ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




อายุความค่าบริการสาธารณะหมู่บ้านจัดสรรกี่ปี และศาลคดีผู้บริโภคปรับบทอายุความสองปีได้หรือไม่เมื่อจำเลยยกอายุความห้าปี

อายุความเรียกเก็บค่าบริการสาธารณะหมู่บ้านจัดสรร, ค่าบริการสาธารณะหมู่บ้านจัดสรรมีอายุความกี่ปี, ผู้จัดสรรที่ดินฟ้องเรียกค่าบริการสาธารณะ, สิทธิเรียกร้องค่าบริการสาธารณะมีอายุความสองปี, ค้างชำระค่าบริการสาธารณะหมู่บ้านจัดสรร, ผู้ประกอบการค้าเรียกค่าการงานที่ได้ทำ, อายุความตามมาตรา 193/34 (1), การยกอายุความขึ้นต่อสู้ในคดีผู้บริโภค, จำเลยยกอายุความห้าปีศาลใช้อายุความสองปี, ศาลคดีผู้บริโภคปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง, คำให้การเรื่องอายุความในคดีผู้บริโภค, ฟ้องค่าบริการสาธารณะ 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับอายุความในการเรียกเก็บค่าบริการสาธารณะของโครงการจัดสรรที่ดิน และการยกอายุความขึ้นต่อสู้ในคดีผู้บริโภค โดยโจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย จำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเป็นผู้ดูแลกับจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ โดยเรียกเก็บค่าบริการสาธารณะจากผู้ซื้อที่ดินจนกว่าจะจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

จำเลยค้างชำระค่าบริการสาธารณะประจำปี 2558 ถึง 2560 ปีละ 13,400 บาท รวม 40,320 บาท โจทก์จึงฟ้องเรียกให้จำเลยชำระเงินดังกล่าว จำเลยให้การว่าหนี้ตามฟ้องมีอายุความห้าปี และสิทธิเรียกร้องส่วนที่ค้างชำระก่อนวันที่ 4 เมษายน 2560 ขาดอายุความ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าการงานจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่ได้ทำ สิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะจึงมีอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) มิใช่อายุความห้าปี แม้จำเลยจะไม่ได้ยกอายุความสองปีขึ้นต่อสู้โดยตรง แต่เมื่อคำให้การแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความโดยชัดแจ้งแล้ว คดีจึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนจะขาดอายุความตามบทกฎหมายใดและอย่างไร เป็นหน้าที่ของศาลในคดีผู้บริโภคที่จะปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง

สาระสำคัญที่สุดของคดี

ผู้จัดสรรที่ดินซึ่งเป็นผู้ดูแลและจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ และเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ซื้อที่ดิน เป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าการงานที่ได้ทำ

สิทธิเรียกร้องค่าบริการสาธารณะตามข้อเท็จจริงในคดีนี้มีอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1)

จำเลยให้การว่าหนี้มีอายุความห้าปีและยกการขาดอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้อง แม้จะไม่ได้ระบุอายุความสองปีไว้ในคำให้การก็ตาม

เมื่อจำเลยแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความโดยชัดแจ้งแล้ว คดีย่อมมีประเด็นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

ส่วนปัญหาว่าฟ้องขาดอายุความเรื่องใดและอย่างไร เป็นหน้าที่ของศาลในคดีผู้บริโภคที่จะปรับบทตามกฎหมายให้ถูกต้อง

เมื่อโจทก์ฟ้องวันที่ 4 เมษายน 2565 เพื่อเรียกค่าบริการสาธารณะประจำปี 2558 ถึง 2560 สิทธิเรียกร้องจึงขาดอายุความสองปี

คำถามที่น่าสนใจ

1. ค่าบริการสาธารณะของผู้จัดสรรที่ดินตามข้อเท็จจริงในคดีนี้มีอายุความกี่ปี

2. จำเลยยกอายุความห้าปี ศาลคดีผู้บริโภคสามารถปรับบทกฎหมายว่าเป็นอายุความสองปีได้หรือไม่

3. เมื่อจำเลยยกการขาดอายุความขึ้นต่อสู้แล้ว การระบุกำหนดอายุความไม่ถูกต้องมีผลต่อประเด็นข้อพิพาทหรือไม่

สรุปข้อเท็จจริง

โจทก์ได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่บุคคลทั่วไป โดยโจทก์เป็นผู้ดูแลกับจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ และจัดเก็บค่าบริการสาธารณะจากผู้ซื้อที่ดินในอัตราตามที่กำหนดจนกว่าจะจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยซื้อมาจากโจทก์และมีหน้าที่ชำระค่าบริการสาธารณะ แต่จำเลยค้างชำระค่าบริการสาธารณะประจำปี 2558 ถึง 2560 ปีละ 13,400 บาท รวมเป็นเงิน 40,320 บาท โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉยไม่ชำระ จึงฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน 40,320 บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่าหนี้ตามฟ้องมีอายุความห้าปี สิทธิเรียกร้องในส่วนที่จำเลยค้างชำระก่อนวันที่ 4 เมษายน 2560 ขาดอายุความ โจทก์คงมีสิทธิเรียกร้องและจำเลยต้องรับผิดชำระหนี้ที่ค้างตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2560 จนถึงวันฟ้อง เป็นเวลา 8 เดือน 27 วัน รวมเป็นเงิน 9,968 บาท

