ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ศาลสั่งปิดหมายแต่เจ้าหน้าที่นำหมายใส่ตู้รับจดหมาย การส่งหมายชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาได้หรือไม่

ศาลสั่งให้ปิดหมาย, เจ้าหน้าที่นำหมายใส่ตู้รับจดหมาย, การส่งหมายศาลไม่ชอบด้วยกฎหมาย, การปิดหมายตามคำสั่งศาล, การปิดหมายในที่เปิดเผย, การปิดหมายให้เห็นได้ชัด, การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ, การส่งหมายขัดต่อคำสั่งศาล, การขอเพิกถอนการส่งหมาย, ผู้ถูกส่งหมายไม่ทราบคดี, การส่งสำเนาคำร้องและหมายนัด, ศาลใช้อำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณา, ป.วิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๗, ระยะเวลา ๘ วันเพิกถอนกระบวนพิจารณา, ส่งหมายใหม่-ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ 

บทนำ

คำถามสำคัญในทางปฏิบัติของการดำเนินคดีคือ เมื่อศาลมีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องและหมายนัดแก่คู่ความโดยวิธี “ปิดหมาย” เจ้าหน้าที่ผู้ส่งหมายจะนำเอกสารดังกล่าวไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายแทนการนำไปปิดไว้ในที่เปิดเผยได้หรือไม่ และหากดำเนินการเช่นนั้นแล้วจะถือว่าการส่งหมายมีผลโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ประเด็นนี้มีความสำคัญโดยตรงต่อสิทธิของคู่ความ เพราะวัตถุประสงค์ของการส่งหมายมิใช่เพียงการนำเอกสารไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ต้องดำเนินการตามวิธีที่ศาลมีคำสั่ง เพื่อให้ผู้ถูกส่งหมายมีโอกาสทราบว่ามีคำร้องหรือหมายนัดจากศาลและสามารถเข้ามาใช้สิทธิในกระบวนพิจารณาได้

ข้อเท็จจริงในคดีปรากฏว่า ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ส่งสำเนาคำร้องและหมายนัดไต่สวนแก่ผู้คัดค้านที่ ๑ โดยวิธีปิดหมาย แต่เจ้าหน้าที่ผู้ส่งหมายกลับนำเอกสารไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายบริเวณชั้นล่างของอาคาร ทั้งที่ห้องพักของผู้คัดค้านที่ ๑ อยู่ชั้นที่ ๕ ศาลฎีกาจึงต้องวินิจฉัยว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการปิดหมายตามคำสั่งศาลหรือไม่ และหากเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลมีอำนาจเพิกถอนและให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ได้หรือไม่

สาระสำคัญที่สุดของคดี

เมื่อศาลมีคำสั่งให้ “ปิดหมาย” เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามวิธีที่ศาลสั่ง โดยการปิดหมายต้องเป็นการปิดไว้ในที่เปิดเผย แลเห็นได้ชัดและง่าย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถูกส่งหมายทราบว่ามีเอกสารหรือหมายจากศาล การนำหมายไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายแทนจึงมิใช่การปิดหมายตามคำสั่งศาล และถือว่าการส่งหมายนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หากความผิดระเบียบดังกล่าวทำให้การดำเนินคดีไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลมีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่ขั้นตอนการส่งหมาย แล้วให้ส่งหมายและดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่โดยถูกต้องได้ 

คำถามที่น่าสนใจ

1. ศาลสั่งให้ปิดหมาย แต่เจ้าหน้าที่นำหมายใส่ตู้รับจดหมาย ถือว่าส่งหมายโดยชอบหรือไม่

2. การปิดหมายที่ถูกต้องต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ผู้ถูกส่งหมายมีโอกาสทราบถึงหมายศาล

3. หากการส่งหมายไม่ชอบ ศาลสามารถเพิกถอนกระบวนพิจารณาและให้ดำเนินการใหม่ได้หรือไม่

4. ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการส่งหมาย

ผู้ร้องยื่นคำแถลงขอให้ศาลอนุญาตส่งสำเนาคำร้องและหมายนัดไต่สวนแก่ผู้คัดค้านที่ ๑ โดยวิธีปิดหมาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามที่ผู้ร้องขอ

