ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




(ฎีกาที่ 3440/2567) การเพิกถอนรายงานความเห็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กับอำนาจร้องต่อศาล

ภาพสำนักงานทนายพีสิริ โดยทนายลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ เกี่ยวกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3440/2567 คดีล้มละลาย การเพิกถอนรายงานความเห็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ อำนาจร้องต่อศาล และการจัดการทรัพย์สินลูกหนี้ มาตรา 22 มาตรา 24 มาตรา 146

ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ


บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ คดีล้มละลายและอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ โดยมีประเด็นสำคัญว่า รายงานความเห็นและหมายแจ้งที่ให้คืนเงิน 2,500,000 บาทเข้ากองทรัพย์สิน ถือเป็นคำสั่งที่มีผลผูกพันตามกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงการแจ้งข้อเท็จจริงประกอบข้อกฎหมาย ไม่ใช่คำวินิจฉัยที่มีสภาพบังคับ จึงไม่ก่อสิทธิให้โจทก์ร้องเพิกถอนได้


ข้อเท็จจริงของคดี

1. ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดของจำเลยทั้งหกเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2558

2. โจทก์ได้รับหมายแจ้งจากผู้คัดค้านให้คืนเงิน 2,500,000 บาทเข้ากองทรัพย์สิน โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 4 ตามมาตรา 109 (1) และมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483

3. โจทก์ไม่เห็นด้วยและยื่นคำร้องเพิกถอนรายงานความเห็นดังกล่าว

4. ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้เพิกถอน แต่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษากลับให้ยกคำร้อง

5. คู่ความฎีกาต่อศาลฎีกา


คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

รายงานความเห็นและหมายแจ้งของผู้คัดค้านเป็นเพียงการแสดงข้อเท็จจริงประกอบข้อกฎหมาย ไม่ใช่คำสั่งหรือคำวินิจฉัยที่กฎหมายกำหนดให้โจทก์ต้องปฏิบัติตาม

แม้มีการระบุว่าให้คืนเงินภายใน 30 วัน แต่ไม่มีผลเป็นคำสั่งที่มีสภาพบังคับ

หากต่อมาผู้คัดค้านดำเนินคดี ศาลอาจมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นได้

ดังนั้น การกระทำดังกล่าวยังไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายตามมาตรา 146

โจทก์จึงไม่มีอำนาจร้องเพิกถอนรายงานความเห็น

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ


การวิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย

1. อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ตามมาตรา 22 และมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้

รายงานความเห็นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขั้นตอนการตรวจสอบ ไม่ใช่คำสั่งเด็ดขาด

2. สภาพบังคับของรายงานความเห็น

รายงานดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งที่ศาลมีอำนาจชี้ขาด

ศาลชี้ว่าเป็นเพียง "การแจ้ง" และยังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล

3. สิทธิร้องเพิกถอนตามมาตรา 146

มาตรา 146 กำหนดว่า คู่ความต้องได้รับความเสียหายจากคำสั่งหรือการกระทำ จึงจะมีสิทธิร้อง

ในคดีนี้ โจทก์ยังไม่ได้รับความเสียหายโดยตรงจากรายงานความเห็น จึงไม่มีสิทธิร้อง


IRAC Analysis

Issue (ประเด็น):

โจทก์มีอำนาจร้องเพิกถอนรายงานความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ให้คืนเงิน 2,500,000 บาทหรือไม่

Rule (กฎหมายที่ใช้บังคับ):

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22, 24 ว่าด้วยอำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

มาตรา 109 (1) เรื่องทรัพย์ที่ต้องรวบรวมเข้ากองทรัพย์สิน

มาตรา 146 เรื่องสิทธิร้องขอเพิกถอนการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย

Application (การประยุกต์ใช้):

รายงานความเห็นและหมายแจ้งไม่ใช่คำสั่งที่มีสภาพบังคับ แต่เป็นเพียงการแจ้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแก่โจทก์ การกำหนดให้คืนเงินภายใน 30 วันไม่ได้มีผลบังคับตามกฎหมาย ศาลเห็นว่าโจทก์ยังไม่ได้รับความเสียหายจริง จึงไม่เข้าเงื่อนไขมาตรา 146

