Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletเพิ่มเว็บไซต์
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletสำนัก ทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ




การอุทธรณ์หรือฎีกาต้องเป็นไปตามลำดับชั้นของศาล

                      

 

การอุทธรณ์หรือฎีกาต้องเป็นไปตามลำดับชั้นของศาล
คดีนี้ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา45 บัญญัติให้อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการส่งศาลฎีกาต่อไป ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการต่อศาลฎีกานั้นกระทำได้เฉพาะกรณีที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 45 (1) - (5) เท่านั้น แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินต่าง ๆ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 มิใช่กรณีที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว การอุทธรณ์หรือฎีกาต้องเป็นไปตามลำดับชั้นของศาล

                         คำพิพากษาศาลฎีกาที่  2120/2553

          การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ต่อศาลฎีกากระทำได้เฉพาะกรณีที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 (1) - (5) เท่านั้น คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินต่าง ๆ ที่อ้างว่าเป็นของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288 มิใช่กรณีที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว การอุทธรณ์หรือฎีกาต้องเป็นไปตามลำดับชั้นของศาล ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาจึงไม่ถูกต้อง แต่เนื่องจากคู่ความได้สืบพยานมาเสร็จสิ้น พยานหลักฐานเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่
 ______________________________

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 5,871,443.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2536 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินต่าง ๆ ที่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 3 ถนนพลดำริ ตำบลบางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดนั้นเป็นของผู้ร้องมิใช่ของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธินำยึด ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดคืนแก่ผู้ร้อง

โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วพิพากษายกคำร้อง ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท
          ผู้ร้องอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา45 บัญญัติให้อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการส่งศาลฎีกาต่อไป

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาโดยวินิจฉัยว่ากรณีต้องด้วยพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 ที่ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกานั้น เห็นว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการต่อศาลฎีกานั้นกระทำได้เฉพาะกรณีที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 45 (1) - (5) เท่านั้น แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินต่าง ๆ ที่อ้างว่าเป็นของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 มิใช่กรณีที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว การอุทธรณ์หรือฎีกาต้องเป็นไปตามลำดับชั้นของศาล ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาจึงไม่ถูกต้อง แต่เนื่องจากคู่ความได้สืบพยานมาเสร็จสิ้น พยานหลักฐานเพียงพอแก่การวินิจฉัยแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่

          คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า ทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องไม่มีหลักฐานใดมาแสดงว่าทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง ทั้งตามรายงานการยึดทรัพย์และรายงานการยึดทรัพย์ครั้งที่ 1 นายสมจิตได้ร่วมกับผู้แทนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจทรัพย์สินและนำชี้ยึด และทรัพย์สินที่ถูกยึดเจ้าพนักงานบังคับคดีได้มอบให้นายสมจิตเป็นผู้เก็บรักษาไว้ ณ ที่ทำการยึด โดยนายสมจิตไม่ได้โต้แย้งว่าเป็นทรัพย์สินของผู้ร้องทั้งที่นายสมจิตเป็นกรรมการผู้ร้องและเบิกความอ้างว่านายสมจิตเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินที่ถูกยึดโดยใช้เงินส่วนตัวพยานหลักฐานผู้ร้องจึงฟังไม่ได้ว่าทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

          พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ
( ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ - สุรศักดิ์ สุวรรณประกร - สุรพันธุ์ ละอองมณี )
ศาลชั้นต้น - นายเกียรติศักดิ์ พุ่มเจริญ
ศาลอุทธรณ์ - นายอธิคม อินทุภูติ
__________________________________________________________
ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ ลีนนท์     *  www.lawyerleenont.com  *
สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ        




อุทธรณ์ฎีกา

ฟ้องรวมกันใช้สิทธิเฉพาะตัวต้องแยกทุนทรัพย์
เป็นฎีกาที่ไม่ได้คัดค้านคำพิพากษา | ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาได้
สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดระยะเวลา
ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
แก้ไขเล็กน้อยห้ามโจทก์ฎีกา
ทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์
มิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นจึงถึงที่สุด
ห้ามอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
อุทธรณ์และฎีกา (บทความ)
ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาไม่ชอบ



Copyright © 2011 All Rights Reserved.
สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ ตั้งอยู่เลขที่ 34/159 หมู่ 8 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 ติดต่อทนายความ 085 960 4258 , 084 130 2058 สำนักงาน โทร. 02 -984 4258 แฟกซ์ 02 984 4204 สำหรับแผนที่การเดินทาง กรุณาคลิ๊กที่ "ที่ตั้งสำนักงาน" ด้านบนสุด ทนายความ ทนาย สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ ปรึกษากฎหมายฟรี ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