ปัญหาที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยคือ คดีโจทก์ขาดอายุความตามคำให้การของจำเลยหรือไม่ รวมทั้งเมื่อจำเลยยกอายุความห้าปีขึ้นต่อสู้โดยไม่ได้ยกอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) ศาลจะปรับบทกฎหมายเรื่องอายุความให้ถูกต้องได้หรือไม่

คำวินิจฉัยและหลักกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่บุคคลทั่วไป โดยโจทก์เป็นผู้ดูแลกับจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ และเรียกเก็บค่าบริการสาธารณะจากผู้ซื้อที่ดินจนกว่าจะจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าการงานจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่ได้ทำ สิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะแก่โจทก์จึงมีอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) มิใช่มีอายุความห้าปีดังที่จำเลยให้การไว้

สำหรับปัญหาที่จำเลยยกอายุความห้าปีขึ้นต่อสู้โดยไม่ได้ยกอายุความสองปีนั้น แม้ปัญหาเรื่องอายุความในคดีแพ่งจำเลยจะต้องให้การต่อสู้คดีไว้ เพราะไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 แต่คดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคซึ่งมีบทบัญญัติให้การดำเนินกระบวนพิจารณามีลักษณะไม่เคร่งครัดเหมือนคดีแพ่งทั่วไป

พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 กำหนดให้การยื่นคำให้การสามารถกระทำด้วยวาจาได้ หรือหากยื่นคำให้การเป็นหนังสือและปรากฏว่ามีความไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญอย่างหนึ่งอย่างใด ศาลอาจมีคำสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องหรือให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้

เมื่อประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดจากคำฟ้องและคำให้การ และจำเลยให้การในปัญหาเรื่องอายุความว่าโจทก์ฟ้องเกินกว่าห้าปี ฟ้องโจทก์ในส่วนค่าบริการสาธารณะที่เกินกว่าห้าปีจึงขาดอายุความ คำให้การของจำเลยจึงเป็นการแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยยกอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์

คดีจึงมีประเด็นปัญหาต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนปัญหาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความเรื่องใดและอย่างไร เป็นหน้าที่ของศาลในคดีผู้บริโภคที่จะปรับบทตามกฎหมายให้ถูกต้องต่อไป

เมื่อสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะมีอายุความสองปี และจำเลยค้างชำระค่าบริการสาธารณะประจำปี 2558 ถึง 2560 ปีละ 13,400 บาท แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2565 สิทธิเรียกร้องดังกล่าวจึงขาดอายุความสองปี

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

คดีนี้มีประเด็นกฎหมายสำคัญสองส่วนซึ่งต้องแยกพิจารณา ได้แก่ อายุความของสิทธิเรียกร้องค่าบริการสาธารณะ และผลของการที่จำเลยยกอายุความขึ้นต่อสู้แต่ระบุกำหนดอายุความไม่ตรงกับบทกฎหมายที่ใช้บังคับ

ในส่วนของอายุความ ศาลพิจารณาจากลักษณะของสิทธิเรียกร้องตามข้อเท็จจริงแห่งคดี โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินและเป็นผู้ดูแลกับจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ โดยเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ซื้อที่ดิน การเรียกค่าบริการดังกล่าวจึงเป็นการที่ผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าการงานที่ได้ทำ สิทธิเรียกร้องจึงอยู่ภายใต้อายุความสองปีตามมาตรา 193/34 (1)

ส่วนประเด็นทางวิธีพิจารณา ต้องแยกระหว่างการยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับการปรับบทกฎหมายเรื่องอายุความ อายุความในคดีแพ่งไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยจึงต้องยกขึ้นต่อสู้เสียก่อน ศาลไม่อาจยกปัญหาอายุความขึ้นวินิจฉัยเองโดยที่จำเลยไม่ได้ต่อสู้ไว้

แต่คดีนี้จำเลยได้ยกการขาดอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องโดยชัดแจ้งแล้ว เพียงแต่จำเลยระบุว่าหนี้มีอายุความห้าปี ขณะที่บทกฎหมายที่ใช้บังคับแก่สิทธิเรียกร้องตามข้อเท็จจริงกำหนดอายุความไว้สองปี เมื่อประเด็นเรื่องการขาดอายุความเกิดขึ้นจากคำฟ้องและคำให้การแล้ว การวินิจฉัยว่าสิทธิเรียกร้องนั้นอยู่ภายใต้อายุความตามบทบัญญัติใดจึงเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง

ลักษณะของกระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยประเด็นนี้ เพราะมาตรา 26 กำหนดให้การยื่นคำให้การสามารถกระทำด้วยวาจาได้ และหากคำให้การเป็นหนังสือมีความไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญ ศาลอาจสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องหรือชัดเจนยิ่งขึ้นได้ จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่มีลักษณะไม่เคร่งครัดเหมือนคดีแพ่งทั่วไป

อย่างไรก็ตาม หลักดังกล่าวมิได้หมายความว่าศาลคดีผู้บริโภคสามารถยกอายุความขึ้นวินิจฉัยเองได้ทุกกรณี เพราะศาลฎีกายังคงยืนยันว่าปัญหาอายุความในคดีแพ่งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยยังคงต้องยกอายุความขึ้นต่อสู้เสียก่อน ความสำคัญของคดีนี้อยู่ที่เมื่อจำเลยได้ยกการขาดอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้โดยชัดแจ้งแล้ว การระบุกำหนดอายุความไม่ถูกต้องมิได้ทำให้ประเด็นเรื่องอายุความที่เกิดขึ้นแล้วหมดไป

ผลของคำวินิจฉัยและข้อคิดทางกฎหมาย

เมื่อโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าการงานจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่ได้ทำ สิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะจึงมีอายุความสองปีตามมาตรา 193/34 (1) และเมื่อโจทก์ฟ้องวันที่ 4 เมษายน 2565 เพื่อเรียกค่าบริการประจำปี 2558 ถึง 2560 สิทธิเรียกร้องตามฟ้องจึงขาดอายุความ

ข้อสำคัญในทางวิธีพิจารณาคือ จำเลยต้องยกอายุความขึ้นต่อสู้ เพราะศาลไม่อาจยกปัญหาอายุความขึ้นวินิจฉัยเองได้ แต่เมื่อจำเลยได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความโดยชัดแจ้งแล้ว แม้จะระบุกำหนดอายุความเป็นห้าปีแทนที่จะเป็นสองปี คดีย่อมมีประเด็นเรื่องอายุความแล้ว และเป็นหน้าที่ของศาลในคดีผู้บริโภคที่จะปรับบทตามกฎหมายให้ถูกต้อง

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

2. ศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 40,320 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 3 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามที่กระทรวงการคลังอาจปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องวันที่ 4 เมษายน 2565 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยทุกช่วงเวลาต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 5 ต่อปีตามคำขอของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

3. ศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสิทธิเรียกร้องค่าบริการสาธารณะมีอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) แม้จำเลยจะยกอายุความห้าปีขึ้นต่อสู้ แต่คำให้การได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความโดยชัดแจ้งแล้ว คดีจึงมีประเด็นว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนจะขาดอายุความเรื่องใดและอย่างไรเป็นหน้าที่ของศาลในคดีผู้บริโภคที่จะปรับบทตามกฎหมายให้ถูกต้อง เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกค่าบริการประจำปี 2558 ถึง 2560 ในวันที่ 4 เมษายน 2565 สิทธิเรียกร้องจึงขาดอายุความ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างหน้าที่ของจำเลยในการยกอายุความขึ้นต่อสู้กับหน้าที่ของศาลในการปรับบทกฎหมาย เมื่ออายุความไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยจึงต้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เสียก่อน แต่ไม่จำเป็นว่าศาลจะต้องยึดถือกำหนดอายุความที่จำเลยระบุไว้ หากสาระของคำให้การแสดงโดยชัดแจ้งว่าจำเลยประสงค์ยกการขาดอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องแล้ว

เมื่อคดีมีประเด็นว่าฟ้องขาดอายุความหรือไม่ การพิจารณาว่าสิทธิเรียกร้องมีอายุความตามบทบัญญัติใดและมีกำหนดเวลาเท่าใด เป็นหน้าที่ของศาลในคดีผู้บริโภคที่จะปรับบทตามกฎหมายให้ถูกต้อง ดังนั้น การระบุอายุความห้าปีแทนที่จะเป็นสองปีจึงไม่ทำให้ประเด็นอายุความที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้โดยชัดแจ้งหมดไป

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้

ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับอายุความของสิทธิเรียกร้องค่าบริการสาธารณะของผู้จัดสรรที่ดิน และการยกอายุความขึ้นต่อสู้ในคดีผู้บริโภค โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสิทธิเรียกร้องตามข้อเท็จจริงแห่งคดีมีอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) และเมื่อจำเลยได้ยกการขาดอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องโดยชัดแจ้งแล้ว แม้จะระบุกำหนดอายุความเป็นห้าปี ศาลในคดีผู้บริโภคย่อมปรับบทตามกฎหมายเรื่องอายุความให้ถูกต้องได้

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 และมาตรา 26

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้

อายุความค่าบริการสาธารณะสองปี

ผู้จัดสรรที่ดินซึ่งเป็นผู้ดูแลกับจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ และเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ซื้อที่ดินตามข้อเท็จจริงแห่งคดี เป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าการงานที่ได้ทำ สิทธิเรียกร้องให้ชำระค่าบริการดังกล่าวจึงมีอายุความสองปีตามมาตรา 193/34 (1)

