ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ฟ้องเพิกถอนทรัพย์มรดกหลังพ้นอายุความ สิทธิผู้รับโอนยกอายุความมรดก(ฎีกา 14174/2557)

คำพิพากษาศาลฎีกา 14174/2557, อายุความมรดกตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754, อายุความเด็ดขาดสิบปีในคดีมรดก, การฟ้องเพิกถอนนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์มรดก, สิทธิของทายาทโดยธรรมตาม มาตรา 1635, การฟ้องคดีมรดกภายหลังพ้นกำหนดอายุความ, สิทธิของผู้รับโอนทรัพย์จากทายาทโดยธรรม, การยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้คดีตาม มาตรา 1755, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับอายุความมรดก, การตีความคดีมรดกและฐานะทายาท, หลักคุ้มครองผู้รับโอนทรัพย์มรดก,

      ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ 

1. บทนำ

ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับ ทรัพย์มรดก เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นบ่อยในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งเคยเป็นของเจ้ามรดกถูกโอนหรือจัดการไปโดยบุคคลหนึ่งบุคคลใดภายหลังการตายของเจ้ามรดก และมีทายาทโดยธรรมรายอื่นเข้ามาอ้างสิทธิภายหลังเป็นระยะเวลานาน ปัญหาดังกล่าวมักนำไปสู่ข้อพิพาทสำคัญว่า การฟ้องร้องดังกล่าวเป็น คดีมรดก หรือไม่ และอยู่ภายใต้บังคับแห่ง อายุความมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14174/2557 เป็นตัวอย่างที่สะท้อนหลักกฎหมายเรื่องอายุความมรดกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า แม้คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องจะ มิใช่ทายาทหรือผู้จัดการมรดก ของเจ้ามรดกโดยตรง หากแต่เป็นผู้รับโอนทรัพย์จากทายาทโดยธรรม ก็อาจมีสิทธิยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้คดีได้ อันเป็นการขยายผลของบทบัญญัติตาม มาตรา 1755 ให้เห็นภาพในทางปฏิบัติ

2. ข้อเท็จจริงของคดีโดยสังเขป

คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาท ซึ่งเกิดขึ้นระหว่าง อ. กับจำเลย โดยโจทก์อ้างว่า ตนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. และ อ. ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสของบิดามารดา เมื่อ ก. ถึงแก่ความตาย ที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นมรดกของ ก. และโจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดก

โจทก์อ้างว่า อ. ซึ่งเป็นมารดา ได้จดทะเบียนยกที่ดินทั้งแปลงให้แก่จำเลยโดยเสน่หา โดยโจทก์ไม่รู้เห็นยินยอม จึงขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว

ฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่า

1. โจทก์มิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. และ อ.

2. โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

3. คดีโจทก์ขาดอายุความมรดกแล้ว

3. ประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. หรือไม่

2. โจทก์มีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิในทรัพย์มรดกหรือไม่

3. การฟ้องคดีดังกล่าวเป็นคดีมรดกซึ่งอยู่ภายใต้บังคับแห่งอายุความมรดกหรือไม่

4. เมื่อพ้นกำหนดอายุความมรดกแล้ว จำเลยซึ่งมิใช่ทายาทหรือผู้จัดการมรดก สามารถยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้หรือไม่

4. ลักษณะของคดีมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ตามหลักกฎหมาย คดีมรดกมิได้จำกัดเฉพาะการฟ้องเรียกทรัพย์จากกองมรดกโดยตรงเท่านั้น หากแต่รวมถึงการฟ้องร้องใด ๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่า โจทก์มีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม และมีสิทธิในทรัพย์ซึ่งอ้างว่าเป็นมรดกของเจ้ามรดก

