ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การเรียกค่าสินไหมจากการคืนทรัพย์ไม่ตรงตามคำพิพากษาในสัญญาเช่าซื้อ

การคืนรถยนต์เช่าซื้อไม่ตรงตามคำพิพากษา, สิทธิเรียกค่าสินไหมจากการชำระหนี้ไม่ถูกต้อง, ความเสียหายใหม่หลังคำพิพากษาถึงที่สุด, การใช้ทรัพย์โดยปราศจากความระมัดระวัง, ภาระการพิสูจน์ความเสียหายของโจทก์, การบังคับคดีเช่าซื้อ, คำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องค่าสินไหม, การขายทอดตลาดไม่ใช่ตัวชี้ความเสียหาย, การชำระหนี้ไม่ตรงความประสงค์แห่งมูลหนี้, ความรับผิดของลูกหนี้ร่วม, ข้อจำกัดการกำหนดค่าเสียหายนอกฟ้อง, หลักกฎหมายมาตรา 215, คดีผู้บริโภคเช่าซื้อ, การคืนทรัพย์ใช้การได้ดี,

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัญหาการคืนทรัพย์ตามคำพิพากษาในคดีเช่าซื้อ โดยเฉพาะกรณีที่ลูกหนี้นำทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนแก่เจ้าหนี้แล้ว แต่เจ้าหนี้อ้างว่าทรัพย์ดังกล่าวอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข “สภาพที่เรียบร้อยและใช้การได้ดี” ตามที่ศาลได้มีคำพิพากษาไว้ก่อนหน้า คดีนี้จึงก่อให้เกิดประเด็นสำคัญว่า การคืนทรัพย์ในลักษณะดังกล่าวถือเป็นการชำระหนี้ที่ไม่ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้หรือไม่ และเจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในฐานะความเสียหายที่เกิดขึ้นใหม่ภายหลังคำพิพากษาถึงที่สุดเพียงใด ทั้งยังสะท้อนหลักเกณฑ์การพิสูจน์ความเสียหาย ความแตกต่างระหว่าง “ค่าขาดราคา” กับ “ความเสียหายที่แท้จริง” รวมถึงขอบเขตอำนาจศาลในการกำหนดค่าเสียหายให้สอดคล้องกับคำฟ้องตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและกฎหมายคดีผู้บริโภค

สรุปข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองเรียกค่าเสียหาย โดยอ้างว่ารถยนต์ที่เช่าซื้อซึ่งได้รับคืนตามคำพิพากษาในคดีก่อนนั้นอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งานโดยปราศจากความระมัดระวังเยี่ยงวิญญูชนพึงใช้ ทั้งที่คำพิพากษาเดิมกำหนดให้คืนรถยนต์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้นำรถยนต์คืนแก่โจทก์ และโจทก์นำรถออกขายทอดตลาด ได้เงินต่ำกว่าราคารถใช้แทนตามคำพิพากษาเดิม โจทก์จึงนำส่วนต่างดังกล่าวมาอ้างเป็นค่าเสียหายและฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทน

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 1 รับผิดบางส่วน ต่อมาทั้งโจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา

ประเด็นคำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นลำดับ ดังนี้

ประเด็นแรก โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลเห็นว่า การฟ้องครั้งนี้เป็นการเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นใหม่จากการชำระหนี้ไม่ตรงตามคำพิพากษาเดิม มิใช่การฟ้องซ้ำในมูลหนี้เดิม โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215

ประเด็นที่สอง ค่าขาดราคาที่คำนวณจากผลการขายทอดตลาดสามารถถือเป็นค่าเสียหายได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่า ราคาขายทอดตลาดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานชี้ชัดถึงความชำรุดทรุดโทรมอันเกิดจากการใช้ทรัพย์โดยปราศจากความระมัดระวัง ค่าขาดราคาดังกล่าวจึงไม่ใช่ความเสียหายที่แท้จริง

ประเด็นที่สาม สภาพรถยนต์ที่คืนอยู่ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดีหรือไม่ ศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าพยานโจทก์มีน้ำหนักน้อยกว่า พยานจำเลยและพฤติการณ์แวดล้อมแสดงให้เห็นว่ารถยังใช้งานได้ตามปกติ รอยขีดข่วนหรือบุบเล็กน้อยเป็นเพียงสภาพการใช้งานทั่วไป ไม่ถึงขั้นชำรุดทรุดโทรม