ศาลคดีผู้บริโภคปรับบทกฎหมายเรื่องอายุความ

เมื่อจำเลยได้ยกการขาดอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องโดยชัดแจ้งแล้ว คดีย่อมมีประเด็นว่าฟ้องขาดอายุความหรือไม่ แม้จำเลยจะระบุกำหนดอายุความเป็นห้าปี แต่หากสิทธิเรียกร้องตามข้อเท็จจริงอยู่ภายใต้อายุความสองปี ย่อมเป็นหน้าที่ของศาลในคดีผู้บริโภคที่จะปรับบทตามกฎหมายให้ถูกต้อง

หมายเหตุวิเคราะห์หลักกฎหมาย

คำพิพากษานี้มีประเด็นสำคัญที่ควรแยกพิจารณาเป็นสองส่วน คือ อายุความของสิทธิเรียกร้องค่าบริการสาธารณะ และขอบเขตของประเด็นอายุความที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ในคดีผู้บริโภค

ในส่วนของอายุความ ศาลฎีกาพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย จำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่บุคคลทั่วไป และเป็นผู้ดูแลกับจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ โดยเรียกเก็บค่าบริการสาธารณะจากผู้ซื้อที่ดินจนกว่าจะจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าการงานจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่ได้ทำ สิทธิเรียกร้องดังกล่าวมีอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1)

ประเด็นที่สำคัญในทางวิธีพิจารณาคือ จำเลยให้การว่าหนี้ตามฟ้องมีอายุความห้าปี มิได้ยกอายุความสองปีตามมาตรา 193/34 (1) โดยตรง แม้ปัญหาเรื่องอายุความในคดีแพ่งไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และจำเลยต้องยกขึ้นต่อสู้ แต่จำเลยในคดีนี้ได้ยกปัญหาอายุความขึ้นแล้ว โดยให้การว่าโจทก์ฟ้องเกินกว่าห้าปีและค่าบริการสาธารณะส่วนที่เกินกว่าห้าปีขาดอายุความ

คำให้การดังกล่าวจึงแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความโดยชัดแจ้งว่าจำเลยประสงค์ยกอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์ คดีจึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

เมื่อคดีเป็นคดีผู้บริโภค พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มีบทบัญญัติให้การดำเนินกระบวนพิจารณามีลักษณะไม่เคร่งครัดเหมือนคดีแพ่งทั่วไป โดยมาตรา 26 กำหนดให้การยื่นคำให้การสามารถกระทำด้วยวาจาได้ และหากยื่นคำให้การเป็นหนังสือแล้วปรากฏว่ามีความไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญอย่างหนึ่งอย่างใด ศาลอาจมีคำสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องหรือให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้

สาระสำคัญของคำพิพากษาจึงอยู่ที่การแยกระหว่างการยกอายุความขึ้นต่อสู้กับการปรับบทกฎหมายเรื่องอายุความ จำเลยมีหน้าที่ยกการขาดอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ แต่เมื่อได้ยกประเด็นดังกล่าวโดยชัดแจ้งแล้ว การวินิจฉัยว่าสิทธิเรียกร้องนั้นมีอายุความตามบทบัญญัติใดและมีกำหนดกี่ปี เป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง

การที่จำเลยระบุว่าอายุความห้าปีจึงมิได้จำกัดให้ศาลพิจารณาได้เฉพาะอายุความห้าปี เพราะสาระสำคัญของคำให้การคือจำเลยได้ยกการขาดอายุความขึ้นปฏิเสธสิทธิเรียกร้องของโจทก์แล้ว เมื่อข้อเท็จจริงแห่งคดีทำให้สิทธิเรียกร้องอยู่ภายใต้อายุความสองปี ศาลในคดีผู้บริโภคย่อมปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องได้

อย่างไรก็ดี หลักในคำพิพากษานี้มิได้หมายความว่าศาลคดีผู้บริโภคสามารถยกอายุความขึ้นวินิจฉัยเองโดยไม่มีข้อต่อสู้ของจำเลย เพราะศาลฎีกายังคงยืนยันว่าอายุความในคดีแพ่งไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยจึงยังต้องยกเรื่องอายุความขึ้นต่อสู้เสียก่อน ความสำคัญของคดีนี้อยู่ที่จำเลยได้ยกการขาดอายุความขึ้นแล้ว เพียงแต่ระบุกำหนดอายุความไว้ไม่ตรงกับบทกฎหมายที่ใช้บังคับ

