ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




คดีฉ้อโกงประชาชน & พยานหลักฐานเท็จ, ป.อ. มาตรา 341, (ฎีกา 725/2567)

คำพิพากษาศาลฎีกา 725/2567, คดีฉ้อโกงประชาชนและลงทุนทองคำ, คดีทนายถอนฟ้องแทนโจทก์, พยานหลักฐานเท็จในการพิจารณาคดี, การวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และมาตรา 180, การฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญาพร้อมกัน, การใช้ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา, การฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท, แนวทางวินิจฉัยเรื่องอำนาจทนายความ, วิเคราะห์กฎหมายอาญา

  ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์     

เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทการลงทุนทองคำมูลค่า 5 ล้านบาท ซึ่งโจทก์กล่าวหาจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและการนำสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพฤติการณ์ดังกล่าวไม่เข้าลักษณะการฉ้อโกงประชาชนตามกฎหมาย อีกทั้งการที่ทนายโจทก์ยื่นถอนฟ้องมิใช่การแสดงพยานหลักฐานเท็จ จึงไม่มีมูลความผิดตามฟ้อง

ข้อเท็จจริงของคดี

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองฐานความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91, 341, 343 และ 180 วรรคสอง โดยกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อขายทองคำแท่งจนเกิดความเสียหาย 5,000,000 บาท และทนายความ (จำเลยที่ 2) มีพฤติการณ์ยื่นคำร้องถอนฟ้องโดยไม่ตรงตามเจตนาของโจทก์ นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนแพ่งรวม 5,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องคดีอาญา และยกฟ้องคดีแพ่งในส่วนจำเลยที่ 2 แต่ให้ดำเนินคดีแพ่งต่อกับจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน โจทก์จึงฎีกา

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

1. ประเด็นการฉ้อโกงประชาชน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 ต้องมีการกระทำหลอกลวงที่แสดงออกต่อสาธารณชนทั่วไปเพื่อให้เกิดความเชื่อแพร่หลาย แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้จำเลยที่ 1 เพียงชักชวนโจทก์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทร่วมลงทุน ไม่ได้โฆษณาหรือหลอกลวงต่อสาธารณชน การกระทำจึงเป็นเรื่องส่วนตัวและอาจเป็นเพียงความผิดฉ้อโกงทั่วไปตามมาตรา 341 แต่ไม่เข้าองค์ประกอบของการฉ้อโกงประชาชน

2. ประเด็นการยื่นถอนฟ้องโดยทนายความ

การที่จำเลยที่ 2 ในฐานะทนายความยื่นคำร้องขอถอนฟ้องแทนโจทก์ มิใช่การนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จในการพิจารณาคดี หากทนายความกระทำเกินเลยจากเจตนาของโจทก์ก็เป็นเรื่องความรับผิดในทางแพ่งหรือทางวินัย ไม่ใช่ความผิดอาญาฐานแสดงพยานหลักฐานเท็จตามมาตรา 180

3. การใช้ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์

โจทก์อ้างว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน แต่ศาลฎีกาเห็นว่าคำเบิกความของพยานเป็นพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาเอง ศาลอุทธรณ์ย่อมมีสิทธิใช้ดุลพินิจพิจารณาได้ การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมาย

ผลลัพธ์คือศาลฎีกาพิพากษายืน ยกฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีอาญา และคดีแพ่งจำเลยที่ 2

📌 กฎหมายที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341: ความผิดฐานฉ้อโกง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343: ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง: การนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ

🔑 Key Words 5 ประเด็นสำคัญ

1. ฉ้อโกงประชาชน (มาตรา 343)

o ต้องมีการหลอกลวงเผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อให้เกิดความเชื่อแพร่หลาย

o คดีนี้เป็นการลงทุนเฉพาะระหว่างโจทก์และจำเลย จึงไม่เข้าลักษณะฉ้อโกงประชาชน

2. ฉ้อโกงทั่วไป (มาตรา 341)

o หากการกระทำเป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคล ถือเป็นการฉ้อโกงทั่วไป

o ศาลชี้ว่าเป็นเพียงการลงทุนระหว่างเพื่อน ไม่ใช่การกระทำต่อสาธารณชน

3. การถอนฟ้องโดยทนายความ

o ทนายความมีอำนาจตามใบแต่งทนายที่จะถอนฟ้องได้

o การถอนฟ้องไม่ถือว่าเป็นการนำสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ

4. พยานหลักฐานอันเป็นเท็จ (มาตรา 180)

o ความผิดนี้ต้องมีการนำพยานหรือหลักฐานที่ไม่จริงเข้าสู่การพิจารณาคดี

o แต่การถอนฟ้องไม่ใช่ “การนำสืบ” หรือ “การแสดงพยาน” จึงไม่เป็นความผิด

5. ขอบเขตความรับผิดของทนายความ

o หากการถอนฟ้องฝ่าฝืนเจตนาของลูกความ ต้องไปว่ากล่าวในทางแพ่งหรือวินัย

o ไม่ใช่ความผิดอาญา จึงยืนยันบทบาทและขอบเขตความรับผิดชอบของทนายความ

👉 สรุปสั้น ๆ: คดีนี้ศาลฎีกาย้ำว่า การลงทุนระหว่างบุคคลไม่ใช่ฉ้อโกงประชาชน (มาตรา 343) และ การถอนฟ้องโดยทนายความไม่ใช่การแสดงพยานหลักฐานเท็จ (มาตรา 180) หากผิดเจตนาลูกความก็ต้องรับผิดในทางแพ่งหรือวินัย ไม่ใช่คดีอาญา

วิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย

1. องค์ประกอบความผิดฉ้อโกงประชาชน

o ต้องมีการเผยแพร่ข้อความเท็จต่อประชาชนทั่วไป มิใช่เพียงการตกลงเป็นการส่วนตัว

o คดีนี้แสดงให้เห็นการตีความแคบเพื่อป้องกันการนำข้อหาฉ้อโกงประชาชนมาใช้เกินขอบเขต

2. อำนาจและความรับผิดของทนายความ

o ทนายความมีอำนาจตามใบแต่งทนายในการถอนฟ้อง

o หากกระทำไม่ตรงเจตนาโจทก์ ต้องไปดำเนินการทางแพ่งหรือวินัย ไม่ใช่ความผิดอาญา

3. หลักการใช้ดุลพินิจศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา

o ศาลฎีกาย้ำว่าศาลอุทธรณ์สามารถใช้ดุลพินิจประเมินข้อเท็จจริงจากพยานได้ หากเป็นพยานที่คู่ความนำมาเอง

IRAC Analysis

Issue (ปัญหาที่ต้องวินิจฉัย):

จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ และจำเลยที่ 2 (ทนายความ) มีความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จหรือไม่

Rule (กฎหมายที่ใช้บังคับ):

ป.อ. มาตรา 341: ความผิดฐานฉ้อโกง

ป.อ. มาตรา 343: ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

ป.อ. มาตรา 180 วรรคสอง: ความผิดฐานแสดงพยานหลักฐานเท็จ

Application (การปรับใช้ข้อกฎหมาย):

การลงทุนทองคำระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว ไม่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณะ จึงไม่เข้าลักษณะ “ฉ้อโกงประชาชน”

ทนายความถอนฟ้องแทนโจทก์เป็นอำนาจตามใบแต่งทนาย ไม่ใช่การแสดงพยานหลักฐานเท็จ หากเกินเจตนาโจทก์ก็เป็นเพียงปัญหาสัญญาและความรับผิดส่วนบุคคล

Conclusion (ข้อสรุป):

ศาลฎีกาพิพากษายืน ยกฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีอาญา คดีแพ่งจำเลยที่ 2 ไม่มีมูล

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

ความผิดฉ้อโกงประชาชนต้องมีการหลอกลวงที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ไม่ใช่เพียงการลงทุนระหว่างบุคคล

อำนาจของทนายความในการดำเนินคดีแทนคู่ความอยู่ภายใต้ใบแต่งทนาย แต่หากฝ่าฝืนเจตนาลูกความ ต้องดำเนินการทางแพ่งหรือวินัย ไม่ใช่คดีอาญา

ศาลฎีกาย้ำความสำคัญของการใช้ดุลพินิจในการประเมินข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาเอง


❓ คำถามที่ 1

การลงทุนทองคำระหว่างบุคคลหนึ่งกับอีกบุคคลหนึ่ง จะเข้าลักษณะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่?

คำตอบ:

ไม่เข้าลักษณะความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากองค์ประกอบของความผิดดังกล่าวต้องมีการหลอกลวงที่เผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยทั่วไปเพื่อให้เกิดความเชื่อแพร่หลาย แต่ในคดีนี้จำเลยเพียงชักชวนโจทก์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทร่วมลงทุนโดยเฉพาะ มิได้มีการโฆษณาหรือชักชวนบุคคลทั่วไป การกระทำดังกล่าวจึงเป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคล อาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงทั่วไปตามมาตรา 341 แต่ไม่ใช่ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343


❓ คำถามที่ 2

การที่ทนายความยื่นคำร้องขอถอนฟ้องแทนลูกความ จะถือว่าเป็นการกระทำความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จหรือไม่?

