ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน

 



สิทธิขั้นพื้นฐานในเชิงปรัชญา

 

 

 


สิทธิขั้นพื้นฐานในเชิงปรัชญา


   เนื่องจากขอบเขตหรือแนวสังเขปของวิชาสิทธิมนุษยชน(น.396)นี้ได้กำหนดให้นักศึกษาต้องเรียนรู้เรื่องปรัชญาที่เกี่ยวกับบรรดาสิทธิขั้นพื้นฐานด้วย ฉะนั้นในบันทึกนี้ข้าพเจ้าจึงจะขอกล่าวถึง สิทธิขั้นพื้นฐานในเชิงปรัชญา(ไล่ไปตามแต่ละยุคสมัยตั้งแต่อดีตจนถึงสมัยใหม่) ซึ่งรายละเอียดต่างๆมีดังต่อไปนี้
 
ปรัชญาในสมัยกรีก

   ในสมัยนี้มองว่าสิทธิเป็นสิ่งที่ผูกโยงกับระบบคุณธรรมและเหตุผล นอกจากนี้ยังมีแนวคิดว่าความรู้และความเข้าใจจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ จึงอาจกล่าวได้ว่าสิทธินั้นเป็นเรื่องที่เกิดจากความรู้และเหตุผล และเป็นสิ่งที่ถูกต้อง โดยแนวคิดต่างๆในสมัยนี้ถูกคิดขึ้นโดยนักคิดดังต่อไปนี้
 
1.  โสเครติส  (Socrates)
   นักคิดผู้นี้หากจะกล่าวไปทุก ๆ ท่านคงจะรู้จักดีอยู่แล้วเป็นแน่ บุคคลผู้นี้ได้กล่าวไว้ว่า ความรู้คือคุณธรรม กล่าวคือ ถ้าคนเราไม่รู้ก็มักจะประพฤติผิด-ชั่วได้ง่ายๆ แต่ถ้าหากเขารู้แล้วเขาก็จะประพฤติตนไปในทางที่ถูกที่ควร (แม้เขาจะอ้างว่ารู้ แต่ถ้าเขายังทำผิดอยู่ ก็แสดงว่าบุคคลผู้นั้นไม่รู่จริง)

   นอกจากนี้ เขายังกล่าวไว้ว่า  มนุษย์ทุกคนนั้นมีกิเลส แต่มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐที่ควบคุมตนเองได้  ฉะนั้น หากเรารู้จักควบคุมตนเอง ไม่ปล่อยให้เป็นไปตามสัญชาติญาณ มนุษย์ก็จะมีความรู้คุณธรรมและทำในสิ่งที่ถูกต้อง
 
2.  อริสโตเติล  (Aristotle)
   เขากล่าวไว้ว่า ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนมี 2 ภาค

1.  ภาคที่เป็นสัตว์โลกทั่วไป - ภาคนี้เป็นภาคที่สิ่งมีชีวิตทั่วไปมี เช่น กิน ขับถ่าย นอน เป็นต้น

2.ภาคที่เป็นสัตว์ประเสริฐ - ภาคนี้เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์อื่น คือ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาระดับสูง และรู้จักแยกแยะสิ่งผิดชอบชั่วดี รวมทั้งมีความรับผิดชอบในการกระทำของตน
   มนุษย์ในภาคสัตว์ประเสริฐนั้นจึงสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจสิ่งต่างๆได้ว่า อะไรถูกผิด ควรไม่ควร และสามารถเข้าใจธรรมชาติได้
 
   นอกจากนักปราชญ์นักคิดทั้ง 2 คนนี้แล้ว ยังมีแนวคิดต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสมัยนี้อีกได้แก่

1.แนวคิดของพวกสโตอิก (Stoicism)

   พวกนี้มีแนวเกี่ยวกับเรื่องแบบแผนการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง โดยพวกสโตอิก กล่าวว่า มนุษย์ต้องรู้จักหน้าที่ มีความรับผิดชอบ และทำเพื่อสังคม นอกจากนี้พวกเขายังคิดว่าการที่มนุษย์มีความทุกข์นั้นเพราะมนุษย์มีความอยาก นั่นเอง