ในคดีนี้ แม้โจทก์จะใช้รูปแบบคำฟ้องเป็นการ เพิกถอนนิติกรรม แต่ข้ออ้างแห่งสิทธิทั้งหมดตั้งอยู่บนฐานว่า โจทก์เป็นทายาทโดยธรรมของ ก. และมีสิทธิในที่ดินพิพาทในฐานะทรัพย์มรดกของ ก. จึงถือได้ว่าเป็น คดีมรดกโดยแท้

5. อายุความมรดกตามมาตรา 1754 วรรคหนึ่ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า

“การฟ้องคดีมรดกนั้น ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก”

บทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงแน่นอนแก่สิทธิในทรัพย์มรดก มิให้เกิดข้อพิพาทยืดเยื้อเป็นเวลานานจนกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในทางทรัพย์สิน

6. อายุความเด็ดขาดสิบปีตามมาตรา 1754 วรรคสี่

นอกจากอายุความหนึ่งปีแล้ว กฎหมายยังบัญญัติอายุความเด็ดขาดไว้ในมาตรา 1754 วรรคสี่ ว่า

“ถึงอย่างไรก็ดี สิทธิเรียกร้องตามที่ว่ามาในวรรคก่อน ๆ นั้น มิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย”

อายุความสิบปีดังกล่าวเป็น อายุความตัดสิทธิเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ทายาทรู้หรือไม่รู้ถึงการตายของเจ้ามรดกก็ตาม เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวแล้ว สิทธิฟ้องคดีมรดกย่อมระงับสิ้นไปโดยเด็ดขาด

7. การคำนวณอายุความในคดีนี้

แม้คำฟ้องจะมิได้ระบุวันที่ ก. ถึงแก่ความตายโดยชัดแจ้ง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ก. ถึงแก่ความตายก่อนวันที่ 15 มีนาคม 2517 ซึ่งเป็นวันที่ อ. ยื่นคำร้องขอรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาท

เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีในวันที่ 5 เมษายน 2550 จึงเป็นระยะเวลาที่พ้นกำหนด สิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย อย่างชัดเจน ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา 1754 วรรคสี่

8. ฐานะของคู่สมรสในฐานะทายาทโดยธรรม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1635 บัญญัติให้คู่สมรสเป็น ทายาทโดยธรรม ของกันและกัน โดยมีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาทชั้นอื่นตามลำดับ

ในคดีนี้ อ. เป็นคู่สมรสของ ก. และเป็นทายาทโดยธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายของ ก. แม้จะได้โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยไปแล้วก็ตาม สิทธิและสถานะทางกฎหมายของ อ. ในฐานะทายาทโดยธรรมยังคงมีผลในประเด็นเรื่องอายุความมรดก

9. สิทธิของบุคคลภายนอกในการยกอายุความตามมาตรา 1755

มาตรา 1755 บัญญัติว่า

“ผู้ซึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์จากอายุความ ย่อมยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้”

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะมิใช่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของ ก. โดยตรง แต่จำเลยได้รับโอนที่ดินพิพาทจาก อ. ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของ ก. ดังนั้น จำเลยย่อมเป็นบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของ อ. ในการยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้โจทก์ได้

10. หลักกฎหมายที่ได้จากคำพิพากษานี้

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14174/2557 สามารถสรุปหลักกฎหมายสำคัญได้ดังนี้

1. การฟ้องเพิกถอนนิติกรรม หากฐานแห่งสิทธิอาศัยสถานะทายาทและทรัพย์มรดก ย่อมเป็นคดีมรดก

2. คดีมรดกอยู่ภายใต้บังคับแห่งอายุความตามมาตรา 1754

3. อายุความสิบปีตามมาตรา 1754 วรรคสี่ เป็นอายุความเด็ดขาด

4. บุคคลซึ่งรับโอนทรัพย์จากทายาทโดยธรรม มีสิทธิยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ได้ตามมาตรา 1755

