ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งผิดสถานที่ในวันเดียวกันหลายเขต เป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม เมื่อผู้สมัครและพื้นที่กระทำความผิดแตกต่างกัน

 ติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่กำหนดเป็นความผิดหรือไม่, ติดป้ายหาเสียงผิดสถานที่หลายแห่งเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม, กระทำความผิดเลือกตั้งในวันเดียวกันแต่ต่างสถานที่เป็นหลายกรรมหรือไม่, ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบลติดป้ายหาเสียงผิดกฎหมาย, ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลร่วมติดป้ายหาเสียงผิดสถานที่, ความผิดเกี่ยวกับป้ายหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นหลายเขตเลือกตั้ง, การพิจารณากรรมเดียวหรือหลายกรรมในคดีเลือกตั้งท้องถิ่น, ทำผิดวันเดียวกันต่างเวลา,

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยว่า การร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด ซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน แต่เกิดต่างเวลา ต่างสถานที่ และเป็นการกระทำร่วมกับผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลต่างรายกัน จะเป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อการกระทำในแต่ละคดีเกิดต่างเวลาและต่างสถานที่ และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยในแต่ละคดีต่างรายกัน การกระทำความผิดในแต่ละคดีจึงมีเจตนาแยกออกจากกันและเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ

สาระสำคัญที่สุดของคดี

แม้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน แต่การกระทำความผิดในแต่ละครั้งเกิดต่างเวลาและต่างสถานที่กัน

คดีนี้เกิดขึ้นในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่จำเลยที่ 2 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ส่วนอีกสองคดีเกิดขึ้นในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลในคดีนั้น ๆ

การกระทำในแต่ละคดีเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน จึงมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน

การที่ความผิดทั้งสามคดีเกิดขึ้นในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำอย่างเดียวกัน จึงไม่ทำให้การกระทำทั้งหมดเป็นกรรมเดียวกัน

เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องในแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน การที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นสามคดีต่างกรรมกันจึงชอบแล้ว

คำถามที่น่าสนใจ

1. ติดป้ายหาเสียงผิดสถานที่หลายแห่งในวันเดียวกันถือเป็นกรรมเดียวกันหรือไม่

2. การกระทำต่างเวลา ต่างสถานที่ และต่างเขตเลือกตั้งมีผลต่อการพิจารณาว่าเป็นความผิดหลายกรรมอย่างไร

3. เหตุใดการกระทำเพื่อประโยชน์ของผู้สมัครต่างรายจึงทำให้เจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน

สรุปข้อเท็จจริง

จำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 4

จำเลยทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งบริเวณริมถนนซอยสับสน หมู่ที่ 4 จำนวน 1 แผ่น บริเวณริมถนนซอยร่วมใจพัฒนา หมู่ที่ 4 จำนวน 2 แผ่น และบริเวณริมถนนบึงพระจันทร์ปากทางเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวยายสนิท จำนวน 1 แผ่น อันเป็นการร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด

นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 ยังถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ร่วมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งอื่น หมู่อื่น อีก 2 ราย ในข้อหาร่วมกันติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 4 มาตรา 71 มาตรา 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในอีกสองคดี

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

คำวินิจฉัยและประเด็นสำคัญของศาลฎีกา

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีเพียงประการเดียวว่า การกระทำตามฟ้องของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับการกระทำของจำเลยที่ 1 ในอีกสองคดี เป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน แต่จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีกระทำความผิดในแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่กัน

ความผิดในคดีนี้เกิดขึ้นบริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 4 มีจำเลยที่ 2 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 ส่วนอีกสองคดีต่างกระทำในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ในคดีนั้น ๆ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1

การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีจึงมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน กรณีจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน

การที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นสามคดีต่างกรรมกันจึงชอบแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้ง ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น และพิพากษายืน

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

สาระสำคัญของคำวินิจฉัยอยู่ที่การพิจารณาว่า การกระทำความผิดหลายครั้งที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำอย่างเดียวกัน จะถือเป็นกรรมเดียวกันหรือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ในคดีนี้ แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคนเดียวกันในทั้งสามคดี และการกระทำทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการติดตั้งแผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลกำหนดเช่นเดียวกัน แต่การกระทำความผิดในแต่ละครั้งเกิดต่างเวลาและต่างสถานที่กัน