2.แนวคิดที่ตรงข้ามกับพวกสโตอิก

   2.1.  พวก Epicurian - เสนอว่ามนุษย์ควรดำเนินชีวิตโดยการแสวงหาความสุขใส่ตัวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
   2.2.  พวก Sophist - กล่าวว่า อำนาจคือธรรม หรือก็คือแนวคิดว่า  ผู้ที่แข็งกว่าคือผู้กำหนดความถูกต้อง  (Man is the measure of all things.)
 
ปรัชญาในสมัยโรมัน

   รับแนวคิดของพวก Stoic หรือ Stoicism มาเป็นฐานหรือเป็นหลักการ ซึ่งนำไปสู่การสร้างกฎหมายบ้านเมืองของพวกเขา จึงอาจกล่าวได้ว่าแนวคิดนามธรรมนั้นกรีกเป็นคนคิดค้น ส่วนแนวคิดเหล่านั้นโรมันเป็นคนเอามาทำให้เป็นรูปธรรมต่อไป โดยในยุคนี้ มีนักปราชญ์หรือนักคิดคนสำคัญก็คือ  ชิเซโร  (Cicero) เขาเป็นผู้กล่าวไว้ว่า กฎหมายที่แท้จริง คือ กฎหมายที่ถูกต้อง เป็นนิรันดร์ และถูกต้องเสมอในทุกที่ทุกเวลา  (Cosmopolitanism) นอกจากนี้ในสมัยนี้ยังเกิดประมวลกฎหมายที่สำคัญขึ้น ซึ่งก็คือ ประมวลกฎหมายของพระเจ้าจุสติเนียน (Corpus Juris Civilis)  จึงอาจกล่าวได้ว่า ในสมัยโรมันนี้ ต่างจากสมัยกรีก ตรงที่สิทธินั้นได้รับการเขียนไว้เป็นรูปธรรมมากขึ้น อาทิ เขียนไว้ในกฎหมาย ในขณะที่กรีกนั้นได้ปล่อยให้สิทธิเป็นเรื่องของธรรมชาติและความถูกต้อง  (เป็นนามธรรม) ที่มนุษย์เข้าถึงได้
 
ปรัชญาในสมัยกลาง

   ยุคนี้เป็นยุคศักดินาหรือถูกเรียกว่า ยุคมืด (Dark Age) ของยุโรป ทั้งนี้ก็เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสมัยนี้ถูกกำหนดโดยศาสนจักร แม้แต่ผู้ปกครองหรือกษัตริย์ในสมัยนี้ก็ยังเป็นรองหรือต้องเกรงใจต่อ สันตปาปา (Pope) ส่วนคำสอนในยุคนี้มีดังต่อไปนี้

1.ความยุติธรรมต้องขึ้นกับคำสอนของศาสนา
2.ศีลธรรมกับศาลนานั้นเป็นสิ่งเดียวกัน
3.ศรัทธาเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต

   จากทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าในยุคนี้ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนผูกติดกับศาสนา ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของสิทธิต่างๆก็เป็นพระผู้เป็นเจ้ากำหนดให้มนุษย์
 
ปรัชญาในสมัยใหม่
   ในสมัยใหม่นี้มีแนวคิดที่เกี่ยวกับเรื่องของสิทธิอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบดังต่อไปนี้

1.แนวคิดที่มองมนุษย์ในแง่ลบ
   เป็นแนวคิดแบบ Thomas Hobbes มองว่ามนุษย์เห็นแก่ตัว มีสภาพตามธรรมชาติที่เลวร้าย และขาดศีลธรรม ดังนั้นเมื่อมนุษย์ตัดสินใจมาอยู่รวมกันในสังคม มนุษย์จึงควรจะอยู่ใต้อำนาจปกครองของผู้ปกครองอย่างเด็ดขาด เพราะแม้จะเจอผู้ปกครองที่ไม่ดี ก็ยังดีกว่าการอยู่ตามสภาพธรรมชาติ ฉะนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าแนวคิดนี้ผู้ปกครองจึงมีอำนาจปกครองหรือกำหนดสิ่งต่างๆ รวมทั้งสิทธิของประชาชนได้อย่างเต็มที่