เมื่อศาลมีคำสั่งเช่นนั้น วิธีการส่งหมายที่ได้รับอนุญาตจึงเป็นการ “ปิดหมาย” แต่เจ้าหน้าที่ผู้ส่งหมายมิได้นำสำเนาคำร้องและหมายนัดไปปิดตามคำสั่ง กลับนำเอกสารดังกล่าวไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายบริเวณชั้นล่างของอาคาร ขณะที่ห้องพักของผู้คัดค้านที่ ๑ อยู่บริเวณชั้นที่ ๕ ของอาคาร 

นอกจากปัญหาเกี่ยวกับวิธีการส่งหมายแล้ว ยังมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในคดี กล่าวคือ บิดาของผู้ร้องเป็นพี่ชายของมารดาผู้คัดค้านที่ ๑ ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ ๑ จึงมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกัน

ศาลฎีกานำพฤติการณ์ดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาข้ออ้างของผู้ร้องที่ว่าไม่ทราบที่อยู่ที่แท้จริงของผู้คัดค้านที่ ๑ และนำที่อยู่ตามทะเบียนราษฎรมาใช้ในการส่งหมาย โดยเห็นว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่มีเหตุผลอันสมควร และมีพฤติการณ์ในลักษณะมุ่งมิให้ผู้คัดค้านที่ ๑ ทราบเรื่องและเข้ามาคัดค้านในคดี 

2. คำวินิจฉัยเรื่องการปิดหมายและการใส่หมายในตู้รับจดหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยถึงความหมายของคำว่า “ปิดหมาย” โดยพิจารณาว่า ไม่ว่าบ้านเลขที่ดังกล่าวจะเป็นภูมิลำเนาของผู้คัดค้านที่ ๑ หรือไม่ การปิดหมายมีความหมายในตัวว่าต้องนำหมายไปปิดไว้ในที่เปิดเผย แลเห็นได้ชัดและง่าย เพื่อให้ผู้ถูกปิดหมายมีโอกาสทราบว่ามีคำร้องและหมายนัดจากศาล

สาระสำคัญจึงมิได้อยู่เพียงว่ามีการนำเอกสารไปถึงอาคารหรือสถานที่ที่ใช้ส่งหมายแล้วหรือไม่ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามวิธีที่ศาลมีคำสั่งหรือไม่ เมื่อศาลสั่งให้ปิดหมาย เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการในลักษณะของการปิดหมาย ไม่อาจเปลี่ยนวิธีการเป็นการนำเอกสารไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายได้

การนำสำเนาคำร้องและหมายนัดไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายบริเวณชั้นล่างของอาคารแทนการปิดหมาย จึงเป็นการดำเนินการขัดต่อคำสั่งศาล และการส่งสำเนาคำร้องและหมายนัดแก่ผู้คัดค้านที่ ๑ ต้องถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

หลักดังกล่าวแสดงให้เห็นความสำคัญของวิธีการปิดหมายว่า ต้องดำเนินการในลักษณะที่ทำให้หมายอยู่ในที่เปิดเผยและสามารถแลเห็นได้ชัดและง่าย เพราะวัตถุประสงค์สำคัญคือการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกส่งหมายทราบว่ามีกระบวนพิจารณาของศาลที่เกี่ยวข้องกับตน

ดังนั้น ในกรณีที่ศาลอนุญาตให้ปิดหมาย การนำหมายไป “ใส่” หรือ “หย่อน” ลงในตู้รับจดหมายจึงไม่อาจถือเป็นการปิดหมายตามคำสั่งศาลได้ และเป็นการส่งหมายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

3. การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและกำหนด ๘ วัน

นอกจากปัญหาความชอบด้วยกฎหมายของการส่งหมายแล้ว คดียังมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗

ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ ๒ ยกข้อต่อสู้ว่า ผู้คัดค้านที่ ๑ ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเกินกำหนดระยะเวลา ๘ วัน

ศาลฎีกาวินิจฉัยในสาระสำคัญว่า เมื่อศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนแล้วเห็นเองว่ามีกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเกิดขึ้น และความผิดระเบียบนั้นทำให้การดำเนินคดีไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม การที่ศาลสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจของศาลเองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง

แม้เรื่องจะเริ่มต้นจากการที่ผู้คัดค้านที่ ๑ ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ก็ไม่เป็นการตัดอำนาจของศาลที่จะใช้อำนาจของตนเองเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้น

ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการส่งหมายที่ไม่ชอบ ให้ดำเนินการส่งหมายใหม่โดยถูกต้อง และดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตามกฎหมายได้ 

