
| อายุความฟ้องทายาท 1 ปีเริ่มนับเมื่อใด เมื่อผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีรู้ถึงความตายของลูกหนี้
บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับอายุความของสิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้มีต่อทายาทโดยธรรมของลูกหนี้ผู้ถึงแก่ความตาย และปัญหาว่าจะถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายของลูกหนี้ตั้งแต่วันใด เมื่ออธิบดีกรมการขนส่งทางบกได้มอบอำนาจให้ขนส่งจังหวัดปฏิบัติราชการแทนในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ และขนส่งจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรพบว่าผู้ชนะการประมูลถึงแก่ความตายแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การรู้ถึงความตายดังกล่าวยังอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจ จึงถือได้ว่าโจทก์รู้ถึงความตายตั้งแต่วันที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบพบ มิใช่วันที่มีการรายงานการเสียชีวิตให้อธิบดีทราบในภายหลัง ส่งผลให้สิทธิเรียกร้องต่อทายาทอยู่ในบังคับอายุความ 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม สาระสำคัญที่สุดของคดี ผู้ชนะการประมูลหมายเลขทะเบียนรถไม่ชำระราคาประมูลตามกำหนดและต่อมาถึงแก่ความตาย โจทก์เรียกค่าเสียหายจากจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตาย ขนส่งจังหวัดขอนแก่นซึ่งได้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีตรวจสอบพบความตายเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2564 ศาลเห็นว่าการรู้ถึงความตายดังกล่าวอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจ จึงถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 สิทธิเรียกร้องต่อทายาทอยู่ในบังคับอายุความ 1 ปีตามมาตรา 1754 วรรคสาม เมื่อโจทก์ฟ้องวันที่ 8 มิถุนายน 2566 จึงล่วงเลยระยะเวลา 1 ปีและคดีขาดอายุความ คำถามที่น่าสนใจ 1. อายุความของสิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้มีต่อทายาทเริ่มนับจากวันใด 2. การที่ผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีรู้ถึงความตายของลูกหนี้มีผลต่อการนับอายุความอย่างไร 3. เหตุใดศาลจึงไม่ถือวันที่ขนส่งจังหวัดรายงานการเสียชีวิตให้อธิบดีทราบเป็นวันเริ่มนับอายุความ ข้อเท็จจริงและที่มาของข้อพิพาท เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 นายชัยยันเป็นผู้ชนะการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ กร xxxx ขอนแก่น จากโจทก์ในราคาประมูลสูงสุด 60,000 บาท โดยมีหน้าที่ต้องชำระราคาประมูลให้ครบถ้วนภายใน 30 วันนับแต่วันถัดจากวันชนะการประมูล แต่นายชัยยันไม่ชำระ ต่อมาโจทก์นำหมายเลขทะเบียนรถดังกล่าวออกประมูลใหม่และได้ราคาต่ำกว่าราคาประมูลเดิม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นส่วนต่างระหว่างราคาประมูลเดิมกับราคาประมูลใหม่ นายชัยยันถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 โดยมีจำเลยเป็นทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนายชัยยัน โจทก์จึงฟ้องจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรม เรียกค่าเสียหาย 40,050.13 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปีของต้นเงิน 34,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ปัญหาที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์คือ คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ การมอบอำนาจและวันที่ถือว่าโจทก์รู้ถึงความตาย โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายโดยมีอธิบดีกรมการขนส่งทางบกเป็นหัวหน้าส่วนราชการ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 อธิบดีกรมการขนส่งทางบกมีคำสั่งกรมการขนส่งทางบกที่ 234/2564 เรื่องมอบอำนาจในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ โดยมอบอำนาจให้ขนส่งจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถของสำนักงานขนส่งจังหวัด การมอบอำนาจดังกล่าวครอบคลุมการลงนามในหนังสือแต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นทนายความฟ้องคดีและแก้ต่างคดี การเป็นผู้แทนกรมการขนส่งทางบกในกระบวนพิจารณาคดีทางศาล การบังคับคดี การขอรับชำระหนี้ การดำเนินการต่าง ๆ ในคดีล้มละลาย รวมถึงการมอบอำนาจให้พนักงานอัยการดำเนินการทางคดีในลักษณะต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในคำสั่ง ศาลฎีกาอธิบายผลของคำสั่งดังกล่าวว่า หากต้องมีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถของโจทก์ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป ให้ขนส่งจังหวัดนั้นมีอำนาจปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมการขนส่งทางบก วันที่ 17 ธันวาคม 2564 นายประสิทธิ์ซึ่งเป็นขนส่งจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรของนายชัยยัน และพบว่านายชัยยันถึงแก่ความตายตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2560 ศาลพิจารณาว่า การที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นรู้ถึงความตายของนายชัยยันซึ่งเป็นบุคคลที่จะถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถนั้น ยังอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจให้ขนส่งจังหวัดขอนแก่นดำเนินคดีแทนโจทก์ ด้วยเหตุนี้ จึงฟังได้ว่าโจทก์รู้ถึงความตายของนายชัยยันตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรพบความตาย มิใช่วันที่ 