ประเด็นที่สี่ การกำหนดค่าเสียหายนอกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายในฐานะค่าเสื่อมราคาจากการคืนรถล่าช้า เป็นการกำหนดค่าเสียหายนอกฟ้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเอง

วิเคราะห์หลักกฎหมายและเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215 มีเจตนารมณ์คุ้มครองเจ้าหนี้ในกรณีที่ลูกหนี้ชำระหนี้ไม่ตรงตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ โดยเปิดโอกาสให้เรียกค่าสินไหมทดแทนได้เฉพาะในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง การบังคับใช้บทบัญญัตินี้จึงต้องอาศัยการพิสูจน์ความเสียหายอย่างชัดเจน มิใช่อาศัยสมมติฐานหรือการคำนวณโดยอ้อม

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาย้ำหลักว่า ค่าเสียหายต้องเป็นผลโดยตรงจากการผิดสัญญาหรือการชำระหนี้ไม่ถูกต้อง มิใช่ผลจากกลไกตลาดหรือปัจจัยภายนอก เช่น การขายทอดตลาด ทั้งยังสะท้อนหลักความเป็นธรรมในการกำหนดความรับผิดของลูกหนี้เช่าซื้อ

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เห็นว่าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ความเสียหายได้ 

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1 รับผิดค่าเสียหายบางส่วน 

แต่ศาลฎีกาพิพากษากลับเป็นให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่ารถยนต์ที่คืนอยู่ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี ไม่มีความเสียหายอันเกิดจากการใช้โดยปราศจากความระมัดระวัง และการกำหนดค่าเสียหายนอกฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้เป็นบรรทัดฐานสำคัญที่ตอกย้ำหลักการว่าการเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 215 ต้องอาศัยความเสียหายที่พิสูจน์ได้จริงและมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการชำระหนี้ไม่ถูกต้อง มิใช่อาศัยการตีมูลค่าทางอ้อมหรือเหตุการณ์ภายหลังที่ไม่สะท้อนสภาพความเสียหายแท้จริง อีกทั้งศาลไม่มีอำนาจกำหนดค่าเสียหายนอกคำฟ้อง แม้จะเห็นว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นก็ตาม หลักดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองความแน่นอนและความเป็นธรรมในกระบวนพิจารณาคดีแพ่งและคดีผู้บริโภค

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

การขายทอดตลาดทรัพย์ที่เช่าซื้อสามารถใช้พิสูจน์ความเสียหายได้หรือไม่

คำตอบ

ไม่ได้เสมอไป เนื่องจากราคาทอดตลาดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและไม่สะท้อนความชำรุดทรุดโทรมที่แท้จริง

2. คำถาม

เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมหลังคำพิพากษาถึงที่สุดหรือไม่