หลักกฎหมายในส่วนนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับหลักความยุติธรรมในกระบวนพิจารณา กล่าวคือ เมื่อจุดเริ่มต้นของกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับคู่ความฝ่ายหนึ่งเกิดจากการส่งหมายที่ไม่ชอบ และความผิดระเบียบนั้นทำให้บุคคลดังกล่าวไม่มีโอกาสทราบถึงกระบวนพิจารณา ศาลย่อมสามารถแก้ไขความผิดระเบียบโดยเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ได้รับผลกระทบและให้ดำเนินการใหม่โดยถูกต้อง

4. วิเคราะห์หลักกฎหมายและเจตนารมณ์

หลักสำคัญประการแรกคือ การส่งหมายต้องเป็นไปตามวิธีที่ศาลมีคำสั่ง เมื่อศาลอนุญาตให้ใช้วิธีปิดหมาย เจ้าหน้าที่ผู้ส่งหมายจึงไม่มีอำนาจเปลี่ยนวิธีการดังกล่าวเป็นการนำหมายใส่ตู้รับจดหมาย เพราะลักษณะของการกระทำทั้งสองแตกต่างกันในสาระสำคัญ

การปิดหมายต้องทำให้เอกสารอยู่ในที่เปิดเผย แลเห็นได้ชัดและง่าย ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ผู้ถูกส่งหมายมีโอกาสทราบถึงคำร้องและหมายนัดจากศาล หากนำเอกสารเข้าไปไว้ในตู้รับจดหมาย ย่อมมิใช่ลักษณะของการปิดไว้ในที่เปิดเผยตามความหมายของการปิดหมายที่ศาลฎีกาวางหลักไว้

หลักสำคัญประการที่สองคือ ความผิดพลาดในการส่งหมายอาจมิใช่เพียงข้อบกพร่องทางรูปแบบ หากความผิดพลาดนั้นส่งผลต่อโอกาสของคู่ความในการทราบถึงคดีและเข้ามาใช้สิทธิในกระบวนพิจารณา ความผิดระเบียบดังกล่าวย่อมเกี่ยวข้องโดยตรงกับความยุติธรรมในการดำเนินคดี

หลักสำคัญประการที่สามคือ อำนาจของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง ในการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อศาลไต่สวนแล้วเห็นเองว่ามีกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและทำให้การดำเนินคดีไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลสามารถใช้อำนาจของตนแก้ไขความผิดระเบียบนั้นได้ แม้เรื่องจะเริ่มต้นจากคำร้องของคู่ความก็ตาม

แนวคำวินิจฉัยของศาลฎีกาในคดีนี้จึงเชื่อมโยงหลักสองประการเข้าด้วยกัน คือ ความเคร่งครัดในการปฏิบัติตามคำสั่งเกี่ยวกับการส่งหมาย และอำนาจของศาลในการแก้ไขกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเมื่อความผิดนั้นกระทบต่อความยุติธรรมของกระบวนพิจารณา

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่ามีกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบซึ่งทำให้การดำเนินคดีไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม และใช้อำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่ขั้นตอนการส่งหมายที่ไม่ชอบ ให้ดำเนินการส่งหมายใหม่และดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่

2. ศาลอุทธรณ์

ข้อความที่กำหนดมาไม่ได้ระบุรายละเอียดผลคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไว้ จึงไม่อาจระบุผลคำพิพากษาเพิ่มเติมได้

3. ศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการนำสำเนาคำร้องและหมายนัดไปใส่ตู้รับจดหมายแทนการปิดหมายเป็นการขัดต่อคำสั่งศาล การส่งหมายจึงไม่ชอบ และเมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่ากระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบทำให้การดำเนินคดีไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลย่อมมีอำนาจตามมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง เพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวได้ 

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

การส่งหมายเป็นขั้นตอนสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของคู่ความในการรับทราบและเข้าร่วมกระบวนพิจารณา เมื่อศาลกำหนดวิธีส่งหมายไว้โดยเฉพาะ เจ้าหน้าที่ผู้ส่งหมายต้องปฏิบัติตามวิธีนั้นโดยเคร่งครัด การเปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินการจาก “ปิดหมาย” เป็น “ใส่หมายในตู้รับจดหมาย” มิใช่เพียงความแตกต่างในรายละเอียด แต่เป็นการไม่ปฏิบัติตามวิธีที่ศาลมีคำสั่ง