11. บทสรุป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14174/2557 เป็นคำพิพากษาที่ตอกย้ำหลักความมั่นคงแน่นอนของสิทธิในทรัพย์มรดก และสะท้อนให้เห็นว่า การอ้างสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมจำต้องกระทำภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด หากปล่อยให้ล่วงเลยเป็นเวลานานจนพ้นกำหนดอายุความแล้ว แม้จะมีข้ออ้างทางสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมายเพียงใด ศาลก็ไม่อาจรับฟังได้

นอกจากนี้ คำพิพากษานี้ยังแสดงให้เห็นว่า กฎหมายให้ความคุ้มครองแก่บุคคลภายนอกซึ่งได้รับโอนทรัพย์จากทายาทโดยธรรม โดยเปิดโอกาสให้บุคคลดังกล่าวยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อพิพาทในทรัพย์มรดกย้อนกลับมากระทบสิทธิในภายหลังอย่างไม่สิ้นสุด

สรุปย่อคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14174/2557

โจทก์ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมระหว่าง อ. กับจำเลย โดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. และ อ. ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสของบิดามารดาโจทก์ เมื่อ ก. บิดาของโจทก์ถึงแก่ความตายที่ดินพิพาทจึงเป็นมรดกตกทอดมายังโจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมของ ก. ด้วย แต่ อ. มารดาโจทก์กลับจดทะเบียนยกที่ดินทั้งแปลงให้แก่จำเลยโดยเสน่หา โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอม จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. และ อ. จึงไม่มีอำนาจฟ้องและคดีโจทก์ขาดอายุความมรดกแล้ว คดีจึงมีประเด็นพิพาทว่า โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. และเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดกในที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของ ก. หรือไม่ จึงเป็นการฟ้องคดีมรดกตกอยู่ในบังคับแห่งอายุความมรดกซึ่งห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดก เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง อีกทั้งยังอยู่ในบังคับแห่ง มาตรา 1754 วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า "ถึงอย่างไรก็ดี สิทธิเรียกร้องตามที่ว่ามาในวรรคก่อน ๆ นั้น มิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดสิบปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย" แม้ตามคำฟ้องจะไม่ปรากฏว่า ก. ถึงแก่ความตายเมื่อใด แต่ตามคำฟ้องระบุว่า ก. ถึงแก่ความตายก่อนวันที่ 15 มีนาคม 2517 ที่ อ. ยื่นคำร้องขอรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาท เมื่อคำนวณนับถึงวันฟ้องวันที่ 5 เมษายน 2550 พ้นกำหนดสิบปี นับแต่ ก. ถึงแก่ความตายแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสี่ แม้จำเลยจะมิใช่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของ ก. ก็ตาม แต่ อ. ผู้โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยเป็นคู่สมรสซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของ ก. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1635 จำเลยจึงเป็นบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของ อ. ทายาทโดยธรรมของ ก. ยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1755

FAQ : คดีเพิกถอนนิติกรรมทรัพย์มรดกและอายุความมรดก

คำถาม 1: การฟ้องเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดิน โดยอ้างสิทธิในฐานะทายาท ถือเป็น “คดีมรดก” หรือไม่

คำตอบ: ถือเป็นคดีมรดก หากโจทก์อ้างสิทธิว่าตนเป็นทายาทโดยธรรมและทรัพย์ที่โอนเป็นมรดกของเจ้ามรดก เพราะฐานแห่งสิทธิที่ฟ้องแท้จริงคือสิทธิรับมรดก แม้จะใช้รูปแบบคำฟ้องเป็นการเพิกถอนนิติกรรมก็ตาม จึงต้องอยู่ภายใต้บังคับเรื่องอายุความมรดก

คำถาม 2: อายุความคดีมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง นับอย่างไร

คำตอบ: มาตรา 1754 วรรคหนึ่งกำหนดว่า ห้ามฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกตาย หรือหนึ่งปีนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก แล้วแต่กรณี

คำถาม 3: อายุความสิบปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสี่ มีลักษณะอย่างไร