คำพิพากษานี้จึงแสดงหลักทั้งในด้านกฎหมายสารบัญญัติและกฎหมายวิธีพิจารณา กล่าวคือ ในด้านกฎหมายสารบัญญัติ สิทธิเรียกร้องค่าบริการสาธารณะตามข้อเท็จจริงแห่งคดีมีอายุความสองปีตามมาตรา 193/34 (1) ส่วนในด้านวิธีพิจารณา เมื่อจำเลยได้ยกการขาดอายุความขึ้นต่อสู้โดยชัดแจ้งแล้ว แม้จะระบุกำหนดอายุความไม่ถูกต้อง ศาลในคดีผู้บริโภคย่อมปรับบทกฎหมายเรื่องอายุความให้ถูกต้องได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

ค่าบริการสาธารณะของผู้จัดสรรที่ดินตามข้อเท็จจริงในคดีนี้มีอายุความกี่ปี

คำตอบ

สิทธิเรียกร้องค่าบริการสาธารณะในคดีนี้มีอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) เพราะโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าการงานจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่ได้ทำ

2. คำถาม

จำเลยยกอายุความห้าปี แต่สิทธิเรียกร้องมีอายุความสองปี ศาลพิจารณาอายุความสองปีได้หรือไม่

คำตอบ

ได้ เมื่อจำเลยได้ยกการขาดอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องโดยชัดแจ้งแล้ว คดีย่อมมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าฟ้องขาดอายุความหรือไม่ ส่วนปัญหาว่าฟ้องขาดอายุความเรื่องใดและอย่างไร เป็นหน้าที่ของศาลในคดีผู้บริโภคที่จะปรับบทตามกฎหมายให้ถูกต้อง

3. คำถาม

ศาลสามารถยกอายุความในคดีแพ่งขึ้นวินิจฉัยเองได้หรือไม่

คำตอบ

ไม่ได้ เพราะปัญหาเรื่องอายุความในคดีแพ่งไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยต้องให้การยกอายุความขึ้นต่อสู้ แต่เมื่อจำเลยยกการขาดอายุความขึ้นเป็นประเด็นแล้ว ศาลย่อมปรับบทกฎหมายเรื่องอายุความให้ถูกต้องแก่ข้อเท็จจริงแห่งคดีได้

4. คำถาม

เหตุใดการระบุอายุความห้าปีแทนที่จะเป็นสองปีจึงไม่ทำให้ข้อต่อสู้เรื่องอายุความหมดไป

คำตอบ

เพราะจำเลยได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความโดยชัดแจ้งว่าประสงค์ยกอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์แล้ว คดีจึงมีประเด็นว่าฟ้องขาดอายุความหรือไม่ เมื่อเป็นคดีผู้บริโภคซึ่งมีกระบวนพิจารณาที่มีลักษณะไม่เคร่งครัดเหมือนคดีแพ่งทั่วไป การพิจารณาว่าสิทธิเรียกร้องอยู่ภายใต้อายุความตามบทบัญญัติใดและมีกำหนดกี่ปีจึงเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทตามกฎหมายให้ถูกต้อง

 ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2568

แม้ปัญหาเรื่องอายุความในคดีแพ่งจำเลยจะต้องให้การต่อสู้คดีไว้ เพราะไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 แต่คดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ที่มีบทบัญญัติให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคมีลักษณะไม่เคร่งครัดเหมือนคดีแพ่งทั่วไป ซึ่งมาตรา 26 กำหนดให้การยื่นคำให้การสามารถกระทำด้วยวาจาได้หรือถ้ายื่นคำให้การเป็นหนังสือและปรากฏว่ามีความไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญอย่างหนึ่งอย่างใด ศาลก็อาจมีคำสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องหรือให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้ อีกทั้งประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดจากคำฟ้องและคำให้การ เมื่อจำเลยให้การในปัญหาเรื่องอายุความว่า โจทก์ฟ้องเกินกว่าห้าปี ฟ้องโจทก์ในส่วนค่าบริการสาธารณะที่เกินกว่าห้าปีจึงขาดอายุความ คำให้การของจำเลยจึงเป็นการแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยยกอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์ คดีจึงมีประเด็นปัญหาต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนปัญหาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความเรื่องใด อย่างไร นั้น เป็นหน้าที่ของศาลในคดีผู้บริโภคที่จะปรับบทตามกฎหมายให้ถูกต้องต่อไป

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 40,320 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า หนี้ตามฟ้องมีอายุความห้าปี สิทธิเรียกร้องตามฟ้องในส่วนที่จำเลยค้างชำระก่อนวันที่ 4 เมษายน 2560 จึงขาดอายุความ โจทก์คงมีสิทธิเรียกร้องและจำเลยต้องรับผิดชำระหนี้ตามฟ้องที่จำเลยค้างชำระตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2560 จนถึงวันฟ้องเป็นเวลา 8 เดือน 27 วัน รวมเป็นเงิน 9,968 บาท

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับว่า ให้จำเลยชำระเงิน 40,320 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 3 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามที่กระทรวงการคลังอาจปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 เมษายน 2565) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยทุกช่วงเวลาต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามคำขอของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดินโครงการตามฟ้อง จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องโดยซื้อมาจากโจทก์ จำเลยต้องชำระค่าบริการสาธารณะให้แก่โจทก์ แต่จำเลยค้างชำระค่าบริการสาธารณะประจำปี 2558 ถึง 2560 เป็นเงินปีละ 13,400 บาท รวมเป็นเงิน 40,320 บาท โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ชำระค่าบริการสาธารณะดังกล่าวแก่โจทก์