การปิดหมายต้องมีลักษณะเปิดเผย แลเห็นได้ชัดและง่าย เพื่อให้ผู้ถูกส่งหมายมีโอกาสทราบถึงหมายศาล หากวิธีการที่ใช้ไม่เป็นไปตามลักษณะดังกล่าวและขัดต่อคำสั่งศาล การส่งหมายนั้นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อความผิดระเบียบในการส่งหมายส่งผลให้กระบวนพิจารณาไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลย่อมมีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง ที่จะเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่ขั้นตอนการส่งหมาย และให้ดำเนินการใหม่โดยถูกต้อง

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้

ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาว่า เมื่อศาลมีคำสั่งให้ “ปิดหมาย” การที่เจ้าหน้าที่นำหมายไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายแทน จะถือว่าเป็นการส่งหมายโดยชอบหรือไม่ และหากการส่งหมายไม่ชอบจนทำให้กระบวนพิจารณาไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลจะมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวได้หรือไม่

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง ในเรื่องอำนาจของศาลในการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ ๒ ข้อความ

1. ปิดหมาย

เมื่อศาลสั่งให้ปิดหมาย ต้องดำเนินการโดยนำหมายไปปิดไว้ในที่เปิดเผย แลเห็นได้ชัดและง่าย เพื่อให้ผู้ถูกส่งหมายมีโอกาสทราบว่ามีหมายจากศาล การนำหมายใส่ตู้รับจดหมายแทนไม่ถือเป็นการปิดหมายตามคำสั่งศาล

2. เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

เมื่อการส่งหมายไม่ชอบและทำให้การดำเนินคดีไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลมีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและให้ดำเนินการใหม่โดยถูกต้องได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

ศาลสั่งให้ปิดหมาย แต่เจ้าหน้าที่นำหมายใส่ตู้รับจดหมาย ถือว่าส่งหมายถูกต้องหรือไม่

คำตอบ

ไม่ถือว่าเป็นการปิดหมายตามคำสั่งศาล เพราะการปิดหมายต้องนำหมายไปปิดไว้ในที่เปิดเผย แลเห็นได้ชัดและง่าย เพื่อให้ผู้ถูกส่งหมายมีโอกาสทราบว่ามีหมายจากศาล การนำหมายไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายแทนการปิดหมายจึงเป็นการดำเนินการขัดต่อคำสั่งศาล และถือว่าการส่งหมายนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

2. คำถาม

เหตุใดการใส่หมายในตู้รับจดหมายจึงไม่ถือเป็นการปิดหมาย

คำตอบ

เพราะลักษณะสำคัญของการปิดหมายคือการนำหมายไปปิดไว้ในที่เปิดเผยและแลเห็นได้ชัดและง่าย การนำหมายเข้าไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายจึงแตกต่างจากวิธีการปิดหมายตามคำสั่งศาล และไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการปิดหมายที่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกส่งหมายทราบว่ามีคำร้องหรือหมายนัดจากศาล

3. คำถาม

หากส่งหมายไม่ชอบ สามารถขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาได้หรือไม่

คำตอบ

หากการส่งหมายที่ไม่ชอบก่อให้เกิดกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและทำให้การดำเนินคดีไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลมีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่ขั้นตอนการส่งหมาย แล้วให้ดำเนินการส่งหมายและกระบวนพิจารณาใหม่โดยถูกต้องได้

4. คำถาม

ถ้ามีการยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาเกิน ๘ วัน ศาลยังสามารถเพิกถอนได้หรือไม่

คำตอบ

ในคดีนี้มีการยกข้อต่อสู้ว่าผู้คัดค้านที่ ๑ ยื่นคำร้องเกินกำหนด ๘ วัน แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นเองว่ามีกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและทำให้การดำเนินคดีไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม การเพิกถอนดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจของศาลเองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง แม้เรื่องจะเริ่มจากคำร้องของผู้คัดค้านที่ ๑ ก็ไม่ตัดอำนาจของศาลในการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้น

 ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๓๓๒/๒๕๖๒

ข้อเท็จจริงและปัญหาเรื่องการปิดหมาย

ผู้ร้องยื่นคำแถลงขอให้ศาลอนุญาตให้ส่งสำเนาคำร้องและหมายนัดไต่สวนแก่ผู้คัดค้านที่ ๑ โดยวิธี ปิดหมาย และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามขอ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ผู้ส่งหมายมิได้ดำเนินการโดยวิธีปิดหมายตามคำสั่งศาล แต่กลับนำสำเนาคำร้องและหมายนัดไต่สวนไป ใส่ไว้ในตู้รับจดหมายบริเวณชั้นล่างของอาคาร ทั้งที่ห้องพักของผู้คัดค้านที่ ๑ อยู่บริเวณชั้นที่ ๕ ของอาคาร

