
| กฎหมายล้มละลายยื่นคำขอรับชำระหนี้พ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์ได้หรือไม่ ศาลตีความสิทธิและข้อจำกัดอย่างไรตามหลักกฎหมาย
บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการตีความสิทธิของเจ้าหนี้ในคดีล้มละลายเมื่อยื่นคำขอรับชำระหนี้พ้นกำหนดเวลา และประเด็นสำคัญว่าคำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ดังกล่าว เป็นคำสั่งที่อยู่ในข่ายต้องห้ามอุทธรณ์หรือไม่ โดยศาลได้วินิจฉัยแยกแยะอย่างชัดเจนระหว่างคำสั่งเกี่ยวกับสิทธิในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ กับคำสั่งเกี่ยวกับสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ ซึ่งมีผลต่อการใช้สิทธิอุทธรณ์ของคู่ความโดยตรง คดีนี้จึงเป็นแนวทางสำคัญในการทำความเข้าใจขอบเขตการอุทธรณ์ในคดีล้มละลาย และหลักเกณฑ์การพิจารณาเหตุสุดวิสัยตามกฎหมาย ข้อเท็จจริงของคดี ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด และมีการประกาศกำหนดระยะเวลาให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ต่อมาเจ้าหนี้รายหนึ่งมิได้ยื่นคำขอภายในกำหนด จึงยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลเพื่อยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลัง โดยอ้างเหตุสุดวิสัย ศาลล้มละลายกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง เจ้าหนี้จึงอุทธรณ์โดยมิได้ขออนุญาตอุทธรณ์ตามขั้นตอน คำวินิจฉัยของศาล ศาลวินิจฉัยว่า คำสั่งยกคำร้องดังกล่าวมิใช่คำสั่งเกี่ยวกับการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ แต่เป็นเพียงคำสั่งเกี่ยวกับสิทธิในการยื่นคำขอรับชำระหนี้เท่านั้น อีกทั้งไม่ใช่คำสั่งยกคำร้องตามความหมายที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับการขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย จึงไม่อยู่ในกรณีที่สามารถอุทธรณ์ได้โดยตรง ผู้ร้องต้องยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ก่อน หากไม่ดำเนินการดังกล่าว อุทธรณ์ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย วิเคราะห์หลักกฎหมาย หลักสำคัญของคดีนี้คือการตีความบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิในการอุทธรณ์ในคดีล้มละลาย โดยกฎหมายกำหนดข้อยกเว้นไว้อย่างเคร่งครัด ศาลจึงตีความโดยเคร่งครัดว่าคำสั่งใดอยู่ในข่ายอุทธรณ์ได้ และคำสั่งใดต้องห้ามอุทธรณ์ การแยกแยะระหว่างสิทธิในการยื่นคำขอ กับสิทธิในการได้รับชำระหนี้ เป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อสิทธิของเจ้าหนี้ เจตนารมณ์ของกฎหมาย กฎหมายล้มละลายมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระบวนการจัดสรรทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การจำกัดสิทธิในการอุทธรณ์จึงเป็นกลไกสำคัญเพื่อลดความล่าช้า หากเปิดโอกาสให้อุทธรณ์ได้อย่างกว้างขวาง จะทำให้กระบวนการล้มละลายยืดเยื้อและกระทบต่อเจ้าหนี้รายอื่น แนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง แนวคำพิพากษาศาลฎีกาโดยทั่วไปยึดหลักตีความบทบัญญัติจำกัดสิทธิอุทธรณ์อย่างเคร่งครัด และเน้นว่าคำสั่งเกี่ยวกับกระบวนการ เช่น การอนุญาตให้ยื่นคำขอภายหลัง มิใช่คำสั่งเกี่ยวกับสิทธิในเนื้อหาของหนี้ จึงไม่อยู่ในข่ายอุทธรณ์ได้โดยอัตโนมัติ สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 1 ศาลชั้นต้น ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของเจ้าหนี้ที่ขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลังพ้นกำหนดเวลา โดยเห็นว่าไม่เป็นเหตุสุดวิสัย 2 ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายกอุทธรณ์ เนื่องจากการอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีเหตุจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาด 3 ศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยยืนตามศาลอุทธรณ์ โดยเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่อยู่ในข่ายอุทธรณ์ และผู้ร้องมิได้ดำเนินการขออนุญาตอุทธรณ์ให้ถูกต้อง สรุปข้อคิดทางกฎหมาย คดีนี้สะท้อนหลักการสำคัญว่า สิทธิในการอุทธรณ์ในคดีล้มละลายมิใช่สิทธิทั่วไป แต่เป็นสิทธิที่ถูกจำกัดโดยบทบัญญัติของกฎหมายอย่างเคร่งครัด คู่ความต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นย่อมเสียสิทธิในการต่อสู้คดี นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงการแยกแยะลักษณะของคำสั่งศาลว่าเป็นคำสั่งในเนื้อหาหรือคำสั่งในกระบวนการ ซึ่งมีผลต่อสิทธิอุทธรณ์โดยตรง ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการตีความว่า คำสั่งศาลที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลังพ้นกำหนดเวลา เป็นคำสั่งที่อุทธรณ์ได้หรือไม่ และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนใดในการอุทธรณ์ สาระสำคํยที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ คำสั่งเกี่ยวกับสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้ หมายถึงคำสั่งที่พิจารณาเฉพาะการเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้เข้าสู่กระบวนการ ไม่ใช่คำสั่งที่วินิจฉัยสิทธิในหนี้โดยตรง การอุทธรณ์ต้องได้รับอนุญาต เป็นหลักการที่กำหนดให้การอุทธรณ์ในคดีล้มละลายต้องผ่านการอนุญาตจากศาลก่อน มิใช่สิทธิอัตโนมัติ คำถามที่พบบ่อย FAQ 1 คำถาม เจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้พ้นกำหนดเวลาจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาหรือไม่ คำตอบ เจ้าหนี้ยังสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลังได้ หากสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นได้ทันกำหนด อย่างไรก็ตาม ศาลจะพิจารณาอย่างเคร่งครัดว่ามีเหตุอันสมควรหรือไม่ โดยต้องมีพยานหลักฐานสนับสนุนอย่างชัดเจน มิใช่เพียงการอ้างเหตุทั่วไป 2 คำถาม คำสั่งศาลที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ถือเป็นคำสั่งเกี่ยวกับสิทธิในหนี้หรือไม่ คำตอบ คำสั่งดังกล่าวมิใช่คำสั่งเกี่ยวกับสิทธิในหนี้ แต่เป็นคำสั่งเกี่ยวกับสิทธิในการเข้าสู่กระบวนการยื่นคำขอรับชำระหนี้เท่านั้น ศาลมิได้วินิจฉัยว่าหนี้นั้นมีอยู่จริงหรือเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้หรือไม่ 3 คำถาม การอุทธรณ์คำสั่งในคดีล้มละลายต้องปฏิบัติอย่างไร คำตอบ การอุทธรณ์ในคดีล้มละลายต้องเป็นไปตามข้อจำกัดของกฎหมาย โดยบางกรณีต้องยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษก่อน หากไม่ดำเนินการดังกล่าว อุทธรณ์จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย 4 คำถาม เหตุสุดวิสัยในการยื่นคำขอรับชำระหนี้หมายถึงอะไร คำตอบ เหตุสุดวิสัยหมายถึงเหตุที่ไม่สามารถควบคุมหรือหลีกเลี่ยงได้ เช่น ภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ทั้งนี้ต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ความประมาทเลินเล่อของเจ้าหนี้ 5 คำถาม หากศาลยกคำร้องแล้ว เจ้าหนี้ยังมีสิทธิใดเหลืออยู่หรือไม่ คำตอบ เจ้าหนี้อาจยังมีสิทธิในการใช้ช่องทางทางกฎหมายอื่นหากมี แต่ในส่วนของคดีล้มละลาย หากไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ ย่อมเสียสิทธิในการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีนั้น 6 คำถาม ทำไมกฎหมายจึงจำกัดสิทธิในการอุทธรณ์ในคดีล้มละลาย คำตอบ เพื่อให้กระบวนการล้มละลายเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ลดความล่าช้า และป้องกันการใช้สิทธิอุทธรณ์ในทางที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าหนี้รายอื่น 7 คำถาม คำว่ายกคำร้องในกฎหมายล้มละลายมีความหมายอย่างไร คำตอบ คำว่ายกคำร้องตามบทบัญญัติบางมาตราหมายถึงคำร้องให้ลูกหนี้ล้มละลาย มิได้รวมถึงคำร้องในลักษณะอื่น เช่น คำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลัง 8 คำถาม การไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดมีผลอย่างไร คำตอบ เจ้าหนี้จะเสียสิทธิในการเข้าร่วมแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลให้ยื่นคำขอภายหลัง ซึ่งต้องพิสูจน์เหตุสุดวิสัยอย่างเคร่งครัด ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5101/2566 คำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 25 (3) มีความหมายว่า คำสั่งศาลล้มละลายกลางที่อนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไว้ มิได้หมายความรวมถึงคำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้เนื่องจากพ้นกำหนดเวลาโดยที่เจ้าหนี้ยังมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แต่อย่างใด คำสั่งดังกล่าวคงวินิจฉัยเพียงว่า ตามคำร้องของเจ้าหนี้นั้น กรณีเป็นเหตุสุดวิสัยและมีเหตุผลอันสมควรที่จะทำให้เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้เข้ามาในคดีล้มละลายหรือไม่เท่านั้น แต่หาได้วินิจฉัยถึงสิทธิในการได้รับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้หรือไม่เพียงใด เมื่อคดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อพ้นกำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/1 ศาลล้มละลายกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง คำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าวจึงมิใช่คำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 25 (3) และมิได้อยู่ในความหมายของคำว่า "คำสั่งยกคำร้อง" ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 25 (1) เพราะคำสั่งยกคำร้องตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงคำสั่งยกคำร้องขอให้จำเลยล้มละลาย อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าว การที่ผู้ร้องอุทธรณ์โดยมิได้ยื่นคำร้องเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง ฎีกาย่อ คดีนี้เริ่มจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด และกำหนดระยะเวลาให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด แต่ผู้ร้องมิได้ยื่นคำขอภายในเวลาที่กำหนด จึงยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลัง โดยอ้างเหตุสุดวิสัย ฝ่ายคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายกอุทธรณ์ และผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำสั่งยกคำร้องดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ต้องห้ามอุทธรณ์หรือไม่ โดยเห็นว่า คำสั่งเกี่ยวกับการอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามกฎหมาย หมายถึงกรณีที่เจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้วและศาลวินิจฉัยในเนื้อหาของสิทธิ แต่ไม่รวมถึงกรณีที่เจ้าหนี้ยังไม่ได้ยื่นคำขอและขออนุญาตยื่นภายหลังพ้นกำหนดเวลา เพราะคำสั่งดังกล่าวเป็นเพียงการพิจารณาว่ามีเหตุสุดวิสัยให้ยื่นล่าช้าได้หรือไม่ มิใช่การวินิจฉัยสิทธิในหนี้ ดังนั้น คำสั่งยกคำร้องของศาลล้มละลายกลางจึงไม่อยู่ในประเภทคำสั่งที่อุทธรณ์ได้ตามกฎหมาย ผู้ร้องจะอุทธรณ์ได้ต้องยื่นคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษก่อน แต่เมื่อผู้ร้องมิได้ดำเนินการดังกล่าว อุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งศาลยังเห็นว่าข้ออ้างของผู้ร้องไม่ใช่เหตุสุดวิสัย จึงไม่มีเหตุให้แก้ไขคำสั่งเดิม ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกอุทธรณ์ของผู้ร้อง และให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ ฎีกาฉบับเต็ม คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 22 กรกฎาคม 2563 ครบกำหนดให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้วันที่ 22 กันยายน 2563 ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องประการแรกว่า คำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/1 ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 25 หรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 25 บัญญัติว่า "คดีล้มละลายที่มิใช่คดีอาญา ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลล้มละลาย เว้นแต่ (1) คำพิพากษายกฟ้อง หรือคำสั่งยกคำร้องหรือคำร้องขอให้ล้มละลาย (2) คำสั่งยกคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการ (3) คำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน (4) คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด (5) คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย" ซึ่งคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 25 (3) มีความหมายว่า คำสั่งศาลล้มละลายกลางที่อนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไว้ มิได้หมายความรวมถึงคำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ยกคำร้องขออนุญาตยื่นคำขอรับชำระหนี้เนื่องจากพ้นกำหนดเวลาโดยที่เจ้าหนี้ยังมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้แต่อย่างใด เพราะคำสั่งดังกล่าวคงวินิจฉัยเพียงว่า ตามคำร้องของเจ้าหนี้นั้น กรณีเป็นเหตุสุดวิสัยและมีเหตุผลอันสมควรที่จะทำให้เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นคำขอรับชำระหนี้เข้ามาในคดีล้มละลายหรือไม่เท่านั้น แต่หาได้วินิจฉัยถึงสิทธิในการได้รับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้หรือไม่เพียงใด เมื่อคดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อพ้นกำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 91/1 โดยอ้างว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัย ศาลล้มละลายกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง คำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าวจึงมิใช่คำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 25 (3) และมิได้อยู่ในความหมายของคำว่า "คำสั่งยกคำร้อง" ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 25 (1) เพราะคำสั่งยกคำร้องตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงคำสั่งยกคำร้องขอให้จำเลยล้มละลาย อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าว ผู้ร้องจะอุทธรณ์ได้เมื่อยื่นคำร้องเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมาพร้อมกับอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำสั่งอนุญาตให้อุทธรณ์ การที่ผู้ร้องอุทธรณ์โดยมิได้ยื่นคำร้องเพื่อขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง ทั้งศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้พิจารณาอุทธรณ์ของผู้ร้องแล้ว เห็นว่า ไม่มีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 26 วรรคสี่ เนื่องจากข้ออ้างตามคำร้องของผู้ร้องมิใช่กรณีเป็นเหตุสุดวิสัยและมีเหตุผลอันสมควรอันจะทำให้ผู้ร้องสามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายหลังพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมายได้ เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องประการอื่นอีกเพราะมิได้ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้องมานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ |



