระหว่างนั้นทรัพย์สินดังกล่าวมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าเป็นสินสมรส และมีการตกทอดสิทธิไปยังทายาทซึ่งเป็นผู้ร้องในคดีนี้ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้คืนเอกสารสิทธิที่ดิน โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนเอกสารดังกล่าวแก่ผู้ร้อง

คำวินิจฉัยของศาล

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าโจทก์ได้ดำเนินการบังคับคดีภายในกำหนดสิบปีตามกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการบังคับคดีตามคำพิพากษาไม่ใช่เพียงการยื่นคำร้องหรือเริ่มต้นกระบวนการเท่านั้น แต่ต้องดำเนินการให้ครบตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด กล่าวคือ ขั้นตอนแรกต้องขอออกหมายบังคับคดี ขั้นตอนต่อไปต้องแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดี และขั้นตอนสุดท้ายต้องแถลงให้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์

เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วพบว่าโจทก์มิได้ดำเนินการจนถึงขั้นตอนสุดท้าย กล่าวคือไม่มีการยึดทรัพย์เกิดขึ้นจริง อีกทั้งยังละเลยไม่ดำเนินการต่อเนื่องตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้ง ดังนั้นจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิบังคับคดีภายในกำหนดสิบปีตามกฎหมาย

วิเคราะห์หลักกฎหมายและเจตนารมณ์

หลักกฎหมายตามมาตรา 271 มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกรอบเวลาให้เจ้าหนี้ใช้สิทธิบังคับคดีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง มิใช่เพียงเริ่มต้นแล้วปล่อยปละละเลย เพราะจะกระทบต่อความมั่นคงในสิทธิของลูกหนี้และบุคคลภายนอก กฎหมายจึงกำหนดให้การใช้สิทธิต้องมีลักษณะเป็นการดำเนินการที่แท้จริงจนถึงขั้นตอนที่สามารถก่อให้เกิดผลทางบังคับได้

การตีความของศาลฎีกาในคดีนี้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ดังกล่าว โดยเน้นว่าการใช้สิทธิต้องครบขั้นตอน มิใช่เพียงการเริ่มต้น หากเจ้าหนี้ไม่ติดตามดำเนินการให้ถึงที่สุดย่อมถือว่าไม่ใช้สิทธิภายในกำหนด

แนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาโดยทั่วไปยืนยันหลักว่าอายุความบังคับคดีเป็นอายุความที่ต้องตีความเคร่งครัด และการใช้สิทธิภายในกำหนดต้องเป็นการกระทำที่มีผลโดยตรงต่อการบังคับคดี เช่น การยึดหรืออายัดทรัพย์ มิใช่เพียงการดำเนินการในเชิงพิธีการเท่านั้น คดีนี้จึงเป็นการย้ำหลักเดิมให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในทางปฏิบัติ

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1 ศาลชั้นต้น

มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคืนต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ผู้ร้อง เนื่องจากเห็นว่าไม่มีการยึดทรัพย์เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์และผู้ร้องมีสิทธิในทรัพย์ดังกล่าว

2 ศาลอุทธรณ์

มิได้มีการเปลี่ยนแปลงผลคำสั่งของศาลชั้นต้นในสาระสำคัญ และยืนตามข้อเท็จจริงที่รับฟังมา

3 ศาลฎีกา

พิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่าโจทก์มิได้ดำเนินการบังคับคดีให้ครบขั้นตอนภายในกำหนดสิบปี จึงไม่มีสิทธิยึดทรัพย์ และเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีอำนาจยึดเอกสารสิทธิไว้

ข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้สะท้อนหลักสำคัญว่าการใช้สิทธิทางบังคับคดีต้องเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด มิใช่เพียงการเริ่มต้นหรือแสดงเจตนาเท่านั้น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องติดตามการบังคับคดีอย่างใกล้ชิด หากละเลยจนพ้นกำหนด ย่อมทำให้สิทธิในการบังคับคดีสิ้นสุดลง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความแน่นอนในระบบกฎหมายและคุ้มครองสิทธิของลูกหนี้และบุคคลภายนอก