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่ว่าบ้านเลขที่ดังกล่าวจะเป็นภูมิลำเนาของผู้คัดค้านที่ ๑ หรือไม่ก็ตาม การ “ปิดหมาย” มีความหมายในตัวว่าต้องนำหมายไปปิดไว้ในที่เปิดเผย แลเห็นได้ชัดและง่าย เพื่อให้ผู้ถูกส่งหมายมีโอกาสทราบว่ามีคำร้องและหมายนัดจากศาล

การที่เจ้าหน้าที่นำสำเนาคำร้องและหมายนัดไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายแทนการปิดหมายตามที่ศาลมีคำสั่ง จึงเป็นการดำเนินการ ขัดต่อคำสั่งศาล และถือว่าการส่งสำเนาคำร้องและหมายนัดแก่ผู้คัดค้านที่ ๑ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พฤติการณ์เกี่ยวกับการส่งหมาย

ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่า บิดาของผู้ร้องเป็นพี่ชายของมารดาผู้คัดค้านที่ ๑ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ ๑ มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกัน

ศาลฎีกาจึงพิจารณาประกอบพฤติการณ์ดังกล่าวว่า ข้ออ้างของผู้ร้องที่ว่าไม่ทราบที่อยู่ที่แท้จริงของผู้คัดค้านที่ ๑ และนำที่อยู่ตามทะเบียนราษฎรมาใช้ในการส่งหมายนั้นไม่มีเหตุผลอันสมควร และมีพฤติการณ์ในลักษณะมุ่งมิให้ผู้คัดค้านที่ ๑ ทราบเรื่องและเข้ามาคัดค้านในคดี

ประเด็นการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๗

ผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ ๒ ยกข้อต่อสู้ว่า ผู้คัดค้านที่ ๑ ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เกินกำหนดระยะเวลา ๘ วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗

ศาลฎีกาวินิจฉัยในสาระสำคัญว่า เมื่อศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนแล้วเห็นเองว่า มีกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเกิดขึ้น และความผิดระเบียบนั้นทำให้การดำเนินคดีไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม การที่ศาลสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าวย่อมเป็น การใช้อำนาจของศาลเองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง

ดังนั้น แม้เรื่องจะเริ่มต้นขึ้นจากการที่ผู้คัดค้านที่ ๑ ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ก็ไม่เป็นการตัดอำนาจของศาลที่จะใช้อำนาจของตนเองเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าว

ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณา ตั้งแต่ขั้นตอนการส่งหมายที่ไม่ชอบ และให้ดำเนินการส่งหมายใหม่โดยถูกต้อง ตลอดจนดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตามกฎหมาย

หลักกฎหมายสำคัญจากคำพิพากษา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๓๓๒/๒๕๖๒ วางหลักสำคัญเกี่ยวกับการส่งหมายและการเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบไว้ ๒ ประการ คือ

๑. การปิดหมายต้องดำเนินการตามวิธีที่ศาลสั่ง

เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ “ปิดหมาย” เจ้าหน้าที่ผู้ส่งหมายต้องนำหมายไปปิดไว้ในที่เปิดเผย แลเห็นได้ชัดและง่าย เพื่อให้ผู้ถูกส่งหมายมีโอกาสทราบว่ามีหมายจากศาล การนำหมายไป ใส่หรือหย่อนลงในตู้รับจดหมาย มิใช่การปิดหมายตามคำสั่งศาล และถือเป็นการส่งหมายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

๒. ศาลมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

หากการส่งหมายที่ไม่ชอบทำให้คู่ความไม่มีโอกาสทราบถึงกระบวนพิจารณาและส่งผลให้การดำเนินคดีไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลสามารถใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตั้งแต่ขั้นตอนการส่งหมาย และให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่โดยชอบได้

สรุป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๓๓๒/๒๕๖๒ จึงวางหลักไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อศาลสั่งให้ปิดหมาย การที่เจ้าหน้าที่ผู้ส่งหมายนำหมายไปใส่ไว้ในตู้รับจดหมายแทนการปิดหมาย ย่อมไม่เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งศาล และการส่งหมายนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

