ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การขัดกันของคำพิพากษาศาลฎีกาและอำนาจร้องในคดีแพ่ง(ฎีกาที่ 3196/2567)

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3196/2567 การขัดกันของคำพิพากษาและอำนาจร้องในคดีแพ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำพิพากษาที่ 3140/2538 และ 623/2546 ไม่ขัดกัน พร้อมยืนยันอำนาจศาลชั้นต้นในการยกคำร้อง และอธิบายหลักกฎหมายมาตรา 146 ป.วิ.พ. เกี่ยวกับสิทธิร้องและคดีมรดก

ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการร้องขอให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาชี้ขาดว่าคำพิพากษาศาลฎีกาที่ขัดกันควรยึดตามคดีใด โดยมีประเด็นระหว่างคำพิพากษาที่ 3140/2538 ซึ่งรับรองสิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดิน และคำพิพากษาที่ 623/2546 ที่ตัดสินว่าสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการจัดการทรัพย์มรดกตามหน้าที่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำพิพากษาทั้งสองไม่ขัดกัน และอธิบายหลักการเรื่องอำนาจร้องของศาลชั้นต้น ตลอดจนแนวทางแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดอุปสรรคในการบังคับคดี

สรุปข้อเท็จจริง

โจทก์ที่ 1 อ้างว่าคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 ซึ่งให้สิทธิแบ่งที่ดินแก่ตน ขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2546 ที่ตัดสินยกฟ้องโดยถือว่าสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการจัดการมรดกตามหน้าที่

โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาชี้ขาดว่าควรยึดตามคำพิพากษาคดีใด

ศาลชั้นต้นยกคำร้องเพราะกฎหมายไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจดังกล่าว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาจึงต้องพิจารณา

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

1. ประเด็นอำนาจร้อง

ศาลฎีกายืนยันว่า ศาลชั้นต้นมีอำนาจยกคำร้องได้ เพราะไม่มีบทกฎหมายใดกำหนดให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาชี้ขาดความขัดกันของคำพิพากษา

2. ประเด็นความขัดกันของคำพิพากษา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 เป็นการรับรองสิทธิในที่ดินของโจทก์ที่ 1 แต่ไม่ได้เพิกถอนนิติกรรมใด ๆ ขณะที่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2546 เพียงวินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการจัดการมรดกตามอำนาจผู้จัดการมรดก ไม่ใช่นิติกรรมที่เพิกถอนได้ ดังนั้นทั้งสองคำพิพากษาไม่ได้ขัดกัน

3. สิทธิของโจทก์ที่ 1

แม้โจทก์ไม่สามารถเพิกถอนนิติกรรมเพื่อให้ได้ที่ดินคืน แต่ยังสามารถเรียกร้องส่วนแบ่งเป็นเงินจากจำเลย ตามสิทธิที่คำพิพากษา 3140/2538 รับรองไว้

วิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย

มาตรา 146 ป.วิ.พ. ไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจร้องให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ชี้ขาดในความขัดแย้งของคำพิพากษาศาลฎีกา

มาตรา 243 และ 252 ป.วิ.พ. ให้อำนาจศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นที่จำเป็นโดยไม่ต้องส่งสำนวนกลับศาลล่าง

มาตรา 1719 ป.พ.พ. รับรองหน้าที่ผู้จัดการมรดกในการจัดการทรัพย์ตามความจำเป็น ดังนั้นสัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่เกินขอบเขตอำนาจ

ศาลฎีกาใช้แนวทางตีความให้เกิดความสมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม (โจทก์) กับหน้าที่ของผู้จัดการมรดก


มาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.) มีข้อความว่า

“ถ้าคำพิพากษาศาลฎีกาขัดกันในปัญหาอันเดียวกัน ให้ศาลซึ่งจะต้องใช้คําพิพากษาศาลฎีกานั้น เป็นผู้ยื่นเรื่องต่อประธานศาลฎีกาเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาชี้ขาดว่าจะให้ถือเอาคำพิพากษาใดเป็นหลัก”

และใน วรรคสอง ระบุว่า

“ในการชี้ขาดดังกล่าว ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีมติถือเสียงข้างมาก และให้ผลแห่งมติดังกล่าวมีผลผูกพันศาลทั้งปวง”

IRAC Analysis

Issue (ปัญหา):