คำตอบ: เป็นอายุความเด็ดขาด โดยกฎหมายบัญญัติว่า “ถึงอย่างไรก็ดี” ไม่ให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย แม้ทายาทจะเพิ่งรู้ภายหลังก็ไม่อาจฟ้องได้เมื่อพ้นสิบปีแล้ว

คำถาม 4: หากคำฟ้องไม่ระบุวันเจ้ามรดกตาย ศาลจะวินิจฉัยอายุความสิบปีได้หรือไม่

คำตอบ: ศาลสามารถวินิจฉัยได้ โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงอื่นที่ปรากฏในคำฟ้องหรือพยานหลักฐานว่าการตายเกิดขึ้นก่อนวันใด และเมื่อคำนวณถึงวันฟ้องแล้วเกินสิบปีหรือไม่ หากข้อเท็จจริงชี้ว่าพ้นสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตายแล้ว ย่อมถือว่าคดีขาดอายุความตามมาตรา 1754 วรรคสี่

คำถาม 5: คู่สมรสของเจ้ามรดกเป็นทายาทโดยธรรมตามกฎหมายหรือไม่

คำตอบ: เป็นทายาทโดยธรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1635 โดยคู่สมรสมีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาทชั้นอื่นตามหลักเกณฑ์ในกฎหมายมรดก

คำถาม 6: จำเลยที่เป็นผู้รับโอนทรัพย์จากทายาทโดยธรรม แต่ไม่ใช่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกเอง สามารถยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ได้หรือไม่

คำตอบ: สามารถยกได้ หากจำเลยเป็นผู้รับโอนทรัพย์จากทายาทโดยธรรมซึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์จากอายุความ จำเลยย่อมเป็นบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของทายาทนั้นในการยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1755

คำถาม 7: เหตุใดกฎหมายจึงกำหนดอายุความมรดกแบบเด็ดขาดสิบปี

คำตอบ: เพื่อคุ้มครองความมั่นคงแน่นอนในสิทธิทรัพย์สินและความสงบเรียบร้อยแห่งนิติสัมพันธ์ ไม่ให้ข้อพิพาทเรื่องมรดกถูกหยิบยกมาฟ้องร้องย้อนหลังเป็นเวลานานจนกระทบต่อบุคคลภายนอกและการโอนทรัพย์สิน

คำถาม 8: หากทายาทฟ้องหลังพ้นสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย ศาลจะยกฟ้องโดยเหตุใด

คำตอบ: เพราะเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตายตามมาตรา 1754 วรรคสี่ สิทธิฟ้องคดีมรดกระงับไปตามกฎหมาย ศาลจึงยกฟ้องเนื่องจากคดีขาดอายุความ ไม่อาจนำมาฟ้องร้องให้ศาลวินิจฉัยได้อีก




