ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




เพิกถอนกระบวนพิจารณาได้หรือไม่ หากศาลไม่ส่งสำเนาคำร้องในคดีไม่มีข้อพิพาท วิเคราะห์คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกและสิทธิผู้มีส่วนได้เสีย

การตั้งผู้จัดการมรดกโดยพินัยกรรม, คดีไม่มีข้อพิพาทตาม ปวิพ มาตรา 188, สิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 55, การเพิกถอนกระบวนพิจารณาตามมาตรา 27, ศาลไม่ส่งสำเนาคำร้องให้ผู้มีส่วนได้เสีย, การคัดค้านผู้จัดการมรดก, พินัยกรรมเป็นโมฆะฟ้องอย่างไร, สิทธิของทายาทในคดีมรดก, กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบคืออะไร, การเริ่มคดีด้วยคำร้อง, คดีมรดกไม่มีข้อพิพาท, การใช้สิทธิทางศาลโดยสุจริต, หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด, อุทธรณ์คำสั่งศาล, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาคดีมรดก, คดีไม่มีข้อพิพาท 

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในการขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาในคดีมรดก โดยมีประเด็นสำคัญว่า การที่ศาลมิได้ส่งสำเนาคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกให้แก่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสีย จะถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบจนสามารถขอเพิกถอนได้หรือไม่ อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับการแยกแยะลักษณะของ “คดีไม่มีข้อพิพาท” ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่ามีขั้นตอนแตกต่างจากคดีมีข้อพิพาทอย่างไร และผู้มีส่วนได้เสียควรใช้สิทธิทางกฎหมายด้วยวิธีใดจึงจะถูกต้อง

คดีนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในคดีตั้งผู้จัดการมรดก ซึ่งมักเกิดข้อขัดแย้งภายหลังคำสั่งศาล โดยศาลฎีกาได้วางหลักไว้อย่างชัดเจนว่า การดำเนินคดีในลักษณะไม่มีข้อพิพาทนั้น ไม่จำเป็นต้องส่งหมายหรือสำเนาคำร้องให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ และหากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับพินัยกรรมหรือคุณสมบัติของผู้จัดการมรดก ผู้มีส่วนได้เสียต้องใช้สิทธิในช่องทางที่ถูกต้อง มิใช่ใช้วิธีเพิกถอนกระบวนพิจารณา

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้เริ่มต้นจากผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งแต่งตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย โดยอ้างอิงพินัยกรรมและมติของทายาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันตามกฎหมาย

ต่อมา ผู้มีส่วนได้เสียจำนวนห้าคนยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณา โดยอ้างว่าศาลมิได้ส่งสำเนาคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกให้แก่ตนก่อนมีคำสั่ง จึงถือว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีการยื่นคำร้องเพิ่มเติมเพื่อขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด โดยอ้างว่าคดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์

ประเด็นข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

ประเด็นที่หนึ่ง การที่ศาลมิได้ส่งสำเนาคำร้องในคดีตั้งผู้จัดการมรดก ถือเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบหรือไม่

ศาลเห็นว่า คดีดังกล่าวเป็น “คดีไม่มีข้อพิพาท” ซึ่งเริ่มต้นด้วยคำร้อง ไม่ใช่คำฟ้อง และตามกฎหมายมิได้กำหนดให้ต้องส่งสำเนาคำร้องให้แก่บุคคลอื่น

ประเด็นที่สอง ผู้มีส่วนได้เสียสามารถใช้สิทธิตามมาตรา 27 เพื่อเพิกถอนกระบวนพิจารณาได้หรือไม่

ศาลวินิจฉัยว่า การเพิกถอนกระบวนพิจารณาตามมาตรา 27 ต้องเป็นกรณีที่มีการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยแท้จริง แต่ในคดีนี้ไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว

ประเด็นที่สาม หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับพินัยกรรมหรือความไม่สุจริตของผู้ร้อง ควรใช้สิทธิอย่างไร

ศาลชี้ว่า ผู้มีส่วนได้เสียต้องใช้สิทธิในทางเนื้อหา เช่น คัดค้านพินัยกรรมหรือคัดค้านการเป็นผู้จัดการมรดก มิใช่ใช้วิธีเพิกถอนกระบวนพิจารณา

