ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




สิทธินายจ้างฟ้องไล่เบี้ยลูกจ้างและทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 426(ฎีกา 3373/2545)

คำพิพากษาศาลฎีกา 3373/2545, สิทธินายจ้างในการฟ้องไล่เบี้ยลูกจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 426, ความรับผิดของนายจ้างและลูกจ้างตาม มาตรา 425, การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอก, เงื่อนไขการฟ้องไล่เบี้ยลูกจ้าง, นายจ้างต้องชำระหนี้ก่อนจึงฟ้องได้, ความรับผิดของทายาทลูกจ้าง, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแรงงาน, หลักกฎหมายละเมิดในการปฏิบัติงาน, การรับผิดแทนลูกจ้าง, ขอบเขตสิทธิไล่เบี้ยของนายจ้าง, ฎีกาคดีแรงงาน, กรณีลูกจ้างเสียชีวิตและความรับผิดของทายาท

        ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสิทธินายจ้างในการฟ้องไล่เบี้ยเรียกค่าสินไหมทดแทนจากลูกจ้างหรือทายาทของลูกจ้าง กรณีที่ลูกจ้างกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอกในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลวางหลักสำคัญว่า นายจ้างจะมีอำนาจฟ้องไล่เบี้ยได้ต่อเมื่อได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกไปแล้วเท่านั้น หากยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา นายจ้างย่อมยังไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องจากลูกจ้างหรือทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 426

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้โจทก์เป็นองค์การของรัฐ มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการขนส่งสินค้า นายบุญธรรม ปัญญาครอง เป็นลูกจ้างของโจทก์ ทำหน้าที่ขับรถบรรทุกส่งสินค้า ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ นายบุญธรรมได้ขับรถโดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกได้รับความเสียหายหลายครั้ง บุคคลภายนอกจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์และลูกจ้าง

ต่อมาศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์และลูกจ้างร่วมกันรับผิดในค่าเสียหายบางคดี ซึ่งโจทก์ได้ชำระหนี้ไปแล้วบางส่วน แต่ในอีกคดีหนึ่งซึ่งมีคำพิพากษาให้โจทก์และลูกจ้างร่วมกันรับผิด โจทก์ยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ภายหลังนายบุญธรรมถึงแก่ความตาย โจทก์จึงฟ้องบุตรทั้งสามซึ่งเป็นทายาท ขอให้ร่วมกันรับผิดชดใช้เงินค่าเสียหายที่ลูกจ้างก่อขึ้น

คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า สำหรับหนี้ในส่วนที่โจทก์ได้ชำระให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไปแล้ว โจทก์มีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยเรียกคืนจากทายาทของลูกจ้างได้ แต่เฉพาะเท่าที่ไม่เกินทรัพย์มรดกที่ตกทอด

ส่วนหนี้ตามคำพิพากษาอีกคดีหนึ่งซึ่งโจทก์ยังไม่ได้ชำระให้แก่เจ้าหนี้ โจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้องไล่เบี้ยจากทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 426

ประเด็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาวินิจฉัย

ประเด็นสำคัญของคดีคือ นายจ้างจะมีอำนาจฟ้องไล่เบี้ยลูกจ้างหรือทายาทของลูกจ้าง เพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนที่เกิดจากการละเมิดต่อบุคคลภายนอกได้หรือไม่ ในกรณีที่นายจ้างยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่ผู้เสียหาย

หลักกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 บัญญัติให้นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำในทางการที่จ้าง

มาตรา 426 บัญญัติให้นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกแล้ว มีสิทธิเรียกให้ลูกจ้างชดใช้คืนได้

บทบัญญัติดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า สิทธิไล่เบี้ยของนายจ้างเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นภายหลังจากการชำระหนี้แล้วเท่านั้น

เหตุผลและแนวคำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สิทธิของนายจ้างในการฟ้องไล่เบี้ยลูกจ้างหรือทายาท เป็นสิทธิที่กฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้อย่างชัดแจ้งว่า นายจ้างต้องได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกไปก่อน

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีหนึ่งให้แก่เจ้าหนี้ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องให้ทายาทของลูกจ้างรับผิดชดใช้หนี้ดังกล่าว

ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง และพิพากษายืน

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้ตอกย้ำหลักกฎหมายสำคัญว่า สิทธิฟ้องไล่เบี้ยของนายจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 426 เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นภายหลังจากการชำระหนี้แล้วเท่านั้น มิใช่สิทธิที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากคำพิพากษา หากนายจ้างยังไม่ชำระหนี้ ย่อมยังไม่มีอำนาจฟ้องลูกจ้างหรือทายาทได้ หลักการนี้ช่วยคุ้มครองลูกจ้างและทายาทไม่ให้ต้องรับผิดซ้ำซ้อนก่อนที่นายจ้างจะเสียหายจริง

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยจากทายาทลูกจ้างได้เฉพาะหนี้ที่โจทก์ได้ชำระให้แก่บุคคลภายนอกแล้วเท่านั้น ส่วนหนี้ที่ยังไม่ได้ชำระ โจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้อง

2. ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเห็นพ้องกับศาลชั้นต้น วางหลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 426 ว่าสิทธิไล่เบี้ยต้องเกิดหลังการชำระหนี้

3. ศาลฎีกาพิพากษายืน เห็นว่าเมื่อโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่เจ้าหนี้ โจทก์ย่อมยังไม่มีอำนาจฟ้องทายาทของลูกจ้างให้รับผิดชดใช้เงินดังกล่าว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3373/2545

นายจ้างจะเรียกให้ลูกจ้างชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ลูกจ้างก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างได้ นายจ้างจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว จึงจะมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวคืนจากลูกจ้างได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 426 นายบุญธรรมผู้ตายเป็นลูกจ้างโจทก์ขับรถส่งสินค้าโดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินบุคคลภายนอกเสียหาย ศาลพิพากษาให้โจทก์และผู้ตายใช้ค่าเสียหาย เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นผู้เสียหาย โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของผู้ตายชดใช้หนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๔,๐๗๙,๑๗๑.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นองค์การของรัฐประกอบกิจการขนส่งสินค้า นายบุญธรรม ปัญญาครอง เป็นลูกจ้างโจทก์ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ต่อมาถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓ โดยจำเลยทั้งสามเป็นบุตรและทายาทของผู้ตาย ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ผู้ตายได้ขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเสียหายหลายครั้ง บุคคลภายนอกได้ฟ้องโจทก์และผู้ตายต่อศาลแพ่ง

ในคดีหนึ่ง โจทก์ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่เจ้าหนี้แล้ว และให้ผู้ตายร่วมรับผิดบางส่วน ซึ่งยังคงมีหนี้คงเหลือ ส่วนอีกคดีหนึ่ง ศาลแพ่งพิพากษาให้โจทก์และผู้ตายร่วมกันรับผิด แต่โจทก์ยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า สำหรับหนี้ที่โจทก์ได้ชำระให้แก่เจ้าหนี้แล้ว โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกคืนจากทายาทของผู้ตายได้ แต่เฉพาะเท่าที่ไม่เกินทรัพย์มรดกที่ตกทอด ส่วนหนี้ตามคำพิพากษาที่โจทก์ยังไม่ได้ชำระ โจทก์ยังไม่มีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยจากทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๖ จึงพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้เงินเพียงบางส่วน พร้อมดอกเบี้ย คำขออื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า สิทธินายจ้างในการฟ้องไล่เบี้ยลูกจ้างหรือทายาทตามมาตรา ๔๒๖ จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อนายจ้างได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีหนึ่ง โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องไล่เบี้ยจากจำเลยทั้งสาม คำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม: นายจ้างจะฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนคืนจากลูกจ้างหรือทายาทได้เมื่อใด หากลูกจ้างทำให้บุคคลภายนอกเสียหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่?

คำตอบ: นายจ้างจะมีสิทธิฟ้องไล่เบี้ยเรียกค่าสินไหมทดแทนคืนจากลูกจ้างหรือทายาทได้ ต่อเมื่อนายจ้างได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว จึงเกิดอำนาจฟ้องตามหลักกฎหมายว่าด้วยการไล่เบี้ยของนายจ้างต่อผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้าง

2. คำถาม: เหตุใดนายจ้างจึงยังไม่มีอำนาจฟ้องไล่เบี้ย หากยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่ผู้เสียหายภายนอก?

คำตอบ: เพราะสิทธิไล่เบี้ยของนายจ้างเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นภายหลังการชำระหนี้ หากนายจ้างยังไม่ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายตามคำพิพากษา ย่อมยังไม่เกิดความเสียหายที่นายจ้างต้องรับภาระจริง จึงยังไม่ครบเงื่อนไขตามกฎหมายในการฟ้องเรียกคืนจากลูกจ้างหรือทายาท

3. คำถาม: ความรับผิดของนายจ้างต่อบุคคลภายนอกตามกฎหมายละเมิดต่างจากสิทธิไล่เบี้ยอย่างไร?

