ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




สัญญาขายฝากที่ดินเป็นโมฆะเพราะสำคัญผิดในราคา ตามกฎหมายแพ่งมาตรา 156

สัญญาขายฝากที่ดินตกเป็นโมฆะเพราะสำคัญผิดราคา, การเพิกถอนจดทะเบียนขายฝากที่ดิน, ผลของการสำคัญผิดในราคาขายฝาก, การคืนเงินตามลาภมิควรได้มาตรา 172, การตีความมาตรา 156 เกี่ยวกับนิติกรรมโมฆะ, การไถ่ถอนขายฝากเมื่อราคาคลาดเคลื่อน, ฎีกาเรื่องขายฝากโมฆะ, ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับราคาขายฝาก, การโอนกรรมสิทธิ์ในขายฝากที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย, นิติกรรมโมฆะเนื่องจากราคาผิดพลาด, การบังคับคืนเงินเมื่อสัญญาเป็นโมฆะ, กฎหมายเกี่ยวกับความสำคัญของราคาในขายฝาก,

         ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

บทนำ 

ข้อพิพาทสัญญาขายฝากที่ดิน ซึ่งคู่สัญญาได้แสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในราคาขายฝาก อันเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญทัดเทียมกับทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม ส่งผลให้สัญญาขายฝากทั้งฉบับตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156 วรรคหนึ่ง ใช้บังคับไม่ได้ พร้อมทั้งต้องเพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากและคืนเงินตามหลักลาภมิควรได้ตามมาตรา 172 บทความนี้มุ่งอธิบายข้อเท็จจริงของคดี หลักกฎหมายที่ใช้บังคับ เจตนารมณ์ของบทบัญญัติ รวมถึงการวิเคราะห์แนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจเชิงลึกถึงเงื่อนไขที่ทำให้สัญญาขายฝากเป็นโมฆะและผลทางกฎหมายที่ตามมา

ข้อเท็จจริงของคดี

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์ประสงค์ทำสัญญาขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 4797 โดยตกลงราคากับจำเลยที่ 1 เป็นเงินเพียง 160,000 บาท แต่เมื่อมีการจัดทำเอกสารสัญญาขายฝาก ปรากฏว่ามีการระบุราคาเป็นเงิน 500,000 บาท ซึ่งสูงกว่าความเป็นจริงอย่างมาก โจทก์อ้างว่าไม่ทราบถึงการระบุราคาดังกล่าว และได้ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้บังคับจำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนให้โจทก์ในราคา 160,000 บาทเท่าที่ได้รับจริง หากจำเลยไม่กระทำ ให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ศาลวินิจฉัยว่าคู่สัญญาแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในราคาขายฝากซึ่งเป็นสาระสำคัญ ทำให้สัญญาขายฝากตกเป็นโมฆะ

คำวินิจฉัยของศาลฎีกาย่อยประเด็น

1 ประเด็นเรื่องความสำคัญของราคาขายฝาก

ศาลเห็นว่าราคาขายฝากในสัญญาเป็นองค์ประกอบหลักของนิติกรรมขายฝาก เพราะมีผลต่อความสามารถของผู้ขายฝากในการไถ่ถอนและเป็นแก่นสารของการโอนกรรมสิทธิ์ ดังนั้น เมื่อราคาไม่ตรงกับเจตนาที่แท้จริง และมีความแตกต่างอย่างมาก เช่น 160,000 บาทกับ 500,000 บาท ย่อมเป็นการสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม

2 การตีความมาตรา 156 วรรคหนึ่ง

มาตรา 156 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้สัญญาที่คู่สัญญาสำคัญผิดในสาระสำคัญเป็นโมฆะ การสำคัญผิดในราคาที่ถือว่าเป็นแก่นของนิติกรรมขายฝาก ย่อมเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว ศาลจึงชี้ขาดว่าสัญญาขายฝากเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น