นอกจากนี้ ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลที่ร่วมกระทำกับจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีเป็นบุคคลต่างรายกัน และการกระทำในแต่ละพื้นที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน

ข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน จึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ แม้การกระทำทั้งหมดจะเกิดขึ้นในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกันก็ตาม

ในส่วนบทกฎหมาย โจทก์ฟ้องตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 4 มาตรา 71 มาตรา 132 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 71 มาตรา 132 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

วิเคราะห์แนวคำพิพากษาและผลของหลักต่างกรรมต่างวาระ

ข้อเท็จจริงสำคัญของคดีนี้คือ จำเลยที่ 1 ถูกฟ้องเกี่ยวกับการติดแผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งในลักษณะเดียวกันรวมสามคดี โดยการกระทำเกิดขึ้นในวันเดียวกัน แต่แต่ละคดีเกิดต่างเวลา ต่างสถานที่ และเกิดในพื้นที่ตามเขตเลือกตั้งของผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลต่างรายกัน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีมีเจตนาแยกออกจากกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน จึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ

ผลของคำวินิจฉัยดังกล่าวทำให้การที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นสามคดีต่างกรรมกันเป็นการชอบ และเมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน

หลักที่ปรากฏจากคำวินิจฉัยจึงแสดงให้เห็นว่า แม้การกระทำความผิดหลายครั้งจะเกิดขึ้นในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำอย่างเดียวกัน แต่หากแต่ละครั้งเกิดต่างเวลา ต่างสถานที่ และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้สมัครในแต่ละคดีต่างรายกัน จนแสดงให้เห็นว่าเจตนาในการกระทำความผิดแต่ละครั้งแยกออกจากกัน การกระทำดังกล่าวย่อมเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 71 มาตรา 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับคนละ 8,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 4,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 มาตรา 30 และยกคำขอให้นับโทษต่อ

2. ศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้งพิพากษายืน

3. ศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน แต่เมื่อแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่ และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน การกระทำความผิดในแต่ละคดีจึงมีเจตนาแยกออกจากกันและเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ การที่โจทก์แยกฟ้องเป็นสามคดีต่างกรรมกันจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

สาระสำคัญของคดีอยู่ที่การจำแนกการกระทำว่าเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม โดยข้อเท็จจริงว่าการกระทำเกิดขึ้นในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน มิได้ทำให้การกระทำหลายครั้งเป็นกรรมเดียวกันเสมอไป

เมื่อการกระทำแต่ละครั้งเกิดต่างเวลา ต่างสถานที่ มีผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลที่ร่วมกระทำต่างรายกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยในแต่ละคดีต่างรายกัน ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าเจตนาในการกระทำความผิดแต่ละครั้งแยกออกจากกัน

คดีนี้จึงแสดงให้เห็นความสำคัญของการพิจารณาพฤติการณ์ของการกระทำแต่ละครั้ง โดยเฉพาะเวลา สถานที่ ผู้ร่วมกระทำ และประโยชน์ที่เกิดจากการกระทำ เพื่อพิจารณาว่าการกระทำหลายครั้งมีเจตนาเดียวต่อเนื่องกันหรือมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 71 มาตรา 132 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยประเด็นที่ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยตรงคือ การกระทำตามฟ้องในแต่ละคดีเป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ด้านล่างนี้

ต่างกรรมต่างวาระ

แม้การติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน แต่เมื่อการกระทำในแต่ละครั้งเกิดต่างเวลา ต่างสถานที่ และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยในแต่ละคดีต่างรายกัน การกระทำแต่ละครั้งจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ

เจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน

การกระทำในแต่ละพื้นที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน ประกอบกับเกิดต่างเวลาและต่างสถานที่กัน ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน

หมายเหตุวิเคราะห์หลักกฎหมาย

คำพิพากษานี้มีประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิจารณาว่า การกระทำความผิดหลายครั้งซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน จะถือเป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ข้อเท็จจริงที่มีความสำคัญต่อการวินิจฉัยคือ จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีกระทำความผิดในแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่กัน คดีนี้เกิดขึ้นในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่จำเลยที่ 2 ในคดีนี้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ ส่วนอีกสองคดีเกิดขึ้นในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ในคดีนั้น ๆ

นอกจากสถานที่และผู้สมัครที่เกี่ยวข้องจะแตกต่างกันแล้ว การกระทำในแต่ละคดียังเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงแสดงให้เห็นว่าการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน

ดังนั้น แม้การกระทำทั้งสามคดีจะเกิดขึ้นในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน ก็ไม่ทำให้การกระทำทั้งหมดเป็นกรรมเดียวกัน เมื่อเจตนาในการกระทำความผิดแต่ละครั้งแยกออกจากกัน กรณีจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ และการที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นสามคดีต่างกรรมกันจึงชอบแล้ว

หลักจากคำพิพากษานี้แสดงให้เห็นว่า การพิจารณาว่าการกระทำหลายครั้งเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม ต้องพิจารณาพฤติการณ์ของการกระทำแต่ละครั้งประกอบกัน โดยเฉพาะเวลา สถานที่ บุคคลที่ร่วมกระทำ และประโยชน์ที่เกิดจากการกระทำ หากพฤติการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการกระทำแต่ละครั้งมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน ย่อมเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ แม้จะเกิดขึ้นในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำอย่างเดียวกันก็ตาม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

ติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งผิดสถานที่หลายแห่งในวันเดียวกันถือเป็นกรรมเดียวกันหรือไม่

คำตอบ

ไม่จำเป็นต้องเป็นกรรมเดียวกัน ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ แม้การกระทำความผิดทั้งสามคดีจะเกิดขึ้นในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำอย่างเดียวกัน แต่เมื่อการกระทำในแต่ละครั้งเกิดต่างเวลา ต่างสถานที่ และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยในแต่ละคดีต่างรายกัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีมีเจตนาแยกออกจากกัน จึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ

2. คำถาม

เหตุใดการกระทำในวันเดียวกันจึงเป็นความผิดหลายกรรมได้

คำตอบ

เพราะในคดีนี้การกระทำความผิดแต่ละครั้งเกิดต่างเวลาและต่างสถานที่ และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน ศาลฎีกาจึงเห็นว่าการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีมีเจตนาแยกออกจากกัน แม้จะเกิดขึ้นในวันเดียวกันก็ตาม

3. คำถาม

การกระทำในเขตเลือกตั้งต่างกันมีความสำคัญอย่างไรต่อการวินิจฉัย

คำตอบ

คดีนี้เกิดขึ้นในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่จำเลยที่ 2 ในคดีนี้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ ส่วนอีกสองคดีเกิดขึ้นในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลในคดีนั้น ๆ ข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบกับการกระทำที่เกิดต่างเวลาและต่างสถานที่ และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยในแต่ละคดีต่างรายกัน ทำให้การกระทำความผิดแต่ละครั้งมีเจตนาแยกออกจากกัน

4. คำถาม

โจทก์สามารถแยกฟ้องการติดป้ายหาเสียงผิดสถานที่เป็นหลายคดีได้หรือไม่

คำตอบ

ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีมีเจตนาแยกออกจากกันและเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าการที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นสามคดีต่างกรรมกันเป็นการชอบแล้ว และเมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน

 ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6847/2567

ปัญหาว่า การกระทำตามฟ้องของจำเลยที่ 1 คดีนี้กับการกระทำของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 1532/2564 และที่ อ. 1533/2564 ของศาลชั้นต้น เป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ จำเลยทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดเดียวกัน แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีกระทำความผิดในแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่กัน ซึ่งอีกสองคดีต่างกระทำในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ในคดีนั้น ๆ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดี จึงมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน กรณีจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 4, 71, 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ อ. 1683/2564 และที่ อ. 1684/2564 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 71, 132 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ปรับคนละ 8,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 4,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกคำขอให้นับโทษต่อ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้งพิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ และจำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 4 จำเลยทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งบริเวณริมถนนซอยสับสน หมู่ที่ 4 จำนวน 1 แผ่น บริเวณริมถนนซอยร่วมใจพัฒนา หมู่ที่ 4 จำนวน 2 แผ่น และบริเวณริมถนนบึงพระจันทร์ปากทางเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวยายสนิท จำนวน 1 แผ่น อันเป็นการร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังถูกฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 ร่วมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ เขตเลือกตั้งอื่น หมู่อื่น อีก 2 ราย ในข้อหาร่วมกันติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้และไม่เป็นไปตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์กำหนด เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 1683/2564 และที่ อ. 1684/2564 คดีหมายเลขแดงที่ อ. 1532/2564 และที่ อ. 1533/2564 ของศาลชั้นต้นตามลำดับ มีปัญหาต้องวินิจฉัย ตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงประการเดียวว่า การกระทำตามฟ้องของจำเลยที่ 1 คดีนี้กับการกระทำของจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 1532/2564 และที่ อ. 1533/2564 ของศาลชั้นต้น เป็นการกระทำกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 จะกระทำความผิดทั้งสามคดีในวันเดียวกันและมีลักษณะการกระทำความผิดอย่างเดียวกัน แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีกระทำความผิดในแต่ละครั้งต่างเวลาและต่างสถานที่กัน โดยความผิดในคดีนี้เกิดขึ้นบริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 หมู่ที่ 4 มีจำเลยที่ 2 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 ส่วนอีก 2 คดี ต่างกระทำในพื้นที่หมู่อื่นตามเขตเลือกตั้งของจำเลยที่ 2 ในคดีนั้น ๆ ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์คู่กับจำเลยที่ 1 การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ในแต่ละคดีจึงมีเจตนาในการกระทำความผิดแยกออกจากกัน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในแต่ละคดีต่างรายกัน กรณีจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ที่โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็น 3 คดี ต่างกรรมกันจึงชอบแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้องแต่ละคดี จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเลือกตั้งพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

