Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletเพิ่มเว็บไซต์
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletสำนัก ทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ




เพิกถอนนิติกรรมขายฝาก


สามี-ภริยา จดทะเบียนหย่ากันแล้ว ต่อมาสามีฟ้องอดีตภริยาอ้างว่า ขณะที่เป็นสามีภริยากันนั้น ทางอดีตภริยาขายฝากที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสให้กับผู้ซื้อ (จำเลยที่ 2 ในคดีนี้) โดยการปลอมหนังสือมอบอำนาจ (ไม่ได้รับความยินยอมจากสามี) ขอให้ศาลเพิกถอนนิตกรรมขายฝากที่ดิน   ส่วนผู้ซื้อให้การต่อสู้ว่าซื้อที่ดินโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน และคดีนี้มาฟ้องให้เพิกถอนนิติกรรมเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่รู้มูลเหตุแล้ว  ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จากข้อเท็จจริงได้ความว่า อดีตภริยานำที่ดินที่เป็นสินสมรสไปขายฝากโดยการปลอมหนังสือมอบอำนาจ ผู้ซื้อฝากได้รับซื้อฝากโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนย่อมเพิกถอนนิติกรรมขายฝากไม่ได้


คำพิพากษาศาลฎีกาที่  7680/2551

          การเพิกถอนนิติกรรมตามที่ ป.พ.พ. มาตรา 1480 วรรคหนึ่ง ต้องเพิกถอนทั้งหมด โดยมีผลเป็นว่าทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้นถ้าเพิกถอนได้ก็ย่อมกลับคืนมาเป็นสินสมรสทั้งหมด มิใช่เพิกถอนแต่เฉพาะส่วนของคู่สมรสที่ไม่ให้ความยินยอม ดังนั้น ในทางกลับกันถ้าเพิกถอนไม่ได้เพราะบุคคลภายนอกดังกล่าวทำการโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ก็ย่อมเพิกถอนไม่ได้ทั้งหมด

          โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 เคยเป็นสามีภริยากัน แต่ปัจจุบันจดทะเบียนหย่าแล้ว ในระหว่างเป็นสามีภริยากัน จำเลยที่ 1 นำที่ดินโฉนดเลขที่ 16480 ซึ่งเป็นสินสมรสไปขายฝากให้แก่จำเลยที่ 2 ในราคา 250,000 บาท และต่อมาได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 1589 ซึ่งเป็นสินสมรสไปขายฝากให้แก่จำเลยที่ 2 ในราคา 560,000 บาท โดยโจทก์มิได้ยินยอม เนื่องจากจำเลยที่ 1 ปลอมหนังสือมอบอำนาจของโจทก์และจำเลยที่ 2 กระทำโดยไม่สุจริต โจทก์เพิ่งทราบการทำนิติกรรมการขายฝากที่ดินทั้งสองแปลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2545 ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนนิติกรรมขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 16480 ตำบลขัวมุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และที่ดินโฉนดเลขที่ 1589 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2
          จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ

          จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 รับซื้อฝากที่ดินพิพาททั้งสองแปลงโดยจำเลยที่ 1 มีหนังสือมอบอำนาจลงลายมือชื่อของโจทก์ให้ขายฝากที่ดินพิพาททั้งสองแปลงมาแสดง จำเลยที่ 2 จึงรับซื้อไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน โจทก์ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่รู้มูลเหตุให้เพิกถอน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง


          ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ
          โจทก์อุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน แต่ให้ศาลชั้นต้นคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นต้นส่วนที่เรียกเกินจำนวน 20,050 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
          โจทก์ฎีกา

          ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า “ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติดังที่โจทก์และจำเลยที่ 2 แถลงรับข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2548 เอกสารในสำนวนสารบัญอันอับที่ 102 ว่า ขณะที่จำเลยที่ 1 เป็นภริยาโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้นำที่ดินอันเป็นสินสมรสเลขที่ 16480 ตำบลขัวมุง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างและที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสโฉนดเลขที่ 1589 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ไปขายฝากให้แก่จำเลยที่ 2 โดยการปลอมหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ ตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 จำเลยที่ 2 รับซื้อฝากที่ดินพิพาททั้งสองแปลง โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ตามสำเนาโฉนดที่ดินแปลงพิพาทเอกสารหมาย จ.3 และ จ.4


          คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมขายฝากที่ดินพิพาททั้งสองแปลงหรือไม่ เห็นว่า แม้การที่จำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมขายฝากกับจำเลยที่ 2 โดยใช้เอกสารที่มีลายมือชื่อปลอมของโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำการโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ยอมรับว่าขณะทำนิติกรรมดังกล่าว จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมขายฝากที่พิพาททั้งสองแปลง จึงถูกต้องชอบแล้ว ที่โจทก์อ้างเป็นข้อฎีกาว่าฟ้องโจทก์รวมถึงการขอให้เพิกถอนนิติกรรมขายฝากเฉพาะส่วนของโจทก์ในสินสมรสดังกล่าว ซึ่งแยกต่างหากจากส่วนของจำเลยที่ 1 นั้น เห็นว่า ในการเพิกถอนนิติกรรมสำคัญใด ๆ ที่บุคคลภายนอกทำการโดยไม่สุจริตหรือไม่ได้เสียค่าตอบแทนตามนัยที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้นั้นเป็นเรื่องของนิติกรรมโดยตรง การเพิกถอนนั้นจึงต้องเพิกถอนทั้งหมด โดยมีผลเป็นว่าทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งหนี้นั้น ถ้าเพิกถอนได้ ก็ย่อมกลับคืนมาเป็นสินสมรสทั้งหมด มิใช่เพิกถอนแต่เฉพาะส่วนของคู่สมรสที่ไม่ให้ความยินยอม ดังนั้น ในทางกลับกันถ้าเพิกถอนไม่ได้เพราะบุคคลภายนอกดังกล่าวทำการโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนเยี่ยงจำเลยที่ 2 นี้ ก็ย่อมเพิกถอนไม่ได้ทั้งหมด”

          พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
( พินิจ สายสอาด - เกษม วีรวงศ์ - กีรติ กาญจนรินทร์ )
**ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ ลีนนท์  085 960 4258   http://www.lawyerleenont.com   **
ค้นหาสำนักงานทนายความ คลิ๊ก++




ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา

บันทึกข้อตกเรื่องทรัพย์สินหลังทะเบียนหย่า | สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุตร
สัญญาแบ่งทรัพย์สินในการหย่าขาด | ข้อตกลงจะให้ที่ดิน
สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก | บันทึกหลังทะเบียนหย่า
ขอเป็นผู้จัดการสินสมรสฝ่ายเดียว | แยกสินสมรส
สัญญาระหว่างสมรส
เพิกถอนนิติกรรมโฉนดห้ามโอน 10 ปี
การขอเป็นผู้จัดการสินสมรสฝ่ายเดียว
เหตุสมควรขอให้แยกสินสมรส
สัญญาก่อนสมรส
การเปลี่ยนแปลงสัญญาก่อนสมรส
บังคับคดีเอากับสินสมรสส่วนของลูกหนี้
การแบ่งทรัพย์สิน
สินส่วนตัวและสินสมรส
ความยินยอมในการจัดการสินสมรส
สิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการให้สินสมรสและติดตามเอาคืน



Copyright © 2011 All Rights Reserved.
สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ ตั้งอยู่เลขที่ 34/159 หมู่ 8 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 ติดต่อทนายความ 085 960 4258 , 084 130 2058 สำนักงาน โทร. 02 -984 4258 แฟกซ์ 02 984 4204 สำหรับแผนที่การเดินทาง กรุณาคลิ๊กที่ "ที่ตั้งสำนักงาน" ด้านบนสุด ทนายความ ทนาย สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ ปรึกษากฎหมายฟรี ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