หากการส่งหมายดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้ถูกส่งหมายไม่ทราบถึงคดีหรือไม่มีโอกาสเข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณา ศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ และให้ดำเนินการส่งหมายรวมทั้งกระบวนพิจารณาที่เกี่ยวข้องใหม่โดยถูกต้องได้

หลักที่นำไปใช้อ้างอิงได้โดยตรง:

“ศาลสั่งให้ปิดหมาย แต่เจ้าหน้าที่นำหมายไปใส่ในตู้รับจดหมาย ไม่ถือเป็นการปิดหมายตามคำสั่งศาล การส่งหมายดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

ปิดหมาย, ส่งหมายศาล, ใส่ตู้รับจดหมาย  ศาลสั่งให้ปิดหมาย, เจ้าหน้าที่นำหมายใส่ตู้รับจดหมาย  เมื่อศาลอนุญาตให้ปิดหมาย แต่เจ้าหน้าที่กลับนำหมายใส่ตู้รับจดหมายแทน การส่งหมายมีผลตามกฎหมายหรือไม่ และศาลมีอำนาจเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบแล้วดำเนินการใหม่ได้เพียงใด 




เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความแพ่ง

ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์โดยไม่รับรองให้อุทธรณ์ก่อนมีผลอย่างไร ศาลอุทธรณ์ต้องยกอุทธรณ์หรือเพิกถอนคำสั่งเพื่อให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่
การยึดทรัพย์ซ้ำทำได้หรือไม่ และเจ้าหนี้ต้องชำระค่าธรรมเนียมถอนการยึดหรือไม่ หลักกฎหมายการบังคับคดีและผลของกฎหมายใหม่ที่ศาลฎีกาวางหลักไว้
ผู้เรียงคำคู่ความที่ไม่ใช่ทนายความมีผลอย่างไรต่อฎีกา ศึกษาหลักการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ชอบและอำนาจศาลในการรับหรือไม่รับฎีกา
ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้หรือไม่ หากได้ฟ้องคดีสิทธิในทรัพย์เดียวกันไว้ก่อนแล้ว คำร้องสอดจะกลายเป็นฟ้องซ้อนตามกฎหมายหรือไม่
ศาลส่งหมายโดยประกาศหนังสือพิมพ์แทนได้หรือไม่ หากทายาทผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้รับโอกาสคัดค้านคดีครอบครองปรปักษ์
ฟ้องซ้ำไม่ได้จริงหรือ เมื่อศาลเคยวินิจฉัยแล้ว ประเด็นเดิมในคดีใหม่ยังยกขึ้นสู้ได้หรือไม่
การยื่นคำร้องขัดทรัพย์ซ้ำหลังศาลวินิจฉัยแล้วทำได้หรือไม่ หลักผูกพันคำพิพากษาและฟ้องซ้ำในคดีบังคับคดีที่ดิน
ทนายความถอนตัวแล้วศาลไม่แจ้งคู่ความ กระบวนพิจารณาไม่ชอบหรือไม่ สิทธิในการต่อสู้คดีและผลของคำพิพากษาเป็นอย่างไร
ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมยื่นคำร้องใหม่ได้หรือไม่ หากคดีเดิมถึงที่สุดแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องคำร้องซ้ำและมาตรา 7 (4)
เพิกถอนกระบวนพิจารณาได้หรือไม่ หากศาลไม่ส่งสำเนาคำร้องในคดีไม่มีข้อพิพาท วิเคราะห์คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกและสิทธิผู้มีส่วนได้เสีย
ฟ้องซ้อนในคดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์สินและการยักยอก: หลักกรรมเดียวกันและอำนาจศาลฎีกา
สิทธิผู้ร้องสอดในคดีหย่า เมื่อคำพิพากษาถูกเพิกถอนจากการพิจารณาคดีใหม่
หลักอำนาจลงโทษละเมิดอำนาจศาลและสิทธิอุทธรณ์ของผู้เสียหาย
เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อศาลวินิจฉัยนอกประเด็นคำฟ้องในคดีผู้บริโภค(ฎีกา 4819/2566)
ขอพิจารณาคดีใหม่ คืออะไร? เงื่อนไข ระยะเวลา และสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาล
การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบจากการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยโดยมิชอบ(ฎีกาที่ 122/2567)
รับสารภาพแล้วกลับคำได้ไหม? ยักยอกทรัพย์-ไม่รออาญา ศาลดูอะไรบ้าง และยื่นคำร้องช้าเสียสิทธิหรือไม่
รับสารภาพแล้วกลับคำได้ไหม? ใช้รายงานคุมประพฤติสู้คดีได้หรือไม่ ศาลไม่รอการลงโทษในคดีฉ้อโกงออนไลน์เพราะเหตุใด
คดีเพลิงไหม้ ละเมิด & ข้อสันนิษฐาน 84/1,คดีเพลิงไหม้, ลานจอดรถ, ละเมิด, (ฎีกา 2008/2567)
คดีหย่า & ฟ้องซ้อนตามกฎหมาย, การฟ้องหย่าซ้ำเหตุเดียวกัน
ขอบเขตอุทธรณ์เมื่อจำเลยขาดยื่นคำให้การ และอัตราดอกเบี้ยผิดนัดใหม่ (ฎีกา 5222/2567)
(ฎีกา 181/2568) สิทธิรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น
(ฎีกา 1001/2568) แจ้งวันนัดผิดขั้นตอน & สิทธิอุทธรณ์
(ฎีกา 1932/2568) ยกเว้นค่าธรรมเนียมคดีผู้บริโภค & อุทธรณ์
การขัดกันของคำพิพากษาศาลฎีกาและอำนาจร้องในคดีแพ่ง(ฎีกาที่ 3196/2567)
(ฎีกาที่ 3670/2567) การขยายระยะเวลาอุทธรณ์เพื่อความเป็นธรรม และอำนาจทั่วไปของศาล
(ฎีกาที่ 3737/2567) ประเด็นค่าฤชาธรรมเนียมในคดีผู้บริโภคและเงื่อนไขการอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011/2567 เรื่องการท้าพิสูจน์ลายมือชื่อในคดีสัญญากู้เงิน-(คำท้า)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567: คดีพิพาทที่ดินกับกรมทางหลวงและการรับฟังพยานหลักฐานโดยศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2567: ข้อบกพร่องในการวินิจฉัยประเด็นฟ้องแย้งและอำนาจของศาลฎีกาในการยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4637/2567: กระบวนพิจารณาไม่ชอบเพราะไม่แจ้งวันนัดสืบพยานให้คู่ความที่ขาดนัดยื่นคำให้การ
การฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง: หลักเกณฑ์ ข้อยกเว้น และตัวอย่างจากคำพิพากษาศาลฎีกา
ฎีกาที่ 5059/2567: สิทธิจำเลยยกปัญหากระบวนพิจารณาผิดระเบียบในคดีผู้บริโภค แม้ชนะคดีชั้นต้น
ข้อพิพาทสัญญากู้ยืมเงิน การแก้ไขจำนวนเงินกู้ และข้อห้ามการนำสืบพยานบุคคลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94(ฎีกาที่ 6656/2567)
การเพิกถอนกระบวนพิจารณาคดียาเสพติด: ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์ในคำพิพากษาที่ 817/2568
โจทก์ร่วมไม่จำต้องจัดทำคำให้การใหม่เพื่อแก้คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลย
ข้อพิพาทการบังคับคดีที่ดินครอบครองปรปักษ์
การเข้ารับมรดกความกรณีคดีถึงที่สุดแล้วได้หรือไม่และเป็นการขัดต่อ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 42 หรือไม่
ใครบ้างมีคุณสมบัติเป็นบุคคลที่จะเข้าแทนที่คู่ความผู้มรณะได้, ศาลฎีกาวินิจฉัยคู่ความผู้มรณะ
คำสั่งคดีมีมูลเป็นที่สุดห้ามอุทธรณ์, การเพิกถอนกระบวนพิจารณาผิดระเบียบ, สิทธิในการขอพิจารณาใหม่
คดีก่อนคู่ความตกลงท้ากันเป็นข้อแพ้ชนะคดี, ฟ้องซ้ำในคดีแพ่ง, สิทธิขับไล่จากที่ดินกรรมสิทธิ์รวม,
ฟ้องแย้งในคดีแพ่ง, การผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน, การเรียกเงินมัดจำคืนตามสัญญา
คดีบุกรุกที่ดิน น.ส.3 ข. & การสละประเด็นข้อพิพาท (ฎีกา 1201/2567)
สัญญาประนีประนอมยอมความตกลงยุติคดี-ฟ้องซ้ำ
พิพากษาที่เกินคำขอและขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 1548 อันเป็นการไม่ชอบ
ฟ้องแย้งของจำเลยแตกต่างกันกับคำฟ้องเดิม
ค่าสินไหมทดแทนที่จำนวนเงินไม่แน่นอนต้องนำสืบพยาน
ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์
ฟ้องปลูกสร้างผิดต่อข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร
สิทธิของเจ้าของรวมในการแบ่งที่ดิน หากแบ่งไม่ได้ต้องขายทอดตลาดหรือชดใช้เงินอย่างไร พร้อมหลักห้ามพิพากษาเกินคำขอ
คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์มีทุนทรัพย์
รับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนกฎหมาย
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
หน้าที่ในการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
เพิกถอนคำพิพากษาขาดนัดคดีหย่า กระทบทะเบียนหย่าและสมรสใหม่เป็นโมฆะ
วันนัดชี้สองสถาน
ห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
คำร้องสอด
การส่งคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิในฐานะผู้รับจำนอง -ขอรับชำระหนี้ได้ก่อนเจ้าหนี้อื่น
การบรรยายคำฟ้องที่มิได้ระบุวัน เวลาที่แน่ชัดว่าเป็นวันที่เท่าใด ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
