ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ศาลส่งหมายโดยประกาศหนังสือพิมพ์แทนได้หรือไม่ หากทายาทผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้รับโอกาสคัดค้านคดีครอบครองปรปักษ์

การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในคดีครอบครองปรปักษ์, การประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องให้ทายาท, สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในการคัดค้านคำร้อง, ผู้รับพินัยกรรมถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่, การส่งคำคู่ความที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย, อำนาจศาลอุทธรณ์ในการเพิกถอนกระบวนพิจารณา, คดีครอบครองปรปักษ์กับสิทธิของทายาทเจ้าของที่ดิน, การตีความประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา21, การตีความประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา27, การส่งหมาย 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัญหาสำคัญในกระบวนพิจารณาคดีแพ่งเกี่ยวกับการส่งคำคู่ความและสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในการเข้ามาต่อสู้คดี โดยเฉพาะกรณีที่ศาลอนุญาตให้ใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดินหรือทายาทของเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมในคดีครอบครองปรปักษ์ จนทำให้บุคคลผู้มีสิทธิตามพินัยกรรมไม่ได้รับทราบถึงการดำเนินคดีและเสียโอกาสในการยื่นคำคัดค้านต่อศาล ประเด็นสำคัญของคดีจึงอยู่ที่ว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาเช่นนี้เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในส่วนที่มุ่งหมายให้เกิดความยุติธรรมหรือไม่ และศาลอุทธรณ์มีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวได้เพียงใด

คดีนี้ยังสะท้อนหลักสำคัญว่า แม้คดีครอบครองปรปักษ์จะเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทในชั้นเริ่มต้น แต่หากปรากฏว่ามีบุคคลอื่นที่อาจได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาล บุคคลดังกล่าวย่อมถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียและต้องได้รับโอกาสในการรับทราบข้อกล่าวหาและเข้ามาใช้สิทธิคัดค้านตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด การใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องจึงต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและอยู่ภายใต้หลักความเป็นธรรม เพราะหากการส่งคำคู่ความไม่ชอบด้วยกฎหมายจนทำให้คู่กรณีเสียสิทธิในการต่อสู้คดี ย่อมอาจนำไปสู่การเพิกถอนกระบวนพิจารณาทั้งหมดที่ดำเนินการภายหลังได้

นอกจากนี้ ศาลฎีกายังได้วางหลักสำคัญเกี่ยวกับการตีความประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 วรรคสอง และมาตรา 27 วรรคหนึ่ง โดยยืนยันว่าการส่งคำคู่ความมิใช่เพียงพิธีการทางเทคนิคของกระบวนพิจารณาเท่านั้น แต่เป็นกลไกพื้นฐานที่คุ้มครองสิทธิในการรับรู้และสิทธิในการต่อสู้คดีของบุคคลผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง หากมีการละเลยขั้นตอนดังกล่าวจนทำให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่สามารถเข้ามาคัดค้านหรือแสดงพยานหลักฐานได้ ย่อมถือเป็นความบกพร่องที่กระทบต่อความยุติธรรมของคดีทั้งระบบ และศาลย่อมมีอำนาจแก้ไขหรือเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบนั้นได้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้เริ่มต้นจากผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 17881 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 โดยอ้างว่าผู้ร้องได้เข้าครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาเป็นเวลานานติดต่อกันโดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ

ภายหลังศาลชั้นต้นรับคำร้องแล้ว ปรากฏว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์เดิมตามโฉนดที่ดินคือ นายชื่น ถึงแก่ความตายไปก่อน และมีคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกของนายชื่นอยู่ในศาลเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องได้ยื่นคำแถลงขอให้ศาลอนุญาตใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้มีชื่อในโฉนด ผู้มีส่วนได้เสีย หรือทายาท โดยศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำขอของผู้ร้อง

ต่อมาผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นผู้รับพินัยกรรมและมีสิทธิในทรัพย์มรดกของนายชื่น ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่คำสั่งอนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายเป็นต้นไป พร้อมทั้งขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องให้ผู้คัดค้านทราบโดยชอบ หรืออนุญาตให้ยื่นคำคัดค้านภายในกำหนด รวมถึงขอให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนที่ดินและห้ามผู้ร้องทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินพิพาทจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ผู้คัดค้านอ้างว่า ตนเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในที่ดินพิพาทเนื่องจากเป็นผู้รับพินัยกรรมของนายชื่น การที่ศาลอนุญาตให้ใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้อง ทำให้ผู้คัดค้านไม่ทราบถึงการดำเนินคดีและเสียสิทธิในการยื่นคำคัดค้านต่อศาล ทั้งที่หากได้รับแจ้งโดยชอบ ผู้คัดค้านย่อมมีสิทธิเข้ามาต่อสู้คดีได้

คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้คัดค้านมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในคดีนี้ การที่ผู้ร้องขอให้ศาลใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องจึงเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 อีกทั้งศาลยังได้ส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานที่ดินแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นการประกาศให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือบุคคลภายนอกทราบโดยเพียงพอ

ศาลชั้นต้นจึงวินิจฉัยว่า กระบวนพิจารณาที่ดำเนินมานั้นชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุให้เพิกถอน และมีคำสั่งยกคำร้องของผู้คัดค้าน

คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ โดยโต้แย้งว่าตนเป็นผู้รับพินัยกรรมและเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในที่ดินพิพาท การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องแก่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสีย จึงทำให้ตนเสียโอกาสในการใช้สิทธิคัดค้านคำร้องของผู้ร้อง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อปรากฏว่านายชื่นเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมถึงแก่ความตาย และมีคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกอยู่ในศาลเดียวกัน ผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นผู้รับพินัยกรรมย่อมถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย การส่งสำเนาคำร้องโดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งแก่ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสีย จึงอาจทำให้บุคคลดังกล่าวไม่ทราบถึงการดำเนินคดีและเสียสิทธิในการคัดค้าน

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงพิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้อง และเพิกถอนกระบวนพิจารณาหลังจากนั้นทั้งหมด พร้อมให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเรื่องการส่งคำคู่ความใหม่ก่อนดำเนินคดีต่อไป