เลือกตั้งท้องถิ่น, ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบล  ติดป้ายหาเสียงเลือกตั้งผิดสถานที่ในวันเดียวกันหลายเขต เป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรม เมื่อผู้สมัครและพื้นที่กระทำความผิดแตกต่างกัน  การกระทำผิดเกี่ยวกับป้ายหาเสียงในวันเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าจะถูกนับเป็นความผิดกรรมเดียวเสมอไป  จำเลยที่ 1 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์ ทั้งสองร่วมกันติดตั้งแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งนอกสถานที่ที่จะกระทำได้




เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความอาญา

ค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ เรียกค่าเสียโอกาสทางการค้าจากสัญญาเช่ารวมในคำร้องได้หรือไม่
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับเมื่อใด หากแยกฟ้องหลายคดีจากการกระทำเดียวกันถือเป็นกรรมเดียวหรือไม่ หลักการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
สิทธิผู้เสียหายเรียกค่าสินไหมในคดีอาญาทำได้เพียงใด และผู้ร่วมรับผิดทางแพ่งสามารถถูกเรียกเข้ามาในคดีอาญาได้หรือไม่ พร้อมหลักความรับผิดของลูกหนี้ร่วม
ฟ้องคดีอาญาไม่ระบุสถานที่เกิดเหตุ ศาลต้องยกฟ้องทันทีหรือสั่งแก้ฟ้องก่อน หลักเกณฑ์การใช้มาตรา 158 และมาตรา 161 ในคดีฉ้อโกงและแชร์ลูกโซ่
ฟ้องคดีประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้หรือไม่ หากผู้ตายมีส่วนประมาทเอง ผู้สืบสันดานมีอำนาจฟ้องหรือไม่ และฎีกาที่ไม่เปลี่ยนผลคดีมีผลอย่างไร
ฟ้องไม่ระบุมาตรา 83 ศาลลงโทษได้หรือไม่ หลักห้ามฎีกาข้อเท็จจริงและอำนาจศาลในการปรับบทกฎหมายอาญา
ฎีกาในคดีอาญาทำอย่างไรให้ถูกต้อง ศาลยกคำร้องเพราะไม่ขออนุญาตฎีกาตามกฎหมาย ผลของการยื่นฎีกาผิดขั้นตอนตามวิธีพิจารณาความอาญา
ฎีกาคดีแจ้งความเท็จและข้อจำกัดสิทธิฎีกาในคดีอาญา เมื่อศาลยกฟ้องทั้งสองศาล การอนุญาตฎีกาเฉพาะข้อเท็จจริงมีผลเพียงใด
สิทธิรับคืนหลักประกันในคดีอาญาเมื่อจำเลยเสียชีวิต ใครมีสิทธิแท้จริงระหว่างผู้จัดการมรดกกับผู้รับพินัยกรรม
คำสั่งไต่สวนมูลฟ้องเป็นที่สุด อุทธรณ์ไม่ได้เมื่อเป็นดุลพินิจศาลเกี่ยวกับพยานหลักฐานและการดำเนินกระบวนพิจารณา
คำพิพากษาคดีอาญาก่อนผูกพันคดีแพ่งหรือไม่ในคดีละเมิดจากอุบัติเหตุรถชน และความรับผิดของทายาทผู้รับมรดก
ข้อจำกัดอำนาจศาลในการสั่งคืนทรัพย์เมื่อไม่มีคำขอและไม่อยู่ในมาตรา 43
ประเด็นการตีความหมิ่นประมาทโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและข้อจำกัดการฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง
นับโทษจำคุกผิดแก้ได้ไหม? คดีถึงที่สุดแล้วขอเปลี่ยนโทษได้หรือไม่ และต้องทำอย่างไรตามกฎหมายอาญา
ไม่ไปเกณฑ์ทหารมีความผิดเสมอไหม? หากติดคุกอยู่จะถือว่าหลีกเลี่ยงหน้าที่หรือไม่ พร้อมคำตอบตามหลักกฎหมายอาญา
ฟ้องรัฐเรียกค่าเสียหายจากเจ้าหน้าที่ได้หรือไม่? เมื่อศาลอาญายกฟ้องแล้ว คดีแพ่งยังเรียกละเมิดได้หรือเปล่า
สิทธิผู้เสียหายในคดีมรดกคือใคร ฟ้องได้หรือไม่เมื่อถูกตัดสิทธิในพินัยกรรม สิทธิผู้เสียหายในคดีทรัพย์มรดกและการเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วม
