ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน

 



สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ

สำนักงานทนายความ

(ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th )

            

 ความผิดกรรมเดียวกันไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้องอีก -สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ

 ในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจรตำรวจยึดได้ทรัพย์ของกลางรวม 13 รายการที่บ้านของจำเลย เมื่อโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบว่าจำเลยรับทรัพย์ของกลางไว้ต่างคราวต่างวาระกัน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยได้รับทรัพย์ของกลางในคดีนี้กับคดีอื่นในคราวเดียวกันจึงเป็นความผิดกรรมเดียว แต่โจทก์แยกฟ้องตามจำนวนผู้เสียหาย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิจะนำคดีมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยอีก เพราะเป็นความผิดกรรมเดียวกันสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลย เป็นอันระงับไป


               คำพิพากษาศาลฎีกาที่  6678/2531
 
           จำเลยรับของโจรทรัพย์ 13 รายการไว้ในคราวเดียวกันแม้จะปรากฏว่าทรัพย์ดังกล่าวแต่ละรายการเป็นของผู้เสียหายหลายคนต่างกันการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดกรรมเดียว การที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยเป็นแต่ละคดีตามจำนวนของผู้เสียหายรวมทั้งคดีนี้ด้วยนั้น เมื่อได้ความว่าศาลชั้นต้นในคดีอื่นได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรทรัพย์บางรายการที่จำเลยรับมาในคราวเดียวกับคดีนี้แล้ว โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิจะนำคดีมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรเป็นคดีนี้อีกเพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)

          โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357 และนับโทษต่อจากคดีอื่นจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

           ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 357 จำคุก 1 ปี 6 เดือนลดโทษให้หนึ่งในสามจำคุก 1 ปี นับโทษต่อจากคดีอื่น จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 357 วรรคแรกนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา


            ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายมา 2 ประการโดยจำเลยฎีกาประการแรกว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอุทธรณ์รวมพิจารณาพิพากษาคดีที่จำเลยถูกฟ้องต่อศาลชั้นต้นรวม 4 สำนวนเข้าด้วยกัน แต่ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งคำร้องนั้นแต่อย่างใด จึงเป็นการไม่ชอบ และจำเลยฎีกาประการที่สองว่า แม้จำเลยรับของโจรทรัพย์ของผู้เสียหายหลายคนก็ตาม แต่จำเลยก็ได้รับทรัพย์นั้นไว้คราวเดียวกันจึงเป็นความผิดกรรมเดียวกัน เมื่อจำเลยถูกศาลพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในคดีหนึ่งแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องคดีนี้ย่อมระงับไปศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในประการที่สองก่อนซึ่งปัญหาตามข้อฎีกาของจำเลยประการที่สองนี้ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าในกรณีที่โจทก์ได้ฟ้องจำเลยหลายคดีโดยมีผู้เสียหายต่างรายกันเมื่อโจทก์มีคำขอ ศาลที่พิพากษาคดีหลังย่อมมีอำนาจพิพากษาให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีก่อนซึ่งศาลได้พิพากษาไปแล้วได้ เพราะเป็นการกระทำคนละกรรมต่างหากจากกัน โดยที่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้ฟังว่าจำเลยรับเอาทรัพย์ของผู้เสียหายแต่ละรายไว้ในคราวเดียวกันหรือไม่ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมานั้นจึงยังไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัยศาลฎีกาเห็นสมควรฟังข้อเท็จจริงต่อไป ได้ความจากสิบตำรวจโทฤทธีพรสี่ พยานโจทก์ผู้จับกุมจำเลยว่าเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2530ร้อยตำรวจเอกบดินทร์ ประชากิติคุณ ได้นำสิบตำรวจโทฤทธีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอื่นไปจับกุมจำเลยที่บ้านของจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร และยึดได้ทรัพย์ของกลางทั้งสิ้น 13 รายการ จากบ้านของจำเลย ตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งทรัพย์ของกลางทั้ง 13 รายการนี้เป็นทรัพย์ของกลางคดีนี้รวมอยู่ด้วย 2 รายการกับปรากฏจากคำของร้อยตำรวจเอกบดินทร์ตามบันทึกคำให้การพยานประเด็นโจทก์ของศาลอาญา เอกสารท้ายคำแถลงการณ์ปิดคดีของจำเลยว่าร้อยตำรวจเอกบดินทร์ได้รับจำเลยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2530ในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจรยึดได้ทรัพย์ของกลางรวม 13 รายการที่บ้านของจำเลยและได้ดำเนินคดีแก่จำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรทรัพย์ของกลางดังกล่าวบางรายการตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3104/2530ของศาลชั้นต้นอันเป็นคดีหนึ่งซึ่งโจทก์ขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อทั้งโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบว่าจำเลยรับทรัพย์ของกลางตามเอกสารหมาย จ.1ไว้ต่างคราวต่างวาระกันหรือกล่าวแก้อุทธรณ์และฎีกาของจำเลยในปัญหานี้แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยได้รับทรัพย์ของกลางในคดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4081/2530 ของศาลชั้นต้นซึ่งศาลชั้นต้นนำโทษของจำเลยในคดีนี้ไปนับต่อตามคำขอของโจทก์ไว้ในคราวเดียวกันจึงเป็นการกระทำความผิดฐานรับของโจรกรรมเดียวแต่โจทก์ได้แยกฟ้องจำเลยเป็นแต่ละคดีตามจำนวนของผู้เสียหายเมื่อจำเลยถูกฟ้องและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4081/2530ของศาลชั้นต้นแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิจะนำคดีมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรเป็นคดีนี้อีก เพราะเป็นความผิดกรรมเดียวกันกับคดีดังกล่าวและสิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลย สำหรับความผิดนั้นเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามข้อฎีกาประการแรกของจำเลย

          ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"

          พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

( สุวรรณ ตระการพันธุ์ - ศักดิ์ สนองชาติ - กู้เกียรติ สุนทรบุระ )

ป.วิ.อ.

มาตรา 39  สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปดั่งต่อไปนี้
(1) โดยความตายของผู้กระทำผิด
(2) ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้องหรือยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย
(3) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา 37
(4) เมื่อมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง
(5) เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำผิดยกเลิกความผิดเช่นนั้น
(6) เมื่อคดีขาดอายุความ
(7) เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ
ป.อ. มาตรา 90, 357

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  19406/2555

พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี           โจทก์
นายวสันต์ ______                                          จำเลย
 
ป.อ. มาตรา 276, 281
ป.วิ.อ. มาตรา 39(2)
 
            ผู้เสียหายร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้าย พฤติการณ์ของจำเลยที่ใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้เสียหายก็เพียงเพื่อให้ผู้เสียหายเกรงกลัวและยอมให้จำเลยข่มขืนกระทำชำเรา อันเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้ายตาม ป.อ. มาตรา 276 วรรคแรก ประกอบมาตรา 80 ดังนั้น เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้ายจึงย่อมมีผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายระงับไปด้วย
 
________________________________
 
( สมชาย พันธุมะโอภาส - จักร อุตตโม - ธราธร ศิลปะโอสถ )
ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายสุริยนต์ โสตถิทัต
ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา

กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน หรือ กระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

*ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร. 0859604258   http://www.lawyerleenont.com*     *   สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ

 

 




เกี่ยวกับกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากร
บุตรผู้เยาว์ยังไร้เดียงสาย่อมไม่สามารถให้ความยินยอมได้
ทำหนังสือมอบอำนาจล่วงหน้า จำเลยนำไปทำจำนอง ฟ้องเพิกถอน
ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ในกรณีที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คฝ่ายผู้ต้องเสียในมูลหนี้
คำสั่งขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต้องมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น
การโอนสิทธิที่ดิน ส.ป.ก.4-01
การกระทำโดยสำคัญผิด
สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม
ขั้นตอนการดำเนินคดีแพ่ง
ใบจอง (น.ส. 2)
ขาดคุณสมบัติรับราชการเรียกเงินเดือนคืนได้หรือไม่?
เริ่มต้นคดีด้วยการใช้กฎหมายอิสลามแต่มีผู้คัดค้านนับถือศาสนาพุทธ
ใบมอบฉันทะที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องติดอากร
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. ๒๕๕๘
วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา
โอนที่ดินให้บุตรไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ความสำคัญผิดในตัวบุคคล กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด article
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามสัญญากู้ยืมเงิน
สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก
คดีแพ่งเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวและมรดกอิสลาม
การซื้อรถยนต์ที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากรมีความผิดถูกจำคุก 4 ปี
ภัยพิบัติที่อาจป้องกันได้ - เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้
โอนที่ดินเพื่อให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ผู้แทนเฉพาะการของนิติบุคคลอาคารชุด ประโยชน์ได้เสียขัดกัน
คุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์
สนามกอล์ฟต้องเสียภาษีโรงเรือนหรือไม่?
ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีให้กู้ยืมเงินไม่มีค่าตอบแทน
ศาลต้องยกฟ้อง หรือจำหน่ายคดี
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและคำนิยามศัพท์
ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมินภาษี
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
อำนาจฟ้องคดี
แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
โอนที่ดินตามคำพิพากษาเป็นการขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอก
รับเงินมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายต้องคืนเงินในฐานลาภมิควรได้
ลูกหนี้ค้างจ่ายสรรพากรโอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์
กฎหมายอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ
สำนักงานทนายความ รับปรึกษากฎหมาย 0859604258
สิทธิเรียกร้องคืออะไร การบังคับชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องที่ได้รับโอน
สิทธิหักลดหย่อนสำหรับบุตรซึ่งเกิดจากภริยาเดิม
สิทธิขั้นพื้นฐานในเชิงปรัชญา
ระบอบการเมืองการปกครอง
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร-การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
อำนาจปกครองบุตร
การสิ้นสุดแห่งการสมรส ฟ้องหย่า
คำพิพากษาศาลฎีกาปี 2550