คำตอบ:

ไม่ถือเป็นความผิดฐานดังกล่าว เพราะการถอนฟ้องมิใช่การนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐาน แต่เป็นการใช้อำนาจที่ทนายความได้รับมอบหมายตามใบแต่งทนาย หากการกระทำของทนายความไม่ตรงตามเจตนาของลูกความ ย่อมเป็นปัญหาในทางแพ่งหรือทางวินัยทนายความ มิใช่เป็นความผิดอาญาฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180


มาตรา 343 “ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา 342 อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท.”

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2567

การกระทำความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาผู้กระทำจะต้องมีการนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี การที่จำเลยที่ 2 ในฐานะทนายความโจทก์ ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 มิใช่การนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานในการพิจารณาคดี แต่เป็นอำนาจที่จำเลยที่ 2 กระทำได้ตามที่โจทก์มอบหมายไว้ในใบแต่งทนายความ หากการกระทำของจำเลยที่ 2 ฝ่าฝืนความประสงค์ของโจทก์ และทำให้โจทก์เสียหายอย่างไร ก็ต้องไปว่ากล่าวกันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ไม่มีมูลความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีอาญา


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91, 341, 343, 180 วรรคสอง และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน 5,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง และยกฟ้องคดีส่วนแพ่งโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนแพ่งสำหรับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ แต่ให้รับฟ้องคดีส่วนแพ่งระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง


ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 มีมูลความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ เห็นว่า การกระทำอันจะเป็นการฉ้อโกงประชาชน ลักษณะของการหลอกลวงที่แสดงออกด้วยข้อความเท็จ จะต้องมีเจตนากระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนทั่ว ๆ ไปโดยมุ่งหมายให้แพร่หลายทั่วไปในหมู่ประชาชน คดีนี้ได้ความจากผู้รับมอบอำนาจโจทก์ว่า ขณะจำเลยที่ 1 ชักชวนโจทก์ให้ร่วมลงทุนซื้อขายทองคำแท่งจำเลยที่ 1 ยังประกอบกิจการร้านทองตามปกติ ทั้งไม่ปรากฏจากทางไต่สวนว่าจำเลยที่ 1 ชักชวนบุคคลอื่นหรือประกาศให้ประชาชนทั่วไปมาร่วมลงทุนกับจำเลยที่ 1 ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่เห็นด้วยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รับฟังถ้อยคำเบิกความของผู้รับมอบอำนาจโจทก์ว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1เป็นเพื่อนกันมาประมาณ 40 ปี และลูกจะเรียนต่างประเทศจึงตกลงร่วมลงทุน 5,000,000 บาท เพื่อได้ผลกำไร แล้วพิจารณาว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 นั้น เห็นว่า ถ้อยคำเบิกความของผู้รับมอบอำนาจโจทก์ เป็นข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบให้ปรากฏในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 สามารถใช้ดุลพินิจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 9 จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ไม่มีมูลความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายว่า คดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 มีมูลความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาหรือไม่ เห็นว่า การกระทำความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำจะต้องมีการนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี การที่จำเลยที่ 2 ในฐานะทนายความของโจทก์ ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 มิใช่การนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานในการพิจารณาคดี แต่เป็นอำนาจที่จำเลยที่ 2 กระทำได้ตามที่โจทก์มอบหมายไว้ในใบแต่งทนายความ หากการกระทำของจำเลยที่ 2 ฝ่าฝืนความประสงค์ของโจทก์ และทำให้โจทก์เสียหายอย่างไร ก็ต้องไปว่ากล่าวกันเป็นอีกเรื่องหนึ่งคดีของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ไม่มีมูลความผิดฐานนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน


🔎 คำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1937/2543

ประเด็น: การฉ้อโกงประชาชนต้องเป็นการเผยแพร่ข้อความเท็จให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อ ไม่ใช่เพียงการตกลงระหว่างบุคคล

เหตุผล: จำเลยโฆษณาชักชวนบุคคลทั่วไปลงทุนธุรกิจ แต่ไม่มีเจตนาทำจริง จึงเข้าลักษณะฉ้อโกงประชาชน

ความเชื่อมโยง: ยืนยันหลักว่า การหลอกลวงเฉพาะบุคคลไม่ใช่ฉ้อโกงประชาชน

2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7872/2547

ประเด็น: ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน (มาตรา 343) ต้องมีเจตนามุ่งหมายให้ข้อมูลแพร่หลายไปยังสาธารณชน