อายุความฟ้องร้องคดี

ความรับผิดของผู้เป็นหุ้นส่วนหลังออกจากห้างหุ้นส่วนและข้อตกลงยอมชำระหนี้
อายุความฟ้องผู้จัดการมรดกและการเพิกถอนโอนทรัพย์มรดกโดยมิชอบ(ฎีกา 2239/2559)
หนังสือรับสภาพหนี้ทำให้อายุความมูลหนี้เดิมสะดุดหยุดลง(ฎีกาที่ 4557/2566)
กำหนดหนึ่งเดือนในการเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ไม่ใช่อายุความ
ความผิดลักทรัพย์ในครอบครัว อายุความคดีอันยอมความได้,ป.อ. มาตรา 71, ป.อ. มาตรา 96,(ฎีกา 4925/2566)
อายุความร้องทุกข์คดีฉ้อโกง,มาตรา 341, มาตรา 264,(ฎีกา 3399/2568)
อายุความค่าสาธารณูปโภค 2 ปีในคดีผู้บริโภค (ฎีกา 332/2568)
สรุปคดีเรียกจำเลยร่วม อายุความ 10 ปี, ป.ว.พ.ม.57(3) (ฎีกา 1460/2567)
อายุความสินเชื่อ 10 ปี & สิทธิเรียกร้อง, ปรับโครงสร้าง, ม.193/30 (ฎีกา 2542/2567)
(ฎีกา 1174/2568) คดีบัตรเครดิตหรือเงินกู้ & อายุความ 5 ปี
(ฎีกา 2140/2568)คดีทุจริต ป.ป.ช. & อายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกา 1685/2568 – สัญญาประนีประนอม & อายุความ 10 ปี
(ฎีกาที่ 1856/2568) ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ & อายุความ 10 ปี
(ฎีกาที่ 3329/2567) ว่าด้วยการชำระหนี้เป็นงวด อายุความ และการรับสภาพหนี้, ป.พ.พ. มาตรา 193/30,
(ฎีกาที่ 3376/2567): ความรับผิดค่ารักษาพยาบาลและอายุความ 2 ปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (11)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5660/2567: อายุความเรียกร้องค่าสินค้าและค่าว่าจ้างถมทราย พร้อมวิเคราะห์ประเด็นข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5783/2567 กรณีซื้อขายที่ดิน ข้อตกลงคืนเงินเมื่อที่ดินขาด อายุความฟ้องเรียกคืน 10 ปี
อายุความฟ้องเรียกหนี้บัตรกดเงินสด และการนับระยะเวลาตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30(ฎีกาที่ 6568/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกา 1174/2568 เกี่ยวกับหนี้สินเชื่อ “อายุความ 2  ปี หรือ 5  ปี” วิเคราะห์ครบถ้วน
สิทธิรับมรดก & อายุความมรดก, แบ่งทรัพย์มรดก,เพิกถอน,(ฎีกา 384/2564)
สิทธิฟ้องเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินสินสมรส อายุความ ฟ้องซ้ำ ฟ้องซ้อน
อายุความมูลละเมิด, ฟ้องทายาทผู้ทำละเมิดที่ตายแล้ว, มรดกและความรับผิดของทายาท, การขุดดินและความเสียหายทางสาธารณะ,
คดีเช่าซื้อรถตู้, ยักยอกรถตู้, ฟ้องร้องเกินกำหนด 3 เดือน, คดีขาดอายุความ,
สิทธิในการฟ้องคดีมรดก, อายุความมรดก, การครอบครองที่ดินโดยมิได้จดทะเบียนสมรส
อายุความค่าจ้างว่าความ, อายุความสะดุดลง, ดอกเบี้ยผิดนัด, สัญญาจ้างทำของ,
อายุความ 5 ปี หนี้ตามสัญญา, หนี้ที่ต้องชำระเป็นงวดๆ อายุความ, ฟ้องคดีขาดอายุความ หนี้เงินกู้
การชำระหนี้ซึ่งขาดอายุความแล้วจะเรียกคืนไม่ได้
อายุความฟ้องเรียกค่าทดแทนจากสามีและหญิงชู้
สิทธิฟ้องเรียกเงินคืนผิดสัญญาจะซื้อขาย
อายุความสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่
สิทธิเรียกร้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความ
การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง
ฟ้องผิดตัวอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลง-อำนาจฟ้อง
อายุความรับผิดในฐานะตัวแทนไม่มีกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ
อายุความตามสัญญาให้บริการทางการแพทย์อันเป็นเอกเทศสัญญา
อายุความคดีความผิดฐานฉ้อโกง ร้องทุกข์เกิน 3 เดือน
วันวินาศภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคหนึ่ง
อายุความสะดุดหยุดลงย่อมเป็นคุณเฉพาะแก่ฝ่ายโจทก์
รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ
ผู้ค้ำประกันยกข้อต่อสู้เรื่องขาดอายุความ
ฟ้องเรียกให้ชำระหนี้เงินกู้อย่างเจ้าหนี้สามัญ
ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความ