ReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ




การริบทรัพย์สินของกลาง

            


การริบทรัพย์สินของกลาง รถกระบะเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดหรือไม่? นำรถกระบะเป็นพาหนะให้คนต่างด้าวนั่งโดยสารไม่ถือว่ารถกะบะเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดโดยตรง โดยสภาพรถกระบะก็เอาไว้บรรทุกคนได้อยู่แล้ว จึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด
 
                  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2550

การที่จำเลยกระทำความผิดฐานช่วยเหลือคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยใช้รถกระบะของกลางเป็นพาหนะให้คนต่างด้าวนั่งโดยสารมาด้วยนั้น ถือไม่ได้ว่ารถกระบะของกลางเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดดังกล่าวโดยตรงตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) ทั้งตามปกติรถกระบะของกลางโดยสภาพมีไว้เพื่อบรรทุกคนและสิ่งของจากที่หนึ่งไปยังที่อื่นอันเป็นวัตถุประสงค์ทั่วไป จึงริบรถกระบะของกลางไม่ได้

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และริบรถกระบะของกลาง
                   จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ริบรถกระบะของกลาง
              จำเลยอุทธรณ์
             ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 6 เดือน เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 3 เดือน ไม่ริบรถกระบะของกลาง แต่ให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
             โจทก์ฎีกา
           ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าต้องริบรถกระบะของกลางหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยกระทำความผิดฐานช่วยเหลือคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เพื่อให้พ้นจากการจับกุม โดยใช้รถกระบะของกลางเป็นพาหนะให้คนต่างด้าวนั่งโดยสารมาด้วยนั้น ถือไม่ได้ว่ารถกระบะของกลางเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดดังกล่าวโดยตรงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ทั้งตามปกติรถกระบะของกลางโดยสภาพมีไว้เพื่อบรรทุกคนและสิ่งของจากที่หนึ่งไปยังที่อื่นอันเป็นวัตถุประสงค์ทั่วไป จึงริบรถกระบะของกลางไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ริบรถกระบะของกลางนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น”
                         พิพากษายืน

( สุรศักดิ์ สุวรรณประกร - สมศักดิ์ เนตรมัย - สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ )

                   หมายเหตุคำพิพากษาศาลฎีกา
ศาลฎีกาวางแนวมาตลอดว่า ทรัพย์สินที่ศาลจะสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) จะต้องเป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดโดยตรง คำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้ก็เดินตามหลักดังกล่าวข้างต้น

