ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน
เพิ่มเพื่อน

 



ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย

สำนักงานทนายความ

-ปรึกษากฎหมาย ทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

-ติดต่อทางอีเมล  :leenont0859604258@yahoo.co.th 

-ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์   ID LINE  :  leenont

ความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย  -ตั้งโรงงานฝ่าฝืนกฎหมาย

การตั้งโรงงานโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายเป็นการกระทำความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ดังนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ติดกับหรือใกล้กับโรงงานได้รับความเดือดร้อนจากการเกิดเสียงดังและกลิ่นเหม็นเป็นการรบกวนสิทธิที่จะอาศัยในเคหะสถานก็ตาม ก็ไม่มีสิทธิขอให้ย้ายโรงงานไปอยู่ที่อื่น - ค่าใช้จ่ายในการป้องกันเสียงดังและระงับกลิ่นเหม็น อันได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในบ้าน ค่าใช้จ่ายในการกู้เงินมาสร้างบ้านอีกหนึ่งหลัง และค่าใช้จ่ายที่ต้องจ้างคนเฝ้าบ้านนั้น มิใช่ผลธรรมดาที่เกิดจากเหตุกระทำละเมิดของโรงงาน แต่เป็นความเสียหายที่ไกลเกินเหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8309/2548 

การประกอบกิจการของจำเลยทั้งสองก่อให้เกิดเสียงดังและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนสิทธิที่จะอยู่อาศัยในเคหะสถานของโจทก์ทั้งสองโดยปกติสุข โจทก์ทั้งสองย่อมมีสิทธิที่จะปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหาย หรือเดือดร้อนรำคาญให้สิ้นไป ได้แก่การดำเนินการให้จำเลยทั้งสองหยุดการกระทำที่ก่อให้เกิดเสียงดังและส่งกลิ่นเหม็นหรือหาวิธีป้องกันมิให้เกิดเสียงดังและส่งกลิ่นเหม็นอันเป็นการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ทั้งสอง

เมื่อศาลมีคำพิพากษาห้ามมิให้จำเลยทั้งสองกระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดเสียงดังและพ่นสีส่งกลิ่นเหม็นสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่โจทก์ทั้งสองแล้ว หากจำเลยทั้งสองมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล โจทก์ทั้งสองชอบที่จะให้บังคับคดีได้ ซึ่งย่อมทำให้ความเสียหายหรือเดือดร้อนรำคาญจากเสียงดังและกลิ่นเหม็นนั้นระงับสิ้นไป ไม่เป็นการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์อีกต่อไป

การตั้งโรงงานของจำเลยทั้งสอง แม้จะเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 และสมควรจะย้ายไปตั้งในนิคมอุตสาหกรรมตามที่โจทก์อ้างมา ก็เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองกระทำผิดต่อรัฐ พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจหน้าที่กำกับและดูแลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิขอให้จำเลยทั้งสองย้ายโรงงานไปอยู่ที่อื่น

ค่าใช้จ่ายในการป้องกันเสียงดังและระงับกลิ่นเหม็น อันได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในบ้านโจทก์ทั้งสอง ค่าใช้จ่ายในการกู้เงินมาสร้างบ้านอีกหนึ่งหลัง และค่าใช้จ่ายที่ต้องจ้างคนเฝ้าบ้านนั้น มิใช่ผลธรรมดาที่เกิดจากเหตุกระทำละเมิดของจำเลยทั้งสอง แต่เป็นความเสียหายที่ไกลเกินเหตุ ซึ่งจำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิด

โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องโดยขอให้ห้ามจำเลยทั้งสองทำโครงหลังคารถยนต์ เต็นท์ผ้าใบ งานเกี่ยวกับเหล็ก อะลูมิเนียม ซึ่งก่อให้เกิดเสียงดัง การพ่นสี ซึ่งส่งกลิ่นเหม็นทำความเดือดร้อนรำคาญแก่โจทก์ทั้งสอง ให้ย้ายโรงงานของจำเลยทั้งสองไปตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมหรือสถานที่อื่นตามที่ศาลเห็นสมควรให้ห่างไกลจากบ้านโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 220,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจำเลยทั้งสองจะหยุดการกระทำอันเป็นละเมิด และค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะหยุดกระทำละเมิด

จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 24,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 มีนาคม 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสองกระทำการใด ๆ ซึ่งก่อให้เกิดเสียงดังและพ่นสีส่งกลิ่นเหม็นก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่โจทก์ทั้งสอง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 50,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสอง พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 50,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 มีนาคม 2543) จนกว่าจะชำระเงินเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 332/7 ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2532 ส่วนจำเลยทั้งสองมาเช่าบ้านเลขที่ 332/6 ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านโจทก์ทั้งสองประมาณ 3 เมตร มีถนนซอยคั่นกลางตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2533 ใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการทำหลังคารถยนต์และเต็นท์ผ้าใบ ต่อมาเดือนกรกฎาคม 2536 จำเลยทั้งสองได้ซื้อที่ดินที่อยู่ติดกับหลังบ้านที่เช่า เนื้อที่ 2 งานเศษ แล้วสร้างอาคารโรงงานเลขที่ 332/8 เป็นสถานที่ประกอบกิจการเพิ่มเติม สำหรับการประกอบกิจการของจำเลยทั้งสองมีการเคาะเหล็ก เชื่อมเหล็กและเจียระไนเหล็ก ส่งเสียงดัง และมีการพ่นสีส่งกลิ่นเหม็นเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายแก่อนามัยและเดือดร้อนรำคาญ อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง จึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสองตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 นอกจากนี้โจทก์ทั้งสองมีสิทธิจะปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหายหรือเดือดร้อนรำคาญนั้นให้สิ้นไป โดยไม่ลบล้างสิทธิที่จะเรียกเอาค่าทดแทน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1337 อีกด้วย คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองประการแรกว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิขอให้จำเลยทั้งสองย้ายโรงงานอันเป็นสถานที่ประกอบกิจการของจำเลยทั้งสองไปอยู่ที่อื่นหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของโรงงานย่อมมีสิทธิที่จะใช้สอยโรงงานอันเป็นทรัพย์สินของตนได้เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นเท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า การประกอบกิจการของจำเลยทั้งสองก่อให้เกิดเสียงดังและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนสิทธิที่จะอยู่อาศัยในเคหสถานของโจทก์ทั้งสองโดยปกติสุข สิทธิของโจทก์ทั้งสองที่จะปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหาย หรือเดือดร้อนรำคาญนั้นให้สิ้นไป ได้แก่การดำเนินการให้จำเลยทั้งสองหยุดการกระทำที่ก่อให้เกิดเสียงดังและสิ่งกลิ่นเหม็นหรือหาวิธีป้องกันมิให้เกิดเสียงดังและส่งกลิ่นเหม็น อันเป็นการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ทั้งสองดังกล่าว ที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า กิจการของจำเลยทั้งสองเป็นงานช่างที่ก่อให้เกิดเสียงดังและมีการพ่นสีส่งกลิ่นเหม็น ตราบใดที่โรงงานของจำเลยทั้งสองอยู่ใกล้บ้านของโจทก์ทั้งสอง ย่อมทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนรำคาญนั้น เห็นว่า ศาลมีคำพิพากษาห้ามมิให้จำเลยทั้งสองกระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดเสียงดังและพ่นสีส่งกลิ่นเหม็นสร้างความเดือนร้อนรำคาญให้แก่โจทก์ทั้งสองแล้ว หากจำเลยทั้งสองมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล โจทก์ทั้งสองชอบที่จะขอให้บังคับคดีได้ ซึ่งย่อมทำให้ความเสียหายหรือเดือดร้อนรำคาญจากเสียงดังและกลิ่นเหม็นนั้นระงับสิ้นลง ไม่เป็นการละเมิดต่อสิทธิของโจทก์ทั้งสองอีกต่อไป ส่วนการตั้งโรงงานของจำเลยทั้งสอง แม้จะเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 และสมควรที่ต้องย้ายไปตั้งในนิคมอุตสาหกรรมตามที่โจทก์ทั้งสองอ้างมาในฎีกา ก็เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งสองกระทำผิดต่อรัฐเพราะการละเมิดสิทธิของโจทก์ทั้งสองได้รับการเยียวยาดังกล่าวมาแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีอำนาจหน้าที่กำกับและดูแลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิขอให้จำเลยทั้งสองย้ายโรงงานไปอยู่ที่อื่นนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองข้อต่อไปมีว่า ค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสองมีเพียงใด เห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการป้องกันเสียงดังและระงับกลิ่นเหม็น อันได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในบ้านโจทก์ทั้งสอง ค่าใช้จ่ายในการกู้เงินมาสร้างบ้านอีกหนึ่งหลังและค่าใช้จ่ายที่ต้องจ้างคนเฝ้าบ้านนั้น มิใช่ผลธรรมดาที่เกิดจากเหตุกระทำละเมิดของจำเลยทั้งสอง แต่เป็นความเสียหายที่ไกลเกินเหตุ ซึ่งจำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิด ส่วนที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าได้รับความเสียหายต่อสุขภาพอนามัยโดยโจทก์ที่ 1 มีอาการหูตึง ประสาทเครียด ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารและภูมิแพ้ และทำให้โจทก์ที่ 2 มีอาการปวดหู เจ็บคอ เสียงแหบ แสบจมูก ประสาทเครียด นอนไม่หลับ และป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ โจทก์ทั้งสองต้องไปให้แพทย์ตรวจรักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์นั้น จำเลยทั้งสองมิได้ปฏิเสธหรือโต้แย้งอาการเจ็บป่วยของโจทก์ทั้งสอง จึงรับฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายต่อสุขภาพอนามัยจริง แต่ที่โจทก์ทั้งสองขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียสุขภาพอนามัยเป็นเงิน 100,000 บาท นั้น โจทก์ทั้งสองนำสืบลอย ๆ ไม่มีหลักฐานการเสียค่ารักษาพยาบาลมายืนยันให้แน่นอนว่า ได้เสียค่ารักษาพยาบาลไปเมื่อไร และจำนวนเท่าใด จึงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายส่วนนี้ตามที่กล่าวอ้างมาในฟ้อง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายส่วนนี้แก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปนับว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้ว ไม่มีเหตุที่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลง ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