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้ มาตรากฎหมายสำคัญคือ มาตรา 271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และหลักขั้นตอนการบังคับคดีตามมาตรา 275 และ 278 โดยมี key words สำคัญสองประการ คือ การบังคับคดีต้องครบขั้นตอน และ การใช้สิทธิต้องเกิดผลจริง การบังคับคดีต้องครบขั้นตอนหมายถึงเจ้าหนี้ต้องดำเนินการตั้งแต่ขอหมายจนถึงยึดหรืออายัดทรัพย์จริง ส่วนการใช้สิทธิต้องเกิดผลจริงหมายถึงต้องมีการดำเนินการที่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมาย มิใช่เพียงเริ่มต้นแล้วหยุดกลางคัน

คำถามที่พบบ่อย FAQ

1 คำถาม การยื่นคำร้องขอบังคับคดีเพียงอย่างเดียวถือว่าใช้สิทธิภายในกำหนดสิบปีแล้วหรือไม่

คำตอบ

การยื่นคำร้องขอบังคับคดีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะถือว่าเป็นการใช้สิทธิภายในกำหนดสิบปีตามกฎหมาย เนื่องจากหลักกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดให้การบังคับคดีต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างครบถ้วนตั้งแต่การขอออกหมายบังคับคดี การแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดี และการแถลงให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา หากเจ้าหนี้หยุดดำเนินการเพียงขั้นตอนต้นและไม่ดำเนินการต่อเนื่องจนเกิดผลทางบังคับจริง เช่น ไม่มีการยึดหรืออายัดทรัพย์ ย่อมถือว่าเป็นการใช้สิทธิที่ไม่สมบูรณ์และไม่อยู่ในความหมายของการใช้สิทธิภายในกำหนดเวลา ดังนั้นแม้จะมีการยื่นคำร้องทันกำหนด แต่หากไม่มีการดำเนินการจนถึงขั้นตอนสำคัญก็อาจทำให้สิทธิในการบังคับคดีสิ้นสุดลงตามกฎหมายได้ 

2 คำถาม เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการบังคับคดีถึงขั้นตอนใดจึงจะถือว่าใช้สิทธิครบถ้วนตามกฎหมาย

คำตอบ

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะถือว่าได้ใช้สิทธิในการบังคับคดีอย่างครบถ้วนตามกฎหมายต่อเมื่อได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างต่อเนื่องจนถึงขั้นที่ก่อให้เกิดผลทางบังคับจริง กล่าวคือเริ่มตั้งแต่การยื่นคำร้องขอออกหมายบังคับคดีต่อศาล เมื่อศาลออกหมายแล้วต้องนำหมายดังกล่าวไปแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ และขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อให้ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา การดำเนินการดังกล่าวต้องมีความต่อเนื่องและจริงจัง มิใช่เพียงดำเนินการในเชิงพิธีการหรือหยุดชะงักกลางคัน หากเจ้าหนี้ไม่ติดตามให้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์จริง ย่อมถือว่ายังไม่ถึงขั้นตอนที่กฎหมายรับรองว่าเป็นการใช้สิทธิอย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจส่งผลให้สิทธิบังคับคดีสิ้นสุดลงได้ 

3 คำถาม หากเจ้าหนี้ไม่ดำเนินการยึดทรัพย์ภายในกำหนดสิบปีจะมีผลทางกฎหมายอย่างไร

คำตอบ

หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่สามารถดำเนินการบังคับคดีให้ถึงขั้นการยึดหรืออายัดทรัพย์ภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ย่อมมีผลทำให้สิทธิในการบังคับคดีของเจ้าหนี้สิ้นสุดลงตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เนื่องจากอายุความดังกล่าวเป็นอายุความพิเศษที่มุ่งหมายให้เจ้าหนี้ใช้สิทธิอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเพื่อความมั่นคงในระบบกฎหมาย เมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วเจ้าหนี้ไม่อาจอ้างสิทธิเดิมเพื่อขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไปได้อีก แม้ว่าจะเคยเริ่มดำเนินการไว้ก่อนแล้วก็ตาม ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้ลูกหนี้ต้องตกอยู่ในภาวะไม่แน่นอนเป็นระยะเวลานานเกินสมควร และเพื่อคุ้มครองความมั่นคงในสิทธิของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นด้วย 