คำตอบ: ความรับผิดของนายจ้างต่อบุคคลภายนอกเป็นความรับผิดร่วมกับลูกจ้างเมื่อการละเมิดเกิดขึ้นในทางการที่จ้าง ส่วนสิทธิไล่เบี้ยเป็นสิทธิภายในระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งจะใช้ได้ต่อเมื่อนายจ้างได้ชดใช้หนี้แก่บุคคลภายนอกแล้ว จึงเรียกให้ลูกจ้างชดใช้คืนได้

4. คำถาม: หากลูกจ้างถึงแก่ความตาย นายจ้างสามารถฟ้องทายาทให้ชดใช้แทนลูกจ้างได้หรือไม่?

คำตอบ: นายจ้างอาจฟ้องทายาทของลูกจ้างให้รับผิดชดใช้คืนได้ในฐานะทายาทรับมรดก แต่ต้องเป็นหนี้ที่นายจ้างได้ชดใช้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว และทายาทรับผิดได้ไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอด

5. คำถาม: ในคดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นหลักเรื่องอำนาจฟ้องของนายจ้างอย่างไร?

คำตอบ: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อนายจ้างยังไม่ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้เสียหายภายนอก นายจ้างจึงยังไม่มีอำนาจฟ้องไล่เบี้ยให้ทายาทของลูกจ้างชดใช้หนี้ดังกล่าวแก่ตนได้ และพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

6. คำถาม: บทเรียนทางกฎหมายที่ควรนำไปใช้ในทางปฏิบัติสำหรับนายจ้างคืออะไร เมื่อเกิดเหตุละเมิดจากการทำงานของลูกจ้าง?

คำตอบ: นายจ้างควรทราบว่า แม้จะถูกฟ้องหรือถูกพิพากษาให้ร่วมรับผิดกับลูกจ้าง แต่การจะฟ้องไล่เบี้ยเรียกคืนจากลูกจ้างหรือทายาท ต้องรอให้ตนชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายภายนอกก่อน จึงจะมีอำนาจฟ้องตามกฎหมาย และควรเก็บหลักฐานการชำระหนี้ให้ครบถ้วนเพื่อใช้ประกอบการไล่เบี้ย




เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน

เงินค่าชดเชยเลิกจ้างกับการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 302(ฎีกา 4468/2566)
ค่าชดเชยเลิกจ้าง & ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า, ค่าชดเชย,(ฎีกา 3150/2568)
นับอายุงานต่อเนื่องกรณีโอนย้ายลูกจ้าง,เลิกจ้าง, ค่าชดเชย,(ฎีกา 3151/2568)
พักงานโดยจ่ายค่าจ้าง, เลิกจ้างลูกจ้างไม่ชอบด้วยกฎหมาย(ฎีกา 1902-1904/2556)
พักงานโดยจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่การลงโทษทางวินัย และการเลิกจ้างลูกจ้างที่ละทิ้งหน้าที่ (ฎีกาที่ 1902-1904/2556)
(ฎีกา2658-2663/2568)คดีสัญญาจ้างบริการ vs. จ้างทำของ & เลิกสัญญา
(ฎีกา1396-1481/2568) – คดีเลิกจ้างพนักงานจัดเรียงสินค้า (เลิกจ้างไม่เป็นธรรม?)
(ฎีกาที่ 3006-3081/2567) เรื่องอายุงานต่อเนื่องและสิทธิค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
(ฎีกาที่ 3106 - 3109/2567): การหยุดกิจการชั่วคราว โควิด-19 ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย นายจ้างยังต้องจ่ายค่าจ้าง 75%
(ฎีกาที่ 3110-3113/2567) การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าชดเชย และสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายแรงงาน, พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน, พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์, สิทธิของลูกจ้าง
(ฎีกาที่ 3114/2567) กรณีเกษียณอายุลูกจ้าง การเลิกจ้าง และสิทธิค่าชดเชย, สิทธิของลูกจ้าง, นายจ้าง
(ฎีกาที่ 3116/2567) คดีแรงงาน สถาบันอุดมศึกษาเอกชน เลือกใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฟ้องศาลแรงงานได้เพียงทางเดียว
(ฎีกาที่ 3119 - 3135/2567): คดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรมกับการขาดทุนต่อเนื่องของฝ่ายผลิตในช่วงโควิด-19, คดีแรงงาน, มาตรา 49,
(ฎีกาที่ 3306/2567) การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าชดเชย และสิทธิวันหยุดพักผ่อน
(ฎีกาที่ 3680/2567) กรณีการตีความฐานะนายจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 11/1
(ฎีกาที่ 3969-3975/2567): การคำนวณค่าชดเชย-สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และการตีความเวลาทำงานปกติ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1966-2406/2546: การหยุดกิจการชั่วคราวและสิทธิจ่ายค่าจ้างตามมาตรา 75 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5307/2567: เวลาพักในรถบรรทุกไม่ใช่เวลาทำงานตามกฎหมายแรงงาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567: คดีแรงงาน สิทธิฟ้องในคดีเงินทดแทน และการวินิจฉัยนิติสัมพันธ์นายจ้าง–ลูกจ้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2563: เลิกจ้างโดยสุจริตหรือไม่? ศาลฎีกาวินิจฉัยใหม่
การจำกัดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน, การค้ำประกันของพนักงานรัฐวิสาหกิจ, คดีละเมิดของพนักงานรัฐวิสาหกิจ
คำเตือนให้ชำระหนี้โดยชอบตามมาตรา 204 วรรคหนึ่ง, การเรียกร้องเงินทดแทนค่ารักษาพยาบาล ประกันสังคม
ผู้รับเหมาชั้นต้นมีสิทธิไล่เบี้ยเงินค่าจ้างที่ได้จ่ายแทนนายจ้างไปแล้ว
ตัวแทนทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่และมีภูมิลำเนาต่างประเทศ
ลูกจ้างส่งภาพโป๊ลามกอนาจารในเวลาทำงาน
ลูกจ้างจะต้องเลือกใช้สิทธิทางใดทางหนึ่ง
หน้าที่นายจ้างวางเงินก่อนฟ้องคดี
ฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงานร้ายแรง
เลิกจ้างไม่เป็นธรรม-สินจ้างแทนการบอกกล่าว
ลูกจ้างชั่วคราวของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาฝ่ายเดียวต้องดำเนินการภายใน 7 วัน
เล่นอินเตอร์เน็ตในเวลาทำงานเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมแล้ว
ค่าจ้างค้างจ้ายกับดอกเบี้ยผิดนัดที่ลูกจ้างมีสิทธิคิดเอากับนายจ้าง
เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องตักเตือนเป็นหนังสือ
นายจ้างมอบอำนาจบังคับบัญชาให้ผู้อื่น
คำนวณจ่ายค่าชดเชย-ค่าครองชีพเป็นค่าจ้างหรือไม่
ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งนายจ้าง
บำเหน็จดำรงชีพกับบำเหน็จตกทอด
อ้างเหตุเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย
การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาจะกระทำได้แต่จ้างงานในโครงการเฉพาะ
การจงใจฝ่าฝืนคำสั่งนายจ้าง คำสั่งให้ลูกจ้างไปทำงานในตำแหน่งใหม่
การเลิกจ้างเพราะเกษียณอายุไม่อาจถอนได้
เรียกค่าเสียหายกรณีเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม
ฝ่าฝืนระเบียบนายจ้างมิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
เลิกจ้างโดยไม่ได้ตักเตือนก่อนเป็นหนังสือต้องจ่ายค่าชดเชย
ทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนข้อบังคับในกรณีร้ายแรง
สิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษ | ย้ายสถานประกอบกิจการ
คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเป็นที่สุด
ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเพื่อคำนวณจ่ายค่าชดเชย
ตำแหน่งพนักงานขับรถ-สัญญาจ้างแรงงาน หรือสัญญาจ้างทำของ?
ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงเมื่อสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง
แม่บ้านทำงานบ้านฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
นายจ้างให้ลูกจ้างขับรถขนส่งทำงานติดต่อกันถึงวันละ 24 ชั่วโมงไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การโยกย้ายหน้าที่ลูกจ้างเป็นอำนาจบริหารจัดการของนายจ้าง
นายจ้างประกอบกิจการขนส่งย้ายที่ลงเวลาทำงานไปตั้งอยู่ที่อื่น
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
โจทก์ฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานฝ่ายลูกจ้างไม่คัดค้าน
ดอกเบี้ยผิดนัดหนี้ค่าจ้างและค่าชดเชย 15% ต่อปีไม่ใช่ 7.5%
สัญญาจ้างแรงงานสิ้นสุดทำให้สิทธิรับค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเที่ยวระงับด้วย
ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
สัญญาจ้างทดลองงาน | สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
บทความเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน