ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




บังคับจำนองหลังพ้น 10 ปี และผลการวางทรัพย์แทนชำระหนี้

คำพิพากษาศาลฎีกา 3442/2547, การสิ้นสิทธิยื่นคำขอบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271, สิทธิผู้รับจำนองในการบังคับจำนองแม้หนี้ขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 745, การวางทรัพย์แทนการชำระหนี้เพื่อขอให้ถอนจำนอง, การบังคับคดีที่ไม่ดำเนินการภายในสิบปีหลังคำพิพากษาถึงที่สุด, หลักเกณฑ์การตีความสิทธิผู้รับจำนองในกรณีคดีล่าช้า, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องสิทธิเรียกชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยห้าปี, ผลแห่งการไม่ยอมรับชำระหนี้โดยผู้รับจำนอง, สิทธิของลูกหนี้

        ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทว่าผู้รับจำนองยังมีสิทธิเรียกรับชำระหนี้และต้องถอนจำนองให้ลูกหนี้หรือไม่ ภายหลังปล่อยให้พ้นกำหนดสิบปีในการยื่นคำขอบังคับคดีตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุด ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สิทธิในการบังคับคดีดังกล่าวระงับลง ศาลยังพิจารณาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับผลของการที่ลูกหนี้นำเงินต้นและดอกเบี้ยตามกฎหมายไปวางแทนการชำระหนี้เมื่อผู้รับจำนองไม่ยอมรับชำระหนี้ อันนำไปสู่การวินิจฉัยหน้าที่ของผู้รับจำนองในการถอนจำนองและคืนโฉนดที่ดินให้แก่ลูกหนี้ตามหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อเท็จจริงสำคัญของคดี

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 90524 และได้จำนองที่ดินดังกล่าวไว้แก่จำเลยเพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงิน ต่อมาจำเลยฟ้องโจทก์เรียกชำระเงินกู้และบังคับจำนองต่อศาลแพ่ง ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชนะคดีตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 13360/2525 และคำพิพากษาถึงที่สุดตั้งแต่ปี 2525

อย่างไรก็ตาม จำเลยมิได้ยื่นคำขอบังคับคดีแต่อย่างใดภายใน 10 ปีหลังคำพิพากษาถึงที่สุด ทำให้เกิดปัญหาว่าจำเลยยังมีสิทธิบังคับคดีอยู่หรือไม่ และยังมีสิทธิเรียกรับชำระหนี้จำนองจากโจทก์ในฐานะลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่

โจทก์จึงนำเงินค่าต้นเงินและดอกเบี้ยบางส่วนไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง เพื่อชำระหนี้จำนองแทนการชำระแก่จำเลย และฟ้องขอให้จำเลยจดทะเบียนถอนจำนอง พร้อมส่งมอบโฉนดคืน

จำเลยให้การปฏิเสธ และอ้างว่ายังมีสิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิม

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาและวินิจฉัยประเด็นสำคัญดังนี้

1 สิทธิของจำเลยในการยื่นคำขอบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมสิ้นสุดลง

ศาลวินิจฉัยว่า

– คำพิพากษาของศาลแพ่งชนะคดีเมื่อปี 2525 ถึงที่สุดแล้ว

– แต่จำเลยไม่ยื่นคำขอบังคับคดีภายใน 10 ปี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271

– เมื่อพ้น 10 ปี สิทธิยื่นคำขอบังคับคดี “ย่อมระงับสิ้นไปโดยเด็ดขาด”

ดังนั้นจำเลยไม่อาจบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมได้อีกต่อไป

2 แต่สิทธิในฐานะ “ผู้รับจำนอง” ยังไม่สิ้นสุด

แม้จำเลยสิ้นสิทธิยื่นคำขอบังคับคดี แต่ศาลชี้ชัดว่า

– การจำนองมิได้ระงับลง

– สิทธิของผู้รับจำนองในการได้รับชำระหนี้ตาม ป.พ.พ. ยังมีอยู่

โดยเฉพาะตาม ป.พ.พ. มาตรา 745 ซึ่งบัญญัติว่า

“ผู้รับจำนองจะบังคับจำนองแม้เมื่อหนี้ที่ประกันนั้นขาดอายุความแล้วก็ได้ แต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกินห้าปีไม่ได้”