Conclusion (ข้อสรุป):

โจทก์ไม่มีอำนาจร้องเพิกถอนรายงานความเห็นดังกล่าว ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ


สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้ตอกย้ำหลักการสำคัญว่า รายงานความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นเพียงเอกสารทางปกครองในกระบวนการจัดการทรัพย์สิน ไม่ใช่คำสั่งที่มีผลบังคับทางกฎหมายทันที การร้องเพิกถอนจึงทำไม่ได้ เว้นแต่มีการดำเนินคดีและศาลมีคำสั่งที่ก่อให้เกิดผลเสียหายจริง


English Summary 

The Supreme Court Decision No. 3440/2567 concerns bankruptcy proceedings and the authority of the official receiver. The key issue was whether the creditor (plaintiff) could request the annulment of an official receiver’s opinion letter demanding the return of 2,500,000 THB to the bankruptcy estate. The Court ruled that such an opinion letter is merely an administrative notice without binding legal effect and does not cause immediate damage. Therefore, the plaintiff had no standing to request its annulment.


ภาพบรรยากาศการพิจารณาคดีในศาล พร้อมข้อความคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3440/2567 คดีล้มละลาย รายงานความเห็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มาตรา 22 มาตรา 24 มาตรา 146 การจัดการทรัพย์สินลูกหนี้ ไม่ใช่คำสั่งที่มีผลบังคับ การเพิกถอนไม่ทำได้ เว้นแต่มีคำสั่งศาลที่ก่อให้เกิดความเสียหายจริง


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3440/2567


การที่ผู้คัดค้านทำรายงานความเห็นและมีหมายแจ้งให้โจทก์คืนเงิน 2,500,000 บาท เข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลายเป็นการกระทำในขั้นตอนของการจัดการกิจการและทรัพย์สินของจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นอำนาจของผู้คัดค้านแต่เพียงผู้เดียว ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 และ 24 ซึ่งตามรายงานความเห็นและหมายแจ้งของผู้คัดค้านดังกล่าวเป็นเพียงการแจ้งข้อเท็จจริงประกอบข้อกฎหมายให้โจทก์ทราบ แม้ในตอนท้ายจะมีข้อความขอให้โจทก์คืนเงินจำนวนดังกล่าวภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหมายนี้ ก็มิได้มีลักษณะเป็นคำสั่งหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดที่กฎหมายบัญญัติให้โจทก์ต้องปฏิบัติตาม รายงานความเห็นและหมายแจ้งของผู้คัดค้านดังกล่าวจึงหามีสภาพบังคับแก่โจทก์ไม่ แม้ต่อมาหากปรากฏว่าผู้คัดค้านดำเนินคดีแก่โจทก์ ก็ยังไม่เป็นการแน่นอนว่าโจทก์ต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวเข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย เพราะศาลอาจมีคำวินิจฉัยหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่นได้ ลำพังรายงานความเห็นและหมายแจ้งของผู้คัดค้านที่แจ้งไปยังโจทก์ดังกล่าว จึงยังไม่เป็นการกระทำหรือคำวินิจฉัยของผู้คัดค้านที่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ตามมาตรา 146 โจทก์จึงไม่มีอำนาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเพิกถอนรายงานความเห็นของผู้คัดค้านที่ให้เรียกเงิน 2,500,000 บาท คืนจากโจทก์เพื่อรวบรวมเข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย


คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งหกเด็ดขาด เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2558

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้โจทก์คืนเงิน 2,500,000 บาท เข้ากองทรัพย์สินของจำเลยที่ 4 ในคดีล้มละลาย

