ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


 



ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้

 

-ปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

-ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th 

-ปรึกษากฎหมายผ่านแอพไลน์ เพิ่มเพื่อน ไอดีไลน์  ID LINE  :   leenont

ถอนผู้จัดการมรดก | บัญชีทรัพย์มรดก

ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลเพิกถอนได้

ถอนผู้จัดการมรดกเพราะเหตุผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายในกำหนดเวลาและตามแบบที่กำหนดไว้ ศาลอาจถอนผู้จัดการมรดกเพราะบัญชีทรัพย์มรดกเป็นสาระสำคัญในการแบ่งมรดก แม้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกันที่ยังไม่ถึงที่สุดเพราะผู้ร้องอุทธรณ์นั้น คำสั่งดังกล่าวก็ผูกพันผู้ร้องและผู้คัดค้านซึ่งเป็นคู่ความจนกว่าคำสั่งนั้นจะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับหรืองดเสีย หากผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายในกำหนดเวลาและตามแบบที่กำหนดไว้ ศาลมีอำนาจถอนผู้จัดการมรดกได้ ที่กฎหมายบัญญัติหน้าที่ผู้จัดการมรดกดังกล่าวก็เพราะว่าทรัพย์มรดกของผู้ตายมีอะไรบ้างนั้นเป็นเรื่องสำคัญ บัญชีทรัพย์นั้นต้องทำต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน ซึ่งต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกนั้นด้วย ดังนั้นจึงมีเหตุสมควรที่จะถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2541

 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกัน เมื่อผู้คัดค้านมิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นในส่วนที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงถึงที่สุดแล้ว การที่ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และยกคำร้องของผู้คัดค้านนั้น ไม่ว่าศาลอุทธรณ์จะพิพากษาคดีไปในทางใด ก็ไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิและหน้าที่ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงมิใช่กรณีที่ยังไม่ทราบว่าใครจะได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย แม้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกันที่ยังไม่ถึงที่สุดเพราะผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวก็ผูกพันผู้ร้องและผู้คัดค้านซึ่งเป็นคู่ความจนกว่าคำสั่งนั้นจะถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไขกลับหรืองดเสีย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลชั้นต้นและทราบคำสั่งแล้ว ถือว่าหน้าที่ผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลได้เริ่มขึ้นแล้วในวันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1716 ดังนั้นผู้ร้องและผู้คัดค้านจึงต้องลงมือจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายในสิบห้าวันนับแต่วันเริ่มหน้าที่ผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1728 ทั้งนี้ต้องทำบัญชีทรัพย์มรดกให้เสร็จภายในหนึ่งเดือนตามมาตรา 1729 และหากผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายในกำหนดเวลาและ ตามแบบที่กำหนดไว้ มาตรา 1731 ก็บัญญัติให้ศาลมีอำนาจถอนผู้จัดการมรดกได้ การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกและเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกทั้งหมดรวมทั้งเก็บผลประโยชน์จากทรัพย์มรดกแต่ผู้เดียว ยังไม่ทำบัญชีทรัพย์มรดก และแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทบ้างเลย ทั้งยังแสดงเจตนาที่จะไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกเช่นนี้ จึงมีเหตุสมควรที่จะถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสุรพล วรธงไชย ผู้ตายเจ้ามรดก ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมหรือตั้งผู้จัดการมรดกไว้ผู้ตายมีทรัพย์มรดกหลายรายการปรากฏตามบัญชีทรัพย์เอกสารท้ายคำร้องการจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านและนายศรีศักดิ์ชัย เป็นบุตรนอกกฎหมายของผู้ตาย ซึ่งผู้ตายได้รับรองแล้ว นายศรีศักดิ์ชัยมีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายคือเด็กชายอรรณพ วรธงไชย นายศรีศักดิ์ชัยถึงแก่ความตายก่อนผู้ตายเจ้ามรดก ผู้ร้องปิดบังทายาทและจำนวนทรัพย์มรดกไม่สมควรเป็นผู้จัดการมรดกผู้คัดค้านเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายและไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดกขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

             ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายสุรพล วรธงไชย ผู้ตายร่วมกันโดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย
             ผู้ร้องอุทธรณ์

ระหว่างที่ศาลชั้นต้นยังไม่ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 2ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกและให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแต่ผู้เดียว

ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านว่า ยังไม่ต้องทำบัญชีทรัพย์มรดกเพราะคดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกยังไม่ถึงที่สุด การไม่ทำบัญชีทรัพย์มรดกไม่เสียหาย ขอให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว
        ผู้ร้องอุทธรณ์ 

        ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาอุทธรณ์ทั้งสองฉบับรวมกันแล้วพิพากษายืน
               ผู้ร้องฎีกา 

               ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของนายสุรพล  ผู้ตาย มีบุตรด้วยกัน 1 คนคือ นางสาวอภิรดี  ส่วนผู้คัดค้านและนายศรีศักดิ์ชัย เป็นบุตรนอกกฎหมายของผู้ตายซึ่งผู้ตายได้รับรองแล้วนายศรีศักดิ์ชัย มีบุตร 1 คน คือเด็กชายอรรณพ  นายศรีศักดิ์ชัย ถึงแก่ความตายไปก่อนแล้วผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2526 ผู้ตายมีทรัพย์เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทหลายรายการ และผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมไว้ผู้ร้องและผู้คัดค้านซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และไม่ได้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกันแล้วผู้ร้องมิได้จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้เมื่อผู้คัดค้านนัดหมายให้ผู้ร้องไปประชุมเพื่อจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกผู้ร้องก็ไม่ไปประชุมโดยทนายความมีหนังสือแจ้งผู้คัดค้านว่าคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ ยังไม่แน่ชัดว่าใครจะเป็นผู้จัดการมรดก ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประชุมจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า มีเหตุสมควรที่จะถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายและผู้คัดค้านสมควรที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาที่ว่ามีเหตุสมควรที่จะถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ ซึ่งผู้ร้องฎีกาว่า คดีตั้งผู้จัดการมรดกยังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ยังไม่ทราบว่าผู้ใดจะได้เป็นผู้จัดการมรดก ผู้ร้องมิได้มีเจตนาไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดก เพราะเมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกผู้ร้องได้ยื่นบัญชีทรัพย์ไว้แล้วทั้งทายาททราบดีว่าทรัพย์มรดกของผู้ตายมีอะไรบ้างนั้นเห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกันผู้คัดค้านมิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นแต่อย่างใด คำสั่งศาลชั้นต้นในส่วนที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงถึงที่สุดแล้ว การที่ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และยกคำร้องของผู้คัดค้านนั้น ไม่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะพิพากษาคดีไปในทางใด ก็ไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิและหน้าที่ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายเลย จึงมิใช่กรณีที่ยังไม่ทราบว่าใครจะได้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง แม้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกันที่ยังไม่ถึงที่สุดเพราะผู้ร้องอุทธรณ์นั้น คำสั่งดังกล่าวก็ผูกพันผู้ร้องและผู้คัดค้านซึ่งเป็นคู่ความจนกว่าคำสั่งนั้นจะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข กลับหรืองดเสีย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องและผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2537และทราบคำสั่งในวันนั้น อันถือว่าหน้าที่ผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลได้เริ่มขึ้นแล้วในวันดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1716 ดังนั้นผู้ร้องและผู้คัดค้านจึงต้องลงมือจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายในสิบห้าวันนับแต่วันเริ่มหน้าที่ผู้จัดการมรดก ตามมาตรา 1728 ทั้งนี้ต้องทำบัญชีทรัพย์มรดกให้เสร็จภายในหนึ่งเดือน ตามมาตรา 1729หากผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายในกำหนดเวลาและตามแบบที่กำหนดไว้ มาตรา 1731 ก็บัญญัติให้ศาลมีอำนาจถอนผู้จัดการมรดกได้ ที่กฎหมายบัญญัติหน้าที่ผู้จัดการมรดกดังกล่าวก็เพราะว่าทรัพย์มรดกของผู้ตายมีอะไรบ้างนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผู้ร้องอ้างว่าเมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายก็ได้ยื่นบัญชีทรัพย์ต่อศาลทายาทจึงทราบแล้วว่าทรัพย์มรดกมีอะไรบ้างนั้น บัญชีทรัพย์ที่ผู้ร้องยื่นต่อศาลขณะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ไม่ใช่บัญชีทรัพย์มรดกที่ผู้จัดการมรดกจะต้องลงมือจัดทำให้แล้วเสร็จภายหลังที่ได้รับแต่งตั้งจากศาลให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1728 และ 1729 โดยที่ข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ร้องครอบครองทรัพย์มรดกของผู้ตายทั้งหมด ทรัพย์มรดกที่ให้ผู้เช่าผู้ร้องก็เป็นผู้เก็บค่าเช่าตลอดมา ผู้ตายถึงแก่ความตายตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2534 แต่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกและเป็นผู้ครอบครองรวมทั้งเก็บผลประโยชน์จากทรัพย์มรดกแต่ผู้เดียวยังไม่ทำบัญชีทรัพย์มรดก และแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทบ้างเลย ทั้งยังแสดงเจตนาที่จะไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกดังปรากฎตามเอกสารหมาย ค.15 เช่นนี้จึงมีเหตุสมควรที่จะถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ปัญหาวินิจฉัยประการต่อไปที่ว่า ผู้คัดค้านสมควรเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือไม่ เห็นว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรนอกกฎหมายของผู้ตาย ซึ่งผู้ตายได้รับรองแล้ว ผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมไว้ ผู้คัดค้านซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ประกอบกับได้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายดังที่วินิจฉัยข้างต้นแล้วจึงสมควรให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไป

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า หากผู้คัดค้านได้เป็นผู้จัดการมรดกจะทำให้เกิดความเสียหายแก่กองมรดกและทายาทของผู้ตายนั้นไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันข้ออ้างดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผู้ร้องคาดหมายเอาเอง เพราะกฎหมายได้บัญญัติวิธีจัดการและปันทรัพย์มรดกเอาไว้ ซึ่งผู้จัดการมรดกจะต้องปฏิบัติตามอยู่แล้ว
                  พิพากษายืน