( สมชัย จึงประเสริฐ - บุญรอด ตันประเสริฐ - ชัชลิต ละเอียด )

 *ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.  085-9604258  http://www.lawyerleenont.com*     สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ

 

ผู้เสียหายฐานแจ้งความและเบิกความเท็จ

 

การที่จำเลยแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาจนโจทก์ถูกดำเนินคดีในความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คและการที่จำเลยเบิกความเท็จอันเป็นข้อสำคัญในคดีดังกล่าวย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายโดยตรงโจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายและมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานแจ้งความเท็จและฐานเบิกความเท็จได้ ผู้เสียหายในความผิดฐานนี้หามีได้เฉพาะแต่เจ้าพนักงานเท่านั้น ราษฎรก็เป็นผู้เสียหายได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  2625/2536(อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่)

 

 




เกี่ยวกับกฎหมาย

บุตรผู้เยาว์ยังไร้เดียงสาย่อมไม่สามารถให้ความยินยอมได้ article
การกระทำโดยสำคัญผิด
วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา
การโอนสิทธิที่ดิน ส.ป.ก.4-01
คดีพิพาทเกี่ยวกับการขอคืนค่าภาษีอากร
ทำหนังสือมอบอำนาจล่วงหน้า จำเลยนำไปทำจำนอง ฟ้องเพิกถอน
ในกรณีที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คฝ่ายผู้ต้องเสียในมูลหนี้
คำสั่งขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมต้องมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้น
สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม
ขั้นตอนการดำเนินคดีแพ่ง
ใบจอง (น.ส. 2)
ขาดคุณสมบัติรับราชการเรียกเงินเดือนคืนได้หรือไม่?
เริ่มต้นคดีด้วยการใช้กฎหมายอิสลามแต่มีผู้คัดค้านนับถือศาสนาพุทธ
ใบมอบฉันทะที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องติดอากร
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. ๒๕๕๘
โอนที่ดินให้บุตรไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ความสำคัญผิดในตัวบุคคล กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด article
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามสัญญากู้ยืมเงิน
สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก
คดีแพ่งเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวและมรดกอิสลาม
การซื้อรถยนต์ที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงอากรมีความผิดถูกจำคุก 4 ปี
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ
ภัยพิบัติที่อาจป้องกันได้ - เหตุสุดวิสัยเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้
โอนที่ดินเพื่อให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ผู้แทนเฉพาะการของนิติบุคคลอาคารชุด ประโยชน์ได้เสียขัดกัน
คุ้มครองแรงงาน แรงงานสัมพันธ์
สนามกอล์ฟต้องเสียภาษีโรงเรือนหรือไม่?
ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ภาษีให้กู้ยืมเงินไม่มีค่าตอบแทน
ศาลต้องยกฟ้อง หรือจำหน่ายคดี
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและคำนิยามศัพท์
ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมินภาษี
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
อำนาจฟ้องคดี
แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
โอนที่ดินตามคำพิพากษาเป็นการขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอก
รับเงินมาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายต้องคืนเงินในฐานลาภมิควรได้
ลูกหนี้ค้างจ่ายสรรพากรโอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์
กฎหมายอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ
สำนักงานทนายความ รับปรึกษากฎหมาย 0859604258
สิทธิเรียกร้องคืออะไร การบังคับชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องที่ได้รับโอน
สิทธิหักลดหย่อนสำหรับบุตรซึ่งเกิดจากภริยาเดิม
สิทธิขั้นพื้นฐานในเชิงปรัชญา
ระบอบการเมืองการปกครอง
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 คืออะไร-การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
อำนาจปกครองบุตร
การสิ้นสุดแห่งการสมรส ฟ้องหย่า
คำพิพากษาศาลฎีกาปี 2550