      ตามกฎหมายอาญาเยอรมัน ฝ่ายนิติบัญญัติได้จัดให้การริบทรัพย์สินเป็นมาตรการบังคับอย่างหนึ่ง (Massnahme) อย่างไรก็ตาม การริบทรัพย์สินมีไว้เพื่อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ค่อนข้างจะหลากหลาย และด้วยเหตุนี้เองจึงไม่มีหลักในทางกฎหมายที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (keine eingeitliche rechtsnatur) การริบทรัพย์สินมีลักษณะคล้ายโทษทางอาญา (strafaehnlichen Charakter) ในกรณีที่บังคับเอากับผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมกระทำผิดที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินอยู่ในขณะที่มีคำพิพากษา (มาตรา 74 ll Nr. 1 ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน) หรือในกรณีที่เป็นการริบทรัพย์สินของบุคคลที่สาม (มาตรา 74a ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน) ทั้งสองกรณีดังกล่าว การริบทรัพย์สินในขณะเดียวกันก็มีไว้เพื่อเป็นการคุ้มครองสังคม เพื่อเป็นการป้องกันทั่วไปเพื่อให้เป็นไปตามแนวคิดของการสูญเสียกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดและเพื่อให้มีผลแก่ตัวผู้กระทำผิด อันจะเป็นผลให้วัตถุประสงค์ในการป้องกันพิเศษบรรลุผล ดังนั้น ผู้กระทำผิดที่ถูกริบทรัพย์สิน เช่น ถูกริบรถบรรทุกที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงอาจที่จะได้รับผลร้ายที่มากกว่าการได้รับโทษทางอาญา ด้วยเหตุนี้ การริบทรัพย์สินจึงไม่ได้อยู่ภายใต้หลักความน่าตำหนิ (Schuldprinzip) ตามมาตรา 46 ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน หากแต่อยู่ภายใต้หลักสัดส่วน (Grundsatz der Verhaeltnismaessigkeit) ดังนั้น ตามมาตรา 74b l ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน หากตามกฎหมายไม่ได้บัญญัติบังคับให้ต้องริบทรัพย์สินแล้ว ก็ไม่อาจที่จะริบทรัพย์สินได้ หากว่าเมื่อเทียบกับคุณค่าของตัวทรัพย์สินแล้วจะเป็นการขัดต่อหลักสัดส่วน (เช่น ไม่มีการริบรถบรรทุกที่ใช้ในการกระทำความผิดในกรณีที่เป็นความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของความผิดศุลกากร) นอกจากนี้ในกรณีตามมาตรา 74, 74a ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน ศาลสามารถที่จะกำหนดให้การริบทรัพย์สินเป็นเงื่อนไขไว้ในคำพิพากษาและแทนที่ด้วยมาตรการอื่น ๆ ที่มีความรุนแรงน้อยกว่า หากมาตรการดังกล่าวได้ผลเช่นเดียวกับกรณีของการริบทรัพย์สิน เช่น การสั่งให้ทำให้ทรัพย์สินดังกล่าวใช้ไมได้ เป็นต้น (มาตรา 74b ll ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน) ในทางตรงกันข้าม การริบทรัพย์สินถือว่าเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัย (Sicherungsmassnahme) ในกรณีที่มีการริบทรัพย์สินดังกล่าวมีไว้เพื่อที่จะคุ้มครองสังคม เนื่องจากทรัพย์สินดังกล่าวมีลักษณะที่เป็นอันตรายต่อสังคม (เช่น กล่องใส่วัตถุระเบิด) หรือจะมีอันตรายเกิดขึ้นหากว่าได้นำเอาทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิด (เช่น เครื่องมือที่ใช้ลักทรัพย์) (มาตรา 74b ll Nr.2, lll ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน)

ในการริบทรัพย์สินนั้นมีเงื่อนไขสองประการกล่าวคือ ในประการแรก จะต้องมีการกระทำความผิดอาญาโดยเจตนา ซึ่งการที่จะทำการริบทรัพย์สินของผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมกระทำผิดนั้น การกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาดังกล่าวจะต้องเป็นการกระทำความผิดอาญาที่สามารถตำหนิตัวผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมกระทำผิดได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ในกรณีของการริบทรัพย์สินที่เป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัยนั้น การกระทำความผิดอาญาดังกล่าวไม่จำเป็นต้องสามารถตำหนิตัวผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมกระทำผิด (มาตรา 74 l, lll ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน) ถือว่าเป็นการเพียงพอแล้วหากว่าการกระทำความผิดอาญาดังกล่าวได้กระทำถึงขั้นพยายามกระทำความผิดหรือถึงขั้นตระเตรียมกระทำความผิดที่สามารถจะลงโทษในทางอาญาได้ (BGH 13, 311 มาตรา 49a ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมันตามกฎหมายเดิม) อย่างไรก็ตาม การริบทรัพย์สินแม้จะเป็นกรณีของมาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัยก็ยังอยู่ในดุลพินิจของศาลว่าจะริบทรัพย์สินดังกล่าวหรือไม่ ในประการที่สองการริบทรัพย์สินนั้น ทรัพย์สินที่จะถูกริบได้นั้น ต้องเป็นทรัพย์ที่เกิดขึ้นมาจากการกระทำความผิดอาญาร้ายแรง (ein Verbrechen) หรือความผิดอาญาธรรมดาที่ทำโดยเจตนา (ein Vosaetzliches Vergehen) (producta sceleris) หรือต้องเป็นทรัพย์สินที่ใช้หรือได้ใช้เพื่อจะกระทำความผิด ตลอดถึงการตระเตรียมการกระทำความผิด (instrumenta sceleris) การริบทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในมาตรา 74 l ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน ไม่ได้จำกัดเฉพาะทรัพย์ที่มีรูปร่าง (koerperliche Sachen) อย่างในกฎหมายเดิม แต่รวมถึงสิทธิต่าง ๆ (Rechte) ด้วย (vgl. มาตรา 74e l, 74f l ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน) การริบทรัพย์สินในฐานะที่เป็นมาตรการบังคับที่คล้ายโทษทางอาญา (strafaehnliche Massnahme) สามารถกระทำได้หากว่าตัวทรัพย์สินดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นวัตถุที่มีรูปร่างหรือสิทธิดังกล่าวเป็นของผู้กระทำผิดหรือของผู้ร่วมกระทำผิดในขณะที่มีคำพิพากษา ผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมกระทำผิดที่เป็นเจ้าของทรัพย์ในขณะที่มีคำพิพากษาไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ทรัพย์ดังกล่าวในการกระทำความผิดด้วยตนเอง ถือว่าเป็นการเพียงพอแล้วหากว่าผู้ร่วมกระทำความผิดคนอื่น ๆ ได้ใช้ทรัพย์ดังกล่าวโดยความรู้เห็นของผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมกระทำผิดที่เป็นเจ้าของทรัพย์ ตัวทรัพย์ที่จะถูกริบนั้นจะต้องมีความชัดเจนเพียงพอว่าจะมีการนำไปใช้ในการกระทำความผิดในกรณีที่จะมีการกระทำความผิดดังกล่าวในอนาคต (RG 59, 250)