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
         มาตรา 145 ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่า ด้วยการอุทธรณ์ฎีกาและการพิจารณาใหม่ คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมี คำสั่งนับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งจนถึงวันที่คำพิพากษาหรือ คำสั่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
        มาตรา 1716 หน้าที่ผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้ง ให้เริ่มนับแต่วันที่ได้ฟัง หรือถือว่าได้ฟังคำสั่งศาลแล้ว
        มาตรา 1728 ผู้จัดการมรดกต้องลงมือจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก ภายในสิบห้าวัน
(1) นับแต่เจ้ามรดกตาย ถ้าในขณะนั้นผู้จัดการมรดกได้รู้ถึงการ ตั้งแต่งตามพินัยกรรมที่มอบหมายไว้แก่ตน หรือ
(2) นับแต่วันที่เริ่มหน้าที่ผู้จัดการมรดกตาม มาตรา 1716 ในกรณีที่ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดก หรือ
(3) นับแต่วันที่ผู้จัดการมรดกรับเป็นผู้จัดการมรดกในกรณีอื่น
       มาตรา 1729 ผู้จัดการมรดกต้องจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกให้แล้วเสร็จ ภายในหนึ่งเดือนนับแต่เวลาที่ระบุไว้ใน มาตรา 1728 แต่กำหนดเวลานี้ เมื่อผู้จัดการมรดกร้องขอก่อนสิ้นกำหนดเวลาหนึ่งเดือนศาลจะอนุญาต ให้ขยายต่อไปอีกก็ได้
บัญชีนั้นต้องทำต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน ซึ่งต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกนั้นด้วย
บุคคลซึ่งจะเป็นพยานในการทำพินัยกรรมไม่ได้ตาม มาตรา 1670 จะเป็นพยานในการทำบัญชีใด ๆ ที่ต้องทำขึ้นตามบทบัญญัติแห่ง ประมวลกฎหมายนี้ไม่ได้
______________


ปรึกษากฎหมาย  ปรึกษาทนายความ ลีนนทื  0859604258  *  
www.lawyerleenont.com   *   สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ

 




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

แม้กองมรดกมีผู้จัดการมรดกแล้วทายาทก็ยังมีสิทธิฟ้อง
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
คำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ
ไม่มีกฎหมายบังคับให้ฟ้องเอาทรัพย์มรดกจากทายาทอื่นที่ครอบครองแทนใน 1 ปี
คดีมรดกต้องเป็นคดีที่ทายาทด้วยกันพิพาทกันเรื่องสิทธิในส่วนแบ่งมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์มรดกเมื่อล่วงพ้นกำหนดอายุความแล้ว
ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น
ทายาททุกคนมอบหมายให้ครอบครองที่ดินแทนทายาททุกคนเพื่อประโยชน์ร่วม
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
การจัดการมรดกยังไม่สิ้นสุดลงอายุความ 5 ปียังไม่เริ่มนับ
อายุความคดีมรดกสะดุดหยุดลง การแบ่งทรัพย์มรดกไม่ชอบ
อายุความฟ้องคดีแพ่งอันเนื่องจากคดียักยอกทรัพย์มรดก
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
ผู้จัดการมรดก สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
สิทธิของบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายในการรับมรดกของบุตรนอกกฎหมาย
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
ผู้จัดการมรดกเรียกให้เจ้าของรวมส่งมอบโฉนดที่ดิน
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
เหตุอันจะร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดก
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองไม่ได้ทำต่อหน้าพยานตกเป็นโมฆะ
ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามมาตรา 1300
แสดงบัญชีเครือญาติเป็นเท็จปิดบังจำนวนทายาท
ความเหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
การแบ่งมรดกที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารสิทธิ
ขอให้ศาลสั่งถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดก
ทายาทมิได้ฟ้องเรียกร้องมรดกภายใน 1 ปี
พินัยกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อน
คู่สมรสที่จดทะเบียนหย่าแล้วเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่
อำนาจร้องขอถอนผู้จัดการมรดก พินัยกรรมเป็นโมฆะ
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก | ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน | ผู้มีส่วนได้เสีย
สิทธิรับมรดกก่อนหลัง
ผู้จัดการมรดก, บิดาไม่ชอบด้วยกฎหมาย, บุตรนอกกฎหมาย
ผู้จัดการมรดก | ทายาทผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก
ผู้จัดการมรดก | ฟ้องแทนทายาทโดยธรรมอื่น
หนังสือสัญญาแบ่งมรดกตกเป็นโมฆะหรือไม่?
การจัดการทำศพ | สามีนอกกฎหมาย
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก
หน้าที่จัดการทำศพ | ทายาทมีส่วนเท่ากันออกค่าใช้จ่าย
หน้าที่จัดการศพ | พระภิกษุไม่มีทรัพย์ตกแก่วัด
การจัดการทำศพ | อันดับก่อนหลังตามกฎหมาย
คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกอายุความ 5 ปี
ยกข้อต่อสู้ อายุความมรดก แบ่งมรดกไม่เป็นธรรม
ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ความรับผิดของผู้ตาย
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
พินัยกรรมแบบธรรมดา | พยานในพินัยกรรม