วิเคราะห์หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หลักสำคัญของคดีนี้อยู่ที่การตีความบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาตรา 55 และมาตรา 188 ซึ่งกำหนดให้บุคคลสามารถใช้สิทธิทางศาลโดยการยื่นคำร้องในคดีไม่มีข้อพิพาทได้ โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายตรงข้าม

ในคดีลักษณะนี้ กระบวนพิจารณาจะเรียบง่ายและไม่มีการโต้แย้งสิทธิในเบื้องต้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องส่งหมายหรือสำเนาคำร้องให้บุคคลอื่น เว้นแต่จะมีข้อพิพาทเกิดขึ้นในภายหลัง

ส่วนมาตรา 27 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการเพิกถอนกระบวนพิจารณา มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขความบกพร่องที่กระทบต่อความเป็นธรรมของกระบวนการ แต่ต้องเป็นกรณีที่มี “ความผิดระเบียบอย่างแท้จริง” เท่านั้น

เจตนารมณ์ของกฎหมายและแนวฎีกาที่เกี่ยวข้อง

เจตนารมณ์ของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในส่วนของคดีไม่มีข้อพิพาท มุ่งให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิทางศาลได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่ซับซ้อน เช่น การตั้งผู้จัดการมรดก การขอรับรองสิทธิ เป็นต้น

หากกำหนดให้ต้องส่งหมายหรือแจ้งบุคคลอื่นในทุกกรณี จะทำให้กระบวนการล่าช้าและไม่สอดคล้องกับลักษณะของคดี

แนวคำพิพากษาศาลฎีกายังยืนยันหลักการว่า

การคัดค้านพินัยกรรมต้องดำเนินคดีโดยตรง

การโต้แย้งคุณสมบัติผู้จัดการมรดกต้องใช้ช่องทางเฉพาะ

ไม่สามารถใช้ “การเพิกถอนกระบวนพิจารณา” เป็นเครื่องมือแทนการต่อสู้ในเนื้อหาคดีได้

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

   มีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันของผู้ตาย ต่อมาผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้ายื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณา โดยอ้างว่าศาลมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้ทราบก่อน ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ จึงมีคำสั่งยกคำร้อง และต่อมามีคำสั่งยกคำร้องขอเพิกถอนหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดอีกด้วย

2. ศาลอุทธรณ์

   พิจารณาแล้วเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท ไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องส่งสำเนาคำร้องให้ผู้มีส่วนได้เสีย จึงพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น และให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

3. ศาลฎีกา

   วินิจฉัยว่าการดำเนินคดีของผู้ร้องทั้งสองเป็นการใช้สิทธิทางศาลตามมาตรา 55 และเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทตามมาตรา 188 ซึ่งไม่ต้องส่งสำเนาคำร้องให้บุคคลอื่น อีกทั้งผู้มีส่วนได้เสียมิได้อ้างเหตุว่ากระบวนพิจารณาผิดระเบียบโดยแท้จริง การขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาจึงไม่ชอบ ฎีกาฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

ข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้สะท้อนหลักสำคัญของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอย่างชัดเจนว่า การใช้สิทธิในกระบวนพิจารณาต้องเป็นไปตาม “ลักษณะของคดี” มิใช่เลือกใช้วิธีการตามความเข้าใจของคู่ความเองโดยปราศจากฐานทางกฎหมายรองรับ

ในคดีไม่มีข้อพิพาท กฎหมายมุ่งหมายให้กระบวนการเป็นไปโดยรวดเร็วและไม่ซับซ้อน การกำหนดให้ต้องส่งหมายหรือแจ้งบุคคลอื่นในทุกกรณีจะเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย ดังนั้น การไม่ส่งสำเนาคำร้องจึงมิใช่ความผิดระเบียบในตัวเอง

อีกทั้ง ศาลฎีกาได้วางหลักไว้อย่างชัดเจนว่า “สิทธิในการเพิกถอนกระบวนพิจารณา” ตามมาตรา 27 มิใช่เครื่องมือเพื่อโต้แย้งข้อเท็จจริงหรือสิทธิในเนื้อหาคดี หากแต่เป็นกลไกเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องเชิงกระบวนการเท่านั้น

หากผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะ หรือผู้ร้องไม่มีความสุจริตหรือไม่เหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดก ย่อมต้องใช้สิทธิทางเนื้อหาโดยตรง เช่น การคัดค้านหรือฟ้องเพิกถอน มิใช่นำเหตุเหล่านั้นมาอ้างเพื่อเพิกถอนกระบวนพิจารณา

คำพิพากษานี้จึงเป็นแนวทางสำคัญในการแยก “ข้อโต้แย้งเชิงกระบวนการ” ออกจาก “ข้อโต้แย้งเชิงสิทธิ” อย่างเด็ดขาด ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการวางกลยุทธ์คดีของทนายความในคดีมรดก

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการตีความว่า การดำเนินคดีตั้งผู้จัดการมรดกในลักษณะ “คดีไม่มีข้อพิพาท” ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 จำเป็นต้องส่งสำเนาคำร้องให้ผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ และหากไม่ส่ง จะถือเป็น “กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ” จนสามารถเพิกถอนได้ตามมาตรา 27 หรือไม่

สาระสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้

1. มาตรา 188 (คดีไม่มีข้อพิพาท)

   เป็นบทบัญญัติที่กำหนดให้การเริ่มคดีบางประเภทสามารถกระทำโดยการยื่นคำร้องโดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายตรงข้าม และไม่จำเป็นต้องมีการส่งหมายหรือสำเนาคำร้อง เว้นแต่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงเป็นฐานสำคัญที่ทำให้ศาลวินิจฉัยว่ากระบวนพิจารณาในคดีนี้ชอบด้วยกฎหมาย

2. มาตรา 27 (เพิกถอนกระบวนพิจารณา)

   เป็นบทบัญญัติที่เปิดโอกาสให้คู่ความขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาได้เฉพาะในกรณีที่มีการดำเนินการผิดระเบียบอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้แทนการโต้แย้งสิทธิหรือข้อเท็จจริงในคดีได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม-คดีตั้งผู้จัดการมรดกจำเป็นต้องส่งสำเนาคำร้องให้ทายาททุกคนหรือไม่

   คำตอบ

   คดีตั้งผู้จัดการมรดกโดยหลักเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 ซึ่งกฎหมายมิได้กำหนดให้ต้องส่งหมายเรียกหรือสำเนาคำร้องให้แก่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียทุกคน เว้นแต่ในกรณีที่มีข้อพิพาทหรือศาลเห็นสมควรให้แจ้งบุคคลดังกล่าวเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ดังนั้น การที่ศาลมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้ทายาทจึงมิใช่การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม หากผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่ามีเหตุคัดค้าน เช่น พินัยกรรมเป็นโมฆะ หรือผู้ร้องไม่เหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดก ย่อมสามารถยื่นคำร้องคัดค้านหรือดำเนินคดีตามสิทธิได้โดยตรง

2. คำถาม-หากศาลไม่แจ้งให้ทราบก่อนมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก สามารถขอเพิกถอนคำสั่งได้หรือไม่

   คำตอบ

   การขอเพิกถอนคำสั่งหรือกระบวนพิจารณาต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของมาตรา 27 ซึ่งกำหนดให้ต้องเป็นกรณีที่มีการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบอย่างมีนัยสำคัญเท่านั้น การที่ศาลมิได้แจ้งหรือส่งสำเนาคำร้องในคดีไม่มีข้อพิพาท มิได้ถือเป็นความผิดระเบียบตามกฎหมาย ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้เหตุนี้เพิกถอนคำสั่งได้ อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุอื่น เช่น การแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือการขาดคุณสมบัติของผู้จัดการมรดก ผู้มีส่วนได้เสียอาจใช้สิทธิทางกฎหมายในช่องทางอื่น เช่น การยื่นคำร้องคัดค้านหรือฟ้องเพิกถอนพินัยกรรม