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 และ 623/2546 ขัดกันหรือไม่ และศาลชั้นต้นมีอำนาจยกคำร้องได้หรือไม่

Rule (กฎเกณฑ์):

ป.วิ.พ. มาตรา 146, 243, 252

ป.พ.พ. มาตรา 1719

Application (การปรับใช้):

คำพิพากษา 3140/2538 รับรองสิทธิในที่ดิน แต่ไม่เพิกถอนนิติกรรม

คำพิพากษา 623/2546 วินิจฉัยว่าสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นการจัดการมรดกตามหน้าที่

ทั้งสองไม่ขัดกัน แต่มีผลให้โจทก์ใช้สิทธิได้เพียงเรียกร้องเงินแทนทรัพย์สิน

ศาลชั้นต้นชอบแล้วที่ยกคำร้องเพราะไม่มีบทกฎหมายให้อำนาจร้องเช่นนั้น

Conclusion (ข้อสรุป):

คำพิพากษาทั้งสองไม่ได้ขัดกัน ศาลฎีกาพิพากษายืนการยกคำร้อง และวางหลักว่าในกรณีเช่นนี้ โจทก์สามารถเรียกร้องค่าเสียหายหรือส่วนแบ่งแทนการเพิกถอนนิติกรรมได้

ข้อคิดทางกฎหมาย

1. การอ้างความขัดกันของคำพิพากษาศาลฎีกาต้องพิจารณาให้ละเอียดว่าเป็นความขัดแย้งจริงหรือไม่

2. ผู้จัดการมรดกมีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกตามความจำเป็น แม้จะเกิดข้อโต้แย้งจากทายาทบางราย

3. หากไม่สามารถบังคับคดีในทรัพย์ได้ ทายาทยังคงมีสิทธิเรียกร้องเป็นค่าเสียหายหรือส่วนแบ่งตามคำพิพากษา

4. ศาลชั้นต้นมีอำนาจพิจารณายกคำร้องหากไม่มีบทกฎหมายให้อำนาจร้องได้

English Summary 

The Supreme Court Judgment No. 3196/2567 deals with a petition to resolve an alleged conflict between earlier decisions (No. 3140/2538 and No. 623/2546). The Court held that the two judgments were not contradictory: one recognized the co-owner’s rights in the land, while the other confirmed the executor’s authority to manage the estate through compromise agreements. As such, the petitioner could not seek annulment of the transactions but retained the right to claim monetary compensation or proportional shares. The Court also affirmed the lower court’s power to dismiss petitions lacking legal grounds.


ห้องพิจารณาคดีศาล คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3196/2567 เกี่ยวกับปัญหาความขัดกันของคำพิพากษา ศาลฎีกาอธิบายมาตรา 146 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เกี่ยวกับการยื่นเรื่องต่อประธานศาลฎีกาเพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ชี้ขาดว่าคำพิพากษาใดเป็นหลัก


 

❓ คำถามที่ 1

ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไรเกี่ยวกับการที่โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาชี้ขาดคำพิพากษาศาลฎีกาที่ขัดกัน โดยอ้างอิง ป.วิ.พ. มาตรา 146 วรรคสอง?

✅ คำตอบ

โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องโดยอ้างว่า ป.วิ.พ. มาตรา 146 วรรคสอง ให้อำนาจแก่ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาในการชี้ขาดความขัดกันของคำพิพากษาศาลฎีกา แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้มุ่งหมายให้อำนาจเช่นนั้น ดังนั้น ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจยกคำร้องได้ และไม่จำต้องส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

❓ คำถามที่ 2

เหตุใดศาลฎีกาจึงเห็นว่า ป.พ.พ. มาตรา 4 วรรคสอง ไม่สามารถนำมาใช้รองรับคำร้องของโจทก์ที่ 1 ได้?

✅ คำตอบ

แม้โจทก์ที่ 1 จะอ้าง ป.พ.พ. มาตรา 4 วรรคสอง เพื่อใช้หลักการ “อนุโลมกฎหมาย” มาสนับสนุนสิทธิในการยื่นคำร้อง แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บทบัญญัติดังกล่าวมิได้ใช้กับการสร้างสิทธิใหม่ในการยื่นคำร้องเรื่องอำนาจชี้ขาดของศาลฎีกา การตีความขยายความเช่นนี้เกินขอบเขตเจตนารมณ์กฎหมาย ศาลจึงไม่รับฟัง

❓ คำถามที่ 3

ในกรณีที่โจทก์ที่ 1 อ้างว่าคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 และ 623/2546 ขัดกัน ศาลฎีกาอาศัยอำนาจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1) และ มาตรา 252 อย่างไรในการวินิจฉัย?