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่ว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่เกิดขึ้นภายหลังจากศาลชั้นต้นอนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องนั้น ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาแล้วตรวจพบว่า นายชื่นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินได้ถึงแก่ความตาย และยังมีคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกของนายชื่นอยู่ในศาลเดียวกัน ไม่ว่าคดีดังกล่าวจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ก็ตาม ย่อมแสดงให้เห็นว่ามีบุคคลอื่นที่อาจมีสิทธิหรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินพิพาทอยู่จริง ผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นผู้รับพินัยกรรมของนายชื่น จึงถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีนี้โดยตรง

การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้มีชื่อในโฉนด ผู้มีส่วนได้เสีย หรือทายาท ย่อมทำให้ผู้คัดค้านไม่มีโอกาสรับทราบการดำเนินคดีและเสียสิทธิในการเข้ามาคัดค้านคำร้องของผู้ร้อง ทั้งที่หากได้รับแจ้งโดยชอบ ผู้คัดค้านอาจนำพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงเข้าสู่การพิจารณาเพื่อโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องได้

ศาลฎีกาจึงเห็นว่า การส่งสำเนาคำร้องของผู้ร้องแก่ทายาทของนายชื่นกระทำโดยมิชอบ ทำให้ผู้คัดค้านไม่มีโอกาสใช้สิทธิคัดค้านก่อน อันเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้เป็นไปด้วยความยุติธรรมเกี่ยวกับการส่งคำคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 วรรคสอง

เมื่อเป็นเช่นนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงมีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ที่จะเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ หรือมีคำสั่งแก้ไขตามที่เห็นสมควรได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาภายหลังคำสั่งอนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ

วิเคราะห์หลักกฎหมายเกี่ยวกับการส่งคำคู่ความและสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย

หลักการสำคัญของคดีนี้อยู่ที่แนวคิดพื้นฐานของกระบวนพิจารณาคดีแพ่งว่า บุคคลซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ต้องได้รับโอกาสอย่างเพียงพอในการรับทราบข้อกล่าวหาและเข้ามาต่อสู้คดี หลักดังกล่าวเป็นรากฐานของความยุติธรรมเชิงกระบวนการ ซึ่งกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้วางระบบการส่งคำคู่ความไว้เพื่อคุ้มครองสิทธินี้โดยตรง

การส่งคำคู่ความมิใช่เพียงขั้นตอนทางเทคนิคหรือพิธีการทางเอกสาร แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการรับรองว่าบุคคลผู้มีส่วนได้เสียจะได้รับรู้ว่ามีคดีที่อาจกระทบต่อสิทธิของตนเกิดขึ้น หากบุคคลดังกล่าวไม่ได้รับแจ้งโดยถูกต้อง ย่อมไม่สามารถยื่นคำคัดค้าน นำพยานหลักฐาน หรือใช้สิทธิต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่

คดีนี้จึงแสดงให้เห็นว่า แม้ผู้ร้องจะดำเนินคดีในรูปแบบคดีไม่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับการครอบครองปรปักษ์ แต่หากปรากฏว่ามีบุคคลอื่นที่อาจมีสิทธิในทรัพย์พิพาท เช่น ทายาทหรือผู้รับพินัยกรรม บุคคลดังกล่าวย่อมถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่ต้องได้รับการแจ้งโดยชอบก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งใดอันกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สิน

การใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องจึงเป็นมาตรการพิเศษที่ควรใช้เฉพาะกรณีที่ไม่สามารถทราบตัวบุคคลหรือสถานที่อยู่ของผู้มีส่วนได้เสียได้จริง มิใช่ใช้แทนการส่งโดยวิธีธรรมดาทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่ามีทายาทหรือผู้เกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกอยู่

เจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 วรรคสอง

มาตรา 21 วรรคสอง มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองความเป็นธรรมในกระบวนพิจารณา โดยเปิดโอกาสให้ศาลเพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนพิจารณาที่ดำเนินไปโดยไม่ชอบ หากความบกพร่องดังกล่าวกระทบต่อหลักความยุติธรรมและสิทธิของคู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสีย

บทบัญญัตินี้สะท้อนแนวคิดว่า แม้ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาไปแล้ว แต่หากปรากฏว่าขั้นตอนสำคัญบางประการไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง และความบกพร่องนั้นส่งผลกระทบต่อสิทธิในการต่อสู้คดี ศาลย่อมต้องแก้ไขเพื่อให้กระบวนพิจารณากลับคืนสู่ความชอบธรรม

ในคดีนี้ การที่ผู้คัดค้านไม่ได้รับทราบการร้องขอของผู้ร้องและเสียสิทธิในการคัดค้านก่อนศาลมีคำสั่ง ถือเป็นการกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ศาลฎีกาจึงถือว่าเป็นกรณีที่เข้าหลักตามมาตรา 21 วรรคสอง อย่างชัดเจน

เจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง

มาตรา 27 วรรคหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้อำนาจศาลในการแก้ไขความผิดพลาดหรือความบกพร่องในกระบวนพิจารณา เพื่อป้องกันมิให้ความผิดพลาดทางกระบวนการส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมของคดีโดยรวม

กฎหมายให้อำนาจศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ หรือสั่งแก้ไข หรือมีคำสั่งอย่างอื่นตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้เพื่อให้คดีดำเนินไปโดยชอบและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

แนวคิดสำคัญของมาตรานี้คือ การรักษาความยุติธรรมมีความสำคัญเหนือกว่าความรวดเร็วของกระบวนพิจารณา หากปล่อยให้กระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดำเนินต่อไป ย่อมอาจทำให้เกิดคำพิพากษาที่ไม่เป็นธรรมและกระทบสิทธิของบุคคลที่ควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการส่งคำคู่ความมีหลักสอดคล้องกันมาโดยตลอดว่า การส่งคำคู่ความเป็นขั้นตอนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการต่อสู้คดีโดยตรง หากการส่งไม่ชอบจนทำให้คู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสียไม่สามารถเข้ามาใช้สิทธิในคดีได้ ย่อมเป็นความบกพร่องที่อาจนำไปสู่การเพิกถอนกระบวนพิจารณา