คำตอบ

มีสิทธิ หากเป็นความเสียหายใหม่ที่เกิดจากการชำระหนี้ไม่ตรงตามคำพิพากษา

3. คำถาม

ศาลสามารถกำหนดค่าเสียหายนอกคำฟ้องได้หรือไม่

คำตอบ

ไม่ได้ เพราะเป็นการขัดต่อหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย

4. คำถาม

รอยขีดข่วนหรือบุบเล็กน้อยถือเป็นความชำรุดทรุดโทรมหรือไม่

คำตอบ

ไม่ถือ หากเป็นสภาพการใช้งานตามปกติและไม่กระทบต่อการใช้งานของทรัพย์

    ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4980/2567

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่ารถยนต์ที่เช่าซื้อที่โจทก์ได้รับคืนมานั้นอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งานโดยปราศจากความระมัดระวัดเยี่ยงวิญญูชนพึงใช้ จึงเป็นการฟ้องให้ชำระค่าเสียหายโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยทั้งสองต้องคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพที่เรียบร้อยใช้การได้ดี อันเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นใหม่จากการคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อที่ไม่อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยใช้การได้ดี ซึ่งเป็นการชำระหนี้ที่ไม่ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อน โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแห่งการนั้นก็ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 215 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน 1,253,738.32 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 230,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (24 เมษายน 2563) ถึง 10 เมษายน 2564 และร้อยละ 5 ต่อปีตั้งแต่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยดอกเบี้ยผิดนัดปรับตามพระราชกฤษฎีกาแต่ไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกาและศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าในคดีก่อนศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยที่ 1 คืนรถเช่าซื้อในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 2,450,000 บาท และให้จำเลยที่ 2 รับผิดแทนเมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ต่อมาจำเลยที่ 2 คืนรถเมื่อ 5 กันยายน 2562 และโจทก์ขายทอดตลาดได้ 1,196,261.68 บาท จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าเมื่อคืนรถแล้วโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกส่วนต่าง ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้เป็นการเรียกค่าเสียหายใหม่จากการคืนรถไม่เป็นไปตามคำพิพากษาเดิม อันเป็นการชำระหนี้ไม่ตรงความประสงค์แห่งมูลหนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 215

อย่างไรก็ดี ศาลฎีกาเห็นว่า “ค่าขาดราคา” ที่โจทก์คำนวณจากส่วนต่างระหว่างราคารถใช้แทนกับราคาขายทอดตลาด ไม่อาจใช้พิสูจน์ความชำรุดทรุดโทรมได้ เพราะราคาทอดตลาดขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ประมูลและสภาพทั่วไปของรถหลายปัจจัย จึงไม่ใช่ความเสียหายที่แท้จริงจากการใช้รถโดยปราศจากความระมัดระวัง ฎีกาโจทก์จึงฟังไม่ขึ้น

ส่วนข้อโต้แย้งของจำเลยที่ 1 ว่าคืนรถในสภาพใช้งานได้ดี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อจำเลยปฏิเสธ โจทก์มีภาระพิสูจน์ แต่พยานโจทก์มีน้ำหนักน้อยและเอกสารตรวจสภาพมีพิรุธว่าฝ่ายโจทก์บันทึกเพิ่มเติมภายหลัง ขณะที่พยานจำเลยเบิกความสอดคล้องกันว่ารถใช้งานได้ตามปกติถึงขั้นขับไปยังสถานที่เก็บรถได้ และภาพถ่ายไม่ปรากฏความเสียหายรุนแรง รอยขีดข่วนหรือบุบเล็กน้อยเป็นสภาพการใช้งานตามปกติ จึงฟังไม่ได้ว่ารถชำรุดทรุดโทรม โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าสินไหมจากจำเลยที่ 1 ได้ และศาลฎีกาไม่เห็นพ้องกับที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายไว้

อีกทั้งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสื่อมราคา 200,000 บาทจากการคืนรถล่าช้า เป็นการกำหนดค่าเสียหายนอกฟ้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงแก้ไขให้ถูกต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142(5) ประกอบกฎหมายคดีผู้บริโภค

ประเด็นจำเลยที่ 2 ศาลฎีกาเห็นว่าเหตุผลของศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องจำเลยที่ 2 เพราะไม่บอกกล่าวตามมาตรา 686 ไม่ถูกต้อง เนื่องจากโจทก์ฟ้องตามมูลหนี้คำพิพากษาเดิม มิใช่ฟ้องตามสัญญาค้ำประกัน อย่างไรก็ดี เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังว่าไม่เกิดความเสียหายตามฟ้อง จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดเช่นเดียวกัน ศาลฎีกาพิพากษากลับให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาเป็นพับ