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้โจทก์คืนเงิน 2,500,000 บาท เข้ากองทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตจากศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์และผู้คัดค้านฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้เป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 ผู้คัดค้านส่งหมายแจ้งให้โจทก์ทราบว่า ผู้คัดค้านได้ทำการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในกรณีเจ้าหนี้รายที่ 20 ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้หลังจากจำเลยที่ 4 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือไม่ และประสงค์ให้ดำเนินคดีเกี่ยวกับความผิดที่มีโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ซึ่งต่อมาผู้คัดค้านได้ทำความเห็นไว้ว่าเห็นควรไม่ดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ในความผิดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 173 แต่ให้เรียกเงิน 2,500,000 บาท อันเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 4 คืนจากโจทก์เพื่อรวบรวมเข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย มาตรา 109 (1) ประกอบมาตรา 22 (2) ภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหมาย โจทก์ได้รับหมายแจ้งดังกล่าวแล้ว ไม่เห็นด้วยกับรายงานความเห็นของผู้คัดค้านที่ฟังว่าเงิน 2,500,000 บาท ที่โจทก์รับไว้ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 1146/2558 ของศาลจังหวัดกบินทร์บุรี เป็นของจำเลยที่ 4 และให้โจทก์คืนเงินดังกล่าวเข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย จึงร้องเป็นคดีนี้


คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และผู้คัดค้านว่า โจทก์มีอำนาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเพิกถอนรายงานความเห็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ให้เรียกเงิน 2,500,000 บาท คืนจากโจทก์เพื่อรวบรวมเข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลายหรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้คัดค้านทำรายงานความเห็นและมีหมายแจ้งให้โจทก์คืนเงิน 2,500,000 บาท เข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลายเป็นการกระทำในขั้นตอนของการจัดการกิจการและทรัพย์สินของจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นอำนาจของผู้คัดค้านแต่เพียงผู้เดียว ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 และ 24 ซึ่งตามรายงานความเห็นและหมายแจ้งของผู้คัดค้านดังกล่าวเป็นเพียงการแจ้งข้อเท็จจริงประกอบข้อกฎหมายให้โจทก์ทราบ แม้ในตอนท้ายจะมีข้อความขอให้โจทก์คืนเงินจำนวนดังกล่าวภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหมายนี้ ก็มิได้มีลักษณะเป็นคำสั่งหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดที่กฎหมายบัญญัติให้โจทก์ต้องปฏิบัติตาม รายงานความเห็นและหมายแจ้งของผู้คัดค้านดังกล่าวจึงหามีสภาพบังคับแก่โจทก์ไม่ แม้ต่อมาหากปรากฏว่าผู้คัดค้านดำเนินคดีแก่โจทก์ ก็ยังไม่เป็นการแน่นอนว่าโจทก์ต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวเข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย เพราะศาลอาจมีคำวินิจฉัยหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่นได้ ลำพังรายงานความเห็นและหมายแจ้งของผู้คัดค้านที่แจ้งไปยังโจทก์ดังกล่าว จึงยังไม่เป็นการกระทำหรือคำวินิจฉัยของผู้คัดค้านที่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 146 โจทก์จึงไม่มีอำนาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเพิกถอนรายงานความเห็นของผู้คัดค้านที่ให้เรียกเงิน 2,500,000 บาท คืนจากโจทก์เพื่อรวบรวมเข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษากลับให้ยกคำร้องของโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์และผู้คัดค้านอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของโจทก์และผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น


 

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ


การวิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3440/2567 คดีล้มละลาย อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ มาตรา 22 มาตรา 24 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 สภาพบังคับของรายงานความเห็น สิทธิร้องเพิกถอนตามมาตรา 146 การจัดการทรัพย์สินลูกหนี้