ตัวอย่าง : ทรัพย์ที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการกระทำความผิด (producta sceleris) คือเอกสารที่ทำปลอมขึ้น (มาตรา 267 ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน) และเงินปลอม (มาตรา 150 ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน) ในทางตรงกันข้าม ไม่อาจที่จะริบทรัพย์สินได้ในกรณีของสิ่งที่ได้มาจากการกระทำความผิดอาญา อย่างเช่น เงินที่ได้มาจากการขายทรัพย์ที่เป็นผลมาจากการกระทำความผิดฐานรับของโจร (RG 54, 223) ในส่วนของสิ่งที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อกระทำความผิด (instrumenta sceleris) เช่น เครื่องมือที่ใช้ในการลักทรัพย์ เครื่องมือที่ใช้ในการปลอมแปลง (มาตรา 150 ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน) อาวุธที่ใช้ในการกระทำความผิด (RG 44, 140 (142) ; BGH 31, 80) เงินที่เก็บสำรองไว้ให้แก่สมาชิกขององค์กรการก่อการร้ายที่สามารถนำไปใช้ในการก่อการร้ายครั้งใหม่ได้ (BGN NStZ 1985, 262) รถบรรทุกที่ได้ใช้ในการลักลอบขนส่งสินค้าหนีภาษี (BGH 3, 355) รถจักรยานยนต์ที่ผู้กระทำผิดใช้ในการนำผู้เสียหายไปยังสถานที่ที่จะข่มขืนกระทำชำเรา (BGH NJW 1955, 1327) ในทางตรงกันข้าม หากสิ่งดังกล่าวเป็นแต่เพียงมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอยู่กับการกระทำความผิดอาญาแล้วก็ไม่อาจที่จะริบได้ตามมาตรา 74 ประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน เช่น รถบรรทุกที่ถูกใช้โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำไปใช้ขับขี่ได้ (OLG Karlsruhe VRS 9, 549) รวมทั้งอาวุธปืนที่บุคคลมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต (OLG Hamm NJW 1954, 1169) ในทางตรงกันข้าม รถบรรทุกที่ผู้กระทำผิดใช้ในการหลบหนีจากที่เกิดเหตุ (BGN 10, 337) หรือพาทรัพย์ที่ลักมาหลบหนีไป (BGH NJW 1952, 892) ถือว่าเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอาญา (Jescheck, Lehrbuch des Strafrechts : Allgemeiner Teil, 4 Auflage 1988, 718-720)