4 คำถาม การที่เจ้าพนักงานบังคับคดียังถือเอกสารสิทธิไว้โดยไม่มีการยึดทรัพย์มีผลอย่างไร

คำตอบ

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดียังถือเอกสารสิทธิในทรัพย์สินไว้โดยที่ยังไม่มีการดำเนินการยึดทรัพย์อย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย ย่อมไม่ก่อให้เกิดผลเป็นการยึดทรัพย์โดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการยึดทรัพย์ต้องอาศัยการปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วนและมีการดำเนินการโดยชัดแจ้ง การถือเอกสารเพียงอย่างเดียวจึงเป็นเพียงการเตรียมการ มิใช่การยึดทรัพย์ที่มีผลทางกฎหมาย หากภายหลังปรากฏว่าเจ้าหนี้มิได้ดำเนินการต่อจนถึงขั้นยึดทรัพย์ และสิทธิในการบังคับคดีได้สิ้นสุดลงแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมไม่มีอำนาจที่จะยึดถือเอกสารดังกล่าวไว้ต่อไป และต้องคืนเอกสารให้แก่ผู้มีสิทธิในทรัพย์สินนั้นตามกฎหมาย 

5 คำถาม หากสำนวนบังคับคดีอยู่ระหว่างรอปลดเผา เจ้าหนี้ยังสามารถดำเนินการต่อได้หรือไม่

คำตอบ

ในกรณีที่สำนวนบังคับคดีอยู่ระหว่างรอปลดเผา หมายความว่าการดำเนินการบังคับคดีเดิมได้สิ้นสุดลงในทางปฏิบัติแล้วโดยไม่มีการดำเนินการต่อเนื่องจนถึงขั้นที่ก่อให้เกิดผลตามกฎหมาย หากเจ้าหนี้ประสงค์จะดำเนินการบังคับคดีต่อไป จำเป็นต้องตั้งเรื่องบังคับคดีใหม่ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตามการตั้งเรื่องใหม่ดังกล่าวจะต้องอยู่ภายในกำหนดอายุความสิบปีตามมาตรา 271 หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว เจ้าหนี้ย่อมไม่สามารถใช้สิทธิในการบังคับคดีได้อีก แม้จะมีความพยายามตั้งเรื่องใหม่ก็ตาม เนื่องจากสิทธิเดิมได้สิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมายแล้ว 

6 คำถาม ทายาทหรือผู้จัดการมรดกมีสิทธิขอคืนเอกสารทรัพย์สินจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้หรือไม่

คำตอบ

ทายาทหรือผู้จัดการมรดกย่อมมีสิทธิขอคืนเอกสารทรัพย์สินจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ หากปรากฏว่าการยึดทรัพย์มิได้เกิดขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายหรือสิทธิในการบังคับคดีของเจ้าหนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากเอกสารสิทธิในทรัพย์สินเป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์มรดกที่ผู้มีสิทธิตามกฎหมายมีสิทธิครอบครองและจัดการ เมื่อไม่มีเหตุทางกฎหมายให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดถือไว้ต่อไป การเก็บรักษาเอกสารดังกล่าวย่อมเป็นการกระทบต่อสิทธิของเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในทรัพย์สิน ดังนั้นศาลจึงมีอำนาจสั่งให้คืนเอกสารแก่ผู้มีสิทธิได้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักความเป็นธรรมและการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินตามกฎหมาย 

7 คำถาม เจ้าหนี้สามารถอ้างว่าตนได้เริ่มบังคับคดีแล้วเพื่อหยุดอายุความได้หรือไม่

คำตอบ

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่อาจอ้างเพียงว่าตนได้เริ่มต้นดำเนินการบังคับคดีแล้วเพื่อหยุดหรือยืดอายุความตามกฎหมายได้ หากการดำเนินการดังกล่าวยังไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดและไม่ก่อให้เกิดผลทางบังคับจริง หลักกฎหมายเกี่ยวกับอายุความบังคับคดีมีลักษณะเคร่งครัด โดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้ต้องใช้สิทธิอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ มิใช่เพียงดำเนินการบางส่วนแล้วปล่อยปละละเลยต่อไป หากยอมให้เพียงการเริ่มต้นมีผลหยุดอายุความ จะทำให้เกิดความไม่แน่นอนในสิทธิของลูกหนี้และบุคคลภายนอกซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้น ดังนั้นการอ้างว่าได้เริ่มบังคับคดีแล้วจึงไม่เพียงพอ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีการดำเนินการจนถึงขั้นตอนสำคัญที่กฎหมายรับรอง เช่น การยึดหรืออายัดทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 