3 ผลของการเป็นโมฆะต่อการจดทะเบียนขายฝาก

เมื่อสัญญาเป็นโมฆะ การจดทะเบียนขายฝากที่อาศัยนิติกรรมนั้นเป็นฐานย่อมต้องถูกเพิกถอน เพราะไม่อาจทำให้กรรมสิทธิ์โอนอย่างชอบด้วยกฎหมายได้ ศาลจึงสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากโดยอัตโนมัติเป็นผลตามกฎหมายแพ่ง

4 การคืนเงินตามลาภมิควรได้ มาตรา 172

เมื่อสัญญาเป็นโมฆะ คู่สัญญาต้องคืนสิ่งที่ได้รับโดยปราศจากมูลเหตุทางกฎหมาย โจทก์เป็นฝ่ายได้รับเงิน 160,000 บาท จึงต้องคืนให้จำเลยที่ 1 ตามมาตรา 172 วรรคสอง โจทก์ไม่อาจยึดถือประโยชน์ดังกล่าวไว้ได้เพราะไม่มีนิติกรรมบังคับใช้

วิเคราะห์หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1 ธรรมชาติของสัญญาขายฝาก

สัญญาขายฝากเป็นการซื้อขายที่โอนกรรมสิทธิ์ทันที แต่ผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่คืนภายในกำหนดเวลา กฎหมายจึงให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษแก่ผู้ขายฝาก โดยเฉพาะราคาซื้อขายที่ต้องชัดเจนและตรงเจตนาคู่สัญญา

2 เจตนารมณ์ของมาตรา 156 วรรคหนึ่ง

บทบัญญัตินี้มุ่งป้องกันไม่ให้คู่สัญญาตกอยู่ในสถานะทำสัญญาโดยความสำคัญผิดในประเด็นหลักที่กระทบต่อการตัดสินใจ หากปรากฏว่าความสำคัญผิดนั้นมีผลต่อสาระสำคัญแห่งนิติกรรม นิติกรรมย่อมเป็นโมฆะเพื่อคุ้มครองระบบกฎหมายและความยุติธรรม

3 ความสำคัญของราคาในสัญญาขายฝาก

ในทางนิติกรรมเงินตรา ราคาเป็นองค์ประกอบที่อาจถือเป็นสาระสำคัญได้หากการเปลี่ยนแปลงราคาเป็นสาระเปลี่ยนความเสี่ยงโดยตรง เช่น การไถ่ถอนในอนาคต ดังนั้นราคาที่ผิดไปอย่างมากย่อมทำให้สัญญาขายฝากกลายเป็นโมฆะ

4 หลักลาภมิควรได้ตามมาตรา 172

เมื่อนิติกรรมเป็นโมฆะ คู่สัญญาต้องคืนทรัพย์สินหรือเงินที่ได้รับไป เช่น ในคดีนี้ โจทก์ได้รับ 160,000 บาท จึงต้องคืนให้จำเลยโดยไม่มีข้ออ้างใด ๆ เพราะไม่มีมูลเหตุแห่งกฎหมายรองรับ

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกามีแนวทางวินิจฉัยหลายคดีว่าสัญญาขายฝากที่มีการสำคัญผิดในราคาหรือเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญย่อมตกเป็นโมฆะ เช่น คำพิพากษาที่วินิจฉัยว่าราคาเป็นองค์ประกอบทัดเทียมกับทรัพย์สิน ผู้ขายฝากต้องรู้ราคาที่แท้จริงจึงจะถือว่าการแสดงเจตนาเป็นไปโดยสมบูรณ์ แนวนี้สอดคล้องกับหลักกฎหมายทั่วไปที่ต้องการความโปร่งใสและสุจริตในการทำสัญญาที่มีผลต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

1. การสำคัญผิดในราคาขายฝากอาจถือเป็นการสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม ส่งผลให้สัญญาตกเป็นโมฆะตามมาตรา 156 วรรคหนึ่ง