ศาลฎีกามักวินิจฉัยในแนวทางเดียวกันว่า การใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์หรือการปิดประกาศหน้าศาลแทนการส่งโดยวิธีธรรมดา ต้องเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นแท้จริง และศาลต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัดว่าบุคคลผู้มีส่วนได้เสียไม่สามารถติดตามตัวได้หรือไม่

หากศาลทราบอยู่แล้วว่ามีบุคคลผู้เกี่ยวข้องหรือทายาทที่อาจได้รับผลกระทบจากคดี การใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งโดยตรงอาจถือเป็นการตัดสิทธิของบุคคลดังกล่าวในการเข้ามาต่อสู้คดี และเป็นการขัดต่อหลักความยุติธรรมทางกระบวนพิจารณา

คดีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งแนวคำพิพากษาสำคัญที่ตอกย้ำว่า ศาลต้องให้ความสำคัญกับสิทธิในการรับทราบและสิทธิในการต่อสู้คดีของผู้มีส่วนได้เสียอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในคดีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และมรดกซึ่งอาจกระทบสิทธิของบุคคลหลายฝ่าย

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

   ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้คัดค้านมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในคดี การที่ผู้ร้องขอให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องจึงชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 อีกทั้งศาลได้ส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานที่ดินแล้ว ถือเป็นการประกาศให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียทราบโดยเพียงพอ จึงมีคำสั่งยกคำร้องของผู้คัดค้าน

2. ศาลอุทธรณ์ภาค 1

   ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่าผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นผู้รับพินัยกรรมของเจ้าของที่ดินเดิมถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย การประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องทำให้ผู้คัดค้านเสียโอกาสในการคัดค้านคำร้อง จึงพิพากษากลับ ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาภายหลังคำสั่งอนุญาตดังกล่าว และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเรื่องการส่งคำคู่ความใหม่

3. ศาลฎีกา

   ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ภาค 1 ว่าการส่งสำเนาคำร้องแก่ทายาทของเจ้าของที่ดินเดิมกระทำโดยมิชอบ ทำให้ผู้คัดค้านไม่มีโอกาสคัดค้านก่อน อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่มุ่งหมายให้เกิดความยุติธรรมเกี่ยวกับการส่งคำคู่ความ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนและให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้สะท้อนหลักสำคัญของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่า ความยุติธรรมมิได้เกิดจากผลของคำพิพากษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนของกระบวนพิจารณา โดยเฉพาะการส่งคำคู่ความซึ่งเป็นกลไกพื้นฐานที่ทำให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียได้รับรู้ว่ามีการดำเนินคดีที่อาจกระทบต่อสิทธิของตน หากศาลหรือคู่ความดำเนินการส่งคำคู่ความโดยไม่ชอบ หรือใช้วิธีพิเศษโดยไม่มีเหตุจำเป็น ย่อมทำให้บุคคลผู้มีสิทธิเสียโอกาสในการเข้ามาต่อสู้คดี อันเป็นการกระทบต่อหลักความเป็นธรรมทางกระบวนพิจารณาโดยตรง

แนววินิจฉัยของศาลฎีกาในคดีนี้ยังชี้ให้เห็นว่า บุคคลผู้มีส่วนได้เสียมิจำเป็นต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยตรงเท่านั้น แต่รวมถึงบุคคลที่อ้างสิทธิตามพินัยกรรมหรือมีฐานะเป็นทายาทซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาลด้วย เมื่อศาลทราบอยู่แล้วว่ามีข้อพิพาทเกี่ยวกับมรดกของเจ้าของที่ดินเดิมอยู่ในศาลเดียวกัน ย่อมไม่อาจถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนนอกคดีได้ การใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องในลักษณะเช่นนี้จึงอาจกลายเป็นการตัดสิทธิในการรับรู้และสิทธิในการต่อสู้คดีของผู้มีส่วนได้เสียโดยปริยาย

หลักกฎหมายอีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ อำนาจของศาลในการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองความยุติธรรมของคดีโดยรวม มิใช่เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น หากกระบวนพิจารณาช่วงใดเกิดขึ้นจากการฝ่าฝืนหลักการสำคัญเกี่ยวกับสิทธิในการรับทราบและการต่อสู้คดี ศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณานั้นได้ แม้จะทำให้คดีต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่บางส่วนก็ตาม

คดีนี้จึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับคดีครอบครองปรปักษ์และคดีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ว่า ผู้ร้องต้องดำเนินการส่งคำคู่ความแก่บุคคลผู้มีส่วนได้เสียอย่างเคร่งครัด และศาลต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าการใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งโดยวิธีธรรมดามีเหตุจำเป็นจริง มิฉะนั้นอาจทำให้กระบวนพิจารณาทั้งหมดตกเป็นโมฆะหรือถูกเพิกถอนได้ในภายหลัง

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้

ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในการรับทราบกระบวนพิจารณาของศาล และอำนาจของศาลในการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ หากการส่งคำคู่ความไม่ชอบจนทำให้บุคคลผู้มีสิทธิเสียโอกาสในการคัดค้านหรือเข้ามาต่อสู้คดี

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. การส่งคำคู่ความโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 วรรคสอง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาท ทั้งที่ผู้คัดค้านเป็นผู้รับพินัยกรรมและอาจมีสิทธิในที่ดินพิพาท ย่อมทำให้ผู้คัดค้านเสียโอกาสในการเข้ามาคัดค้านคำร้อง ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่มุ่งหมายให้เกิดความยุติธรรมเกี่ยวกับการส่งคำคู่ความ จึงเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

2. อำนาจศาลในการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง

เมื่อปรากฏว่ากระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการส่งคำคู่ความดำเนินไปโดยไม่ชอบและกระทบต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ หรือสั่งแก้ไขเพื่อให้คดีดำเนินไปโดยชอบและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายได้ แม้กระบวนพิจารณาจะดำเนินไปแล้วหลายขั้นตอนก็ตาม