8 คำถาม เหตุใดกฎหมายจึงกำหนดให้ต้องดำเนินการบังคับคดีให้ครบขั้นตอนภายในกำหนดเวลา

คำตอบ

กฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้ต้องดำเนินการบังคับคดีให้ครบขั้นตอนภายในกำหนดเวลาเพื่อสร้างความแน่นอนและความมั่นคงในระบบกฎหมาย รวมถึงเพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกหนี้และบุคคลภายนอกที่อาจเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้น หากไม่มีการกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขที่ชัดเจน เจ้าหนี้อาจปล่อยให้การบังคับคดีค้างคาไว้เป็นเวลานานโดยไม่ดำเนินการจริง ซึ่งจะส่งผลให้ลูกหนี้ตกอยู่ในภาวะไม่แน่นอนและไม่สามารถจัดการทรัพย์สินของตนได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ยังอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของบุคคลภายนอกที่เข้ามาทำธุรกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้น กฎหมายจึงกำหนดกลไกให้อายุความสิ้นสุดลงหากไม่มีการดำเนินการอย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าหนี้และความมั่นคงของระบบกฎหมายโดยรวม 

หลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 

มาตรา 271 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดกรอบเวลาในการใช้สิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในการบังคับคดี โดยบัญญัติให้เจ้าหนี้ต้องดำเนินการบังคับคดีภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด หลักการสำคัญของบทบัญญัตินี้มิใช่เพียงการกำหนดระยะเวลาเชิงรูปแบบ แต่เป็นการวางหลักให้การใช้สิทธิต้องมีความต่อเนื่องและก่อให้เกิดผลทางกฎหมายอย่างแท้จริง กล่าวคือเจ้าหนี้ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของการบังคับคดีจนถึงขั้นที่สามารถก่อให้เกิดผลในการบังคับชำระหนี้ได้ เช่น การยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ มิใช่เพียงยื่นคำร้องหรือเริ่มต้นกระบวนการแล้วปล่อยให้คดีหยุดชะงัก

เจตนารมณ์ของมาตรานี้มุ่งคุ้มครองทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้ โดยในด้านเจ้าหนี้เป็นการกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่ ส่วนในด้านลูกหนี้เป็นการจำกัดไม่ให้ต้องตกอยู่ในภาวะถูกบังคับคดีอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งจะกระทบต่อความมั่นคงในทรัพย์สินและการดำเนินชีวิต นอกจากนี้ยังมีผลต่อบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน เช่น ผู้ซื้อหรือผู้รับโอนที่ต้องการความแน่นอนในสถานะของทรัพย์

ในทางปฏิบัติ ศาลฎีกาได้ตีความมาตรา 271 อย่างเคร่งครัด โดยถือว่าการใช้สิทธิภายในกำหนดเวลาต้องเป็นการดำเนินการที่ครบถ้วนตามขั้นตอน ไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นหรือแสดงเจตนา หากเจ้าหนี้ไม่ดำเนินการต่อเนื่องจนถึงขั้นตอนสำคัญ เช่น การยึดทรัพย์ ย่อมถือว่ายังมิได้ใช้สิทธิภายในกำหนดเวลา และเมื่อพ้นกำหนดแล้ว สิทธิในการบังคับคดีย่อมสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย เจ้าหนี้ไม่อาจกลับมาใช้สิทธิเดิมได้อีก แม้จะมีการเริ่มดำเนินการไว้ก่อนแล้วก็ตาม ซึ่งหลักการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความแน่นอนในระบบกฎหมายและลดข้อพิพาทในระยะยาว

ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14122/2558 

การร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษา ขั้นตอนแรกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอให้ออกหมายบังคับคดี ขั้นตอนต่อไปต้องให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดีและขั้นตอนสุดท้ายเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้