✅ คำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นนี้เป็น ปัญหาในชั้นบังคับคดี ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยได้โดยตรง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 252 โดยไม่จำต้องส่งเรื่องกลับไปให้ศาลชั้นต้น ศาลฎีกาตรวจสอบแล้วเห็นว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 เป็นการรับรองสิทธิของโจทก์ที่ 1 ในฐานะเจ้าของรวม ขณะที่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2546 เป็นเพียงการยกฟ้อง ไม่ได้เพิกถอนนิติกรรม จึงไม่ถือว่าขัดกัน

❓ คำถามที่ 4

ทำไมศาลฎีกาในคดีที่ 623/2546 จึงวินิจฉัยว่าการทำสัญญาประนีประนอมยอมความของผู้จัดการมรดกไม่ใช่การกระทำเกินอำนาจ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719?

✅ คำตอบ

ศาลฎีกาอธิบายว่า การที่ผู้จัดการมรดกทำสัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์มรดกนั้น เป็นการกระทำภายในขอบเขต “หน้าที่อันจำเป็นในการจัดการทรัพย์มรดก” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719 มิใช่การกระทำเกินอำนาจหรือไร้ผลผูกพัน การตีความเช่นนี้ทำให้โจทก์ที่ 1 ไม่สามารถอ้างว่าสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะหรือขัดต่อกฎหมายเพื่อเพิกถอนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3196/2567

คำร้องของโจทก์ที่ 1 มีคำขอให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้สั่งกำหนดว่าจะให้ถือตามคําพิพากษาศาลฎีกาที่ขัดกันคดีใด เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดกำหนดให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้ชี้ขาดคำพิพากษาศาลฎีกาที่ขัดกัน ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะปฏิเสธไม่ส่งคำร้องนั้นแล้วมีคำสั่งยกคำร้องเสียได้ กรณีนี้เป็นเรื่องของอำนาจร้องจึงเป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะต้องตรวจและพิจารณาสั่งคำร้องไปตามลำดับชั้นศาล ศาลชั้นต้นหาได้มีคำสั่งยกคำร้องโดยก้าวล่วงเข้าไปวินิจฉัยชี้ขาดว่าให้ถือตามคำพิพากษาศาลฎีกาคดีใด

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาในคดีนี้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 ตัดสินว่า คำพิพากษาตามยอมในคดีหมายเลขแดงที่ 9536/2523 ของศาลแพ่ง ระหว่างคุณหญิงพงา โจทก์ กับจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสด ผู้ตาย ที่จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงขายที่ดินตามคำฟ้องบางแปลงแก่คุณหญิงพงานั้นไม่มีผลผูกพันโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินและไม่ได้เป็นคู่ความในคดีนั้นด้วย โจทก์ที่ 1 จึงมีสิทธิขอแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวได้ แล้วพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินตามคำฟ้องแก่โจทก์ที่ 1 สองในสามส่วน และที่เหลืออีกหนึ่งในสามส่วนให้แบ่งแก่โจทก์ที่ 1 อีกหนึ่งในห้าส่วน

หลังจากนั้นในคดีอื่นอีก 3 คดี ที่โจทก์ที่ 1 และผู้จัดการมรดกของโจทก์ที่ 1 ยื่นฟ้องจำเลย คุณหญิงพงา และบุคคลภายนอกเป็นจำเลย ขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมในคดีหมายเลขแดงที่ 9536/2523 ของศาลแพ่ง ตลอดจนเพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ที่สืบเนื่องมาจากการทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ศาลฎีกามีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2546 ตัดสินว่า การทำสัญญาประนีประนอมยอมความของจำเลยในคดีดังกล่าวเป็นการจัดการทรัพย์มรดกตามหน้าที่ที่จำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 ไม่ใช่การกระทำนอกอำนาจและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก แล้วพิพากษายกฟ้อง และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2278/2564 กับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3502/2564 ก็ตัดสินในทำนองเดียวกันว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2546 มีผลผูกพันโจทก์ที่ 1 ทำให้โจทก์ที่ 1 ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมที่สืบเนื่องมาจากสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว แล้วพิพากษายกฟ้องเช่นกัน

โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องเป็นใจความว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2546 ขัดกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 ที่ตัดสินไว้ในคดีนี้ ทำให้โจทก์ที่ 1 ไม่อาจใช้สิทธิตามคำพิพากษาในคดีนี้ติดตามเอาที่ดินตามคำฟ้องคืนจากผู้อื่นได้ ขอให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีคำสั่งกำหนดว่าจะให้ถือตามคําพิพากษาศาลฎีกาคดีใด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 146 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 วรรคสอง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้สิทธิโจทก์ที่ 1 ที่จะยื่นคำร้องให้วินิจฉัยในเรื่องนี้ได้ ให้ยกคำร้อง

โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ที่ 1 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 ประการแรกมีว่า ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งยกคำร้องของโจทก์ที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า คำร้องของโจทก์ที่ 1 มีคำขอให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้สั่งกำหนดว่าจะให้ถือตามคําพิพากษาศาลฎีกาที่ขัดกันคดีใด เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดกำหนดให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้ชี้ขาดคำพิพากษาศาลฎีกาที่ขัดกัน ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะปฏิเสธไม่ส่งคำร้องนั้นแล้วมีคำสั่งยกคำร้องเสียได้ กรณีนี้เป็นเรื่องของอำนาจร้องจึงเป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะต้องตรวจและพิจารณาสั่งคำร้องไปตามลำดับชั้นศาล ศาลชั้นต้นหาได้มีคำสั่งยกคำร้องโดยก้าวล่วงเข้าไปวินิจฉัยชี้ขาดว่าให้ถือตามคำพิพากษาศาลฎีกาคดีใดดังที่โจทก์ที่ 1 อ้างในฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วส่งสํานวนคืนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อมีคำสั่งใหม่ให้รับคำร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 ประการสุดท้ายว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2546 ขัดกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 ที่ตัดสินในคดีนี้หรือไม่ ปัญหานี้จัดเป็นปัญหาในชั้นบังคับคดี เนื่องจากโจทก์ที่ 1 มีเหตุขัดข้องในการบังคับคดีแบ่งที่ดินตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 จึงจำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหานี้ให้ชัดเจน โดยศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้วินิจฉัยไว้ แต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อวินิจฉัยก่อน ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 252 เห็นว่า เมื่อพิจารณาผลแห่งคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองคดีแล้วปรากฏว่าหาได้แย้งกันไม่ กล่าวคือ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2546 พิพากษายกฟ้องโดยไม่ได้เพิกถอนนิติกรรมที่จำเลยกระทำกับผู้อื่น ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 ก็พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินตามคำฟ้องแก่โจทก์ที่ 1 โดยไม่ได้พิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมเช่นเดียวกัน ทั้งนี้คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3502/2564 เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 เป็นเพียงการรับรองสิทธิของโจทก์ที่ 1 ที่มีอยู่ในที่ดินตามคำฟ้องเท่านั้น กล่าวคือ คำพิพากษาตามยอมในคดีหมายเลขแดงที่ 9536/2523 ของศาลแพ่งไม่มีผลผูกพันหรือกระทบถึงสิทธิของโจทก์ที่ 1 ที่มีอยู่ในที่ดินตามคำฟ้องนั่นเอง เมื่อคำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองคดีไม่ได้ตัดสินไปคนละทาง แต่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2546 เป็นเหตุให้โจทก์ที่ 1 ไม่อาจขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ที่ดินกลับมาเป็นของโจทก์ที่ 1 หรือของผู้ตายได้ หรือไม่อาจบังคับคดีแบ่งที่ดินโดยตรงได้อีกแล้ว เช่นนี้โจทก์ที่ 1 ก็ชอบที่จะเรียกร้องเอาเงินจำนวนที่ได้จากการขายหรือจำหน่ายที่ดินตามคำฟ้องจากจำเลย ตามสัดส่วนที่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3140/2538 รับรองไว้ และหากการจัดการทรัพย์มรดกของจำเลยก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 อย่างใด โจทก์ที่ 1 ก็ยังชอบที่จะว่ากล่าวเอาแก่จำเลยได้ดังที่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3502/2564 มีคำวินิจฉัยไว้ด้วย คำพิพากษาศาลฎีกาทั้งสองคดีไม่ได้ขัดกัน ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ปัญหาที่ว่าจะให้ถือตามคําพิพากษาศาลฎีกาคดีใดย่อมไม่มี ทำให้ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ 1 ข้อที่ว่า กรณีจะให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้ชี้ขาดความขัดกันของคำพิพากษาศาลฎีกาสองคดีนี้โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 146 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 วรรคสอง ได้หรือไม่อีกต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของโจทก์ที่ 1 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ


วิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3196/2567 อธิบายมาตรา 146 ป.วิ.พ. เรื่องอำนาจร้อง มาตรา 243 และ 252 ป.วิ.พ. เรื่องอำนาจศาลฎีกา และมาตรา 1719 ป.พ.พ. เกี่ยวกับหน้าที่ผู้จัดการมรดก ศาลฎีกาวางหลักการสมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับการจัดการทรัพย์มรดก




เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความแพ่ง

ศาลสั่งปิดหมายแต่เจ้าหน้าที่นำหมายใส่ตู้รับจดหมาย การส่งหมายชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาได้หรือไม่
ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์โดยไม่รับรองให้อุทธรณ์ก่อนมีผลอย่างไร ศาลอุทธรณ์ต้องยกอุทธรณ์หรือเพิกถอนคำสั่งเพื่อให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่
การยึดทรัพย์ซ้ำทำได้หรือไม่ และเจ้าหนี้ต้องชำระค่าธรรมเนียมถอนการยึดหรือไม่ หลักกฎหมายการบังคับคดีและผลของกฎหมายใหม่ที่ศาลฎีกาวางหลักไว้
ผู้เรียงคำคู่ความที่ไม่ใช่ทนายความมีผลอย่างไรต่อฎีกา ศึกษาหลักการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ชอบและอำนาจศาลในการรับหรือไม่รับฎีกา
ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้หรือไม่ หากได้ฟ้องคดีสิทธิในทรัพย์เดียวกันไว้ก่อนแล้ว คำร้องสอดจะกลายเป็นฟ้องซ้อนตามกฎหมายหรือไม่
ศาลส่งหมายโดยประกาศหนังสือพิมพ์แทนได้หรือไม่ หากทายาทผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้รับโอกาสคัดค้านคดีครอบครองปรปักษ์
ฟ้องซ้ำไม่ได้จริงหรือ เมื่อศาลเคยวินิจฉัยแล้ว ประเด็นเดิมในคดีใหม่ยังยกขึ้นสู้ได้หรือไม่
การยื่นคำร้องขัดทรัพย์ซ้ำหลังศาลวินิจฉัยแล้วทำได้หรือไม่ หลักผูกพันคำพิพากษาและฟ้องซ้ำในคดีบังคับคดีที่ดิน
ทนายความถอนตัวแล้วศาลไม่แจ้งคู่ความ กระบวนพิจารณาไม่ชอบหรือไม่ สิทธิในการต่อสู้คดีและผลของคำพิพากษาเป็นอย่างไร
ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมยื่นคำร้องใหม่ได้หรือไม่ หากคดีเดิมถึงที่สุดแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องคำร้องซ้ำและมาตรา 7 (4)
เพิกถอนกระบวนพิจารณาได้หรือไม่ หากศาลไม่ส่งสำเนาคำร้องในคดีไม่มีข้อพิพาท วิเคราะห์คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกและสิทธิผู้มีส่วนได้เสีย
ฟ้องซ้อนในคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์สินและการยักยอก: หลักกรรมเดียวกันและอำนาจศาลฎีกา
สิทธิผู้ร้องสอดในคดีหย่า เมื่อคำพิพากษาถูกเพิกถอนจากการพิจารณาคดีใหม่
หลักอำนาจลงโทษละเมิดอำนาจศาลและสิทธิอุทธรณ์ของผู้เสียหาย
เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อศาลวินิจฉัยนอกประเด็นคำฟ้องในคดีผู้บริโภค(ฎีกา 4819/2566)
ขอพิจารณาคดีใหม่ คืออะไร? เงื่อนไข ระยะเวลา และสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาล
การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบจากการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยโดยมิชอบ(ฎีกาที่ 122/2567)
รับสารภาพแล้วกลับคำได้ไหม? ยักยอกทรัพย์-ไม่รออาญา ศาลดูอะไรบ้าง และยื่นคำร้องช้าเสียสิทธิหรือไม่
รับสารภาพแล้วกลับคำได้ไหม? ใช้รายงานคุมประพฤติสู้คดีได้หรือไม่ ศาลไม่รอการลงโทษในคดีฉ้อโกงออนไลน์เพราะเหตุใด
คดีเพลิงไหม้ ละเมิด & ข้อสันนิษฐาน 84/1,คดีเพลิงไหม้, ลานจอดรถ, ละเมิด, (ฎีกา 2008/2567)
คดีหย่า & ฟ้องซ้อนตามกฎหมาย, การฟ้องหย่าซ้ำเหตุเดียวกัน
ขอบเขตอุทธรณ์เมื่อจำเลยขาดยื่นคำให้การ และอัตราดอกเบี้ยผิดนัดใหม่ (ฎีกา 5222/2567)
(ฎีกา 181/2568) สิทธิรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น
(ฎีกา 1001/2568) แจ้งวันนัดผิดขั้นตอน & สิทธิอุทธรณ์
(ฎีกา 1932/2568) ยกเว้นค่าธรรมเนียมคดีผู้บริโภค & อุทธรณ์