ในการริบทรัพย์สินหลักจึงอยู่ตรงที่ว่าทรัพย์ดังกล่าวได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ ถ้าใช่ก็น่าที่จะริบได้ ในทางตรงกันข้าม หากทรัพย์ดังกล่าวเป็นแต่เพียงมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอยู่กับการกระทำความผิดแล้วก็ไม่น่าที่ศาลจะสั่งริบทรัพย์ดังกล่าวได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้จึงมีข้อที่น่าคิดว่าเหตุใดรถกระบะดังกล่าวจึงมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ในเมื่อข้อเท็จจริงก็ยุติว่าจำเลยกระทำความผิดฐานดังกล่าวโดยใช้รถกระบะดังกล่าวในการกระทำความผิด
                                                สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 33 ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตาม กฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้อีกด้วยคือ
(1) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือ
(2) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิด
เว้นแต่ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจ ด้วยในการกระทำความผิด
______________________________
ปรึกษากฎหมาย  ปรึกษาทนายความ ลีนนท์  084 130 2058   *   www.lawyerleenont.com   *   สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ




คำพิพากษาศาลฎีกา

ผู้ค้ำประกันไม่ได้รับสภาพหนี้ มิได้เป็นการแปลงหนี้ใหม่ หนี้เดิมไม่ระงับ
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง- “สภาพการจ้าง” คืออะไร?
สิทธิเรียกร้องไล่เบี้ยลูกจ้าง
ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ความผิดฐานบุกรุกเคหสถาน
ผู้มีส่วนได้เสียเท่านั้นที่จะขอให้ศาลเพิกถอนผู้จัดการมรดก
การคิดดอกเบี้ยผิดนัด
ความรับผิดของผู้รับประกันภัย
สัญญาที่ผู้บริโภคเสียเปรียบเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
อายุความสิทธิเรียกร้องมูลละเมิด
สิทธิหยุดพักผ่อนของลูกจ้าง
คำร้องขอคืนรถยนต์ของกลาง
หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา หนังสือให้ความยินยอมทำนิติกรรม
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ต้องริบเสียทั้งสิ้น
ละเมิดอำนาจศาล-ทนายความเรียกค่าวิ่งเต้นคดี
ใบแต่งทนาย-ทนายความขอแรง
อำนาจสอบสวน ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
ความผิดฐานพรากเด็ก(ผู้เยาว์)อายุยังไม่เกิน 15 ปี
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า การเลิกจ้างในระหว่างการทดลองงาน
ร้องขัดทรัพย์-ตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
ควบคุมหรือขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
โอนที่ดินให้บุตรไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
พรากผู้เยาว์,กระทำชำเราเด็กหญิงไม่เกิน 15 ปี
มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษ
นับอายุความละเมิดเรียกค่าเสียหาย
ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม-ผู้เสียหาย
สัญญาขายฝาก-การวางทรัพย์-การขยายกำหนดเวลาไถ่
การเข้ามอบตัวถือว่าจำเลยถูกจับแล้ว
ภาระจำยอมโดยอายุความ-ใช้ทางในลักษณะปรปักษ์
คำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุด
อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา
แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน- สภาพการจ้าง
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
การใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการ
ฐานค่าจ้างในการคำนวณจ่ายค่าชดเชย
ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
คำร้องสอดเป็นฟ้องซ้อน, ฟ้องซ้อนปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
พิพากษาเกินไปกว่าคำขอท้ายฟ้อง
เรียกค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
หนี้ที่จะต้องรับผิดตามสัญญาจำนอง
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลสั่งริบ
ผู้ลงลายมือชื่อรับรองในตั๋วเงิน
คำสั่งยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ | อุทธรณ์คำสั่งยกคำร้อง
สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
ฎีกาไม่มีลายมือชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้ฎีกา
ค่าชดเชยการเลิกจ้างและดอกเบี้ย
สิทธิในการดำเนินคดีเป็นโจทก์ร่วม
ช่วยซ่อนเร้นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
การกระทำต่อเนื่อง-ความผิดฐานบุกรุก
ขอให้ศาลรวมโทษจำคุก,ความผิดหลายกรรม
ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบหรือไม่?
ครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย 62 เม็ด โทษ 4 ปี 9 เดือน
ผลของการไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวัน
การประเมินภาษีเงินได้-อำนาจออกหมายเรียก
สิทธิแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหาย
กฎหมายยกเลิกความผิด-การใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย
สิทธิของผู้รับจำนอง-เจ้าหนี้บุริมสิทธิ
ไม่แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาทราบ
ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืน-ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์
การฟอกเงิน-ยกประโยชน์แห่งความสงสัย
บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
ตรวจค้น-จับกุมมิชอบด้วยกฎหมาย
นำสืบประกอบคำให้การรับสารภาพ
ลูกหนี้ร่วม-เจ้าหนี้ฟ้องให้ล้มละลายได้
ศาลไม่อาจลงโทษเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายในคำฟ้อง เมทแอมเฟตามีน
เจ้าเพนักงานพิทักษ์ทรัพย์-สิทธิจัดการทรัพย์สินลูกหนี้
ค่าอุปการะเลี้ยงดู ค่าเลี้ยงชีพ อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์
ผู้จัดการมรดก-ผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก พินัยกรรม
เหตุสุดวิสัย หรือ ประมาทเลินเล่อ เรียกค่าขาดไร้อุปการะ
ถอนคืนการให้-ประพฤติเนรคุณ หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง
การนับระยะเวลาอายุความคดีอาญา
ผิดสัญญาหมั้น | เรียกค่าทดแทน | สินสอด
เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ความผิดฐานร่วมกันบุกรุกที่ดินราชพัสดุ
ฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย ฟ้องซ้ำ หลายกรรมต่างกัน การกระทำต่อผู้เสียหายต่างรายกัน
ครอบครองปรปักษ์ ก่อนออกโฉนดที่ดิน
การจราจรติดขัดไม่ใช่เหตุสุดวิสัย
ไม่เข้าเหตุถอนคืนการให้ | หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง
รับของโจร  ซื้อทรัพย์ได้มาจากการลักทรัพย์
ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น,ชั้นอุทธรณ์
ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ | ปัสสาวะสีม่วง | เสพเมทแอมเฟตามีน
เรียกค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
ตั๋วสัญญาใช้เงินที่จะต้องนำไปให้ผู้ออกตั๋วจดรับรู้
ประมาททำให้เกิดเพลิงไหม้ | ความรับผิดของผู้ว่าจ้าง
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ | ปรับโครงสร้างหนี้
ผลของคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด | ผู้ชำระบัญชี
อายุความเรียกค่าเสียหาย | ค่าสินไหมทดแทน | ฟ้องนายจ้าง
ทางจำเป็น และ ทางภาระจำยอม
ขอเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
การบรรยายฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิด
ทุนทรัพย์ไม่เกินสามแสน | เขตอำนาจศาลแขวง
คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน อำนาจศาลชั้นต้นที่จะสั่งแก้ไขคำสั่งที่ผิดหลง
การรับสภาพหนี้อายุความสะดุดหยุดลง
รับสมอ้างต่อศาลว่าเป็นจำเลย ละเมิดอำนาจศาล เปลี่ยนตัวจำเลย
ขอให้ศาลแรงงานพิจารณาคดีใหม่      



Copyright © 2011 All Rights Reserved.

สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ ตั้งอยู่เลขที่ 34/159 หมู่ 8 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 ติดต่อทนายความ 085 960 4258 สำนักงาน โทร. 02 -984 4258 แฟกซ์ 02 984 4204 สำหรับแผนที่การเดินทาง กรุณาคลิ๊กที่ "ที่ตั้งสำนักงาน" ด้านบนสุด ทนายความ ทนาย สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ ปรึกษากฎหมายกับทนายความลีนนท์ โทรเลย ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