อธิบายหลักกฎหมายแยกตามกฎหมายและมาตรา

1. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 วรรคสอง

มาตรา 21 วรรคสอง มีหลักสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนพิจารณา โดยบัญญัติรองรับกรณีที่ศาลหรือคู่ความดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายในส่วนที่มุ่งหมายให้เกิดความยุติธรรม หากความบกพร่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิทธิของคู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสีย ศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนพิจารณานั้นได้

เจตนารมณ์ของมาตรานี้มุ่งคุ้มครองหลักความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี โดยเฉพาะสิทธิในการรับทราบข้อกล่าวหา สิทธิในการคัดค้าน และสิทธิในการนำพยานหลักฐานเข้าสู่การพิจารณา กฎหมายจึงถือว่าการส่งคำคู่ความเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นกลไกที่ทำให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้จริง

ในคดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นผู้รับพินัยกรรมของเจ้าของที่ดินเดิม ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีครอบครองปรปักษ์ การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้อง จึงทำให้ผู้คัดค้านไม่ทราบถึงการดำเนินคดีและเสียสิทธิในการคัดค้านก่อนศาลมีคำสั่ง ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่มุ่งหมายให้เกิดความยุติธรรมเกี่ยวกับการส่งคำคู่ความ อันเข้าหลักตามมาตรา 21 วรรคสอง

หลักสำคัญจากคดีนี้จึงอยู่ที่ว่า แม้การส่งคำคู่ความจะเป็นเรื่องทางวิธีพิจารณา แต่หากการส่งไม่ชอบจนกระทบสิทธิในการต่อสู้คดี ย่อมถือเป็นความบกพร่องที่กระทบต่อความยุติธรรมโดยตรง และอาจนำไปสู่การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่เกิดขึ้นภายหลังทั้งหมดได้

2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง

มาตรา 27 วรรคหนึ่ง เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลในการควบคุมและแก้ไขกระบวนพิจารณาที่ดำเนินไปโดยไม่ชอบ เพื่อรักษาความเป็นธรรมของคดี กฎหมายกำหนดให้ศาลสามารถเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ สั่งแก้ไข หรือมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรได้ หากเห็นว่ากระบวนพิจารณานั้นไม่เป็นไปตามกฎหมายและกระทบต่อสิทธิของคู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสีย

เจตนารมณ์ของมาตรานี้อยู่ที่การป้องกันไม่ให้ข้อบกพร่องทางกระบวนพิจารณากลายเป็นเหตุทำลายความยุติธรรมของคดี แม้คดีจะดำเนินไปแล้วหลายขั้นตอน ศาลก็ยังมีอำนาจย้อนกลับไปแก้ไขหรือเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้ หากปล่อยให้คดีดำเนินต่อไปโดยไม่แก้ไข อาจทำให้เกิดคำพิพากษาที่ไม่เป็นธรรมแก่บุคคลผู้มีสิทธิ

ในคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้อำนาจตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง เพิกถอนกระบวนพิจารณาภายหลังจากคำสั่งที่อนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้อง เนื่องจากเห็นว่าการส่งคำคู่ความดังกล่าวกระทำโดยมิชอบและทำให้ผู้คัดค้านเสียสิทธิในการต่อสู้คดี ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยและยืนยันว่า ศาลอุทธรณ์มีอำนาจดำเนินการเช่นนั้นได้ตามกฎหมาย

แนววินิจฉัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะตอกย้ำว่า อำนาจตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง มิใช่อำนาจเชิงเทคนิคทางกระบวนพิจารณาเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาหลักความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิของบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในคดีแพ่งโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1 คำถาม ผู้รับพินัยกรรมถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีครอบครองปรปักษ์หรือไม่

คำตอบ

ผู้รับพินัยกรรมอาจถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีครอบครองปรปักษ์ได้ หากสิทธิที่อ้างตามพินัยกรรมเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่เป็นวัตถุแห่งคดีโดยตรง เพราะแม้ผู้รับพินัยกรรมจะยังมิได้จดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์ แต่เมื่อมีการอ้างสิทธิตามพินัยกรรมเกี่ยวกับที่ดินพิพาท บุคคลดังกล่าวย่อมมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับผลแห่งคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล การดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่แจ้งให้ผู้รับพินัยกรรมทราบ อาจทำให้บุคคลดังกล่าวเสียสิทธิในการเข้ามาคัดค้านหรือแสดงพยานหลักฐานเพื่อปกป้องสิทธิของตนได้ ศาลฎีกาในคดีนี้จึงวินิจฉัยว่า เมื่อศาลทราบว่ามีคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกของเจ้าของที่ดินเดิมอยู่ก่อนแล้ว ผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นผู้รับพินัยกรรมย่อมถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย และต้องได้รับโอกาสในการรับทราบการดำเนินคดีและเข้ามาต่อสู้คดีตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นย่อมถือว่ากระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการส่งคำคู่ความไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

2 คำถาม ศาลสามารถใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งคำคู่ความได้ในกรณีใด

คำตอบ

การประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งคำคู่ความเป็นวิธีพิเศษที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะกรณีที่ไม่สามารถส่งคำคู่ความโดยวิธีธรรมดาได้จริง เช่น ไม่ทราบภูมิลำเนาของผู้รับ ไม่สามารถติดตามตัวได้ หรือมีเหตุจำเป็นอื่นตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ศาลต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัดว่ามีเหตุสมควรเพียงพอหรือไม่ เพราะวิธีดังกล่าวอาจทำให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้รับทราบการดำเนินคดีอย่างแท้จริง หากศาลทราบอยู่แล้วว่ามีทายาทหรือบุคคลที่อาจมีสิทธิในทรัพย์พิพาท การใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งโดยตรงอาจถือเป็นการตัดสิทธิในการต่อสู้คดีของบุคคลนั้นได้ คดีนี้ศาลฎีกาจึงวางหลักว่า การเลือกใช้วิธีพิเศษเกี่ยวกับการส่งคำคู่ความต้องคำนึงถึงสิทธิในการรับทราบและสิทธิในการคัดค้านของผู้มีส่วนได้เสียเป็นสำคัญ มิใช่พิจารณาเพียงความสะดวกของผู้ร้องหรือความรวดเร็วของกระบวนพิจารณาเท่านั้น 