(ฎีกาที่ 3670/2567) การขยายระยะเวลาอุทธรณ์เพื่อความเป็นธรรม และอำนาจทั่วไปของศาล
(ฎีกาที่ 3737/2567) ประเด็นค่าฤชาธรรมเนียมในคดีผู้บริโภคและเงื่อนไขการอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011/2567 เรื่องการท้าพิสูจน์ลายมือชื่อในคดีสัญญากู้เงิน-(คำท้า)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567: คดีพิพาทที่ดินกับกรมทางหลวงและการรับฟังพยานหลักฐานโดยศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2567: ข้อบกพร่องในการวินิจฉัยประเด็นฟ้องแย้งและอำนาจของศาลฎีกาในการยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4637/2567: กระบวนพิจารณาไม่ชอบเพราะไม่แจ้งวันนัดสืบพยานให้คู่ความที่ขาดนัดยื่นคำให้การ
การฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง: หลักเกณฑ์ ข้อยกเว้น และตัวอย่างจากคำพิพากษาศาลฎีกา
ฎีกาที่ 5059/2567: สิทธิจำเลยยกปัญหากระบวนพิจารณาผิดระเบียบในคดีผู้บริโภค แม้ชนะคดีชั้นต้น
ข้อพิพาทสัญญากู้ยืมเงิน การแก้ไขจำนวนเงินกู้ และข้อห้ามการนำสืบพยานบุคคลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94(ฎีกาที่ 6656/2567)
การเพิกถอนกระบวนพิจารณาคดียาเสพติด: ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ในคำพิพากษาที่ 817/2568
โจทก์ร่วมไม่จำต้องจัดทำคำให้การใหม่เพื่อแก้คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลย
ข้อพิพาทการบังคับคดีที่ดินครอบครองปรปักษ์
การเข้ารับมรดกความกรณีคดีถึงที่สุดแล้วได้หรือไม่และเป็นการขัดต่อ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 42 หรือไม่
ใครบ้างมีคุณสมบัติเป็นบุคคลที่จะเข้าแทนที่คู่ความผู้มรณะได้, ศาลฎีกาวินิจฉัยคู่ความผู้มรณะ
คำสั่งคดีมีมูลเป็นที่สุดห้ามอุทธรณ์, การเพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ, สิทธิในการขอพิจารณาใหม่
คดีก่อนคู่ความตกลงท้ากันเป็นข้อแพ้ชนะคดี, ฟ้องซ้ำในคดีแพ่ง, สิทธิขับไล่จากที่ดินกรรมสิทธิ์รวม,
ฟ้องแย้งในคดีแพ่ง, การผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน, การเรียกเงินมัดจำคืนตามสัญญา
คดีบุกรุกที่ดิน น.ส.3 ข. & การสละประเด็นข้อพิพาท (ฎีกา 1201/2567)
สัญญาประนีประนอมยอมความตกลงยุติคดี-ฟ้องซ้ำ
พิพากษาที่เกินคำขอและขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 1548 อันเป็นการไม่ชอบ
ฟ้องแย้งของจำเลยแตกต่างกันกับคำฟ้องเดิม
ค่าสินไหมทดแทนที่จำนวนเงินไม่แน่นอนต้องนำสืบพยาน
ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์
ฟ้องปลูกสร้างผิดต่อข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร
สิทธิของเจ้าของรวมในการแบ่งที่ดิน หากแบ่งไม่ได้ต้องขายทอดตลาดหรือชดใช้เงินอย่างไร พร้อมหลักห้ามพิพากษาเกินคำขอ
คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์มีทุนทรัพย์
รับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนกฎหมาย
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
หน้าที่ในการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
เพิกถอนคำพิพากษาขาดนัดคดีหย่า กระทบทะเบียนหย่าและสมรสใหม่เป็นโมฆะ
วันนัดชี้สองสถาน
ห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
คำร้องสอด
การส่งคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิในฐานะผู้รับจำนอง -ขอรับชำระหนี้ได้ก่อนเจ้าหนี้อื่น
การบรรยายคำฟ้องที่มิได้ระบุวัน เวลาที่แน่ชัดว่าเป็นวันที่เท่าใด ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
ยื่นฟ้องคดีอันไม่มีข้อพิพาทแต่ได้มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องในคดี