ขายฝาก/เช่า/เช่าซื้อ/ซื้อขาย

สัญญาเช่าที่ดินเกิน 30 ปี ฝ่าฝืน ม.540 และผลทางกฎหมาย(ฎีกาที่ 4655/2566)
(สัญญาเช่าซื้อรถยนต์) โอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ(ฎีกา 7024/2548)
สิทธิผู้ขายฝากโดยสุจริตในการคัดค้านคดียึดทรัพย์ฟอกเงิน,อายัดทรัพย์,(ฎีกา 4859/2566)
กรรมสิทธิ์ทรัพย์จากการรื้อถอนและสิทธิฟ้องเมื่อคู่สัญญาผิดสัญญาฎีกา,ทรัพย์เฉพาะสิ่ง(ฎีกา 4937/2566)
สรุปคดีเช่าซื้อ-จำนำรถยนต์ & อำนาจฟ้อง (ฎีกา 3230/2568)
บทวิเคราะห์คดีเช่าซื้อ ผู้ค้ำประกันรับผิดเฉพาะฉบับที่ 2,ค่าฤชาธรรมเนียม (ฎีกา 3487/2568)
คดีเช่าซื้อรถ & สิทธิผู้ค้ำประกัน, ดอกเบี้ยพักหนี้ (ฎีกา 2276/2568)
(ฎีกาที่ 3524/2567) ความรับผิดค่าเสียหายจากการคืนรถเช่าซื้อไม่เรียบร้อย และสิทธิฟ้องตามมูลหนี้คำพิพากษา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4836/2567: สิทธิผู้เช่าซื้อในการบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 573 และการเรียกค่าขาดราคา
สัญญาเช่า: หลักกฎหมายและแนววินิจฉัยจากคำพิพากษาศาลฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5055/2567: การเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยปริยายและสิทธิเรียกค่าเสื่อมราคา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6065/2567: สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ความรับผิดเมื่อรถถูกยึดโดยไม่เป็นความผิดของผู้เช่า
สิทธิเลิกสัญญาเช่าซื้อของผู้เช่าซื้อและการเรียกค่าขาดราคา(ฎีกาที่ 6779/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2196/2545 : การบอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินไม่มีกำหนดเวลา และสิทธิฟ้องขับไล่เมื่อค้างค่าเช่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2568: ขอบเขตความรับผิดตามคำพิพากษาเดิม และสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใหม่
ค่าเสียหายเพื่อการลงโทษในคดีผู้บริโภค, คืนเงินผู้บริโภคจากการเลิกสัญญาซื้อขาย, โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดคืน,
หน้าที่ส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อในสภาพพร้อมใช้งาน, สัญญาเช่าซื้อก,
รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายไปโดยไม่ใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อรถยนต์
ขายฝากโมฆะเพราะสำคัญผิดราคา & ลาภมิควรได้ (ฎีกา 978/2567)
(สัญญาเช่าซื้อรถยนต์) สัญญาเช่าซื้อเป็นโมฆะใช้บังคับไม่ได้
ผู้เช่ารายใหม่ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้อยู่ในตึกพิพาทก่อนตน
ค่าเช่าซื้อเครื่องรับโทรทัศน์อายุความ 2 ปี
การบอกเลิกสัญญา | สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยไม่มีกำหนดเวลา
สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดเท่าจำนวนเงินดาวน์
เช่าที่ดินปากเปล่าไม่มีสัญญาเช่า
การบอกเลิกสัญญาเช่าโดยมิชอบ
ลักษณะของสัญญาซื้อขาย การโอนกรรมสิทธิ์
สัญญาซื้อขาย | สัญญาตัวแทน | ตัวแทนเชิด
สัญญาให้รับผิดในหนี้ที่ไม่มีหนี้อยู่จริง
ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน สัญญาซื้อขาย
สัญญาซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน
ใครมีสิทธิบอกเลิกสัญญาซื้อขาย
ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่อง
สัญญาซื้อขาย หรือสัญญาจ้างทำของ
ประเมินการเสียภาษีผิดประเภทการค้า
นิติกรรมมีข้อความไม่ชัดแจ้งตีความได้หลายนัย
สิ้นกำหนดเช่าช่วงชำระค่าเช่าตลอดมาถือว่าได้ต่อสัญญาเช่า