3. คำถาม-การเพิกถอนกระบวนพิจารณาตามมาตรา 27 ใช้ในกรณีใด

   คำตอบ

   มาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขความบกพร่องในกระบวนพิจารณาที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นธรรมของคดี เช่น การไม่เปิดโอกาสให้คู่ความต่อสู้คดี การไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนสำคัญของกฎหมาย หรือการดำเนินคดีโดยฝ่าฝืนระเบียบอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม มาตราดังกล่าวไม่อาจใช้เป็นเครื่องมือในการโต้แย้งข้อเท็จจริงหรือสิทธิในเนื้อหาคดี เช่น การโต้แย้งว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะ หรือผู้ร้องไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งต้องดำเนินการโดยวิธีอื่นตามกฎหมาย

4. คำถาม-หากเห็นว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะ ต้องดำเนินการอย่างไร

   คำตอบ

   หากผู้มีส่วนได้เสียเห็นว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะ เช่น ไม่ถูกต้องตามแบบกฎหมาย หรือมีเหตุแห่งความไม่สมบูรณ์ ย่อมต้องใช้สิทธิทางศาลโดยการยื่นคำร้องหรือฟ้องคดีเพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยความเป็นโมฆะของพินัยกรรมโดยตรง ไม่สามารถใช้วิธีการเพิกถอนกระบวนพิจารณาแทนได้ การแยกช่องทางการใช้สิทธิดังกล่าวเป็นหลักสำคัญของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างเป็นระบบและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

5. คำถาม-ผู้มีส่วนได้เสียสามารถคัดค้านการเป็นผู้จัดการมรดกภายหลังศาลมีคำสั่งแล้วได้หรือไม่

   คำตอบ

   ผู้มีส่วนได้เสียยังคงมีสิทธิในการคัดค้านหรือโต้แย้งการเป็นผู้จัดการมรดกได้ แม้ว่าศาลจะมีคำสั่งแต่งตั้งไปแล้วก็ตาม หากปรากฏข้อเท็จจริงใหม่หรือมีเหตุที่แสดงว่าผู้จัดการมรดกไม่มีความสุจริต หรือขาดคุณสมบัติ เช่น มีผลประโยชน์ขัดกันกับกองมรดก หรือดำเนินการไม่เป็นธรรมต่อทายาทรายอื่น ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ถอดถอนผู้จัดการมรดก หรือดำเนินคดีเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนได้ การใช้สิทธิดังกล่าวต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจน และต้องดำเนินการในช่องทางที่กฎหมายกำหนด มิใช่ใช้วิธีเพิกถอนกระบวนพิจารณาโดยอ้างเหตุทั่วไป

6. คำถาม-คดีไม่มีข้อพิพาทแตกต่างจากคดีมีข้อพิพาทอย่างไร

   คำตอบ

   คดีไม่มีข้อพิพาทเป็นคดีที่ไม่มีคู่ความโต้แย้งสิทธิระหว่างกันในขณะเริ่มต้นคดี เช่น การตั้งผู้จัดการมรดก การขอรับรองสิทธิ หรือการขออนุญาตบางประการ โดยผู้ร้องใช้สิทธิทางศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งรับรองหรืออนุญาตเท่านั้น ต่างจากคดีมีข้อพิพาทซึ่งมีการโต้แย้งสิทธิระหว่างคู่ความอย่างชัดเจน และต้องมีการส่งหมายเรียก การยื่นคำให้การ และกระบวนการพิจารณาเต็มรูปแบบ ความแตกต่างนี้มีผลโดยตรงต่อขั้นตอนในกระบวนพิจารณา เช่น การส่งสำเนาคำร้องหรือคำฟ้อง และสิทธิในการต่อสู้คดีของคู่ความ

7. คำถาม-หากผู้ร้องยื่นคำร้องโดยไม่สุจริต ศาลมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาหรือไม่

   คำตอบ

   หากมีพฤติการณ์แสดงว่าผู้ร้องยื่นคำร้องโดยไม่สุจริต เช่น ปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ศาลอาจพิจารณาเพิกถอนคำสั่งหรือดำเนินการแก้ไขผลของคำสั่งนั้นได้ตามกฎหมาย แต่การจะใช้มาตรา 27 เพิกถอนกระบวนพิจารณาต้องพิจารณาว่ามีการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบหรือไม่ หากเป็นเพียงข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความสุจริตหรือเนื้อหาของคำร้อง ผู้มีส่วนได้เสียต้องใช้สิทธิในทางเนื้อหา เช่น ยื่นคำร้องคัดค้านหรือฟ้องเพิกถอน มิใช่อาศัยมาตรา 27 เป็นหลักในการดำเนินคดี