ส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยไม่ครบหน้าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
การยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด 1 เดือน
ฟ้องขับไล่- แสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลา 8 วัน
เพิกถอนการขายทอดตลาดหากเป็นประวิงให้ชักช้าต้องรับผิดชดค่าสินไหมทดแทน
ผู้สวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพิกถอนการขายทอดตลาด
ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น-ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
ในคดีเดิมเป็นเพียงคู่ความตกลงยุติคดีไม่ดำเนินการต่อเท่านั้นไม่เป็นฟ้องซ้ำ
การยื่นและการส่งคำคู่ความในคดีฟอกเงิน
ให้คู่ความฝ่ายที่แพ้คดีต้องชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียม-ฟ้องให้รับเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ค่าอุปการะเลี้ยงดูต้องคำนวณอย่างไร และค่าใช้จ่ายในการตรวจดีเอ็นเอใครเป็นผู้รับผิดตามกฎหมาย
ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่แบ่งแยกเป็นส่วนแต่ละคน
เจ้าหนี้ผู้รับจำนองขอรับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดที่ดิน
การมีอยู่ขององค์กรสาธารณประโยชน์ที่ได้รับรองแล้ว
กระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษา-ฟ้องซ้ำ
ยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อเป็นคู่ความฝ่ายที่สามในคดีอาญา
อายัดเงินปันผลของหุ้นได้แม้จะพ้นระยะเวลา 10 ปีแล้ว
เจ้าหนี้บุริมสิทธิ มิได้ร้องขอให้บังคับคดีภายในสิบปี
คำสั่งเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง นอกฟ้องนอกประเด็น
สิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนของผู้รับจำนอง
ฟ้องซ้ำ คดีถึงที่สุดห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก
โจทก์และจำเลยต่างมีสภาพเป็น"เจ้าหนี้" และ "ลูกหนี้" ตามคำพิพากษา
จำเลยไม่ใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกคำบังคับ
ไม่เกินห้าหมื่นบาทห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
การร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดต้องอ้างว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของทรัพย์
เงื่อนเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดให้สันนิษฐานว่าเพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายลูกหนี้
นำใบแต่งทนายความซึ่งปลอมลายมือชื่อไปทำสัญญายอม
อำนาจว่าความหรือดำเนินกระบวนพิจารณาของทนายความในศาล
ฟ้องเคลือบคลุม, สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข, วางประจำไว้หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ
ค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน
ผู้ร้องสอดต้องมีส่วนได้เสียกับคู่ความเดิมถือเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม-ผู้ร้องสอดอ้างครอบครองปรปักษ์เข้าคดีขับไล่ได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยอย่างไรเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียและสิทธิเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม
แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยเป็นข้อยกเว้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 180
การยื่นเอกสารใหม่ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาโดยไม่มีเหตุขัดข้อง ศาลรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ และศาลมีอำนาจงดสืบพยานเพียงใด
จำเลยฟ้องแย้ง-โจทก์ทิ้งฟ้อง ไม่มีผลให้ฟ้องแย้งตกไป
อำนาจปกครองบุตร-มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลใด?
ดุลพินิจสั่งค่าฤชาธรรมเนียมคำนึงความสุจริตของคู่ความ