ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




สิทธิผู้รับจำนองขอชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น, สิทธิบุริมสิทธิ, (ฎีกา 853/2567)

คำพิพากษาศาลฎีกา 853/2567, สิทธิผู้รับจำนองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 (1), การใช้สิทธิคุ้มครองทรัพยสิทธิผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี, การตีความมาตรา 322 เปรียบเทียบมาตรา 324, สิทธิของเจ้าหนี้จำนองเมื่อที่ดินถูกยึดบังคับคดี, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาว่าด้วยสิทธิบุริมสิทธิในทรัพย์จำนอง, ประเด็นการรับโอนสิทธิเรียกร้องของสถาบันการเงิน, การบังคับคดีโดยไม่กระทบทรัพยสิทธิของบุคคลอื่น, คดีเจ้าหนี้ผู้บริโภคกับสิทธิผู้รับจำนอง

   ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิของผู้รับจำนองซึ่งรับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากสถาบันการเงิน ว่าสามารถยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นได้หรือไม่ เมื่อทรัพย์สินซึ่งเป็นที่ดินจำนองถูกยึดเพื่อบังคับคดี โดยศาลฎีกาวินิจฉัยถึงความแตกต่างระหว่างการคุ้มครองสิทธิบุคคลภายนอกตามมาตรา 322 และสิทธิของผู้รับจำนองซึ่งมีสิทธิตามมาตรา 324 (1) ที่กฎหมายรับรองโดยตรง พร้อมทั้งพิเคราะห์ว่า แม้ผู้ร้องจะมีฐานะเป็นจำเลยในคดี ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์แห่งทรัพย์จำนองของตนได้

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ในฐานะผู้รับจำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น โดยเห็นว่าผู้ร้องเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากธนาคารซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำนองเดิม จึงมีสิทธิบังคับชำระหนี้จากราคาทรัพย์จำนองตามกฎหมาย

2. ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องโดยเห็นว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นในคดีนี้

3. ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เห็นว่าผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 324 (1) แม้จะเป็นจำเลยในคดี และให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นอุทธรณ์ที่ยังมิได้วินิจฉัยใหม่ตามลำดับชั้นของกฎหมาย

สรุปข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้เริ่มจากการที่โจทก์ทั้งยี่สิบสองฟ้องจำเลยทั้งสิบสี่ให้ร่วมกันชำระเงินตามสัญญา ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ 1 ที่ 11 ถึงที่ 14 ชำระหนี้พร้อมตกลงนำที่ดินรวม 95 แปลงไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดถือว่าผิดนัดทั้งหมดและให้โจทก์สามารถบังคับคดีได้ทันที

เมื่อมีการยึดที่ดิน 69 แปลงของจำเลยที่ 14 ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำนองเดิม ได้ยื่นคำร้องว่าตนมีสิทธิในฐานะผู้รับจำนองตามที่ได้จดทะเบียนมาชอบที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น โดยมีหนี้คงค้างจำนวนมากเกินกว่าสองพันหกร้อยล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี

ฝ่ายผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านโดยให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น แต่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับให้ยกคำร้อง ผู้ร้องฎีกา และศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัย “สิทธิของผู้รับจำนอง” ในการยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 (1) และการแยกขอบเขตของสิทธิบุคคลภายนอกตามมาตรา 322 ซึ่งเป็นบทบัญญัติคนละลักษณะกัน โดยศาลฎีกายืนยันว่า สิทธิผู้รับจำนองเป็นทรัพยสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองโดยตรง แม้ผู้ร้องจะเป็นจำเลยในคดี ก็ไม่ถูกตัดสิทธิในการยื่นคำร้องเพื่อรับชำระหนี้จากราคาทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 (1), มาตรา 322 และบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิของบุคคลภายนอกและผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ที่ถูกบังคับคดี

key words ที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. ผู้รับจำนอง 

   สิทธิของผู้รับจำนองเป็นทรัพยสิทธิที่กฎหมายรับรองให้ได้รับชำระหนี้จากราคาทรัพย์ที่จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น เป็นจุดตั้งต้นของการวินิจฉัยในคดีนี้

2. มาตรา 324 (1)

   บทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ผู้รับจำนองในการยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นเมื่อมีการขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง โดยไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นบุคคลภายนอก

3. มาตรา 322

   บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิของบุคคลภายนอกที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับคดี ซึ่งต่างจากมาตรา 324 โดยสิ้นเชิง ศาลใช้เพื่อเปรียบเทียบและแสดงความแตกต่างในวัตถุประสงค์และขอบเขตของกฎหมาย