3 คำถาม หากการส่งคำคู่ความไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะมีผลต่อคดีอย่างไร

คำตอบ

หากการส่งคำคู่ความไม่ชอบด้วยกฎหมายและความบกพร่องดังกล่าวกระทบต่อสิทธิของคู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสียในการเข้ามาต่อสู้คดี ย่อมอาจทำให้กระบวนพิจารณาทั้งหมดหรือบางส่วนตกเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้ โดยเฉพาะกรณีที่บุคคลผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้รับทราบการดำเนินคดีและเสียโอกาสในการยื่นคำคัดค้านหรือแสดงพยานหลักฐาน ศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนพิจารณาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง หลักสำคัญคือ กฎหมายให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีมากกว่าความรวดเร็วของกระบวนพิจารณา ดังนั้น แม้คดีจะดำเนินไปแล้วหลายขั้นตอน หากปรากฏภายหลังว่าการส่งคำคู่ความทำโดยมิชอบจนกระทบสิทธิในการต่อสู้คดี ศาลก็ยังมีอำนาจย้อนกลับไปเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่เกิดขึ้นภายหลังได้ เพื่อให้คู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสียได้รับโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง ตัวอักษร

4 คำถาม เหตุใดศาลฎีกาจึงเห็นว่าผู้คัดค้านเสียสิทธิในการต่อสู้คดี

คำตอบ

ศาลฎีกาเห็นว่าผู้คัดค้านเสียสิทธิในการต่อสู้คดี เพราะการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาท ทำให้ผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นผู้รับพินัยกรรมของเจ้าของที่ดินเดิมไม่ทราบว่ามีการดำเนินคดีครอบครองปรปักษ์เกี่ยวกับที่ดินพิพาท เมื่อไม่ทราบการดำเนินคดี ผู้คัดค้านจึงไม่สามารถยื่นคำคัดค้าน นำพยานหลักฐาน หรือแสดงข้อเท็จจริงต่อศาลเพื่อโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องได้ ศาลฎีกาถือว่าสิทธิในการรับทราบการดำเนินคดีและสิทธิในการเข้ามาต่อสู้คดีเป็นหลักพื้นฐานสำคัญของกระบวนการยุติธรรม หากบุคคลผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้รับแจ้งโดยชอบ ย่อมทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาขาดความเป็นธรรม ดังนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะเห็นว่าการประกาศหนังสือพิมพ์เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย แต่เมื่อผลของการดำเนินการดังกล่าวทำให้ผู้คัดค้านเสียโอกาสในการใช้สิทธิ ศาลฎีกาจึงเห็นว่ากระบวนพิจารณานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

5 คำถาม อำนาจของศาลอุทธรณ์ในการเพิกถอนกระบวนพิจารณามีขอบเขตเพียงใด

คำตอบ

อำนาจของศาลอุทธรณ์ในการเพิกถอนกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง มีลักษณะเป็นอำนาจเพื่อคุ้มครองความเป็นธรรมของคดี หากศาลเห็นว่ากระบวนพิจารณาช่วงใดดำเนินไปโดยไม่ชอบหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายในส่วนที่มุ่งหมายให้เกิดความยุติธรรม ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจเพิกถอน แก้ไข หรือมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรได้ อำนาจดังกล่าวมิได้จำกัดเฉพาะกรณีที่มีการโต้แย้งในข้อกฎหมายเท่านั้น แต่รวมถึงกรณีที่ความบกพร่องทางกระบวนพิจารณาส่งผลกระทบต่อสิทธิในการรับทราบหรือสิทธิในการต่อสู้คดีของคู่ความด้วย คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นว่าการส่งคำคู่ความโดยใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์ทำให้ผู้คัดค้านเสียสิทธิในการคัดค้าน จึงเพิกถอนกระบวนพิจารณาหลังจากคำสั่งอนุญาตดังกล่าว และให้เริ่มกระบวนพิจารณาเรื่องการส่งคำคู่ความใหม่ ซึ่งศาลฎีกาก็เห็นพ้องว่าศาลอุทธรณ์มีอำนาจดำเนินการเช่นนั้นได้ 

6 คำถาม การส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานที่ดินถือว่าเพียงพอหรือไม่ในการแจ้งผู้มีส่วนได้เสีย

คำตอบ

การส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานที่ดินแม้อาจทำให้เกิดการบันทึกหรือปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับคดีในทางทะเบียนที่ดิน แต่ยังไม่อาจถือเป็นการแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบโดยสมบูรณ์ หากศาลทราบอยู่แล้วว่ามีบุคคลอื่นซึ่งอาจมีสิทธิในทรัพย์พิพาทโดยตรง เช่น ทายาทหรือผู้รับพินัยกรรม เพราะการรับรู้ของเจ้าพนักงานที่ดินไม่ใช่การรับรู้ของผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายโดยตรง หลักสำคัญของการส่งคำคู่ความคือการทำให้บุคคลผู้มีสิทธิสามารถรับทราบและเข้ามาใช้สิทธิในการคัดค้านหรือแสดงพยานหลักฐานได้จริง คดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่าการส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานที่ดินเพียงพอแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาเห็นต่าง โดยถือว่าผู้คัดค้านซึ่งอ้างสิทธิตามพินัยกรรมยังไม่ได้รับแจ้งโดยชอบ จึงเสียสิทธิในการเข้ามาต่อสู้คดี การส่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจึงไม่อาจทดแทนการส่งคำคู่ความแก่ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงได้ 

7 คำถาม คดีครอบครองปรปักษ์จำเป็นต้องแจ้งทายาทของเจ้าของที่ดินเดิมหรือไม่

คำตอบ

หากปรากฏว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมถึงแก่ความตายและมีทายาทหรือบุคคลที่อาจได้รับสิทธิในทรัพย์พิพาทจากการรับมรดกหรือพินัยกรรม บุคคลดังกล่าวย่อมถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีครอบครองปรปักษ์ และควรได้รับแจ้งเกี่ยวกับการดำเนินคดีตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด เพราะผลของคำสั่งหรือคำพิพากษาในคดีครอบครองปรปักษ์อาจกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สินของทายาทโดยตรง หลักสำคัญคือ บุคคลที่อาจสูญเสียสิทธิในทรัพย์สินต้องได้รับโอกาสในการเข้ามาต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม คดีนี้ศาลฎีกายืนยันว่า เมื่อศาลทราบอยู่แล้วว่ามีคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกของเจ้าของที่ดินเดิมอยู่ในศาลเดียวกัน ย่อมต้องถือว่าผู้รับพินัยกรรมหรือทายาทเป็นผู้มีส่วนได้เสีย การใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องโดยไม่แจ้งบุคคลดังกล่าวโดยตรง จึงอาจทำให้กระบวนพิจารณาไม่ชอบและถูกเพิกถอนในภายหลังได้ 

8 คำถาม หลักกฎหมายสำคัญที่สุดที่ได้จากคดีนี้คืออะไร

คำตอบ

หลักกฎหมายสำคัญที่สุดจากคดีนี้คือ หลักความเป็นธรรมทางกระบวนพิจารณามีความสำคัญเหนือกว่าความสะดวกหรือความรวดเร็วในการดำเนินคดี ศาลและคู่ความต้องดำเนินกระบวนพิจารณาโดยเคารพสิทธิของบุคคลผู้มีส่วนได้เสียในการรับทราบข้อกล่าวหาและเข้ามาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ การส่งคำคู่ความจึงไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางเทคนิค แต่เป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคล หากการส่งคำคู่ความกระทำโดยมิชอบจนทำให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสียเสียโอกาสในการคัดค้านหรือใช้สิทธิต่อสู้คดี กระบวนพิจารณาที่เกิดขึ้นภายหลังย่อมอาจถูกเพิกถอนได้ตามกฎหมาย คดีนี้จึงเป็นแนววินิจฉัยสำคัญที่ยืนยันว่า แม้คดีจะดำเนินไปแล้วหลายขั้นตอน ศาลก็ยังมีอำนาจย้อนกลับไปแก้ไขความผิดพลาดทางกระบวนพิจารณาเพื่อรักษาความยุติธรรมของคดีและคุ้มครองสิทธิของบุคคลผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริง 

ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6904/2558 

การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาท ย่อมทำให้ผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรมของ ช. ไม่ทราบถึงการร้องขอของผู้ร้อง และเสียสิทธิในการที่จะคัดค้านคำร้องขอของผู้ร้อง หากได้ความดังกล่าวย่อมแสดงว่า การส่งสำเนาคำร้องของผู้ร้องให้แก่ทายาทของ ช. กระทำโดยมิชอบ ทำให้ฝ่ายผู้คัดค้านไม่มีโอกาสที่จะคัดค้านคำร้องของผู้ร้องก่อน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 21 (2) จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้เป็นไปด้วยความยุติธรรมในเรื่องการส่งคำคู่ความ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสีย หรือสั่งแก้ไข หรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควรตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 17881 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ตั้งแต่คำสั่งให้ประกาศหน้าศาลแทนการส่งหมายโดยวิธีธรรมดาเป็นต้นไป และให้ส่งหมายเรียกสำเนาคำร้องให้ผู้คัดค้านทราบ หรืออนุญาตให้ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านภายใน 30 วัน มีหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินให้ยกเลิกรายการจดทะเบียนที่ดินที่เป็นของผู้ร้อง ให้ผู้ร้องส่งคืนต้นฉบับใบแทนโฉนดที่ดินแก่เจ้าพนักงานที่ดิน และห้ามผู้ร้องกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินพิพาทจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้คัดค้านมิได้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย การที่ผู้ร้องขอให้ศาลส่งสำเนาคำร้องในคดีนี้โดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 รวมทั้งศาลได้ส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานที่ดิน อันถือได้ว่าเป็นการประกาศให้บุคคลผู้มีส่วนได้เสีย และบุคคลภายนอกทราบแล้ว การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลจึงชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้องของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีชื่อในโฉนด ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาท ตามคำแถลงฉบับลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 และเพิกถอนกระบวนพิจารณาหลังจากนั้นเป็นต้นไป ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นส่งคำคู่ความใหม่แล้วไต่สวนและมีคำสั่งต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่ง เมื่อมีคำสั่งใหม่

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องขอแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาท ตามคำแถลงลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 และให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาหลังจากนั้นเป็นต้นไป ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นส่งคำคู่ความใหม่ แล้วไต่สวนและมีคำสั่งต่อไปนั้น ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นรับคำร้องขอของผู้ร้องแล้วตรวจพบว่า นายชื่น ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทถึงแก่ความตาย และมีคดีพิพาทเกี่ยวกับการขอจัดการมรดกนายชื่น เจ้ามรดกอยู่ในศาลชั้นต้นเดียวกัน ไม่ว่าคดีจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ก็ตาม ย่อมถือได้ว่า ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้รับพินัยกรรมเป็นผู้มีส่วนได้เสีย การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน ผู้มีส่วนได้เสียหรือทายาทตามคำแถลงลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 ย่อมทำให้ผู้คัดค้านซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทที่มีสิทธิตามพินัยกรรมของนายชื่นไม่ทราบถึงการร้องขอของผู้ร้อง และเสียสิทธิในการที่จะคัดค้านคำร้องขอของผู้ร้อง หากได้ความดังกล่าวย่อมแสดงว่า การส่งสำเนาคำร้องของผู้ร้องให้แก่ทายาทของนายชื่นกระทำโดยมิชอบ ทำให้ฝ่ายผู้คัดค้านไม่มีโอกาสที่จะคัดค้านคำร้องของผู้ร้องก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้เป็นไปด้วยความยุติธรรมในเรื่องการส่งคำคู่ความ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสีย หรือสั่งแก้ไข หรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ศาลส่งหมายโดยประกาศหนังสือพิมพ์แทนได้จริงหรือ หากทายาทยังไม่รู้ว่ามีคนมายื่นครอบครองปรปักษ์ที่ดินมรดก คดีนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อเจ้าของที่ดินเดิมเสียชีวิต และมีคดีเกี่ยวกับมรดกอยู่ในศาลเดียวกัน ผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้รับพินัยกรรมย่อมถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีครอบครองปรปักษ์ การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งสำเนาคำร้อง จนทำให้ผู้คัดค้านไม่ทราบเรื่องและเสียสิทธิคัดค้าน ถือเป็นการส่งคำคู่ความโดยมิชอบ กระทบต่อความยุติธรรมในกระบวนพิจารณา ศาลอุทธรณ์จึงมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และให้เริ่มขั้นตอนส่งคำคู่ความใหม่ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง คดีนี้เป็นแนวสำคัญว่า “การส่งหมาย” ไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่เป็นสิทธิพื้นฐานในการรับรู้และต่อสู้คดีของผู้มีส่วนได้เสีย




เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความแพ่ง

ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้หรือไม่ หากได้ฟ้องคดีสิทธิในทรัพย์เดียวกันไว้ก่อนแล้ว คำร้องสอดจะกลายเป็นฟ้องซ้อนตามกฎหมายหรือไม่
ฟ้องซ้ำไม่ได้จริงหรือ เมื่อศาลเคยวินิจฉัยแล้ว ประเด็นเดิมในคดีใหม่ยังยกขึ้นสู้ได้หรือไม่
การยื่นคำร้องขัดทรัพย์ซ้ำหลังศาลวินิจฉัยแล้วทำได้หรือไม่ หลักผูกพันคำพิพากษาและฟ้องซ้ำในคดีบังคับคดีที่ดิน
ทนายความถอนตัวแล้วศาลไม่แจ้งคู่ความ กระบวนพิจารณาไม่ชอบหรือไม่ สิทธิในการต่อสู้คดีและผลของคำพิพากษาเป็นอย่างไร
ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมยื่นคำร้องใหม่ได้หรือไม่ หากคดีเดิมถึงที่สุดแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องคำร้องซ้ำและมาตรา 7 (4)
เพิกถอนกระบวนพิจารณาได้หรือไม่ หากศาลไม่ส่งสำเนาคำร้องในคดีไม่มีข้อพิพาท วิเคราะห์คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกและสิทธิผู้มีส่วนได้เสีย
ฟ้องซ้อนในคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์สินและการยักยอก: หลักกรรมเดียวกันและอำนาจศาลฎีกา
สิทธิผู้ร้องสอดในคดีหย่า เมื่อคำพิพากษาถูกเพิกถอนจากการพิจารณาคดีใหม่
หลักอำนาจลงโทษละเมิดอำนาจศาลและสิทธิอุทธรณ์ของผู้เสียหาย
เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อศาลวินิจฉัยนอกประเด็นคำฟ้องในคดีผู้บริโภค(ฎีกา 4819/2566)
ขอพิจารณาคดีใหม่ คืออะไร? เงื่อนไข ระยะเวลา และสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาล
การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบจากการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยโดยมิชอบ(ฎีกาที่ 122/2567)
รับสารภาพแล้วกลับคำได้ไหม? ยักยอกทรัพย์-ไม่รออาญา ศาลดูอะไรบ้าง และยื่นคำร้องช้าเสียสิทธิหรือไม่
รับสารภาพแล้วกลับคำได้ไหม? ใช้รายงานคุมประพฤติสู้คดีได้หรือไม่ ศาลไม่รอการลงโทษในคดีฉ้อโกงออนไลน์เพราะเหตุใด
คดีเพลิงไหม้ ละเมิด & ข้อสันนิษฐาน 84/1,คดีเพลิงไหม้, ลานจอดรถ, ละเมิด, (ฎีกา 2008/2567)
คดีหย่า & ฟ้องซ้อนตามกฎหมาย, การฟ้องหย่าซ้ำเหตุเดียวกัน
ขอบเขตอุทธรณ์เมื่อจำเลยขาดยื่นคำให้การ และอัตราดอกเบี้ยผิดนัดใหม่ (ฎีกา 5222/2567)
(ฎีกา 181/2568) สิทธิรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น
(ฎีกา 1001/2568) แจ้งวันนัดผิดขั้นตอน & สิทธิอุทธรณ์
(ฎีกา 1932/2568) ยกเว้นค่าธรรมเนียมคดีผู้บริโภค & อุทธรณ์
การขัดกันของคำพิพากษาศาลฎีกาและอำนาจร้องในคดีแพ่ง(ฎีกาที่ 3196/2567)
(ฎีกาที่ 3670/2567) การขยายระยะเวลาอุทธรณ์เพื่อความเป็นธรรม และอำนาจทั่วไปของศาล
(ฎีกาที่ 3737/2567) ประเด็นค่าฤชาธรรมเนียมในคดีผู้บริโภคและเงื่อนไขการอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011/2567 เรื่องการท้าพิสูจน์ลายมือชื่อในคดีสัญญากู้เงิน-(คำท้า)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567: คดีพิพาทที่ดินกับกรมทางหลวงและการรับฟังพยานหลักฐานโดยศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2567: ข้อบกพร่องในการวินิจฉัยประเด็นฟ้องแย้งและอำนาจของศาลฎีกาในการยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4637/2567: กระบวนพิจารณาไม่ชอบเพราะไม่แจ้งวันนัดสืบพยานให้คู่ความที่ขาดนัดยื่นคำให้การ
การฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง: หลักเกณฑ์ ข้อยกเว้น และตัวอย่างจากคำพิพากษาศาลฎีกา
ฎีกาที่ 5059/2567: สิทธิจำเลยยกปัญหากระบวนพิจารณาผิดระเบียบในคดีผู้บริโภค แม้ชนะคดีชั้นต้น
ข้อพิพาทสัญญากู้ยืมเงิน การแก้ไขจำนวนเงินกู้ และข้อห้ามการนำสืบพยานบุคคลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94(ฎีกาที่ 6656/2567)
การเพิกถอนกระบวนพิจารณาคดียาเสพติด: ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ในคำพิพากษาที่ 817/2568
โจทก์ร่วมไม่จำต้องจัดทำคำให้การใหม่เพื่อแก้คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลย
ข้อพิพาทการบังคับคดีที่ดินครอบครองปรปักษ์
การเข้ารับมรดกความกรณีคดีถึงที่สุดแล้วได้หรือไม่และเป็นการขัดต่อ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 42 หรือไม่
ใครบ้างมีคุณสมบัติเป็นบุคคลที่จะเข้าแทนที่คู่ความผู้มรณะได้, ศาลฎีกาวินิจฉัยคู่ความผู้มรณะ
คำสั่งคดีมีมูลเป็นที่สุดห้ามอุทธรณ์, การเพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ, สิทธิในการขอพิจารณาใหม่
คดีก่อนคู่ความตกลงท้ากันเป็นข้อแพ้ชนะคดี, ฟ้องซ้ำในคดีแพ่ง, สิทธิขับไล่จากที่ดินกรรมสิทธิ์รวม,
ฟ้องแย้งในคดีแพ่ง, การผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน, การเรียกเงินมัดจำคืนตามสัญญา
คดีบุกรุกที่ดิน น.ส.3 ข. & การสละประเด็นข้อพิพาท (ฎีกา 1201/2567)
สัญญาประนีประนอมยอมความตกลงยุติคดี-ฟ้องซ้ำ
พิพากษาที่เกินคำขอและขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 1548 อันเป็นการไม่ชอบ
ฟ้องแย้งของจำเลยแตกต่างกันกับคำฟ้องเดิม
ค่าสินไหมทดแทนที่จำนวนเงินไม่แน่นอนต้องนำสืบพยาน
ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์
ฟ้องปลูกสร้างผิดต่อข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร
สิทธิของเจ้าของรวมในการแบ่งที่ดิน หากแบ่งไม่ได้ต้องขายทอดตลาดหรือชดใช้เงินอย่างไร พร้อมหลักห้ามพิพากษาเกินคำขอ
คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์มีทุนทรัพย์
รับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนกฎหมาย
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
หน้าที่ในการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
เพิกถอนคำพิพากษาขาดนัดคดีหย่า กระทบทะเบียนหย่าและสมรสใหม่เป็นโมฆะ
วันนัดชี้สองสถาน
ห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
คำร้องสอด
การส่งคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิในฐานะผู้รับจำนอง -ขอรับชำระหนี้ได้ก่อนเจ้าหนี้อื่น
การบรรยายคำฟ้องที่มิได้ระบุวัน เวลาที่แน่ชัดว่าเป็นวันที่เท่าใด ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
ยื่นฟ้องคดีอันไม่มีข้อพิพาทแต่ได้มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องในคดี
ส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยไม่ครบหน้าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
การยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด 1 เดือน
ฟ้องขับไล่- แสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลา 8 วัน
เพิกถอนการขายทอดตลาดหากเป็นประวิงให้ชักช้าต้องรับผิดชดค่าสินไหมทดแทน
ผู้สวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพิกถอนการขายทอดตลาด
ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น-ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
ในคดีเดิมเป็นเพียงคู่ความตกลงยุติคดีไม่ดำเนินการต่อเท่านั้นไม่เป็นฟ้องซ้ำ
การยื่นและการส่งคำคู่ความในคดีฟอกเงิน
ให้คู่ความฝ่ายที่แพ้คดีต้องชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียม
ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่แบ่งแยกเป็นส่วนแต่ละคน
เจ้าหนี้ผู้รับจำนองขอรับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดที่ดิน
การมีอยู่ขององค์กรสาธารณประโยชน์ที่ได้รับรองแล้ว
กระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษา-ฟ้องซ้ำ
ยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อเป็นคู่ความฝ่ายที่สามในคดีอาญา
อายัดเงินปันผลของหุ้นได้แม้จะพ้นระยะเวลา 10 ปีแล้ว
เจ้าหนี้บุริมสิทธิ มิได้ร้องขอให้บังคับคดีภายในสิบปี
คำสั่งเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง นอกฟ้องนอกประเด็น
สิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนของผู้รับจำนอง
ฟ้องซ้ำ คดีถึงที่สุดห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก
โจทก์และจำเลยต่างมีสภาพเป็น"เจ้าหนี้" และ "ลูกหนี้" ตามคำพิพากษา
จำเลยไม่ใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกคำบังคับ
ไม่เกินห้าหมื่นบาทห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
การร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดต้องอ้างว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของทรัพย์
เงื่อนเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดให้สันนิษฐานว่าเพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายลูกหนี้
นำใบแต่งทนายความซึ่งปลอมลายมือชื่อไปทำสัญญายอม
อำนาจว่าความหรือดำเนินกระบวนพิจารณาของทนายความในศาล
ฟ้องเคลือบคลุม, สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข, วางประจำไว้หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ
ค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน
ผู้ร้องสอดต้องมีส่วนได้เสียกับคู่ความเดิมถือเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม-ผู้ร้องสอดอ้างครอบครองปรปักษ์เข้าคดีขับไล่ได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยอย่างไรเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียและสิทธิเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม
แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยเป็นข้อยกเว้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 180
การยื่นเอกสารใหม่ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาโดยไม่มีเหตุขัดข้อง ศาลรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ และศาลมีอำนาจงดสืบพยานเพียงใด
จำเลยฟ้องแย้ง-โจทก์ทิ้งฟ้อง ไม่มีผลให้ฟ้องแย้งตกไป
อำนาจปกครองบุตร-มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลใด?
ดุลพินิจสั่งค่าฤชาธรรมเนียมคำนึงความสุจริตของคู่ความ
พินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?ไม่มีประเด็นข้อพิพาท
มีเส้นทางอื่นออกไม่ตัดสิทธิขอคุ้มครองประโยชน์
คำขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา
คำร้องขอขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา 229