
| ฟ้องเพิกถอนทรัพย์มรดกหลังพ้นอายุความ สิทธิผู้รับโอนยกอายุความมรดก(ฎีกา 14174/2557)
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ 1. บทนำ ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับ ทรัพย์มรดก เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นบ่อยในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งเคยเป็นของเจ้ามรดกถูกโอนหรือจัดการไปโดยบุคคลหนึ่งบุคคลใดภายหลังการตายของเจ้ามรดก และมีทายาทโดยธรรมรายอื่นเข้ามาอ้างสิทธิภายหลังเป็นระยะเวลานาน ปัญหาดังกล่าวมักนำไปสู่ข้อพิพาทสำคัญว่า การฟ้องร้องดังกล่าวเป็น คดีมรดก หรือไม่ และอยู่ภายใต้บังคับแห่ง อายุความมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14174/2557 เป็นตัวอย่างที่สะท้อนหลักกฎหมายเรื่องอายุความมรดกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า แม้คู่ความฝ่ายที่ถูกฟ้องจะ มิใช่ทายาทหรือผู้จัดการมรดก ของเจ้ามรดกโดยตรง หากแต่เป็นผู้รับโอนทรัพย์จากทายาทโดยธรรม ก็อาจมีสิทธิยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้คดีได้ อันเป็นการขยายผลของบทบัญญัติตาม มาตรา 1755 ให้เห็นภาพในทางปฏิบัติ 2. ข้อเท็จจริงของคดีโดยสังเขป คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินพิพาท ซึ่งเกิดขึ้นระหว่าง อ. กับจำเลย โดยโจทก์อ้างว่า ตนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. และ อ. ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสของบิดามารดา เมื่อ ก. ถึงแก่ความตาย ที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นมรดกของ ก. และโจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดก โจทก์อ้างว่า อ. ซึ่งเป็นมารดา ได้จดทะเบียนยกที่ดินทั้งแปลงให้แก่จำเลยโดยเสน่หา โดยโจทก์ไม่รู้เห็นยินยอม จึงขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าว ฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่า 1. โจทก์มิใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. และ อ. 2. โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง 3. คดีโจทก์ขาดอายุความมรดกแล้ว 3. ประเด็นข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัย ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1. โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. หรือไม่ 2. โจทก์มีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิในทรัพย์มรดกหรือไม่ 3. การฟ้องคดีดังกล่าวเป็นคดีมรดกซึ่งอยู่ภายใต้บังคับแห่งอายุความมรดกหรือไม่ 4. เมื่อพ้นกำหนดอายุความมรดกแล้ว จำเลยซึ่งมิใช่ทายาทหรือผู้จัดการมรดก สามารถยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้หรือไม่ 4. ลักษณะของคดีมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามหลักกฎหมาย คดีมรดกมิได้จำกัดเฉพาะการฟ้องเรียกทรัพย์จากกองมรดกโดยตรงเท่านั้น หากแต่รวมถึงการฟ้องร้องใด ๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศาลวินิจฉัยว่า โจทก์มีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม และมีสิทธิในทรัพย์ซึ่งอ้างว่าเป็นมรดกของเจ้ามรดก ในคดีนี้ แม้โจทก์จะใช้รูปแบบคำฟ้องเป็นการ เพิกถอนนิติกรรม แต่ข้ออ้างแห่งสิทธิทั้งหมดตั้งอยู่บนฐานว่า โจทก์เป็นทายาทโดยธรรมของ ก. และมีสิทธิในที่ดินพิพาทในฐานะทรัพย์มรดกของ ก. จึงถือได้ว่าเป็น คดีมรดกโดยแท้ 5. อายุความมรดกตามมาตรา 1754 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “การฟ้องคดีมรดกนั้น ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก” บทบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงแน่นอนแก่สิทธิในทรัพย์มรดก มิให้เกิดข้อพิพาทยืดเยื้อเป็นเวลานานจนกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในทางทรัพย์สิน 6. อายุความเด็ดขาดสิบปีตามมาตรา 1754 วรรคสี่ นอกจากอายุความหนึ่งปีแล้ว กฎหมายยังบัญญัติอายุความเด็ดขาดไว้ในมาตรา 1754 วรรคสี่ ว่า “ถึงอย่างไรก็ดี สิทธิเรียกร้องตามที่ว่ามาในวรรคก่อน ๆ นั้น มิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย” อายุความสิบปีดังกล่าวเป็น อายุความตัดสิทธิเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ทายาทรู้หรือไม่รู้ถึงการตายของเจ้ามรดกก็ตาม เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าวแล้ว สิทธิฟ้องคดีมรดกย่อมระงับสิ้นไปโดยเด็ดขาด 7. การคำนวณอายุความในคดีนี้ แม้คำฟ้องจะมิได้ระบุวันที่ ก. ถึงแก่ความตายโดยชัดแจ้ง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ก. ถึงแก่ความตายก่อนวันที่ 15 มีนาคม 2517 ซึ่งเป็นวันที่ อ. ยื่นคำร้องขอรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาท เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีในวันที่ 5 เมษายน 2550 จึงเป็นระยะเวลาที่พ้นกำหนด สิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย อย่างชัดเจน ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา 1754 วรรคสี่ 8. ฐานะของคู่สมรสในฐานะทายาทโดยธรรม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1635 บัญญัติให้คู่สมรสเป็น ทายาทโดยธรรม ของกันและกัน โดยมีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาทชั้นอื่นตามลำดับ ในคดีนี้ อ. เป็นคู่สมรสของ ก. และเป็นทายาทโดยธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายของ ก. แม้จะได้โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยไปแล้วก็ตาม สิทธิและสถานะทางกฎหมายของ อ. ในฐานะทายาทโดยธรรมยังคงมีผลในประเด็นเรื่องอายุความมรดก 9. สิทธิของบุคคลภายนอกในการยกอายุความตามมาตรา 1755 มาตรา 1755 บัญญัติว่า “ผู้ซึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์จากอายุความ ย่อมยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้” ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะมิใช่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของ ก. โดยตรง แต่จำเลยได้รับโอนที่ดินพิพาทจาก อ. ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของ ก. ดังนั้น จำเลยย่อมเป็นบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของ อ. ในการยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ 10. หลักกฎหมายที่ได้จากคำพิพากษานี้ จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14174/2557 สามารถสรุปหลักกฎหมายสำคัญได้ดังนี้ 1. การฟ้องเพิกถอนนิติกรรม หากฐานแห่งสิทธิอาศัยสถานะทายาทและทรัพย์มรดก ย่อมเป็นคดีมรดก 2. คดีมรดกอยู่ภายใต้บังคับแห่งอายุความตามมาตรา 1754 3. อายุความสิบปีตามมาตรา 1754 วรรคสี่ เป็นอายุความเด็ดขาด 4. บุคคลซึ่งรับโอนทรัพย์จากทายาทโดยธรรม มีสิทธิยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ได้ตามมาตรา 1755 11. บทสรุป คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14174/2557 เป็นคำพิพากษาที่ตอกย้ำหลักความมั่นคงแน่นอนของสิทธิในทรัพย์มรดก และสะท้อนให้เห็นว่า การอ้างสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมจำต้องกระทำภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด หากปล่อยให้ล่วงเลยเป็นเวลานานจนพ้นกำหนดอายุความแล้ว แม้จะมีข้ออ้างทางสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมายเพียงใด ศาลก็ไม่อาจรับฟังได้ นอกจากนี้ คำพิพากษานี้ยังแสดงให้เห็นว่า กฎหมายให้ความคุ้มครองแก่บุคคลภายนอกซึ่งได้รับโอนทรัพย์จากทายาทโดยธรรม โดยเปิดโอกาสให้บุคคลดังกล่าวยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อพิพาทในทรัพย์มรดกย้อนกลับมากระทบสิทธิในภายหลังอย่างไม่สิ้นสุด สรุปย่อคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14174/2557 โจทก์ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมระหว่าง อ. กับจำเลย โดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. และ อ. ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสของบิดามารดาโจทก์ เมื่อ ก. บิดาของโจทก์ถึงแก่ความตายที่ดินพิพาทจึงเป็นมรดกตกทอดมายังโจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมของ ก. ด้วย แต่ อ. มารดาโจทก์กลับจดทะเบียนยกที่ดินทั้งแปลงให้แก่จำเลยโดยเสน่หา โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอม จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. และ อ. จึงไม่มีอำนาจฟ้องและคดีโจทก์ขาดอายุความมรดกแล้ว คดีจึงมีประเด็นพิพาทว่า โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ก. และเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดกในที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของ ก. หรือไม่ จึงเป็นการฟ้องคดีมรดกตกอยู่ในบังคับแห่งอายุความมรดกซึ่งห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดก เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย หรือนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง อีกทั้งยังอยู่ในบังคับแห่ง มาตรา 1754 วรรคสี่ ที่บัญญัติว่า "ถึงอย่างไรก็ดี สิทธิเรียกร้องตามที่ว่ามาในวรรคก่อน ๆ นั้น มิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดสิบปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย" แม้ตามคำฟ้องจะไม่ปรากฏว่า ก. ถึงแก่ความตายเมื่อใด แต่ตามคำฟ้องระบุว่า ก. ถึงแก่ความตายก่อนวันที่ 15 มีนาคม 2517 ที่ อ. ยื่นคำร้องขอรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาท เมื่อคำนวณนับถึงวันฟ้องวันที่ 5 เมษายน 2550 พ้นกำหนดสิบปี นับแต่ ก. ถึงแก่ความตายแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสี่ แม้จำเลยจะมิใช่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของ ก. ก็ตาม แต่ อ. ผู้โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยเป็นคู่สมรสซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของ ก. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1635 จำเลยจึงเป็นบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของ อ. ทายาทโดยธรรมของ ก. ยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1755 FAQ : คดีเพิกถอนนิติกรรมทรัพย์มรดกและอายุความมรดก คำถาม 1: การฟ้องเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดิน โดยอ้างสิทธิในฐานะทายาท ถือเป็น “คดีมรดก” หรือไม่ คำตอบ: ถือเป็นคดีมรดก หากโจทก์อ้างสิทธิว่าตนเป็นทายาทโดยธรรมและทรัพย์ที่โอนเป็นมรดกของเจ้ามรดก เพราะฐานแห่งสิทธิที่ฟ้องแท้จริงคือสิทธิรับมรดก แม้จะใช้รูปแบบคำฟ้องเป็นการเพิกถอนนิติกรรมก็ตาม จึงต้องอยู่ภายใต้บังคับเรื่องอายุความมรดก คำถาม 2: อายุความคดีมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคหนึ่ง นับอย่างไร คำตอบ: มาตรา 1754 วรรคหนึ่งกำหนดว่า ห้ามฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกตาย หรือหนึ่งปีนับแต่เมื่อทายาทโดยธรรมได้รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก แล้วแต่กรณี คำถาม 3: อายุความสิบปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสี่ มีลักษณะอย่างไร คำตอบ: เป็นอายุความเด็ดขาด โดยกฎหมายบัญญัติว่า “ถึงอย่างไรก็ดี” ไม่ให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย แม้ทายาทจะเพิ่งรู้ภายหลังก็ไม่อาจฟ้องได้เมื่อพ้นสิบปีแล้ว คำถาม 4: หากคำฟ้องไม่ระบุวันเจ้ามรดกตาย ศาลจะวินิจฉัยอายุความสิบปีได้หรือไม่ คำตอบ: ศาลสามารถวินิจฉัยได้ โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงอื่นที่ปรากฏในคำฟ้องหรือพยานหลักฐานว่าการตายเกิดขึ้นก่อนวันใด และเมื่อคำนวณถึงวันฟ้องแล้วเกินสิบปีหรือไม่ หากข้อเท็จจริงชี้ว่าพ้นสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตายแล้ว ย่อมถือว่าคดีขาดอายุความตามมาตรา 1754 วรรคสี่ คำถาม 5: คู่สมรสของเจ้ามรดกเป็นทายาทโดยธรรมตามกฎหมายหรือไม่ คำตอบ: เป็นทายาทโดยธรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1635 โดยคู่สมรสมีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาทชั้นอื่นตามหลักเกณฑ์ในกฎหมายมรดก คำถาม 6: จำเลยที่เป็นผู้รับโอนทรัพย์จากทายาทโดยธรรม แต่ไม่ใช่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกเอง สามารถยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ได้หรือไม่ คำตอบ: สามารถยกได้ หากจำเลยเป็นผู้รับโอนทรัพย์จากทายาทโดยธรรมซึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์จากอายุความ จำเลยย่อมเป็นบุคคลซึ่งชอบที่จะใช้สิทธิของทายาทนั้นในการยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1755 คำถาม 7: เหตุใดกฎหมายจึงกำหนดอายุความมรดกแบบเด็ดขาดสิบปี คำตอบ: เพื่อคุ้มครองความมั่นคงแน่นอนในสิทธิทรัพย์สินและความสงบเรียบร้อยแห่งนิติสัมพันธ์ ไม่ให้ข้อพิพาทเรื่องมรดกถูกหยิบยกมาฟ้องร้องย้อนหลังเป็นเวลานานจนกระทบต่อบุคคลภายนอกและการโอนทรัพย์สิน คำถาม 8: หากทายาทฟ้องหลังพ้นสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตาย ศาลจะยกฟ้องโดยเหตุใด คำตอบ: เพราะเมื่อพ้นกำหนดสิบปีนับแต่เจ้ามรดกตายตามมาตรา 1754 วรรคสี่ สิทธิฟ้องคดีมรดกระงับไปตามกฎหมาย ศาลจึงยกฟ้องเนื่องจากคดีขาดอายุความ ไม่อาจนำมาฟ้องร้องให้ศาลวินิจฉัยได้อีก |