2. การจดทะเบียนขายฝากที่ตั้งอยู่บนฐานนิติกรรมที่เป็นโมฆะย่อมต้องถูกเพิกถอน ไม่อาจทำให้กรรมสิทธิ์โอนอย่างถูกต้องได้

3. เมื่อสัญญาเป็นโมฆะ คู่สัญญาต้องคืนประโยชน์ที่ได้รับตามหลักลาภมิควรได้มาตรา 172 โดยไม่สามารถอ้างสิทธิตามสัญญาใด ๆ ได้

4. ราคาในสัญญาขายฝากเป็นองค์ประกอบที่กฎหมายถือว่ามีความสำคัญทัดเทียมกับทรัพย์สิน การเปลี่ยนแปลงหรือบิดเบือนราคาอาจนำไปสู่การเป็นโมฆะของนิติกรรมได้

5. ผู้ทำสัญญาขายฝากจำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารและเงื่อนไขอย่างรอบคอบ เนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์เกิดขึ้นทันที และผลกระทบทางกฎหมายอาจร้ายแรงหากเกิดความสำคัญผิด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

สัญญาขายฝากที่มีการสำคัญผิดในราคาจะตกเป็นโมฆะหรือไม่?

คำตอบ

ตกเป็นโมฆะ เนื่องจากราคาเป็นสาระสำคัญของสัญญาขายฝาก หากคู่สัญญาสำคัญผิดในราคาที่แท้จริง สัญญาย่อมเป็นโมฆะตามมาตรา 156 วรรคหนึ่ง

2. คำถาม

เมื่อสัญญาขายฝากเป็นโมฆะ ต้องเพิกถอนการจดทะเบียนหรือไม่?

คำตอบ

ต้องเพิกถอน เนื่องจากการจดทะเบียนตั้งอยู่บนฐานนิติกรรมที่เป็นโมฆะ การโอนกรรมสิทธิ์จึงไม่มีผลใช้บังคับตามกฎหมาย

3. คำถาม

เมื่อสัญญาเป็นโมฆะ คู่สัญญาต้องคืนเงินหรือทรัพย์สินหรือไม่?

คำตอบ

ต้องคืนตามหลักลาภมิควรได้ตามมาตรา 172 วรรคสอง เช่น ผู้ขายฝากต้องคืนเงินที่ได้รับจริงแก่ผู้ซื้อฝาก

บทความวิเคราะห์กฎหมาย: ความเป็นโมฆะแห่งสัญญาขายฝากที่ดินกรณีคู่สัญญาสำคัญผิดในราคาขายฝาก ตามมาตรา 156 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

การทำสัญญาขายฝากที่ดินเป็นนิติกรรมที่มีความสำคัญยิ่งในทางแพ่ง เนื่องจากเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์โดยมีข้อตกลงให้ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่คืนภายในกำหนดเวลา การขายฝากจึงเป็นนิติกรรมที่ผูกพันคู่สัญญาอย่างมีนัยสำคัญทั้งในด้านทรัพย์สิน, ราคา, ระยะเวลาการไถ่ถอน และเงื่อนไขอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ชัดแจ้งใน ป.พ.พ. มาตรา 491 ถึงมาตรา 502 อย่างไรก็ตาม หากการทำสัญญาเกิดขึ้นโดยมี การสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม ก็อาจทำให้นิติกรรมนั้นตกเป็น “โมฆะ” ตั้งแต่ต้น ใช้บังคับไม่ได้ และต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามกฎหมายว่าด้วยลาภมิควรได้

บทความนี้มุ่งอธิบายว่า เหตุใดสัญญาขายฝากที่ดินซึ่งคู่สัญญาเกิดความสำคัญผิดในเรื่อง “ราคา” จึงอาจตกเป็นโมฆะตาม มาตรา 156 วรรคหนึ่ง และผลทางกฎหมายที่เกิดขึ้น พร้อมนำข้อเท็จจริงตามโจทก์และจำเลยในคดีตัวอย่างมาวิเคราะห์ประกอบ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาล

1. หลักกฎหมายเรื่องการสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม: มาตรา 156 วรรคหนึ่ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า

“ถ้าคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม ท่านว่ากรรมที่ได้สำเร็จลงนั้นเป็นโมฆะ”

สาระสำคัญแห่งนิติกรรม หมายถึง ข้อสำคัญที่เป็นหัวใจของการทำสัญญา ซึ่งหากคู่สัญญารู้ความจริง จะไม่ยินยอมทำสัญญาเลย เช่น

ตัวตนของคู่สัญญา

ลักษณะของนิติกรรม

ทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุของนิติกรรม

ราคา (ในบางกรณีที่ถือว่ามีความสำคัญทัดเทียมกับวัตถุแห่งสัญญา)

โดยทั่วไป การสำคัญผิดในราคาเพียงอย่างเดียว มักไม่ทำให้สัญญาเป็นโมฆะ เพราะถือเป็นสาระรอง แต่ในคดีนี้ ศาลเห็นว่า ราคาเป็นสาระสำคัญทัดเทียมกับทรัพย์สิน เพราะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของการโอนกรรมสิทธิ์แบบขายฝาก ซึ่งหากผู้ขายฝากรู้ว่าราคาในเอกสารสูงกว่าความเป็นจริงหลายเท่าตัว ย่อมไม่ยินยอมลงนามในสัญญา

ดังนั้น การสำคัญผิดใน “ราคาขายฝาก” จึงเป็นการสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม และทำให้นิติกรรมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 156 วรรคหนึ่ง

2. เหตุผลที่ “ราคา” ถือเป็นสาระสำคัญในสัญญาขายฝากที่ดิน

สัญญาขายฝากมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากการซื้อขายทั่วไปอย่างชัดเจน กล่าวคือ

ผู้ขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากทันที

แต่ผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่คืน โดยต้องใช้เงิน “ราคาไถ่ถอน” ภายในกำหนดเวลา

หากไม่ใช้สิทธิไถ่คืนภายในกำหนด ผู้ซื้อฝากได้กรรมสิทธิ์เด็ดขาด

ดังนั้น “ราคา” จึงผูกพันโดยตรงกับความสามารถของผู้ขายฝากที่จะไถ่คืนในอนาคต หากราคาในสัญญาถูกบิดเบือนจากความเป็นจริง เช่น ระบุสูงกว่าที่ตกลงกันมาก ทำให้เกิดความเสียเปรียบอย่างร้ายแรงต่อผู้ขายฝาก และมีผลโดยตรงต่อสิทธิในทรัพย์สิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของนิติกรรมประเภทนี้

ในกรณีตามข้อเท็จจริง

โจทก์แสดงเจตนาขายฝากเพียง 160,000 บาท

แต่เอกสารสัญญาขายฝากกลับระบุ 500,000 บาท

ส่วนต่างที่ห่างกันอย่างมหาศาลเช่นนี้ แสดงให้เห็นชัดว่าเป็น การสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม เพราะหากโจทก์ทราบจริง จะไม่ยอมลงนามในสัญญาอย่างแน่นอน

ศาลจึงวินิจฉัยว่า สัญญาขายฝากตกเป็นโมฆะตามมาตรา 156 วรรคหนึ่ง

3. ผลทางกฎหมาย: สัญญาขายฝากตกเป็นโมฆะและต้องเพิกถอนการจดทะเบียน

เมื่อสัญญาขายฝากที่ดินเป็นโมฆะ ย่อมถือว่าไม่เคยมีผลบังคับตั้งแต่ต้นตามหลักกฎหมายแพ่ง ศาลจึงต้องสั่งให้

เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนขายฝาก

คืนสถานะกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้กลับไปยังโจทก์ผู้เป็นเจ้าของเดิมตามกฎหมาย

คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามมาตรา 172 แห่ง ป.พ.พ.

ระบบทะเบียนที่ดินของไทยยึดหลัก ความถูกต้องแห่งนิติกรรมเป็นเบื้องต้น หากนิติกรรมมีผลเป็นโมฆะ การจดทะเบียนซึ่งตั้งอยู่บนฐานของนิติกรรมนั้นย่อมต้องถูกเพิกถอนด้วย

4. การคืนเงินตามลาภมิควรได้ (มาตรา 172 วรรคสอง)

เมื่อสัญญาเป็นโมฆะ คู่สัญญาต้อง “คืนสิ่งที่ได้รับ” แก่กัน เนื่องจากไม่มีสิทธิยึดไว้ตามกฎหมาย ซึ่งถือเป็น ลาภมิควรได้

ในข้อเท็จจริง

โจทก์ได้รับเงินขายฝากเพียง 160,000 บาท

แม้ในเอกสารจะระบุ 500,000 บาท แต่เป็นผลจากการสำคัญผิด

ดังนั้น ศาลพิพากษาให้

โจทก์ คืนเงิน 160,000 บาท แก่จำเลยที่ 1

เพื่อคืนสู่ฐานะเดิมตามมาตรา 172 วรรคสอง

โจทก์ “ไม่อาจยึดเงินไว้ได้” เพราะไม่มีนิติกรรมใช้บังคับให้ยึดถือเงินจำนวนดังกล่าว

หลักนี้สะท้อนว่า เมื่อสัญญาตกเป็นโมฆะ คู่สัญญาไม่ต้องผูกพันตามข้อตกลงต่าง ๆ ทั้งหมด และต้องคืนทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่ได้รับมาโดยปราศจากมูลเหตุอันจะอ้างสิทธิได้ต่อกัน

5. วิเคราะห์มิติทางนิติกรรมและเหตุผลของศาล

5.1 สัญญาขายฝากต้องมีความชัดเจนทั้งในทรัพย์และราคา

เพราะเป็นนิติกรรมที่มีผลให้โอนกรรมสิทธิ์ทันที

ดังนั้นความเข้าใจร่วมกันใน “ราคา” เป็นหัวใจสำคัญที่ถือเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม

5.2 ส่วนต่างราคาอย่างมีนัยสำคัญแสดงถึงการสำคัญผิด

จาก 160,000 → 500,000 บาท

ส่วนต่างมากถึงกว่า 3 เท่า แสดงให้เห็นถึงความคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดด้านตัวเลขเล็กน้อย

5.3 การสำคัญผิดนี้ทำให้สัญญาทั้งฉบับเป็นโมฆะ

เนื่องจากราคาเป็นองค์ประกอบที่ผู้ขายฝากใช้ตัดสินใจว่าจะยอมเสียกรรมสิทธิ์ไปชั่วคราวหรือไม่ รวมถึงสามารถไถ่คืนได้หรือไม่ในอนาคต

5.4 ศาลใช้มาตรา 156 วรรคหนึ่งโดยตรง

และสั่งเพิกถอนการจดทะเบียน ซึ่งเป็นผลโดยตรงของนิติกรรมโมฆะ

5.5 การคืนเงินเป็นผลตามกฎหมาย ไม่ใช่สิทธิเรียกร้องตามสัญญา

เพราะสัญญาไม่มีผลใช้บังคับตั้งแต่ต้น

ดังนั้นการคืนเงินจึงอยู่ในกรอบของ ลาภมิควรได้ เท่านั้น

6. ความสำคัญของคำพิพากษานี้ต่อการตีความสัญญาขายฝาก

คำพิพากษาลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตีความการทำสัญญาขายฝากในทางปฏิบัติ เนื่องจาก

แสดงให้เห็นว่าราคาในสัญญามีความสำคัญทัดเทียมกับตัวทรัพย์ที่เป็นวัตถุแห่งสัญญา

การระบุราคาที่แตกต่างจากการตกลงกันโดยสาระสำคัญ อาจทำให้สัญญาเป็นโมฆะได้

คู่สัญญาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการลงนามเอกสารสัญญาขายฝาก

ผู้รับซื้อฝากควรปฏิบัติสุจริตและไม่ใช้ประโยชน์จากความไม่รู้หนังสือหรือความอ่อนด้อยของผู้ขายฝาก

หากมีการบิดเบือนราคาโดยผู้ใดผู้หนึ่ง ศาลอาจถือว่าเป็นเหตุให้สัญญาไม่อาจใช้บังคับได้

จึงถือเป็นแนวคำพิพากษาที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในการตีความและวางบรรทัดฐานการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาขายฝากในคดีต่อไป

7. บทสรุป

สัญญาขายฝากที่ดินเป็นนิติกรรมที่มีขอบเขตความรับผิดต่อคู่สัญญาอย่างลึกซึ้ง การสำคัญผิดในราคาในระดับที่เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของนิติกรรม สามารถทำให้สัญญาตกเป็นโมฆะได้ตาม มาตรา 156 วรรคหนึ่ง ดังเช่นในกรณีที่

โจทก์เข้าใจว่าขายฝากในราคา 160,000 บาท

แต่สัญญากลับถูกระบุเป็น 500,000 บาท

ความคลาดเคลื่อนดังกล่าวมีผลให้

สัญญาขายฝากเป็นโมฆะ

การจดทะเบียนต้องเพิกถอน

คู่สัญญาต้องคืนประโยชน์ที่ได้รับตามลาภมิควรได้

คำพิพากษาลักษณะนี้ช่วยยืนยันความสำคัญของความสุจริต โปร่งใส และความเข้าใจร่วมกันในการทำสัญญาที่มีผลโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ และเป็นแนวทางสำคัญที่ผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายควรศึกษาอย่างรอบคอบ




ตัวบทมาตราแพ่ง

การหักค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยในคดีละเมิดจากอุบัติเหตุรถยนต์
บัตรเดบิตถูกลักใช้ ร้านค้าไม่ตรวจลายมือชื่อ ธนาคารรับผิด 3 ใน 4(ฎีกาที่ 4568/2566)
สิทธิของรัฐในการติดตามเงินงบประมาณคืนจากผู้รับเงินโดยผิดหลง(ฎีกา 4569/2566)
สิทธิในเหล็กเส้นและเบี้ยปรับงานก่อสร้าง, มาตรา 381, มาตรา 382,(ฎีกา 132/2567)
การเลิกสัญญาจ้างตกแต่งภายใน การเลิกสัญญาโดยปริยาย และสิทธิเรียกคืนเงินล่วงหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 391(ฎีกา 146/2567)
คดีละเมิดจากการรื้อถอนอาคาร & ค่าสินไหมทดแทนตามสภาพความเสียหายแท้จริง(ฎีกา 464/2567)
เพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการกรณีความประมาทเท่ากัน (ฎีกา 145/2568)
ความรับผิดของผู้ครอบครองรถ (ประกัน, เมาสุรา)ค่าสินไหมทดแทน (ฎีกา 1953/2567)
ชดใช้คืนเงิน เลิกสัญญา & ห้ามกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษ,กฎหมายผู้บริโภค(ฎีกา 2019/2567)
ประเด็นเรื่องการจับฉลากแบ่งมรดกโดยไม่มีทายาทครบทุกคน
คำพิพากษาศาล(ฎีกาที่ 3373/2567): *ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน บสย. และความรับผิดของลูกหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 816
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4442/2567: สมาชิกสหกรณ์ยังมีหนี้ค้างชำระ ไม่มีสิทธิลาออกและขอถอนเงินค่าหุ้น
ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2)-คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5659/2567: การปิดกั้นทางพิพาทที่เป็นสาธารณสมบัติและผลของกฎหมายปรับเป็นพินัย
การรับช่วงสิทธิคืออะไร การรับช่วงสิทธิหมายความว่าอย่างไร
ค่าสินไหมทดแทนเพื่อที่เขาต้องขาดแรงงาน
ค่าเสียหายที่คู่สัญญาได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้าให้ชดใช้ให้แก่กัน