ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน

 



การซื้อรถยนต์ที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากรมีความผิดถูกจำคุก 4 ปี

สำนักงานทนายความ

-ปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

-ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th

การซื้อรถยนต์ที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากรมีความผิดถูกจำคุก 4 ปี    

การซื้อรถยนต์ที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ จำคุก 4 ปี ปรับ 3 ล้านบาทเศษแม้อธิบดีกรมศุลกากรมีคำสั่งอนุมัติให้ระงับคดี ซึ่งมีอำนาจสั่งก่อนที่ผู้กระทำความผิดจะถูกฟ้องร้องต่อศาลคำสั่งดังกล่าวจึงล่วงเลยระยะเวลา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  15180/2551

          จำเลยทั้งสองร่วมกันรับไว้ซึ่งรถยนต์ของกลางโดยรู้อยู่ว่าเป็นของที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร วันรุ่งขึ้นหลังจากจำเลยทั้งสองถูกเจ้าพนักงานจับกุม จำเลยทั้งสองทำหนังสือขอทำความตกลงระงับคดีในชั้นศุลกากร โดยยินยอมยกของกลางให้ตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 102 ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลชั้นต้น หลังจากนั้นอธิบดีกรมศุลกากรมีคำสั่งอนุมัติให้ระงับคดี ดังนี้การใช้อำนาจของอธิบดีตามบทมาตราดังกล่าวจะต้องกระทำก่อนที่ผู้กระทำความผิดจะถูกฟ้องร้องต่อศาล เมื่อปรากฏว่าโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลชั้นต้นก่อนที่อธิบดีจะมีคำสั่งอนุมัติให้ระงับคดี คำสั่งดังกล่าวจึงล่วงเลยระยะเวลาที่อธิบดีกรมศุลกากรจะมีอำนาจสั่งให้งดการฟ้องร้องได้อีก

            โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง และจ่ายเงินรางวัลแก่ผู้จับตามกฎหมาย

          จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

            ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 4 ปี ปรับรวมเป็นเงิน 3,416,170.04 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 ปี ปรับรวมเป็นเงิน 1,708,085.02 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรให้โอกาสจำเลยทั้งสองกลับตัวเป็นพลเมืองดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมจำเลยทั้งสองร้อยละยี่สิบของค่าปรับที่จำเลยทั้งสองต้องชำระข้างต้นตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 8 วรรคสอง หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และเมื่อศาลพิพากษาให้ปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงินคนละตั้งแต่สี่หมื่นบาทขึ้นไป ฉะนั้น หากจำเลยทั้งสองจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับให้กักขังจำเลยทั้งสองไว้เป็นระยะเวลา 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบรถยนต์ของกลางนั้น ข้อเท็จจริงได้ความจากหนังสือที่โจทก์ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2545 ในสำนวนบัญชีสารบาญอันดับที่ 38 ว่ารถยนต์ของกลางในคดี กรมศุลกากรได้ทำการตกลงกับจำเลยทั้งสองรับไว้เป็นของแผ่นดินแล้วตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2545 กรณีจึงไม่อาจมีคำพิพากษาให้ริบทรัพย์สินซึ่งเป็นของแผ่นดินให้ตกเป็นของแผ่นดินได้อีก คำขอส่วนนี้ให้ยก

          จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ
          โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า คำสั่งอนุมัติให้ระงับคดีของอธิบดีกรมศุลกากรมีผลให้โจทก์ต้องงดการฟ้องจำเลยทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 102 วรรคแรก บัญญัติว่า “...ถ้าบุคคลใดจะต้องถูกฟ้องตามพระราชบัญญัตินี้ และบุคคลนั้นยินยอมและใช้ค่าปรับ หรือได้ทำความตกลงหรือทำทัณฑ์บน หรือให้ประกันตามที่อธิบดีจะเห็นสมควรแล้ว อธิบดีจะงดการฟ้องร้องเสียก็ได้ และการที่อธิบดีงดการฟ้องร้องเช่นนี้ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มผู้กระทำผิดนั้นในการที่จะถูกฟ้องร้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดอันนั้น” บทกฎหมายดังกล่าวให้อำนาจอธิบดีกรมศุลกากรที่จะงดการฟ้องร้องคดีแก่ผู้กระทำผิดอันเกี่ยวด้วยการศุลกากรในกรณีที่ผู้กระทำผิดยินยอมและใช้ค่าปรับหรือได้ทำความตกลงหรือทำทัณฑ์บนหรือให้ประกันตามที่อธิบดีจะเห็นสมควร ทั้งนี้เพื่อให้คดีระงับไปโดยมิต้องฟ้องร้องคดีต่อศาลอีก การใช้อำนาจของอธิบดีกรมศุลกากรตามบทมาตราดังกล่าว จึงต้องกระทำก่อนที่ผู้กระทำผิดจะถูกฟ้องร้องต่อศาล เมื่อข้อเท็จจริงคดีนี้ปรากฏว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลชั้นต้นก่อนที่อธิบดีกรมศุลกากรจะมีคำสั่งอนุมัติให้ระงับคดี คำสั่งดังกล่าวจึงล่วงเลยระยะเวลาที่อธิบดีกรมศุลกากรจะมีอำนาจสั่งให้งดการฟ้องร้องโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ได้อีก ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

          พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

( อิศเรศ ชัยรัตน์ - สถิตย์ ทาวุฒิ - พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร )
ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายฉัตรชัย รุจิตานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายนิติ เอื้อจรัสพันธุ์
พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ, 102
 

*ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  โทร. 0859604258    http://www.lawyerleenont.com*       สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ

 

https://www.peesirilaw.com/เกี่ยวกับกฎหมาย/สำนักงานทนายความ-รับปรึกษากฎหมาย-0859604258.html

 




เกี่ยวกับกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากร
บุตรผู้เยาว์ยังไร้เดียงสาย่อมไม่สามารถให้ความยินยอมได้
ทำหนังสือมอบอำนาจล่วงหน้า จำเลยนำไปทำจำนอง ฟ้องเพิกถอน
ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ในกรณีที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คฝ่ายผู้ต้องเสียในมูลหนี้
คำสั่งขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต้องมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น
การโอนสิทธิที่ดิน ส.ป.ก.4-01
การกระทำโดยสำคัญผิด
สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม
ขั้นตอนการดำเนินคดีแพ่ง
ใบจอง (น.ส. 2)
ขาดคุณสมบัติรับราชการเรียกเงินเดือนคืนได้หรือไม่?
เริ่มต้นคดีด้วยการใช้กฎหมายอิสลามแต่มีผู้คัดค้านนับถือศาสนาพุทธ
ใบมอบฉันทะที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องติดอากร
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. ๒๕๕๘
วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา
โอนที่ดินให้บุตรไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ความสำคัญผิดในตัวบุคคล กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด article
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามสัญญากู้ยืมเงิน
สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก
คดีแพ่งเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวและมรดกอิสลาม
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ
ภัยพิบัติที่อาจป้องกันได้ - เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้
โอนที่ดินเพื่อให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ผู้แทนเฉพาะการของนิติบุคคลอาคารชุด ประโยชน์ได้เสียขัดกัน
คุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์
สนามกอล์ฟต้องเสียภาษีโรงเรือนหรือไม่?
ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีให้กู้ยืมเงินไม่มีค่าตอบแทน
ศาลต้องยกฟ้อง หรือจำหน่ายคดี
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและคำนิยามศัพท์
ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมินภาษี
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
อำนาจฟ้องคดี
แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
โอนที่ดินตามคำพิพากษาเป็นการขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอก
รับเงินมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายต้องคืนเงินในฐานลาภมิควรได้
ลูกหนี้ค้างจ่ายสรรพากรโอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์
กฎหมายอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ
สำนักงานทนายความ รับปรึกษากฎหมาย 0859604258
สิทธิเรียกร้องคืออะไร การบังคับชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องที่ได้รับโอน
สิทธิหักลดหย่อนสำหรับบุตรซึ่งเกิดจากภริยาเดิม
สิทธิขั้นพื้นฐานในเชิงปรัชญา
ระบอบการเมืองการปกครอง
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร-การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
อำนาจปกครองบุตร
การสิ้นสุดแห่งการสมรส ฟ้องหย่า
คำพิพากษาศาลฎีกาปี 2550