ทำให้จำเลยยังมีสิทธิเรียกรับชำระ

– เงินต้นจำนวน 245,000 บาท

– ดอกเบี้ยเพียง 5 ปีย้อนหลังเท่านั้น

3 การวางทรัพย์ของโจทก์ถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อโจทก์เสนอชำระหนี้ตามจำนวนที่กฎหมายให้เรียกได้

แต่จำเลยไม่ยอมรับชำระ

โจทก์จึงนำเงินจำนวน 392,000 บาท ไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์กลาง

ศาลเห็นว่า

– ถือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายโดยครบถ้วน

– หลุดพ้นจากการเป็นลูกหนี้

– เป็นเหตุให้เกิดหน้าที่ของผู้รับจำนองต้องถอนจำนองให้ผู้จำนอง

4 ผลทางกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

– จำเลยมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนถอนจำนอง

– ต้องส่งมอบโฉนดคืนแก่โจทก์

– ต้องรับเงินที่วางทรัพย์แทนการชำระ

– คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถูกต้องแล้ว

ประเด็นกฎหมายที่น่าสนใจและหลักกฎหมายที่ศาลฎีกาวางไว้

ความแตกต่างระหว่าง “สิทธิยื่นขอบังคับคดี” และ “สิทธิในฐานะผู้รับจำนอง”

ศาลย้ำว่ามีความแตกต่างอย่างสำคัญ ดังนี้

1. สิทธิยื่นขอบังคับคดี → เป็นสิทธิในทางพิจารณาคดี ต้องทำภายใน 10 ปี

2. สิทธิในฐานะผู้รับจำนอง → เป็นสิทธิในทางแพ่ง ไม่ขาดอายุความง่าย และยังสามารถเรียกต้นเงินและดอกเบี้ย 5 ปีได้

สิทธิวางทรัพย์เมื่อเจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้

กฎหมายเปิดช่องให้ลูกหนี้วางทรัพย์แทนการชำระหนี้ในกรณีเจ้าหนี้ปฏิเสธ

ในคดีนี้ ศาลรับรองว่าการวางทรัพย์

– ก่อผลเสมือนชำระหนี้แล้ว

– ทำให้ลูกหนี้มีสิทธิเรียกให้ถอนจำนอง

การคุ้มครองลูกหนี้ที่เจตนาชำระ แต่เจ้าหนี้ไม่ปฏิบัติหน้าที่

ศาลถือหลัก “สุจริตของลูกหนี้”

ดังนั้นหากลูกหนี้ยื่นชำระตามจำนวนที่ถูกต้อง แต่เจ้าหนี้ไม่ดำเนินการ

ศาลจะให้ประโยชน์แก่ลูกหนี้โดยชอบ

การตีความ ป.พ.พ. มาตรา 745 ที่เคร่งครัด

ในคดีนี้ ศาลตีความว่า

– ผู้รับจำนองไม่อาจเรียกดอกเบี้ยย้อนหลังเกิน 5 ปี

– เป็นการคุ้มครองลูกหนี้ไม่ให้แบกรับดอกเบี้ยที่ล่วงเลยมานานผิดวิสัย

ข้อคิดทางกฎหมาย 

1. ผู้รับจำนองต้องระวัง กำหนด 10 ปี ในการยื่นคำขอบังคับคดี มิฉะนั้นสิทธิส่วนนี้ระงับโดยเด็ดขาด

2. แม้สิทธิยื่นขอบังคับคดีจะหมดไป แต่ สิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จำนองยังคงอยู่

3. ลูกหนี้สามารถใช้วิธี วางทรัพย์แทนการชำระหนี้ เมื่อเจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระ

4. เมื่อวางทรัพย์ครบถ้วน → เจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องถอนจำนอง

5. มาตรา 745 เป็นบทกฎหมายสำคัญที่จำกัดสิทธิเรียกดอกเบี้ยของผู้รับจำนองให้ไม่เกิน 5 ปีย้อนหลัง

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง เห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยถอนจำนอง

2. ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้จำเลยถอนจำนองและส่งมอบโฉนดแก่โจทก์ โดยรับเงินที่โจทก์วางทรัพย์ไว้

3. ศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ เห็นว่าจำเลยสิ้นสิทธิยื่นคำขอบังคับคดีหลังพ้น 10 ปี แต่ยังมีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามมาตรา 745 และเมื่อโจทก์วางทรัพย์ถูกต้องแล้ว จำเลยต้องถอนจำนอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3442/2547

การที่จำเลยมิได้ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาจนล่วงพ้นระยะเวลา 10 ปี ย่อมสิ้นสิทธิที่จะบังคับคดีเอาแก่หนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 แต่จำเลยยังคงมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จำนองตามกฎหมาย แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าการจำนองที่ดินพิพาทได้ระงับสิ้นไป จำเลยยังคงมีสิทธิจะบังคับจำนอง แม้หนี้ที่ประกันนั้นจะขาดอายุความแล้วก็ตาม แต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระในการจำนองเกินกว่า 5 ปี ไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 745 เมื่อโจทก์เสนอขอชำระหนี้จำนองพร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปี แต่จำเลยไม่ยอมรับชำระหนี้ การที่โจทก์นำเงินจำนวนดังกล่าวไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลางเพื่อชำระหนี้จำนองแก่จำเลยจึงเป็นการขอปฏิบัติการชำระหนี้โดยชอบแล้ว จำเลยมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนถอนจำเลยที่ดินพิพาทและส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์


คดีก่อนจำเลยฟ้องให้โจทก์ชำระหนี้กู้ยืมและบังคับจำนอง ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องให้ถอนจำนองหลังครบกำหนดยื่นคำขอบังคับคดี 10 ปี จึงไม่ใช่ฟ้องซ้ำตาม ม.148

โจทก์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 90524 ให้จำเลยเป็นประกันเงินกู้ 245,000 บาท ต่อมาจำเลยฟ้องบังคับคดีและชนะคดีตามหมายเลขแดงที่ 13360/2525 แต่ไม่ยื่นคำขอบังคับคดีภายในสิบปี โจทก์ขอชำระต้นเงินและดอกเบี้ย 5 ปี รวม 392,000 บาท แต่จำเลยไม่รับชำระ จึงนำเงินไปวางสำนักงานวางทรัพย์กลาง และขอให้ศาลสั่งถอนจำนองและคืนโฉนด

จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยถอนจำนองและรับเงินวางทรัพย์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยชนะคดีเดิมจริงแต่ไม่ใช่สิทธิยื่นขอบังคับคดีภายในสิบปี ทำให้สิทธิบังคับคดีตามคำพิพากษาสิ้นสุด แต่การจำนองยังไม่ระงับ จำเลยยังมีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองตาม ม.745 เฉพาะต้นเงินและดอกเบี้ย 5 ปี เมื่อโจทก์เสนอชำระครบถ้วนแต่จำเลยไม่รับ การวางทรัพย์ถือว่าชำระหนี้โดยชอบ จำเลยจึงต้องถอนจำนองและคืนโฉนด

ข้ออ้างว่าฟ้องซ้ำฟังไม่ขึ้น เพราะคดีเดิมเป็นคดีบังคับจำนอง ส่วนคดีนี้เป็นคดีถอนจำนองหลังสิทธิยื่นบังคับคดีหมดอายุ ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คดีตามคำพิพากษาศาลฎีกานี้เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องใดเป็นหลัก

คำตอบ: คดีนี้เกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นผู้จำนองในฐานะโจทก์ กับผู้รับจำนองในฐานะจำเลย โดยเดิมจำเลยเคยฟ้องเรียกหนี้เงินกู้และบังคับจำนองจนมีคำพิพากษาถึงที่สุด แต่จำเลยไม่ยื่นคำขอบังคับคดีภายในสิบปี ต่อมาโจทก์ประสงค์จะชำระหนี้ตามสัญญาจำนองโดยนำเงินต้นและดอกเบี้ยจำนวนหนึ่งไปวางทรัพย์ และฟ้องขอให้จำเลยจดทะเบียนถอนจำนองและคืนโฉนดที่ดิน จึงเป็นประเด็นว่าจำเลยยังมีสิทธิเรียกรับชำระหนี้และต้องถอนจำนองให้โจทก์หรือไม่

2. เมื่อผู้รับจำนองไม่ยื่นคำขอบังคับคดีภายในสิบปีตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มีผลอย่างไร