5 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นวันที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นรายงานการเสียชีวิตให้อธิบดีทราบตามที่โจทก์กล่าวอ้าง อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม เมื่อศาลถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายของนายชัยยันตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของนายชัยยันจึงอยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม โดยในคดีนี้มีอายุความ 1 ปีนับแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 โจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 8 มิถุนายน 2566 ซึ่งล่วงเลยระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่ถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายของนายชัยยันแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามมาตรา 1754 วรรคสาม สาระสำคัญของการวินิจฉัยจึงอยู่ที่การกำหนดวันที่ถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก โดยศาลพิจารณาคำสั่งมอบอำนาจ ขอบเขตการดำเนินคดีที่ได้รับมอบหมาย และข้อเท็จจริงที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นได้รับรู้ประกอบกัน ศาลไม่ได้ถือวันที่มีการรายงานต่ออธิบดีเป็นวันเริ่มนับอายุความ เพราะก่อนวันดังกล่าว ขนส่งจังหวัดขอนแก่นซึ่งมีอำนาจปฏิบัติราชการแทนอธิบดีในการดำเนินคดีประเภทนี้ได้ตรวจสอบและรู้ถึงความตายของบุคคลที่จะถูกดำเนินคดีแล้ว และการรู้ข้อเท็จจริงนั้นอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจ วิเคราะห์หลักกฎหมายและแนววินิจฉัย หัวใจของคดีอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างอายุความตามมาตรา 1754 วรรคสามกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการมอบอำนาจดำเนินคดีของโจทก์ โจทก์กล่าวอ้างวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 ซึ่งเป็นวันที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นรายงานการเสียชีวิตของนายชัยยันให้อธิบดีทราบ แต่ศาลฎีกาไม่รับแนวทางดังกล่าว เนื่องจากมีคำสั่งมอบอำนาจให้ขนส่งจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถอยู่ก่อนแล้ว การตรวจสอบพบว่าบุคคลซึ่งจะถูกดำเนินคดีถึงแก่ความตายจึงเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลเห็นว่ายังอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจดังกล่าว ผลทางกฎหมายในคดีนี้จึงเป็นว่า วันที่ 17 ธันวาคม 2564 เป็นวันที่ถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายของนายชัยยัน และเป็นวันที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการพิจารณาอายุความ 1 ปีตามมาตรา 1754 วรรคสาม เมื่อโจทก์ฟ้องวันที่ 8 มิถุนายน 2566 จึงพ้นกำหนดอายุความแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลล่างทั้งสองว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 1. ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง และให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ 2. ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน และให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์เป็นพับ 3. ศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ขนส่งจังหวัดขอนแก่นซึ่งได้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีแทนโจทก์รู้ถึงความตายของนายชัยยันตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 และการรู้ถึงความตายดังกล่าวอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจ จึงถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายตั้งแต่วันดังกล่าว สิทธิเรียกร้องต่อจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมมีอายุความ 1 ปี เมื่อฟ้องวันที่ 8 มิถุนายน 2566 จึงขาดอายุความ ศาลฎีกาพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ สรุปข้อคิดทางกฎหมาย คำพิพากษานี้แสดงให้เห็นความสำคัญของการกำหนดวันที่เจ้าหนี้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกในการพิจารณาอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลปฏิบัติราชการแทนในการดำเนินคดี ต้องพิจารณาทั้งขอบเขตและวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจประกอบกับข้อเท็จจริงที่ผู้รับมอบอำนาจได้รับรู้ สำหรับคดีนี้ ขนส่งจังหวัดขอนแก่นได้รับมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ และได้ตรวจสอบพบความตายของบุคคลที่จะถูกดำเนินคดี ศาลเห็นว่าการรู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวยังอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจ จึงถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายตั้งแต่วันนั้น ดังนั้น ประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัดมิใช่เพียงวันที่มีการรายงานข้อเท็จจริงตามลำดับการบังคับบัญชา แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าบุคคลผู้ได้รับรู้ข้อเท็จจริงมีอำนาจปฏิบัติราชการแทนในเรื่องนั้นหรือไม่ และการรับรู้ข้อเท็จจริงนั้นอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์แห่งการมอบอำนาจหรือไม่ ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม โดยมีปัญหาสำคัญว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ต่อทายาทโดยธรรมขาดอายุความ 1 ปีแล้วหรือไม่ และจะถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตั้งแต่วันใด มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม 1. อายุความ 1 ปีของสิทธิเรียกร้องต่อทายาท สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายอยู่ในบังคับมาตรา 1754 วรรคสาม ในคดีนี้ศาลถือว่ามีอายุความ 1 ปีนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงความตายของนายชัยยัน 2. วันที่ถือว่าโจทก์รู้ถึงความตาย ขนส่งจังหวัดขอนแก่นซึ่งได้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีตรวจสอบพบความตายของนายชัยยันเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2564 และศาลเห็นว่าการรู้ถึงความตายดังกล่าวยังอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจ จึงถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายตั้งแต่วันดังกล่าว มิใช่วันที่มีการรายงานให้อธิบดีทราบในภายหลัง คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 1. คำถาม สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ต่อทายาทในคดีนี้มีอายุความเท่าใด คำตอบ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของนายชัยยันอยู่ในบังคับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม และมีอายุความ 1 ปีนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงความตายของนายชัยยัน 2. คำถาม เหตุใดวันที่ 17 ธันวาคม 2564 จึงเป็นวันสำคัญในการนับอายุความ คำตอบ เพราะเป็นวันที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นซึ่งได้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถแทนโจทก์ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรและพบว่านายชัยยันถึงแก่ความตายแล้ว ศาลเห็นว่าการรู้ถึงความตายดังกล่าวยังอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจ จึงถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายตั้งแต่วันดังกล่าว 3. คำถาม เหตุใดศาลจึงไม่ถือวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 เป็นวันที่โจทก์รู้ถึงความตาย คำตอบ วันที่ 5 กรกฎาคม 2565 เป็นวันที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นรายงานการเสียชีวิตของนายชัยยันให้อธิบดีทราบ แต่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นได้ตรวจสอบและรู้ถึงความตายมาตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 แล้ว และศาลเห็นว่าการรับรู้ดังกล่าวอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจ จึงถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 4. คำถาม เหตุใดการฟ้องวันที่ 8 มิถุนายน 2566 จึงขาดอายุความ คำตอบ เพราะศาลถือว่าโจทก์รู้ถึงความตายของนายชัยยันตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 และสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมอยู่ในบังคับอายุความ 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 8 มิถุนายน 2566 จึงล่วงเลยระยะเวลา 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2569 โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายโดยมีอธิบดีกรมการขนส่งทางบกเป็นหัวหน้าส่วนราชการ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 โจทก์โดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบกมีคำสั่งกรมการขนส่งทางบกที่ 234/2564 เรื่องมอบอำนาจในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ ย่อมหมายความว่า หากจะต้องมีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถของโจทก์ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดในจังหวัดต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2564 เป็นต้นไปนั้น ให้ขนส่งจังหวัดนั้น ๆ มีอำนาจปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เมื่อ ช. ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลหมายเลขทะเบียนรถของโจทก์ที่จังหวัดขอนแก่น แต่ไม่ชำระราคาประมูลส่วนที่ค้างชำระ จนเป็นเหตุให้โจทก์ต้องนำหมายเลขทะเบียนรถดังกล่าวออกประมูลใหม่และได้ราคาประมูลต่ำกว่าเดิม โจทก์จึงเรียกร้องค่าเสียหายคือส่วนต่างของราคาประมูลเดิมกับราคาประมูลใหม่ และได้ความว่าเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2564 ป. ซึ่งเป็นขนส่งจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรของ ช. พบว่า ช. ถึงแก่ความตายแล้วตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2560 กรณีย่อมฟังได้ว่า ขนส่งจังหวัดขอนแก่นผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถของจังหวัดขอนแก่นแทนโจทก์ตามคำสั่งที่ 234/2564 รู้ถึงความตายของ ช. แล้วตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ซึ่งถือได้ว่ายังอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจให้ขนส่งจังหวัดขอนแก่นดำเนินคดีแก่นาย ช. แทนโจทก์ตามคำสั่งดังกล่าวด้วย กรณีจึงฟังได้ว่าโจทก์รู้ถึงความตายของ ช. ตั้งแต่วันที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรพบความตายของ ช. แล้วเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2564 ไม่ใช่วันที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นรายงานการเสียชีวิตของ ช. ให้อธิบดีโจทก์ทราบดังที่โจทก์อ้าง สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของ ช. จึงอยู่ในบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม คือมีอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่ผู้รับมอบอำนาจที่ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีโจทก์รู้ถึงความตายของ ช. เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 8 มิถุนายน 2566 จึงล่วงเลยระยะเวลา 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายชัยยันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 40,050.13 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน 34,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 นายชัยยัน เป็นผู้ชนะการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ กร xxxx ขอนแก่น จากโจทก์ในราคาประมูลสูงสุด 60,000 บาท ซึ่งนายชัยยันมีหน้าที่ต้องชำระราคาประมูลให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน นับแต่วันถัดจากวันชนะการประมูล แต่นายชัยยันไม่ชำระ ต่อมาโจทก์นำหมายเลขทะเบียนรถดังกล่าวออกประมูลใหม่ได้ราคาต่ำกว่าราคาประมูลเดิม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายคือส่วนต่างของราคาประมูลใหม่กับราคาประมูลเดิม นายชัยยันถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 โดยมีจำเลยเป็นทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนายชัยยัน โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายส่วนต่างของราคาประมูลดังกล่าวจากจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของนายชัยยันเป็นคดีนี้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายโดยมีอธิบดีกรมการขนส่งทางบกเป็นหัวหน้าส่วนราชการ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 โจทก์โดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบกมีคำสั่งกรมการขนส่งทางบกที่ 234/2564 เรื่องมอบอำนาจในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้ "1 มอบอำนาจให้ขนส่งจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมการขนส่งทางบกในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถของสำนักงานขนส่งจังหวัด ดังนี้ (1) ลงนามในหนังสือแต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นทนายความฟ้องคดีและแก้ต่างคดี (2) เป็นผู้แทนกรมการขนส่งทางบกในกระบวนพิจารณาคดีทางศาล การบังคับคดี รวมทั้งการขอรับชำระหนี้ และการดำเนินการต่าง ๆ ในคดีล้มละลาย (3) มอบอำนาจให้พนักงานอัยการในการดำเนินการทางคดีในทางจำหน่ายสิทธิ เช่น ยอมรับตามคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง การประนีประนอมยอมความ การใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกา หรือการขอให้พิจารณาคดีใหม่ ตลอดจนให้มีอำนาจรับเงินค่าธรรมเนียมและรับเอกสารคืนจากศาล (4) มอบอำนาจช่วงให้แก่ข้าราชการดังต่อไปนี้…" จากคำสั่งมอบอำนาจในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถของโจทก์ดังกล่าว ย่อมหมายความว่า หากจะต้องมีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถของโจทก์ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดในจังหวัดต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2564 เป็นต้นไปนั้น ให้ขนส่งจังหวัดนั้น ๆ มีอำนาจปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่านายชัยยัน ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลหมายเลขทะเบียนรถของโจทก์ที่จังหวัดขอนแก่น แต่ไม่ชำระราคาประมูลส่วนที่ค้างชำระ จนเป็นเหตุให้โจทก์ต้องนำหมายเลขทะเบียนรถดังกล่าวออกประมูลใหม่และได้ราคาประมูลต่ำกว่าเดิม โจทก์จึงเรียกร้องค่าเสียหายคือส่วนต่างของราคาประมูลเดิมกับราคาประมูลใหม่ดังกล่าวตามที่นายชัยยันต้องรับผิดตามเงื่อนไขการประมูลที่ตกลงกับโจทก์ และได้ความว่าเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2564 นายประสิทธิ์ซึ่งเป็นขนส่งจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรของนายชัยยันพบว่า นายชัยยันถึงแก่ความตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2560 กรณีย่อมฟังได้ว่า ขนส่งจังหวัดขอนแก่นผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถของจังหวัดขอนแก่นแทนโจทก์ตามคำสั่งที่ 234/2564 รู้ถึงความตายของนายชัยยันแล้วตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 การที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นรู้ถึงความตายของนายชัยยันผู้ที่จะถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ ถือได้ว่ายังอยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจให้ขนส่งจังหวัดขอนแก่นดำเนินคดีแก่นายชัยยันแทนโจทก์ตามคำสั่งดังกล่าวด้วย กรณีจึงฟังได้ว่าโจทก์รู้ถึงความตายของนายชัยยันตั้งแต่วันที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรพบความตายของนายชัยยันแล้วเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2564 ไม่ใช่วันที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นรายงานการเสียชีวิตของนายชัยยันให้อธิบดีโจทก์ทราบเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 ดังที่โจทก์กล่าวอ้าง สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของนายชัยยันจึงอยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม คือมีอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ซึ่งเป็นวันที่ผู้รับมอบอำนาจที่ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีโจทก์รู้ถึงความตายของนายชัยยัน เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 8 มิถุนายน 2566 จึงล่วงเลยระยะเวลา 1 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ จึงชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
|