2.แนวคิดที่มองมนุษย์ในแง่บวก
   เป็นแนวคิดแบบ John Locke มองว่ามนุษย์เป็นผู้มีสติปัญญา และรู้จักผิดชอบชั่วดี ผ่านการเรียนการสอนและประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ดังนั้นการที่มนุษย์ตัดสินใจมารวมกันเพราะมนุษย์คิดแล้วว่าการอยู่ร่วมกันจะก่อให้เกิดความผาสุกมากกว่าการอยู่แบบแยกกัน ดังนั้นผู้ปกครองจึงเป็นผู้ที่คอยดูแลให้ประชาชนในสังคมมีชีวิตอยู่อย่างผาสุก กล่าวคือประชาชนมิได้อยู่เพื่อผู้ปกครอง แต่เป็นผู้ปกครองต่างหากที่ต้องอยู่เพื่อประชาชน จึงอาจกล่าวได้ว่าในรูปแบบนี้สิทธินั้นเกิดจากความต้องการของประชาชนในสังคมที่รัฐหรือผู้ปกครองมีหน้าที่ต้องรับรองสิทธิเหล่านั้นให้กับประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
 
อ้างอิง : คำบรรยายวิชาสิทธิขั้นพื้นฐาน (น.150)
 
 
 
   ทั้งหมดนี้ก็คือแนวคิดสิทธิขั้นพื้นฐานเชิงปรัชญา ซึ่งผู้อ่านคงจะได้เห็นว่ามนุษย์เรานั้นมีความคิดเกี่ยวกับคำว่า"สิทธิ"พัฒนามาเรื่อยๆและเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละยุคสมัย ตามสภาพสังคมที่เราอยู่ ดังนั้นจึงอาจสรุปได้ว่าคำว่า"สิทธิ"นี้ก็จะยังคงไม่หยุดนิ่งและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามบริบทและความเป็นไปของสังคม
 


บันทึกนี้เขียนโดย นาย พชร วิเชียรสรรค์ 
 

 

การสิ้นสุดแห่งการสมรส
 

 

 

บริการของ สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ
สำนักงานกฎหมายพีศิริทนายความ ก่อตั้งโดย ทนายความ ลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  รับว่าความคดีแพ่ง คดีอาญา คดีผู้บริโภคและคดีอื่นๆ ทุกคดี รับเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย รับเป็นทนายความแก้ต่างต่อสู้คดี ข้อตกลง ตลอดจนข้อสัญญาต่างๆ เกี่ยวกับธุรกิจ ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดก ฟ้องเรียกเงินผิดสัญญากู้ยืมเงิน ผิดสัญญาจ้างทำของ  ฟ้องหย่า ฟ้องเกี่ยวเนื่องกับสิทธิในคดีครอบครัว ฟ้องเรียกบุตรคืน ฟ้องถอนอำนาจปกครองผู้เยาว์ ฟ้องหย่าและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ฟ้องหย่าและขอแบ่งสินสมรส ฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจากหญิงที่แสดงตนว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับคู่สมรส ฟ้องหย่าและเรียกค่าเลี้ยงชีพ ฟ้องขอเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่เพียงผู้เดียว ฟ้องให้จดทะเบียนรับรองบุตร ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร ฟ้องขอให้ศาลมีว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ฟ้องขอเปลี่ยนอำนาจปกครองบุตร ฟ้องให้คู่หย่าปฏิบัติตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์สินตามบันทึกท้ายทะเบียนหย่า  ฟ้องเรียกค่าทดแทนผิดสัญญาหมั้นเรียกสินสอดคืน ฟ้องบอกเลิกสัญญาหมั้นเรียกของหมั้นคืน ฟ้องคู่สมรสขอแยกกันอยู่ชั่วคราว ฟ้องขอให้จดทะเบียนใส่ชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมคนละครึ่ง ยื่นคำร้องต่อศาลขออนุญาตแทนการให้ความยินยอมขายที่ดินสินสมรส ฟ้องขอเพิกถอนการให้ที่ดินสินสมรส  ฟ้องขอใส่ชื่อเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินสินสมรส  ฟ้องขอใส่ชื่อเป็นเจ้าของร่วมในบัญชีธนาคาร  ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนสมรสซ้อน   ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร ฟ้องบิดาขอให้รับเด็กเป็นบุตรและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูรวมมาด้วย  ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าผู้ร้องเป็นบุตรเพื่อรับบำเหน็จตกทอดจากทางราชการ  ฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตรเนื่องจากเป็นหมันไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้  ฟ้องคดีขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม  ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแทนการให้ความยินยอมของมารดาในการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม  ยื่นคำร้องขอตั้งผู้ปกครอง  ขอให้ศาลแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเด็ก  คดีขอให้ศาลสั่งเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครอง ติดต่อทนายความได้เลย ฟ้องหย่าคิดถึงทนายความลีนนท์ ติดต่อทนายความลีนนท์ ได้ที่หมายเลข 0859604258

 




เกี่ยวกับกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากร
บุตรผู้เยาว์ยังไร้เดียงสาย่อมไม่สามารถให้ความยินยอมได้
ทำหนังสือมอบอำนาจล่วงหน้า จำเลยนำไปทำจำนอง ฟ้องเพิกถอน
ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ในกรณีที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คฝ่ายผู้ต้องเสียในมูลหนี้
คำสั่งขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต้องมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น
การโอนสิทธิที่ดิน ส.ป.ก.4-01
การกระทำโดยสำคัญผิด
สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม
ขั้นตอนการดำเนินคดีแพ่ง
ใบจอง (น.ส. 2)
ขาดคุณสมบัติรับราชการเรียกเงินเดือนคืนได้หรือไม่?
เริ่มต้นคดีด้วยการใช้กฎหมายอิสลามแต่มีผู้คัดค้านนับถือศาสนาพุทธ
ใบมอบฉันทะที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องติดอากร
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. ๒๕๕๘
วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา
โอนที่ดินให้บุตรไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ความสำคัญผิดในตัวบุคคล กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด article
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามสัญญากู้ยืมเงิน
สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก
คดีแพ่งเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวและมรดกอิสลาม
การซื้อรถยนต์ที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากรมีความผิดถูกจำคุก 4 ปี
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ
ภัยพิบัติที่อาจป้องกันได้ - เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้
โอนที่ดินเพื่อให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ผู้แทนเฉพาะการของนิติบุคคลอาคารชุด ประโยชน์ได้เสียขัดกัน
คุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์
สนามกอล์ฟต้องเสียภาษีโรงเรือนหรือไม่?
ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีให้กู้ยืมเงินไม่มีค่าตอบแทน
ศาลต้องยกฟ้อง หรือจำหน่ายคดี
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและคำนิยามศัพท์
ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมินภาษี
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
อำนาจฟ้องคดี
แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
โอนที่ดินตามคำพิพากษาเป็นการขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอก
รับเงินมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายต้องคืนเงินในฐานลาภมิควรได้
ลูกหนี้ค้างจ่ายสรรพากรโอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์
กฎหมายอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ
สำนักงานทนายความ รับปรึกษากฎหมาย 0859604258
สิทธิเรียกร้องคืออะไร การบังคับชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องที่ได้รับโอน
สิทธิหักลดหย่อนสำหรับบุตรซึ่งเกิดจากภริยาเดิม
ระบอบการเมืองการปกครอง
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร-การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
อำนาจปกครองบุตร
การสิ้นสุดแห่งการสมรส ฟ้องหย่า
คำพิพากษาศาลฎีกาปี 2550