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความตามคำให้การของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ประกอบสำเนาโครงการและวิธีการจัดสรรที่ดิน (แก้ไขครั้งที่ 1) ซึ่งจำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงแล้วได้ความว่า โจทก์ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน เป็นผู้จัดสรรที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย และจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโครงการตามฟ้องแก่บุคคลทั่วไป โดยโจทก์จะเป็นผู้ดูแลกับจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ โจทก์จะจัดเก็บค่าบริการสาธารณะจากผู้ซื้อที่ดินในอัตราตามฟ้องจนกว่าจะจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งโจทก์จะจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และจะคืนเงินที่เหลือแก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โจทก์ย่อมเป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าการงานจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่ได้ทำ สิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะแก่โจทก์จึงมีอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) ไม่ใช่มีอายุความห้าปีดังที่จำเลยให้การไว้ ส่วนปัญหาว่าจำเลยให้การโดยยกอายุความห้าปีขึ้นต่อสู้ โดยไม่ได้ยกอายุความสองปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) นั้น แม้ปัญหาเรื่องอายุความในคดีแพ่ง จำเลยจะต้องให้การต่อสู้คดีไว้ เพราะไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ก็ตาม แต่คดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ที่มีบทบัญญัติให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีผู้บริโภคมีลักษณะไม่เคร่งครัดเหมือนคดีแพ่งทั่วไป ซึ่งมาตรา 26 กำหนดให้การยื่นคำให้การสามารถกระทำด้วยวาจาได้ หรือถ้ายื่นคำให้การเป็นหนังสือและปรากฏว่ามีความไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญอย่างหนึ่งอย่างใด ศาลก็อาจมีคำสั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องหรือให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้ อีกทั้งประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดจากคำฟ้องและคำให้การ เมื่อจำเลยให้การในปัญหาเรื่องอายุความว่า โจทก์ฟ้องเกินกว่าห้าปี ฟ้องโจทก์ในส่วนค่าบริการสาธารณะที่เกินกว่าห้าปี จึงขาดอายุความ คำให้การของจำเลยจึงเป็นการแสดงเหตุแห่งการขาดอายุความโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยยกอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์แล้ว คดีจึงมีประเด็นปัญหาต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนปัญหาว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความเรื่องใด อย่างไร นั้น เป็นหน้าที่ของศาลในคดีผู้บริโภคที่จะปรับบทตามกฎหมายให้ถูกต้องต่อไป เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า สิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะแก่โจทก์มีอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) ดังวินิจฉัยข้างต้นแล้ว การที่จำเลยค้างชำระค่าบริการสาธารณะประจำปี 2558 ถึง 2560 เป็นเงินปีละ 13,400 บาท และโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ในวันที่ 4 เมษายน 2565 จึงขาดอายุความสองปี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยให้จำเลยรับผิดชำระค่าบริการสาธารณะตามฟ้อง นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

การเขียนคำให้การเรื่องอายุความไม่ตรงกับระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้หมายความว่าประเด็นอายุความจะสิ้นผลเสมอไป  โจทก์เป็นผู้จัดสรรที่ดินและจัดให้มีสาธารณูปโภคกับบริการสาธารณะ จำเลยซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์และมีหน้าที่ชำระค่าบริการสาธารณะ จำเลยค้างชำระค่าบริการประจำปี 2558 ถึง 2560 ปีละ 13,400 บาท รวม 40,320 บาท โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ จึงนำคดีมาฟ้อง จำเลยให้การว่าหนี้ตามฟ้องมีอายุความห้าปี