8. คำถาม-หนังสือรับรองคดีถึงที่สุดสามารถเพิกถอนได้ในกรณีใด

   คำตอบ

   หนังสือรับรองคดีถึงที่สุดเป็นเอกสารที่ศาลออกเพื่อรับรองว่าคดีได้ถึงที่สุดแล้วตามกระบวนการ หากต่อมาปรากฏว่าคดียังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์หรือฎีกา หรือมีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณา ศาลอาจพิจารณาเพิกถอนหนังสือรับรองดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม หากยังไม่มีคำสั่งของศาลที่เปลี่ยนแปลงสถานะของคดี การออกหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดย่อมยังมีผลสมบูรณ์ และไม่อาจเพิกถอนได้เพียงเพราะมีการโต้แย้งของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยลำพัง

  ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3504/2564

คำร้องของผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้ามิได้อ้างว่าการที่ศาลมิได้สั่งให้ผู้ร้องทั้งสองส่งสำเนาคำร้องขอให้ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ทั้งผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยอ้างพินัยกรรมและมติของทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรม ตามคำร้องขอดังกล่าวมิได้ปรากฏว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือส่วนได้เสียของบุคคลที่สาม แต่เป็นกรณีที่ผู้ร้องทั้งสองจำเป็นจะใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ซึ่งผู้ร้องทั้งสองได้ดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาทตาม ป.วิ.พ. มาตรา 188 โดยเริ่มคดีด้วยการยื่นคำร้องขอ ซึ่งในการดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท ป.วิ.พ. ไม่มีบทบัญญัติให้ต้องมีการส่งหมายและสำเนาคำร้องขอให้แก่ผู้ใด ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าชอบที่จะร้องว่าผู้ร้องทั้งสองนำพินัยกรรมที่เป็นโมฆะมาร้องขอจัดการมรดกและมีเหตุที่ผู้ร้องทั้งสองไม่สมควรเป็นผู้จัดการมรดก มิใช่ดำเนินคดีด้วยการขอเพิกถอนกระบวนพิจารณา

ฎีกาย่อ

คดีนี้เริ่มจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 ต่อมาผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณา โดยอ้างว่าศาลมิได้ส่งสำเนาคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกให้ทราบ ผู้ร้องทั้งสองคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องไต่สวนเพิ่มเติม จึงมีคำสั่งยกคำร้อง

ต่อมาผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้ายื่นคำร้องขอเพิกถอนหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด โดยอ้างว่ายังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องเนื่องจากยังไม่มีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณา ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นสำคัญคือการที่ศาลมิได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำร้องให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบก่อน มิใช่การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทตาม ป.วิ.พ. มาตรา 188 ซึ่งไม่มีบทบัญญัติให้ต้องส่งสำเนาคำร้องแก่บุคคลใด อีกทั้งผู้มีส่วนได้เสียมิได้อ้างเหตุความผิดระเบียบโดยตรง แต่กล่าวอ้างถึงความไม่สุจริตของผู้ร้องและความเป็นโมฆะของพินัยกรรม ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งในเนื้อหาคดีที่ต้องดำเนินการโดยวิธีอื่น ไม่ใช่การขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาตามมาตรา 27

เมื่อผู้ร้องใช้สิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 55 โดยชอบ และไม่ปรากฏข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิของบุคคลภายนอก ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องกับศาลล่างทั้งสองว่าไม่มีเหตุเพิกถอนกระบวนพิจารณา ฎีกาของผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ

ฎีกาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันของนายเตรียม ผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย

วันที่ 28 มีนาคม 2562 ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาและมีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องขอของผู้ร้องทั้งสองแก่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้า

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

วันที่ 3 มิถุนายน 2562 วันนัดไต่สวนคำร้องของผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้า ศาลชั้นต้นให้คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดการไต่สวนและมีคำสั่งยกคำร้องของผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้า

ต่อมาวันที่ 4 มิถุนายน 2562 ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดของศาลชั้นต้นลงวันที่ 12 มีนาคม 2562 โดยอ้างว่าผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้ายื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ คดีนี้จึงยังไม่ถึงที่สุด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ยังมิได้มีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ จึงยังไม่เพิกถอนหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ยกคำร้อง

ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าและที่ยกคำร้องขอเพิกถอนหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าที่ว่า การที่ศาลชั้นต้นมิได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำร้องขอของผู้ร้องทั้งสองให้ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าทราบก่อนไต่สวนคำร้องขอของผู้ร้องทั้งสอง เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าจึงใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาได้นั้น เห็นว่า คดีนี้ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้ายื่นคำร้องว่า แม้การที่ศาลชั้นต้นมิได้สั่งให้ผู้ร้องทั้งสองส่งสำเนาคำร้องขอให้ทายาทอื่นจะมิใช่การดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ แต่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอโดยไม่สุจริต จึงมีเหตุที่ศาลจะเพิกถอนการพิจารณาคดีโดยให้ผู้ร้องทั้งสองส่งสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้า จึงขอเพิกถอนกระบวนพิจารณา ตามคำร้องของผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้ามิได้อ้างว่า การที่ศาลมิได้สั่งให้ผู้ร้องทั้งสองส่งสำเนาคำร้องขอให้ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบแต่อย่างใด ทั้งผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยอ้างพินัยกรรมและมติของทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรม ตามคำร้องขอดังกล่าวมิได้ปรากฏว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือส่วนได้เสียของบุคคลที่สาม แต่เป็นกรณีที่ผู้ร้องทั้งสองจำเป็นจะใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ซึ่งผู้ร้องทั้งสองได้ดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188 โดยเริ่มคดีด้วยการยื่นคำร้องขอซึ่งในการดำเนินคดีอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่มีบทบัญญัติให้ต้องมีการส่งหมายและสำเนาคำร้องขอให้แก่ผู้ใด ส่วนที่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าอ้างว่าพินัยกรรมที่ผู้ตายทำนั้นเป็นโมฆะ ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้ามิได้ถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมแต่อย่างใดและผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอโดยไม่สุจริต อันเป็นการกล่าวอ้างว่าผู้ร้องทั้งสองนำพินัยกรรมที่เป็นโมฆะมาร้องขอจัดการมรดกและมีเหตุที่ผู้ร้องทั้งสองไม่สมควรเป็นผู้จัดการมรดก ผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าก็ชอบที่จะร้องเกี่ยวกับเหตุดังกล่าว มิใช่ดำเนินคดีด้วยการขอเพิกถอนกระบวนพิจารณา ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้ามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้มีส่วนได้เสียทั้งห้าฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ




เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความแพ่ง

ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมยื่นคำร้องใหม่ได้หรือไม่ หากคดีเดิมถึงที่สุดแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องคำร้องซ้ำและมาตรา 7 (4)
ฟ้องซ้อนในคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์สินและการยักยอก: หลักกรรมเดียวกันและอำนาจศาลฎีกา
สิทธิผู้ร้องสอดในคดีหย่า เมื่อคำพิพากษาถูกเพิกถอนจากการพิจารณาคดีใหม่
หลักอำนาจลงโทษละเมิดอำนาจศาลและสิทธิอุทธรณ์ของผู้เสียหาย
เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อศาลวินิจฉัยนอกประเด็นคำฟ้องในคดีผู้บริโภค(ฎีกา 4819/2566)
ขอพิจารณาคดีใหม่ คืออะไร? เงื่อนไข ระยะเวลา และสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาล article
การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบจากการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยโดยมิชอบ(ฎีกาที่ 122/2567)
รับสารภาพแล้วกลับคำได้ไหม? ยักยอกทรัพย์-ไม่รออาญา ศาลดูอะไรบ้าง และยื่นคำร้องช้าเสียสิทธิหรือไม่
รับสารภาพแล้วกลับคำได้ไหม? ใช้รายงานคุมประพฤติสู้คดีได้หรือไม่ ศาลไม่รอการลงโทษในคดีฉ้อโกงออนไลน์เพราะเหตุใด
คดีเพลิงไหม้ ละเมิด & ข้อสันนิษฐาน 84/1,คดีเพลิงไหม้, ลานจอดรถ, ละเมิด, (ฎีกา 2008/2567)
คดีหย่า & ฟ้องซ้อนตามกฎหมาย, การฟ้องหย่าซ้ำเหตุเดียวกัน
ขอบเขตอุทธรณ์เมื่อจำเลยขาดยื่นคำให้การ และอัตราดอกเบี้ยผิดนัดใหม่ (ฎีกา 5222/2567)
(ฎีกา 181/2568) สิทธิรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น
(ฎีกา 1001/2568) แจ้งวันนัดผิดขั้นตอน & สิทธิอุทธรณ์
(ฎีกา 1932/2568) ยกเว้นค่าธรรมเนียมคดีผู้บริโภค & อุทธรณ์
การขัดกันของคำพิพากษาศาลฎีกาและอำนาจร้องในคดีแพ่ง(ฎีกาที่ 3196/2567)
(ฎีกาที่ 3670/2567) การขยายระยะเวลาอุทธรณ์เพื่อความเป็นธรรม และอำนาจทั่วไปของศาล
(ฎีกาที่ 3737/2567) ประเด็นค่าฤชาธรรมเนียมในคดีผู้บริโภคและเงื่อนไขการอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011/2567 เรื่องการท้าพิสูจน์ลายมือชื่อในคดีสัญญากู้เงิน-(คำท้า)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567: คดีพิพาทที่ดินกับกรมทางหลวงและการรับฟังพยานหลักฐานโดยศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2567: ข้อบกพร่องในการวินิจฉัยประเด็นฟ้องแย้งและอำนาจของศาลฎีกาในการยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4637/2567: กระบวนพิจารณาไม่ชอบเพราะไม่แจ้งวันนัดสืบพยานให้คู่ความที่ขาดนัดยื่นคำให้การ
การฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง: หลักเกณฑ์ ข้อยกเว้น และตัวอย่างจากคำพิพากษาศาลฎีกา
ฎีกาที่ 5059/2567: สิทธิจำเลยยกปัญหากระบวนพิจารณาผิดระเบียบในคดีผู้บริโภค แม้ชนะคดีชั้นต้น
ข้อพิพาทสัญญากู้ยืมเงิน การแก้ไขจำนวนเงินกู้ และข้อห้ามการนำสืบพยานบุคคลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94(ฎีกาที่ 6656/2567)
การเพิกถอนกระบวนพิจารณาคดียาเสพติด: ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ในคำพิพากษาที่ 817/2568
โจทก์ร่วมไม่จำต้องจัดทำคำให้การใหม่เพื่อแก้คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลย
ข้อพิพาทการบังคับคดีที่ดินครอบครองปรปักษ์
การเข้ารับมรดกความกรณีคดีถึงที่สุดแล้วได้หรือไม่และเป็นการขัดต่อ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 42 หรือไม่
ใครบ้างมีคุณสมบัติเป็นบุคคลที่จะเข้าแทนที่คู่ความผู้มรณะได้, ศาลฎีกาวินิจฉัยคู่ความผู้มรณะ
คำสั่งคดีมีมูลเป็นที่สุดห้ามอุทธรณ์, การเพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ, สิทธิในการขอพิจารณาใหม่
คดีก่อนคู่ความตกลงท้ากันเป็นข้อแพ้ชนะคดี, ฟ้องซ้ำในคดีแพ่ง, สิทธิขับไล่จากที่ดินกรรมสิทธิ์รวม,
ฟ้องแย้งในคดีแพ่ง, การผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน, การเรียกเงินมัดจำคืนตามสัญญา
คดีบุกรุกที่ดิน น.ส.3 ข. & การสละประเด็นข้อพิพาท (ฎีกา 1201/2567)
สัญญาประนีประนอมยอมความตกลงยุติคดี-ฟ้องซ้ำ
พิพากษาที่เกินคำขอและขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 1548 อันเป็นการไม่ชอบ
ฟ้องแย้งของจำเลยแตกต่างกันกับคำฟ้องเดิม
ค่าสินไหมทดแทนที่จำนวนเงินไม่แน่นอนต้องนำสืบพยาน
ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์
ฟ้องปลูกสร้างผิดต่อข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร
สิทธิของเจ้าของรวมในการแบ่งที่ดิน หากแบ่งไม่ได้ต้องขายทอดตลาดหรือชดใช้เงินอย่างไร พร้อมหลักห้ามพิพากษาเกินคำขอ
คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์มีทุนทรัพย์
รับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนกฎหมาย
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
หน้าที่ในการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
เพิกถอนคำพิพากษาขาดนัดคดีหย่า กระทบทะเบียนหย่าและสมรสใหม่เป็นโมฆะ
วันนัดชี้สองสถาน
ห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
คำร้องสอด
การส่งคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิในฐานะผู้รับจำนอง -ขอรับชำระหนี้ได้ก่อนเจ้าหนี้อื่น
การบรรยายคำฟ้องที่มิได้ระบุวัน เวลาที่แน่ชัดว่าเป็นวันที่เท่าใด ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
ยื่นฟ้องคดีอันไม่มีข้อพิพาทแต่ได้มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องในคดี
ส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยไม่ครบหน้าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
การยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด 1 เดือน
ฟ้องขับไล่- แสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลา 8 วัน
เพิกถอนการขายทอดตลาดหากเป็นประวิงให้ชักช้าต้องรับผิดชดค่าสินไหมทดแทน
ผู้สวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพิกถอนการขายทอดตลาด
ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น-ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
ในคดีเดิมเป็นเพียงคู่ความตกลงยุติคดีไม่ดำเนินการต่อเท่านั้นไม่เป็นฟ้องซ้ำ
การยื่นและการส่งคำคู่ความในคดีฟอกเงิน
ให้คู่ความฝ่ายที่แพ้คดีต้องชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียม
ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่แบ่งแยกเป็นส่วนแต่ละคน
เจ้าหนี้ผู้รับจำนองขอรับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดที่ดิน
การมีอยู่ขององค์กรสาธารณประโยชน์ที่ได้รับรองแล้ว
กระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษา-ฟ้องซ้ำ
ยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อเป็นคู่ความฝ่ายที่สามในคดีอาญา
อายัดเงินปันผลของหุ้นได้แม้จะพ้นระยะเวลา 10 ปีแล้ว
เจ้าหนี้บุริมสิทธิ มิได้ร้องขอให้บังคับคดีภายในสิบปี
คำสั่งเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง นอกฟ้องนอกประเด็น
สิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนของผู้รับจำนอง
ฟ้องซ้ำ คดีถึงที่สุดห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก
โจทก์และจำเลยต่างมีสภาพเป็น"เจ้าหนี้" และ "ลูกหนี้" ตามคำพิพากษา
จำเลยไม่ใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกคำบังคับ
ไม่เกินห้าหมื่นบาทห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
การร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดต้องอ้างว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของทรัพย์
เงื่อนเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดให้สันนิษฐานว่าเพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายลูกหนี้
นำใบแต่งทนายความซึ่งปลอมลายมือชื่อไปทำสัญญายอม
อำนาจว่าความหรือดำเนินกระบวนพิจารณาของทนายความในศาล
ฟ้องเคลือบคลุม, สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข, วางประจำไว้หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ
ค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน
ผู้ร้องสอดต้องมีส่วนได้เสียกับคู่ความเดิมถือเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม
แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยเป็นข้อยกเว้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 180
ยื่นเอกสารฝ่าฝืนต่อกฎหมายไม่อาจรับฟังเป็นพยานได้(ยื่นชั้นอุทธรณ์ฎีกา)
จำเลยฟ้องแย้ง-โจทก์ทิ้งฟ้อง ไม่มีผลให้ฟ้องแย้งตกไป
อำนาจปกครองบุตร-มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลใด?
ดุลพินิจสั่งค่าฤชาธรรมเนียมคำนึงความสุจริตของคู่ความ
พินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?ไม่มีประเด็นข้อพิพาท
มีเส้นทางอื่นออกไม่ตัดสิทธิขอคุ้มครองประโยชน์
คำขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา
คำร้องขอขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา 229
ผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์แล้วคดีอยู่ในอำนาจศาลอุทธรณ์
คำสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย
ไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
การส่งหมายนัดไต่สวน-สำเนาคำร้องไม่ชอบ