ข้อตกลงในการประกวดราคาเพื่อซื้อขาย
การซื้อขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์
สัญญาซื้อขายแบบเหมา
การซื้อขายทรัพย์สินอันเป็นกรรมสิทธิ์รวม
สัญญาซื้อขายที่มีหลักประกันเพื่อปฏิบัติตามสัญญา
คำว่า"ขาย" ตามประมวลรัษฎากร
สัญญาซื้อขายเป็นสัญญาหลายฝ่าย
ผู้เยาว์ทำสัญญาจะซื้อจะขาย
สัญญาซื้อขายมีวัตถุประสงค์ฝ่าฝืนกฎหมายตกเป็นโมฆะ
สัญญาซื้อขายอาจบังคับได้ตามบทกฎหมายว่าด้วยตัวแทน
สัญญาซื้อขายเป็นพ้นวิสัยจากภัยพิบัติ
สัญญาซื้อขายที่ไม่มีการโอนทรัพยสิทธิในทรัพย์เฉพาะสิ่ง
สัญญาประนีประนอมระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
ค่าซ่อมแซมทรัพย์สินที่เช่าผู้เช่าต้องบำรุงรักษา-ซ่อมแซมเล็กน้อย
คำมั่นเกี่ยวกับสัญญาเช่าทรัพย์
แบบนิติกรรมสัญญาประเภทต่าง ๆ แบบฟอร์มสัญญา แบบพิมพ์สัญญา
สิทธิบอกเลิกสัญญาซื้อขาย
นำรถไฟแนนซ์ไปจอดกู้เงินผู้รับจำนำเอาไปขายต่อแจ้งความได้ไหม
แบบฟอร์มสัญญาซื้อขาย
อายุความเรียกราคาส่วนต่างและค่าขาดประโยชน์กรณีผู้เช่าซื้อผิดสัญญาหรือตาย
สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข
สัญญาขายฝากไม่มีเหตุผลต้องผ่อนชำระดอกเบี้ยแก่กัน
กฎหมายมิได้กำหนดให้การขายฝากสามารถเรียกดอกเบี้ยต่อกันได้
บันทึกข้อตกลงให้ผู้เช่ามีสิทธิซื้อทรัพย์สินที่เช่าทั้งหมดได้
ยายทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนไม่ผูกพันผู้เยาว์
สัญญาจะซื้อจะขายและวางมัดจำถูกกลฉ้อฉลนำชี้ทำเลที่ตั้งที่ดินผิด
ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่ดินกลับคืนสู่กองมรดก
(สัญญาเช่าซื้อรถยนต์) ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นไม่ต้องรับผิด
เงินค่าสิทธิการเช่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่า
ยกทรัพย์มรดกตีใช้หนี้เป็นสัญญาต่างตอบแทนไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
ข้อตกลงซื้อขายที่ดินมือเปล่า (น.ส. 3ก)เจ้าของที่ดินจึงมีเพียงสิทธิครอบครอง
สัญญาขายฝากที่ดินไม่ได้กำหนดค่าสินไถ่ไว้
สัญญาจะแลกเปลี่ยนที่ดินโดยมีเงื่อนไข สัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินเสร็จเด็ดขาด
เมื่อสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้
สัญญาจะซื้อจะขาย หรือสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด
คำว่า "ได้มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว" ใช้บังคับแก่คู่สัญญาทั้งฝ่ายผู้ขายและผู้ซื้อ
การซื้อขายมิได้มีการชำระราคากันจริงถือเป็นการให้โดยเสน่หา
บอกล้างสัญญาค้ำประกัน ขอให้เพิกถอนสัญญาค้ำประกัน การจัดการสินสมรส
สิทธิยึดหน่วงที่ดินไว้จนกว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์, ชำระเงินครบถ้วนแล้ว
การตั้งตัวแทนหรือมอบอำนาจทำสัญญาจะซื้อจะขาย
ได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว
ขายดาวน์รถยนต์ที่เช่าซื้อมีผลอย่างไร?
ข้อยกเว้นเจ้าของทรัพย์สินเท่านั้นจะเป็นผู้ให้เช่าซื้อได้
จำนำได้ต้องเป็นสังหาริมทรัพย์
รถยนต์ที่เช่าซื้อถูกลักไปประกันภัยจ่ายค่าสินไหมให้ไฟแนนซ์แล้ว
ผู้ให้เช่าซื้อมิได้ยึดถือเอาข้อสัญญาเป็นสาระสำคัญ-ค้างชำระค่าเช่าซื้อ
(สัญญาเช่าซื้อรถยนต์) สิทธิเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ
สัญญาเช่าซื้อต้องลงชื่อคู่สัญญาสองฝ่ายไม่ทำตามแบบเป็นโมฆะ
สัญญาเช่าซื้อกับสัญญาเช่าแบบลิสซิ่ง
(สัญญาเช่าซื้อรถยนต์) สิทธิเรียกค่าใช้ทรัพย์สินและค่าเสียหาย
(สัญญาเช่าซื้อรถยนต์) ตกลงค่าเบี้ยปรับสูงเกินส่วน