แข่งรถในทางมีโทษอะไรบ้าง? อุทธรณ์แล้วฎีกาได้ไหม และเมื่อไรคดีต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ยอมความคดีแพ่ง แต่คดีอาญายังไม่จบ! ศาลฎีกาชี้ชัด ต้องยอมความอาญาโดยชัดแจ้งเท่านั้น
คดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ & โรแมนซ์สแกม (ฎีกา 1207/2567)
สิทธิคดีอาญาระงับ, สิทธิคดีแพ่งหลังจำเลยถึงแก่ความตาย (ฎีกา 2232/2567)
ฟ้องต่างข้อเท็จจริงสาระสำคัญ ยกฟ้องจำเลยฐานยักยอก,ป.วิ.อ. มาตรา 158, (ฎีกา 2427/2567)
คดีอั้งยี่ & สมคบก่อการร้าย (พยานหลักฐาน)-ฎีกา 6820/2567
คดีอั้งยี่ & สมคบก่อการร้าย (พยานหลักฐาน)ป.วิ.อ. มาตรา 84 (ฎีกา 6820/2567)
(ฎีกา 324/2568) สิทธิฟ้อง, โจทก์ร่วม, อุบัติเหตุจราจร
(ฎีกาที่ 3462/2567): อำนาจฟ้องของพนักงานอัยการในคดีทุจริตและฟอกเงิน
(ฎีกาที่ 3672/2567): การทำร้ายร่างกายและการตีความการเพิ่มโทษในชั้นอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4136/2567: คดีฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน และประเด็นความชอบด้วยกฎหมายในคดีส่วนแพ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2567 การลักทรัพย์นายจ้างหลายกรรม และการวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4317/2567: คดีลักทรัพย์-ขาดเจตนาทุจริต แต่ยังมีหน้าที่คืนทรัพย์หรือใช้ราคาแทน
ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา – ความน่าเชื่อถือของประจักษ์พยานกับบทบาทของพนักงานสอบสวน(ฎีกาที่ 8082/2567)
อำนาจฟ้องในคดีอาญาเมื่อสอบสวนโดยตำรวจผิดพื้นที่: วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2568
การถอนฟ้องคดีอาญาแผ่นดิน, ความผิดฐานฟ้องเท็จ, มูลหนี้ขัดต่อความสงบเรียบร้อย
โจทก์ร่วมในคดีอาญา, การใช้สิทธิผู้เสียหายแทนโจทก์ร่วมเดิม, การสืบสิทธิในคดีอาญา,
อัยการมีอำนาจฟ้องคดีทุจริตแทนอัยการสูงสุดได้หรือไม่ การแก้ฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาวางหลักไว้อย่างไร
ศาลลงโทษปรับต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด, อุทธรณ์คำพิพากษา, ขอให้เพิ่มโทษ,
อำนาจฟ้อง, คู่ความในคดี, ข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย,
การพิจารณาคดีไต่สวนมูลฟ้อง, คำสั่งศาลที่เด็ดขาด,
ถ้อยคำรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิดห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน
อำนาจพนักงานสอบสวน & ฎีกาต้องห้ามข้อเท็จจริงคดีอาวุธปืน (ฎีกา 1016/2567)
บันดาลโทสะลดโทษคดีทำร้ายร่างกาย & อำนาจศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัย (ฎีกา 1109/2567)
ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนตาม มาตรา 44/1(ฎีกาที่ 4687/2566)
ฎีกาขอให้ลดมาตราส่วนโทษเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม
แก้ไขโทษของความผิดถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อยห้ามฎีกา
ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
อำนาจสอบสวนของกองปราบปราม
คำให้การชั้นสอบสวนแทนการสืบพยานในชั้นพิจารณา
ลดมาตราส่วนโทษในความผิดต้องห้ามฎีกา
ฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิด
คำรับสารภาพมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน
อำนาจฟ้องในข้อหาความผิดตามมาตรา 157
พยานหลักฐานชนิดที่เกิดขึ้นโดยไม่ชอบ
การกระทำหลายอย่างแต่ละอย่างเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง
ฟ้องร้องคดีในลักษณะสมยอมสิทธินำคดีอาญามาฟ้องไม่ระงับ
ผู้เสียหายไม่มาเบิกความเป็นพยานในศาล
ผู้แทนโดยชอบธรรมมีผลประโยชน์ขัดกันกับผู้เสียหาย(บุตร)
ความรับผิดในทางแพ่ง-ผู้เสียหายโดยนิตินัย
การบรรยายฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิด
กรณีไม่ปรากฏลายมือชื่อผู้เรียง-พิมพ์คำฟ้องโจทก์
คดีราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญายื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายค้นได้
ศาลชั้นต้นยกอายุความมายกคำร้อง ม.44/1 ไม่ชอบ
ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา | เรียกค่าเสียหาย
นายแพทย์กระทำอนาจารคนไข้อายุกว่า 15 ปี จำคุก 3 ปี ปรับ 20,000 บาท
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่แทนการยื่นอุทธรณ์
ผู้ต้องหายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายจับ ยกคำร้อง ผู้ต้องหาอุทธรณ์
โจทก์ขอให้ลงโทษตามกฎหมายเดิมซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว
หลอกลวงผู้เสียหายให้ขายดาวน์รถยนต์
ผู้เช่าซื้อมีอำนาจแจ้งความดำเนินคดีฐานยักยอกได้
ไม่มีเจตนาเล่นการพนันด้วยจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย
บุคคลล้มละลายมีอำนาจฟ้องคดีอาญา
พนักงานสอบสวนมิได้ขอฝากขังต่อศาลภายในกำหนด
ไม่ได้บรรยายฟ้องว่ากระทำโดยพลาด
ฟ้องคดีสมยอมสิทธิฟ้องคดีอาญาไม่ระงับ
ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
แก้ไขคำพิพากษาที่อ่านแล้ว
จำคุกไม่เกิน5ปีห้ามคู่ความฎีกาข้อเท็จจริง
ความผิดตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์
จำเลยให้การรับสารภาพแต่ศาลอุทธรณ์ศาลฎีกายกฟ้อง
ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาห้ามอุทธรณ์
การกระทำอันเป็นความผิดรวมอยู่ในฟ้อง
ฟ้องที่บรรยายไม่ครบองค์ประกอบของความผิด
พิพากษาถึงข้อเท็จจริงที่มิได้กล่าวในฟ้อง
เพื่อการอนาจารเป็นเจตนาพิเศษ | การบรรยายฟ้อง
ของกลางที่พนักงานสอบสวนยึดไว้ | คดีถึงที่สุด
ไม่สามารถนำผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาล
ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบอกเล่า
คำสั่งเกี่ยวกับการปล่อยตัวชั่วคราวห้ามอุทธรณ์
มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา
อำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้อุทธรณ์-ฎีกา
ฎีกาไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์-ฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ฟ้องที่ขาดข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป
คดีขาดอายุความจึงชอบที่ศาลจะยกฟ้อง
คดีถึงที่สุดเมื่อครบกำหนดยื่นฎีกา
การพิจารณาคดีลับหลังจำเลย
ต้องห้ามฎีกาเพราะไม่ได้อุทธรณ์ไว้
ขออนุญาตฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
แก้ไขเล็กน้อย-จำคุกไม่เกินห้าปีห้ามฎีกา