อายุความฟ้องร้องคดี

อายุความฟ้องทายาท 1 ปีเริ่มนับเมื่อใด เมื่อผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีรู้ถึงความตายของลูกหนี้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกให้ตนเองได้หรือไม่ ฟ้องเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกเมื่อพ้นกำหนดอายุความยังมีสิทธิเรียกร้องหรือไม่ หลักกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการมรดกและการเรียกมรดกของทายาท
อายุความคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาสะดุดหยุดลงเมื่อใด และศาลจะถือข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญาได้เพียงใดในการเรียกค่าเสียหายจากการละเมิด
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ขาดอายุความหรือไม่ เมื่อไม่ได้กำหนดงวดชำระไว้ล่วงหน้า และบิดามีหน้าที่เลี้ยงดูตามกฎหมายเพียงใด
ฟ้องคดีผิดศาลแล้วคดีขาดอายุความยังฟ้องใหม่ได้หรือไม่ และคำฟ้องจะถือว่าเคลือบคลุมหรือไม่เมื่อบริษัทประกันภัยทราบข้อพิพาทอยู่แล้ว
เจ้าหนี้ฟ้องคดีล้มละลายแล้วถอนฟ้อง หนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินยังไม่ขาดอายุความหรือไม่ และการรับสภาพหนี้มีผลให้นับอายุความใหม่อย่างไร
ฟ้องเรียกค่าขาดประโยชน์จากการไม่ได้ใช้ทรัพย์ต้องฟ้องภายในกี่ปี ค่าเสียหายจากการละเมิดใช้อายุความ 1 ปีหรือ 10 ปี
เจ้าหนี้กองมรดกต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้การตายของเจ้ามรดกจริงหรือไม่ ศึกษาหลักอายุความตามกฎหมายมรดกและภาระการพิสูจน์ในการต่อสู้คดี
หนี้บัตรเครดิตขาดอายุความแล้วลูกหนี้ยังผ่อนชำระภายหลัง จะยกอายุความขึ้นต่อสู้คดีได้อีกหรือไม่ และเริ่มนับอายุความใหม่เมื่อใด
ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดแม้หนี้ลูกหนี้ขาดอายุความหรือไม่ ศาลฎีกาวางหลักการสละสิทธิและข้อตกลงค้ำประกันไว้อย่างไร
ฟ้องแบ่งมรดกอิสลามเกิน 1 ปี ขาดอายุความหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องดะโต๊ะยุติธรรมและการสละอายุความไว้อย่างไร
ชำระหนี้บางส่วนหลังขาดอายุความแล้ว ยังถือเป็นการรับสภาพหนี้หรือไม่ ศึกษาหลักอายุความและผลของการชำระหนี้
หนังสือยืนยันยอดหนี้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงได้หรือไม่ และเบี้ยปรับร้อยละ 2 ต่อเดือนเรียกได้เพียงใด
ลูกหนี้บัตรเครดิตชำระหนี้หลังขาดอายุความ ยังยกอายุความต่อสู้ได้หรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องสละประโยชน์แห่งอายุความไว้อย่างไร
สิทธิเรียกคืนเงินค่าสินค้าหลังหักกลบหนี้ใช้อายุความกี่ปี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ใช่คดีชำรุดบกพร่องและไม่ใช่หนี้การค้าอายุความ 2 ปี
สิทธิเรียกร้องแบ่งมรดกขาดอายุความแล้ว ทายาทยังมีสิทธิคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดกได้หรือไม่ หลักครอบครองทรัพย์มรดกโดยเจตนายึดถือเพื่อตน
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อไม่เคยครอบครองทรัพย์มรดกและทายาทอื่นครอบครองต่อเนื่อง ศึกษาหลักอายุความมรดกและการสละประโยชน์แห่งอายุความ
ผู้จัดการมรดกยกอายุความต่อสู้ได้หรือไม่ เมื่อมีพฤติการณ์ยอมรับสิทธิทายาทและสละประโยชน์แห่งอายุความในทรัพย์มรดก
ฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อมีผู้จัดการมรดกและทายาทร่วมกันถือครองทรัพย์ ศาลฎีกาวางหลักแยกคดีมรดกกับคดีจัดการมรดกอย่างชัดเจน
ซื้อห้องชุดจากการขายทอดตลาดต้องรับผิดหนี้ส่วนกลางเดิมหรือไม่
ซื้อห้องชุดจากการขายทอดตลาดต้องรับผิดหนี้ส่วนกลางย้อนหลังหรือไม่
ฟ้องโอนที่ดินระบุผิด ศาลพิพากษาแก้ให้ถูกได้หรือไม่ และประเด็นอายุความในคดีตัวแทนซื้อที่ดินมีผลอย่างไรตามกฎหมาย
โรงพยาบาลส่งต่อผู้ป่วยต้องรับผิดค่ารักษาหรือไม่ อายุความกี่ปี สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์วินิจฉัยอย่างไร
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินให้ตนเองแล้วขายต่อได้หรือไม่ ทายาทฟ้องเพิกถอนนิติกรรมได้หรือไม่ เมื่อผู้รับโอนเป็นบุคคลภายนอกโดยสุจริต
ข้อตกลงทรัพย์สินท้ายทะเบียนหย่าผูกพันผู้รับโอนหรือไม่ และฟ้องบังคับสิทธิขาดอายุความหรือไม่ และสิทธิเรียกร้องจากบันทึกท้ายทะเบียนหย่า
ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนหลังออกจากห้างหุ้นส่วนและข้อตกลงยอมชำระหนี้
ฟ้องเพิกถอนทรัพย์มรดกหลังพ้นอายุความ สิทธิผู้รับโอนยกอายุความมรดก(ฎีกา 14174/2557)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ อายุความเริ่มนับเมื่อใด และเพิกถอนนิติกรรมได้เพียงใดในทรัพย์สินที่เป็นทั้งมรดกและสินสมรส
หนังสือรับสภาพหนี้ทำให้อายุความมูลหนี้เดิมสะดุดหยุดลง(ฎีกาที่ 4557/2566)
กำหนดหนึ่งเดือนในการเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ไม่ใช่อายุความ
ความผิดลักทรัพย์ในครอบครัว อายุความคดีอันยอมความได้,ป.อ. มาตรา 71, ป.อ. มาตรา 96,(ฎีกา 4925/2566)
อายุความร้องทุกข์คดีฉ้อโกงต้องดูวันรู้เรื่องความผิดหรือไม่ และคดีโทษไม่เกินห้าปีฎีกาได้เพียงใด
ฟ้องเรียกค่าบริการส่วนกลางหมู่บ้านจัดสรรย้อนหลังได้แค่ไหน? ศาลชี้ชัดอายุความ 2 ปี ไม่ใช่ 10 ปี เจ้าของที่ดินต้องรู้
สรุปคดีเรียกจำเลยร่วม อายุความ 10 ปี, ป.ว.พ.ม.57(3) (ฎีกา 1460/2567)
อายุความสินเชื่อ 10 ปี & สิทธิเรียกร้อง, ปรับโครงสร้าง, ม.193/30 (ฎีกา 2542/2567)
(ฎีกา 1174/2568) คดีบัตรเครดิตหรือเงินกู้ & อายุความ 5 ปี
(ฎีกา 2140/2568)คดีทุจริต ป.ป.ช. & อายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกา 1685/2568 – สัญญาประนีประนอม & อายุความ 10 ปี
(ฎีกาที่ 1856/2568) ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ & อายุความ 10 ปี
(ฎีกาที่ 3329/2567) ว่าด้วยการชำระหนี้เป็นงวด อายุความ และการรับสภาพหนี้, ป.พ.พ. มาตรา 193/30,
(ฎีกาที่ 3376/2567): ความรับผิดค่ารักษาพยาบาลและอายุความ 2 ปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (11)
ฟ้องเรียกค่ากรวดทรายขาดอายุความหรือไม่ และค่าว่าจ้างถมทรายยังฟ้องได้หรือไม่
ซื้อที่ดินแล้วเนื้อที่ขาด ฟ้องเรียกเงินคืนได้หรือไม่ วิเคราะห์สัญญาซื้อขาย อายุความ 10 ปี และสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายแพ่ง
อายุความฟ้องเรียกหนี้บัตรกดเงินสด และการนับระยะเวลาตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30(ฎีกาที่ 6568/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกา 1174/2568 เกี่ยวกับหนี้สินเชื่อ “อายุความ 2  ปี หรือ 5  ปี” วิเคราะห์ครบถ้วน
สิทธิรับมรดก & อายุความมรดก, แบ่งทรัพย์มรดก,เพิกถอน,(ฎีกา 384/2564)
สิทธิฟ้องเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินสินสมรส อายุความ ฟ้องซ้ำ ฟ้องซ้อน
อายุความมูลละเมิด, ฟ้องทายาทผู้ทำละเมิดที่ตายแล้ว, มรดกและความรับผิดของทายาท, การขุดดินและความเสียหายทางสาธารณะ,
คดีเช่าซื้อรถตู้, ยักยอกรถตู้, ฟ้องร้องเกินกำหนด 3 เดือน, คดีขาดอายุความ,
สิทธิในการฟ้องคดีมรดก, อายุความมรดก, การครอบครองที่ดินโดยมิได้จดทะเบียนสมรส
อายุความค่าจ้างว่าความ, อายุความสะดุดลง, ดอกเบี้ยผิดนัด, สัญญาจ้างทำของ,
อายุความ 5 ปี หนี้ตามสัญญา, หนี้ที่ต้องชำระเป็นงวดๆ อายุความ, ฟ้องคดีขาดอายุความ หนี้เงินกู้
การชำระหนี้ซึ่งขาดอายุความแล้วจะเรียกคืนไม่ได้
อายุความฟ้องเรียกค่าทดแทนจากสามีและหญิงชู้
สิทธิฟ้องเรียกเงินคืนผิดสัญญาจะซื้อขาย
อายุความสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่
สิทธิเรียกร้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความ
การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง
ฟ้องผิดตัวอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลง-อำนาจฟ้อง
อายุความรับผิดในฐานะตัวแทนไม่มีกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ
อายุความตามสัญญาให้บริการทางการแพทย์อันเป็นเอกเทศสัญญา
อายุความคดีความผิดฐานฉ้อโกง ร้องทุกข์เกิน 3 เดือน
วันวินาศภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคหนึ่ง
อายุความสะดุดหยุดลงย่อมเป็นคุณเฉพาะแก่ฝ่ายโจทก์
รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ
ผู้ค้ำประกันยกข้อต่อสู้เรื่องขาดอายุความ
ฟ้องเรียกให้ชำระหนี้เงินกู้อย่างเจ้าหนี้สามัญ
ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความ
บัตรเครดิตฟ้องหนี้เกินกำหนดจะขาดอายุความหรือไม่ การชำระหนี้ภายหลังมีผลต่ออายุความอย่างไร