โจทก์ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษา นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลย แต่ผู้แทนโจทก์ส่งเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยึดไม่ครบจึงยึดที่ดินไม่ได้ ผู้แทนโจทก์ไม่ไปพบและแถลงว่าจะดำเนินคดีต่อไปหรือไม่ และไม่ไปแถลงนำยึดทรัพย์ตามคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่ภายหลังมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปรับเงินค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือคืน ปัจจุบันยังไม่มีการยึดทรัพย์ สำนวนบังคับคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างรอปลดเผา หากโจทก์ประสงค์จะบังคับคดีจะต้องตั้งเรื่องบังคับคดีใหม่ เช่นนี้จึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ดำเนินการต่างๆ ตามขั้นตอนครบถ้วนภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคืนต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ 11 แปลง แก่ผู้ร้อง

ทายาทของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่คัดค้าน

โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคืนต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 3988, 4067, 4078, 4149, 4150, 4152, 4153, 4156, 4157, 4158 และ 4163 ตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นรับฟังมา ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นรับฟังมาโดยคู่ความไม่โต้เถียงเป็นอย่างอื่นฟังได้ว่า คดีนี้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 1 จำนวน 11 แปลง คือ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 3988, 4067, 4078, 4149, 4150, 4152, 4153, 4156, 4157, 4158 และ 4163 ตำบลไร่น้อย อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โดยโจทก์ส่งมอบต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้ง 11 แปลง ให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดถือไว้ ที่ดินทั้ง 11 แปลงดังกล่าวที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดในคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2558 ให้กันเงินกึ่งหนึ่งที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่นางปุ่น เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างนางปุ่นกับจำเลยที่ 1 ซึ่งต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 3 และศาลฎีกาพิพากษายืน และก่อนที่นางปุ่นจะถึงแก่ความตายได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินทั้ง 11 แปลง ในส่วนของนางปุ่นให้แก่ผู้ร้องคดีนี้ซึ่งเป็นบุตรของนางปุ่นกับจำเลยที่ 1 และยังแสดงเจตนาไว้อีกด้วยว่าที่ดินดังกล่าวในขณะนั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้กันเงินกึ่งหนึ่งที่ได้จากการขายทอดตลาดแล้วได้เงินกึ่งหนึ่งก็ขอยกเงินทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องด้วย ต่อมาศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางปุ่น ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินทั้ง 11 แปลง ทั้งในฐานะที่เป็นทายาทและเป็นผู้รับพินัยกรรมของนางปุ่น ส่วนที่โจทก์อ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินทั้ง 11 แปลง นั้น ได้ความจากเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าผู้แทนโจทก์นำเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยึดมายื่นไม่ครบจึงไม่สามารถยึดที่ดินดังกล่าวได้เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีหนังสือแจ้งผู้แทนโจทก์ให้ไปพบเพื่อแถลงว่ายังประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปหรือไม่และให้มาแถลงนำยึดทรัพย์ แต่ก็ไม่มีการติดต่อเพื่อดำเนินการใด ๆ ภายหลังเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์มารับเงินค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือคืน ซึ่งต่อมาโจทก์มอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปรับเงินแล้ว ปัจจุบันยังไม่มีการยึดที่ดินทั้ง 11 แปลง แต่อย่างใด และสำนวนบังคับคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างรอปลดเผา หากโจทก์ยังประสงค์จะบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองก็จะต้องตั้งเรื่องบังคับคดีใหม่ ที่โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่โจทก์ได้ดำเนินการร้องขอให้บังคับคดีภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แล้ว หากต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการต่อไปแม้จะพ้นกำหนด 10 ปีแล้ว คำพิพากษาดังกล่าวก็ไม่สิ้นผลบังคับ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการต่อไปได้ นั้น เห็นว่า คดีนี้หนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้เงิน เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามคำบังคับ เป็นกรณีที่ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ปัญหาว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินการบังคับคดีไปถึงขั้นตอนใดจึงจะถือว่าได้มีการร้องขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปีแล้ว เมื่อพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 275 และมาตรา 278 จะเห็นได้ว่า การร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาต้องดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนแรกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ขั้นตอนต่อไปต้องให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดี และขั้นตอนสุดท้ายเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไว้ เมื่อพิจารณาขั้นตอนดังกล่าวมา ปรากฏว่าคดีนี้ผู้แทนโจทก์นำเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยึดมายื่นไม่ครบจึงไม่สามารถยึดที่ดินของจำเลยที่ 1 ได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงมีหนังสือแจ้งผู้แทนโจทก์ให้ไปพบเพื่อแถลงว่ายังประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปหรือไม่ และให้มาแถลงยึดทรัพย์ แต่ก็ไม่มีการติดต่อเพื่อดำเนินการใด ๆ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการยึดที่ดินทั้ง 11 แปลง ดังกล่าว และสำนวนบังคับคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างรอปลดเผา เช่นนี้จึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ดำเนินการต่าง ๆ ตามขั้นตอนครบถ้วนภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา กรณีย่อมถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 1 และเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ไม่มีสิทธิยึดต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินทั้ง 11 แปลงไว้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคืนต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้ง 11 แปลง ให้แก่ผู้ร้อง ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ข้ออื่นนอกจากนี้ แม้วินิจฉัยให้ก็ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง จึงไม่วินิจฉัยให้