เหตุผล: จำเลยชักชวนบุคคลจำนวนมากให้มาร่วมลงทุนโดยอ้างผลตอบแทนสูง เป็นการสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน

ความเชื่อมโยง: ใช้ขยายความต่างระหว่าง การลงทุนเฉพาะราย กับ การโฆษณาต่อสาธารณะ

3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568

ประเด็น: ฉ้อโกงประชาชน vs. ฉ้อโกงทั่วไป

เหตุผล: จำเลยจัดทำสัญญาเช่าซื้อหลอกลวงบุคคลหลายรายโดยมีลักษณะเผยแพร่ต่อสาธารณชน ศาลชี้ว่าเป็นฉ้อโกงประชาชน

ความเชื่อมโยง: เน้นว่าหากจำกัดวงแคบไม่แพร่หลาย เป็นเพียงฉ้อโกงทั่วไป (มาตรา 341)

4. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1623/2556

ประเด็น: ความผิดฐานแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ (มาตรา 180)

เหตุผล: การยื่นเอกสารเท็จต่อศาลถือเป็นการแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา

ความเชื่อมโยง: ใช้เปรียบเทียบกับคดีที่ทนายเพียงยื่นถอนฟ้อง ซึ่งไม่ใช่การแสดงพยานหลักฐาน

5. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4572/2550

ประเด็น: อำนาจทนายความตามใบแต่งทนาย

เหตุผล: ทนายความที่ได้รับมอบหมายสามารถกระทำการแทนคู่ความได้ตามขอบเขตแห่งอำนาจ หากกระทำเกินขอบเขตย่อมเป็นปัญหาทางแพ่งหรือทางวินัย ไม่ใช่คดีอาญา

ความเชื่อมโยง: สอดคล้องกับหลักการในคดีนี้ที่ศาลชี้ว่าทนายความถอนฟ้องไม่ใช่ความผิดอาญา

✅ สรุป

คำพิพากษาทั้ง 5 ฉบับนี้ช่วย ขยายความหลักการตีความมาตรา 341, 343 และ 180 ได้แก่

การแยกความผิดฉ้อโกงประชาชนออกจากฉ้อโกงทั่วไป

การตีความ “การแสดงพยานหลักฐานเท็จ” อย่างเคร่งครัด 

ขอบเขตอำนาจและความรับผิดของทนายความ

ท นาย อาสา ฟรี




การฉ้อโกงตามกฎหมายอาญา

คดีฉ้อโกงออนไลน์ผ่านอีเมลปลอมกับความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และกรรมเดียวหลายบท
การกู้ยืมเงินโดยมอบสมุดเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มเป็นประกัน และข้อจำกัดสิทธิอุทธรณ์–ฎีกา
พรีออเดอร์สินค้าไม่เป็นฉ้อโกง หากผู้ซื้อรู้ว่ายังไม่มีของ(ฎีกา 3664/2568)
อายุความร้องทุกข์ในคดีฉ้อโกงและภาระการพิสูจน์ของผู้เสียหาย(ฎีกาที่ 485/2567)
คดีซื้อขายรถไม่โอนกรรมสิทธิ์ ไม่เป็นฉ้อโกง (ฎีกา 1028/2567)
ฎีกาที่ไม่แย้งคำพิพากษาอุทธรณ์ & ฉ้อโกงลงทุน (ฎีกา 1154/2567)
สรุปคดีลงทุนบริษัท-แชร์ลูกโซ่ & ผู้เสียหายโดยนิตินัย (ฎีกา 1220/2567)
สรุปคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “อั้งยี่–ซ่องโจร” และฉ้อโกงประชาชน (ฎีกา 2614/2568)
หลากกรรมต่างกัน หลอกลงทุนสลากกินแบ่งรัฐบาล,คดีฉ้อโกง, มาตรา 341,(ฎีกา 3133/2568)
นิติกรรมฉ้อฉลจากการโอนทรัพย์, การโอนทรัพย์หนีหนี้เพิกถอนได้(ฎีกา 1383/2568)
(ฎีกา 238/2568) คดีฉ้อโกง & การห้ามฎีกา,ป.อ. มาตรา 341
คำพิพากษาศาลฎีกา 2659/2567 – สรุปคดีฉ้อโกงออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก & ข้อมูลคอมพิวเตอร์เท็จ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4920/2567: รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้คนร้าย ใช้โอนเงินจากการฉ้อโกงประชาชน
คดีฉ้อโกงออนไลน์กับความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกา 1093/2568 | คดีฉ้อโกงประชาชน ผ่านกลอุบายลงทุน แชร์ออนไลน์