ยื่นฟ้องคดีอันไม่มีข้อพิพาทแต่ได้มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องในคดี
ส่งสำเนาคำฟ้องให้จำเลยไม่ครบหน้าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
การยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด 1 เดือน
ฟ้องขับไล่- แสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลา 8 วัน
เพิกถอนการขายทอดตลาดหากเป็นประวิงให้ชักช้าต้องรับผิดชดค่าสินไหมทดแทน
ผู้สวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพิกถอนการขายทอดตลาด
ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น-ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
ในคดีเดิมเป็นเพียงคู่ความตกลงยุติคดีไม่ดำเนินการต่อเท่านั้นไม่เป็นฟ้องซ้ำ
การยื่นและการส่งคำคู่ความในคดีฟอกเงิน
ให้คู่ความฝ่ายที่แพ้คดีต้องชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียม-ฟ้องให้รับเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ค่าอุปการะเลี้ยงดูต้องคำนวณอย่างไร และค่าใช้จ่ายในการตรวจดีเอ็นเอใครเป็นผู้รับผิดตามกฎหมาย
ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่แบ่งแยกเป็นส่วนแต่ละคน
เจ้าหนี้ผู้รับจำนองขอรับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดที่ดิน
การมีอยู่ขององค์กรสาธารณประโยชน์ที่ได้รับรองแล้ว
กระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษา-ฟ้องซ้ำ
ยื่นคำร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อเป็นคู่ความฝ่ายที่สามในคดีอาญา
อายัดเงินปันผลของหุ้นได้แม้จะพ้นระยะเวลา 10 ปีแล้ว
เจ้าหนี้บุริมสิทธิ มิได้ร้องขอให้บังคับคดีภายในสิบปี
คำสั่งเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง นอกฟ้องนอกประเด็น
สิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนของผู้รับจำนอง
ฟ้องซ้ำ คดีถึงที่สุดห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก
โจทก์และจำเลยต่างมีสภาพเป็น"เจ้าหนี้" และ "ลูกหนี้" ตามคำพิพากษา
จำเลยไม่ใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกคำบังคับ
ไม่เกินห้าหมื่นบาทห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
การร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดต้องอ้างว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของทรัพย์
เงื่อนเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดให้สันนิษฐานว่าเพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายลูกหนี้
นำใบแต่งทนายความซึ่งปลอมลายมือชื่อไปทำสัญญายอม
อำนาจว่าความหรือดำเนินกระบวนพิจารณาของทนายความในศาล
ฟ้องเคลือบคลุม, สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข, วางประจำไว้หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ
ค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน
ผู้ร้องสอดต้องมีส่วนได้เสียกับคู่ความเดิมถือเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม-ผู้ร้องสอดอ้างครอบครองปรปักษ์เข้าคดีขับไล่ได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยอย่างไรเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียและสิทธิเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม
แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยเป็นข้อยกเว้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 180
การยื่นเอกสารใหม่ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาโดยไม่มีเหตุขัดข้อง ศาลรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ และศาลมีอำนาจงดสืบพยานเพียงใด
จำเลยฟ้องแย้ง-โจทก์ทิ้งฟ้อง ไม่มีผลให้ฟ้องแย้งตกไป
อำนาจปกครองบุตร-มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลใด?
ดุลพินิจสั่งค่าฤชาธรรมเนียมคำนึงความสุจริตของคู่ความ