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ

ยื่นบังคับคดีทันสิบปีแล้วแต่ไม่ตามต่อ ยังมีสิทธิยึดทรัพย์ได้อยู่หรือไม่ กฎหมายกำหนดให้การบังคับคดีต้องดำเนินการให้ครบขั้นตอนตั้งแต่ขอหมายบังคับคดี แจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดี และแถลงให้ยึดหรืออายัดทรัพย์ หากดำเนินการไม่ครบแม้จะเริ่มต้นภายในสิบปีก็ยังไม่ถือว่าใช้สิทธิสมบูรณ์ ในคดีนี้เจ้าหนี้ยื่นเรื่องแล้วแต่ไม่ส่งเอกสารให้ครบและไม่ติดตามดำเนินการต่อ จนไม่มีการยึดทรัพย์เกิดขึ้นจริง ศาลจึงวินิจฉัยว่ายังถือไม่ได้ว่าได้ใช้สิทธิภายในกำหนดเวลา เมื่อพ้นกำหนดสิบปีโดยยังไม่ครบขั้นตอน สิทธิในการบังคับคดีย่อมสิ้นสุด และต้องตั้งเรื่องบังคับคดีใหม่ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีสิทธิยึดทรัพย์หรือเก็บเอกสารสิทธิไว้ต่อไป และต้องคืนให้ผู้มีสิทธิในทรัพย์นั้น