เกี่ยวกับคดีล้มละลาย

กระบวนการฟ้องล้มละลายจากคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการต่างประเทศและอำนาจเจ้าหนี้
การเพิกถอนการขายทอดตลาดเมื่อมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์และสิทธิของเจ้าหนี้มีประกัน
การบังคับคดีหลังพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด กฎหมายล้มละลายกับสิทธิของเจ้าหนี้มีประกัน(ฎีกา 593/2538)
กองทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลาย (ฎีกาที่ 627/2542)
ฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ล้มละลาย, หนี้สินล้นพ้นตัว,มาตรา 90/3,(ฎีกา 304/2568)
คดีล้มละลายและการบังคับคดีหลังปลดล้มละลาย(ฎีกาที่ 788/2567)
สิทธิค่าตอบแทนผู้ทำแผนในฟื้นฟูกิจการ(ฎีกา 5755/2567)
เจ้าหนี้มีประกัน “พลั้งเผลอ” ตาม มาตรา 97 พ.ร.บ.ล้มละลาย(ฎีกา 6390/2567)
การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายตาม พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 63(ฎีกา 3486/2568)
(ฎีกา 368/2568)สิทธิบริหารหนี้ & การสวมสิทธิ (มาตรา 7 พ.ร.ก.บริหารสินทรัพย์)
การถอนการยึดทรัพย์ในคดีล้มละลายโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและการคิดค่าธรรมเนียม(ฎีกาที่ 6391/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6722/2544 : สิทธิของเจ้าหนี้มีประกันตามมาตรา 95 และมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8084/2567: หนี้ขาดอายุความหรือไม่? วิเคราะห์ข้อกฎหมายค้ำประกัน สัญญาสินเชื่อ และผลกระทบในคดีล้มละลาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 319/2568: การหักกลบลบหนี้ของลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการ
หนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางอาคารชุด, สิทธิบุริมสิทธิของนิติบุคคลอาคารชุด, การจัดลำดับเจ้าหนี้ในคดีล้มละลาย
ขาดนัดพิจารณา ผลทางกฎหมาย, ศาลล้มละลาย พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด, การพิจารณาคดีล้มละลายผ่านอิเล็กทรอนิกส์(ฎีกา5217/2568)
สิทธิตามสัญญาที่ลูกหนี้จะพึงได้รับมีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้(ฎีกาที่ 5220/2566)
หนี้สินล้นพ้นตัว, ฟ้องล้มละลายบุคคลธรรมดาหนี้สองล้านบาท, คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด, (ฎีกาที่ 212/2567)
การขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย, ขั้นตอนการพิสูจน์หนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์(ฎีกาที่ 213/2567)
คดีล้มละลายยื่นคำขอรับชำระหนี้ล่าช้า, เหตุสุดวิสัยในการยื่นคำร้อง, การขยายเวลายื่นคำขอของเจ้าหนี้
การฟื้นฟูกิจการ, แผนฟื้นฟูกิจการล้มละลาย, การยกเลิกฟื้นฟูกิจการ,
เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งก่อน, การพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็กขาด
การแก้ไขคำขอรับชำระหนี้, เจ้าหนี้มีประกันและไม่มีประกัน
ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดที่ดินในคดีล้มละลาย, ข้อกำหนดการตรวจสอบทรัพย์สินก่อนประมูล
ความผิดทางกฎหมายในการปกปิดสถานะล้มละลายห,ข้อกำหนดการแจ้งสถานะล้มละลายก่อนขอสินเชื่อ
อายุความสะดุดหยุดลงเมื่อเจ้าหนี้ได้ฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้อง
มิได้มุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น
สิทธิเหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน
ลูกหนี้ซึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์ถูกฟ้องให้ส่งมอบรถยนต์
เจ้าหนี้ยึดทรัพย์ลูกหนี้ก่อนเจ้าหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์
การขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย
ผลของการปลดจากล้มล้มละลาย | หนี้สินก่อนล้มละลาย
ผลของการประนอมหนี้ในคดีล้มละลาย
ลูกหนี้โอนทรัพย์สิน | ได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น
การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
สั่งจ่ายเช็คหลังคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์มีผลอย่างไร?
การฟ้องคดีล้มละลาย จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว
นำมูลหนี้เดิมมาฟ้องล้มละลายใหม่ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
จำเลยได้รับการปลดจากล้มละลายแล้วหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง
ลูกหนี้ไม่หลุดพ้นจากหนี้สินทั้งปวง
หน้าที่เสียภาษีเงินได้จากการขายทอดตลาด
คำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้
หลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงอันพึงขอรับชำระได้
คำฟ้องโจทก์ในคดีล้มละลายไม่ชอบ
เจ้าหนี้มีประกันในคดีล้มละลาย