คำตอบ: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อเจ้าหนี้ผู้รับจำนองมิได้ยื่นคำขอบังคับคดีภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 สิทธิที่จะยื่นคำขอบังคับคดีตามคำพิพากษาย่อมระงับสิ้นไปโดยเด็ดขาด แต่การระงับสิทธิดังกล่าวเป็นเพียงการสิ้นสุดสิทธิในทางพิจารณาคดี ไม่ทำให้สิทธิในฐานะผู้รับจำนองหรือสิทธิเรียกรับชำระหนี้ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ระงับไปด้วย

3. ผู้รับจำนองยังมีสิทธิเรียกรับชำระหนี้อย่างไรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 745

คำตอบ: ศาลฎีกาอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 745 วินิจฉัยว่า ผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับจำนองได้แม้หนี้ที่ประกันนั้นจะขาดอายุความแล้ว แต่ไม่อาจเรียกดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกินห้าปีได้ ในคดีนี้จึงถือว่าผู้รับจำนองยังมีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองจากจำนวนต้นเงินตามสัญญา พร้อมดอกเบี้ยที่ค้างชำระได้เพียงห้าปีก่อนการชำระหนี้เท่านั้น

4. การวางทรัพย์ของโจทก์ในคดีนี้มีผลทางกฎหมายอย่างไรต่อการปลดภาระจำนอง

คำตอบ: เมื่อโจทก์เสนอจะชำระหนี้ตามสัญญาจำนองโดยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยห้าปีตามที่กฎหมายให้เรียกได้ แต่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมรับชำระหนี้ โจทก์จึงนำเงินดังกล่าวไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลาง ศาลฎีกาถือว่าการวางทรัพย์ดังกล่าวเป็นการขอปฏิบัติการชำระหนี้จำนองโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้โจทก์หลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้จำนอง และทำให้จำเลยมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนถอนจำนองและส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์โดยรับเงินที่วางทรัพย์ไว้แทนการชำระหนี้

5. เหตุใดการฟ้องคดีเพื่อให้ถอนจำนองจึงไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148

คำตอบ: ศาลฎีกาเห็นว่า คดีก่อนเป็นคดีที่จำเลยฟ้องโจทก์เพื่อให้ชำระหนี้กู้ยืมและบังคับจำนอง ส่วนคดีปัจจุบันเป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจดทะเบียนถอนจำนองหลังจากสิทธิยื่นคำขอบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมได้ล่วงพ้นไปแล้ว จึงเป็นการใช้สิทธิฟ้องในฐานะและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ไม่ใช่การรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยไปแล้วโดยอาศัยเหตุเดียวกัน ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตามมาตรา 148 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

6. ศาลฎีกาวางหลักเกี่ยวกับสิทธิของลูกหนี้ในการขอถอนจำนองจากผู้รับจำนองไว้อย่างไร

คำตอบ: ศาลฎีกาวางหลักว่า เมื่อลูกหนี้ในฐานะผู้จำนองได้เสนอชำระหนี้ตามจำนวนที่ผู้รับจำนองมีสิทธิเรียกรับได้จริง และได้ใช้วิธีวางทรัพย์เพื่อชำระหนี้ตามกฎหมายแล้ว ลูกหนี้ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับจำนองจดทะเบียนถอนจำนองและส่งมอบโฉนดที่ดินคืนให้ การที่ผู้รับจำนองเพิกเฉยไม่ดำเนินการย่อมขัดต่อหลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และศาลมีอำนาจพิพากษาให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของผู้รับจำนองในการจดทะเบียนถอนจำนองได้




การบังคับคดีตามคำพิพากษา

สิทธิกันส่วนของผู้รับจำนอง เมื่อการบังคับคดีตามคำพิพากษาพ้นกำหนด 10 ปี article
สิทธิผู้รับจำนองหลังพ้นกำหนดสิบปี และขอบเขตการกันเงินขายทอดตลาด(ฎีกาที่ 7397/2561) article
การใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาและอำนาจศาลสั่งเจ้าพนักงานที่ดิน(ฎีกาที่ 4713/2566
ความรับผิดละเมิด เจ้าหนี้ละเลยไม่แจ้งงดการบังคับคดีตามข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้(ฎีกา 742/2567)
คดีซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 และการบังคับคดี (ฎีกา 1279/2568)
เพิกถอนขายทอดตลาด & ไม่รับฎีกา, วางเงินประกัน, (ฎีกา ครพ.1072/2567)
สิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารสิทธิไม่อยู่ในบังคับคดี ม.301(5) ป.วิ.พ. (ฎีกา 900/2568)
คดีเพิกถอนการขายทอดตลาด & สิทธิครอบครอง, สิทธิในที่ดินพิพาท (ฎีกา 2564/2567)
สิทธิของเจ้าหนี้ & การขัดกันของคำพิพากษา, บังคับคดี, ทรัพยสิทธิ, (ฎีกา 674/2566)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5357/2567: การตีความสถานะ “บริวารของจำเลย” และอำนาจพิเศษในการครอบครอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5437/2567: สิทธิหักส่วนได้ใช้แทนของเจ้าหนี้ผู้รับจำนอง และการเพิกถอนการขายทอด
บทบาทและอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดี และกระบวนการบังคับคดีตามกฎหมายไทย
คำพิพากษาศาลฎีกา 367/2568: บ้านบนที่ดินรกร้าง ยึดขายชำระหนี้ได้หรือไม่?
สินส่วนตัว vs สินสมรส & บังคับคดี, ยึดทรัพย์, การปล่อยทรัพย์, (ฎีกา 372/2567)
จดทะเบียนหย่าหลีกเลี่ยงบังคับคดี โมฆะกรรมเจ้าหนี้ไม่อาจฟ้อง (ฎีกา 1241/2567)
จำเลยมีสิทธิรับมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, โจทก์มีสิทธิยึดชำระหนี้ได้แม้ยังเป็นชื่อผู้จัดการมรดก, การยึดทรัพย์มรดก, การบังคับคดี
การขายทอดตลาดที่ดิน, การประมูลซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาด, ความไม่สุจริตในการประมูลซื้อที่ดิน, การขับไล่ผู้คัดค้านออกจากที่ดิน,
เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดิน, อำนาจฟ้อง, การฟ้องร้องละเมิดเจ้าพนักงานบังคับคดี, คดีการขายทอดตลาดในราคาต่ำกว่าปกติ
ลำดับการนับโทษคดีอาญา, การนับโทษจำคุกต่อเนื่อง, การแก้ไขหมายจำคุก,
คำร้องงดการบังคับคดี, การเพิกถอนการบังคับคดี, การขายทอดตลาดทรัพย์สิน
ทรัพย์สินของแผ่นดิน, เงินอุดหนุนจากรัฐและการยกเว้นการอายัด, หน่วยงานของรัฐกับการบังคับคดี
ผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับจำนองแม้หนี้ประธานขาดอายุความแล้วแต่ต้องบังคับคดีภายในสิบปี
ยึดทรัพย์แล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย, ค่าธรรมเนียมการยึดหรือการบังคับคดี, อำนาจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้รื้อถอนอาคาร
คำขอไต่สวนทรัพย์สินของลูกหนี้, บังคับคดีลูกหนี้ตามคำพิพากษา, การยึดทรัพย์สินลูกหนี้
ขอให้เพิกถอนการบังคับคดี, ชำระหนี้ตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว
โจทก์ขอบังคับคดีค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรในจำนวนที่มากกว่าเงินเหลือจากหักค่าใช้จ่าย
ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์ออกหมายบังคับคดีได้
ขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนอง
สิทธิร้องขอให้ปล่อยที่ดินที่โจทก์นำยึด(ร้องขัดทรัพย์)
ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าซื้อทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี
ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด | ฟ้องขับไล่
เขตอำนาจศาลเรื่องคำร้องขัดทรัพย์
สิทธิขอกันส่วนที่ดินก่อนขายทอดตลาด เจ้าของรวม ขอให้ปล่อยทรัพย์
หากผู้กู้นำทรัพย์สินมาตีใช้หนี้แก่ผู้ให้กู้ในราคาท้องตลาดหนี้ระงับ
ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ระงับการมีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับสามี
การบังคับคดีอายัดเงินค่าหุ้นของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ
เงินเดือนข้าราชการไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีหรืออายัดไม่ได้จริงหรือไม่?
ขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล ขอออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์
อายัดเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องชำระให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา
ผู้มีอำนาจขอให้บังคับคดีคือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
อายัดเงินฝากในบัญชีของจำเลย