การบังคับคดีตามคำพิพากษา

ค่าธรรมเนียมบังคับคดีต้องชำระหรือไม่ เมื่อศาลเพิกถอนการยึดทรัพย์ภายหลัง?
การบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอม เมื่อผู้มีสิทธิรับโอนทรัพย์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความขอให้ศาลสั่งโอนที่ดินแทนการแสดงเจตนา
สิทธิกันส่วนของผู้รับจำนอง เมื่อการบังคับคดีตามคำพิพากษาพ้นกำหนด 10 ปี
สิทธิผู้รับจำนองหลังพ้นกำหนดสิบปี และขอบเขตการกันเงินขายทอดตลาด(ฎีกาที่ 7397/2561)
บังคับจำนองหลังพ้น 10 ปี และผลการวางทรัพย์แทนชำระหนี้
การใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาและอำนาจศาลสั่งเจ้าพนักงานที่ดิน(ฎีกาที่ 4713/2566
เจ้าหนี้ไม่หยุดขายทอดตลาดทั้งที่ตกลงผ่อนหนี้ ต้องรับผิดหรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายละเมิดและสิทธิของลูกหนี้
คดีซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 และการบังคับคดี (ฎีกา 1279/2568)
เพิกถอนขายทอดตลาด & ไม่รับฎีกา, วางเงินประกัน, (ฎีกา ครพ.1072/2567)
สิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารสิทธิไม่อยู่ในบังคับคดี ม.301(5) ป.วิ.พ. (ฎีกา 900/2568)
คดีเพิกถอนการขายทอดตลาด & สิทธิครอบครอง, สิทธิในที่ดินพิพาท (ฎีกา 2564/2567)
สิทธิของเจ้าหนี้ & การขัดกันของคำพิพากษา, บังคับคดี, ทรัพยสิทธิ, (ฎีกา 674/2566)
บุคคลภายนอกอ้างไม่ใช่บริวารจำเลยได้หรือไม่ หากเข้าครอบครองทรัพย์ระหว่างคดี ศาลจะพิจารณาสิทธิอย่างไรในการงดบังคับคดี
ขายทอดตลาดไม่เป็นธรรม เพิกถอนได้หรือไม่ เจ้าหนี้จำนองไม่วางเงินประกันเข้าประมูลผิดหรือเปล่า และสิทธิหักส่วนได้ใช้แทนตามกฎหมายคืออะไร
บทบาทและอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี และกระบวนการบังคับคดีตามกฎหมายไทย
คำพิพากษาศาลฎีกา 367/2568: บ้านบนที่ดินรกร้าง ยึดขายชำระหนี้ได้หรือไม่?
สินส่วนตัว vs สินสมรส & บังคับคดี, ยึดทรัพย์, การปล่อยทรัพย์, (ฎีกา 372/2567)
จดทะเบียนหย่าหลีกเลี่ยงบังคับคดี โมฆะกรรมเจ้าหนี้ไม่อาจฟ้อง (ฎีกา 1241/2567)
เจ้าหนี้ยึดทรัพย์มรดกได้หรือไม่ เมื่อยังไม่แบ่งมรดกและไม่ได้จดชื่อเป็นเจ้าของตามทะเบียนสิทธิ
การขายทอดตลาดที่ดิน, การประมูลซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาด, ความไม่สุจริตในการประมูลซื้อที่ดิน, การขับไล่ผู้คัดค้านออกจากที่ดิน,
เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดิน, อำนาจฟ้อง, การฟ้องร้องละเมิดเจ้าพนักงานบังคับคดี, คดีการขายทอดตลาดในราคาต่ำกว่าปกติ
ลำดับการนับโทษคดีอาญา, การนับโทษจำคุกต่อเนื่อง, การแก้ไขหมายจำคุก,
คำร้องงดการบังคับคดี, การเพิกถอนการบังคับคดี, การขายทอดตลาดทรัพย์สิน
ทรัพย์สินของแผ่นดิน, เงินอุดหนุนจากรัฐและการยกเว้นการอายัด, หน่วยงานของรัฐกับการบังคับคดี
ผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับจำนองแม้หนี้ประธานขาดอายุความแล้วแต่ต้องบังคับคดีภายในสิบปี
ยึดทรัพย์แล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย, ค่าธรรมเนียมการยึดหรือการบังคับคดี, อำนาจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้รื้อถอนอาคาร
คำขอไต่สวนทรัพย์สินของลูกหนี้, บังคับคดีลูกหนี้ตามคำพิพากษา, การยึดทรัพย์สินลูกหนี้
ขอให้เพิกถอนการบังคับคดี, ชำระหนี้ตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว
โจทก์ขอบังคับคดีค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรในจำนวนที่มากกว่าเงินเหลือจากหักค่าใช้จ่าย
ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์ออกหมายบังคับคดีได้
ขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนอง
สิทธิร้องขอให้ปล่อยที่ดินที่โจทก์นำยึด(ร้องขัดทรัพย์)
ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี
ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด | ฟ้องขับไล่
เขตอำนาจศาลเรื่องคำร้องขัดทรัพย์
สิทธิขอกันส่วนที่ดินก่อนขายทอดตลาด เจ้าของรวม ขอให้ปล่อยทรัพย์
หากผู้กู้นำทรัพย์สินมาตีใช้หนี้แก่ผู้ให้กู้ในราคาท้องตลาดหนี้ระงับ
ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ระงับการมีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับสามี
การบังคับคดีอายัดเงินค่าหุ้นของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ
เงินเดือนข้าราชการไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรืออายัดไม่ได้จริงหรือไม่?
ขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล ขอออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์
อายัดเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องชำระให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา
ผู้มีอำนาจขอให้บังคับคดีคือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
อายัดเงินฝากในบัญชีของจำเลย