4. การรับโอนสิทธิเรียกร้อง 

   เมื่อเจ้าหนี้เดิมมีสิทธิผู้รับจำนอง ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องย่อมได้รับสิทธิในฐานะผู้รับจำนองครบถ้วนด้วย ส่งผลให้ผู้ร้องมีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจนในการยื่นคำร้อง

5. สิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น 

   หัวใจของคดีคือการวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิบุริมสิทธิในการรับชำระหนี้จากราคาทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น เนื่องจากทรัพยสิทธิในจำนองเป็นสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองอย่างเข้มแข็งและไม่ถูกจำกัดเพียงบุคคลภายนอก

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นสำคัญคือ ผู้ร้องในฐานะจำเลยที่ 13 ซึ่งเป็นผู้รับจำนองโดยการรับโอนสิทธิเรียกร้องจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย มีสิทธิยื่นคำร้องขอชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นตามมาตรา 324 (1) หรือไม่

ศาลฎีกาอธิบายว่า มาตรา 324 (1) เปิดโอกาสให้บุคคลผู้มีสิทธิจะได้รับชำระหนี้ในฐานะผู้รับจำนอง สามารถยื่นคำร้องให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองมาชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นได้ โดยบทบัญญัติไม่ได้จำกัดว่าบุคคลผู้ใช้สิทธิต้องเป็นบุคคลภายนอก ต่างจากมาตรา 322 ซึ่งใช้คุ้มครองสิทธิบุคคลภายนอกที่ถูกกระทบจากการบังคับคดี

เมื่อธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยมีสิทธิในฐานะผู้รับจำนอง ผู้ร้องซึ่งรับโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมด ย่อมได้รับสิทธิในฐานะผู้รับจำนองโดยผลแห่งกฎหมายเช่นเดียวกัน และเป็นทรัพยสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองโดยตรง แม้ผู้ร้องจะเป็นจำเลยในคดี ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการยื่นคำร้องเพื่อคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย

ศาลฎีกาจึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และส่งกลับให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นที่ยังมิได้วินิจฉัยตามลำดับชั้นของกฎหมาย

วิเคราะห์ประเด็นทางกฎหมาย

ประเด็นสำคัญในคดีนี้อยู่ที่การตีความ มาตรา 324 (1) ว่าผู้รับจำนองสามารถขอรับชำระหนี้จากราคาทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นได้หรือไม่ แม้จะไม่มีสถานะเป็น “บุคคลภายนอก” ในคดี

โดยสาระสำคัญ มาตรา 324 (1) มิได้กำหนดเงื่อนไขว่าผู้ใช้สิทธิต้องเป็นบุคคลภายนอก แต่ใช้คำกว้างว่า “บุคคลใดที่มีสิทธิจะได้รับชำระหนี้ในกรณีเป็นผู้รับจำนอง” ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีทรัพยสิทธิที่กฎหมายรับรองไว้ ไม่ว่ามีสถานะเป็นคู่ความในคดีเดิมหรือไม่

ตรงกันข้าม มาตรา 322 เป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิบุคคลภายนอกเพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งจากการบังคับคดี จึงมีวัตถุประสงค์และขอบเขตต่างจากมาตรา 324 โดยสิ้นเชิง

ศาลฎีกาจึงวางหลักว่า

1. ผู้รับจำนองมีสิทธิบุริมสิทธิในทรัพย์ตามกฎหมาย

2. ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องย่อมได้รับสิทธิผู้รับจำนองครบถ้วน

3. สถานะเป็นจำเลยในคดีไม่ตัดสิทธิในการยื่นคำร้องตามมาตรา 324

4. การชำระหนี้แก่ผู้รับจำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น ไม่กระทบสิทธิของโจทก์ เพราะยังสามารถขอบังคับคดีต่อยอดเงินที่เหลือตามกฎหมายได้

หลักนี้เป็นแนววินิจฉัยสำคัญที่ยืนยันสถานะคุ้มครองสิทธิผู้รับจำนองในการบังคับคดี

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คำพิพากษาฎีกานี้ตอกย้ำว่า สิทธิผู้รับจำนองเป็นทรัพยสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองอย่างเข้มแข็ง และสามารถใช้สิทธิตามมาตรา 324 (1) ได้โดยไม่จำกัดเพียงบุคคลภายนอก แม้ผู้ใช้สิทธิมีฐานะเป็นคู่ความหรือจำเลยในคดี ก็มีสิทธิยื่นคำร้องเพื่อขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองความมั่นคงแห่งระบบจำนองและหลักการบุริมสิทธิทางแพ่งอันเป็นโครงสร้างสำคัญของการทำธุรกรรมทางการเงิน

IRAC 

Issue

ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องและเป็นจำเลยที่ 13 จะสามารถอาศัยอำนาจแห่งจำนองตามมาตรา 324 (1) เพื่อยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นจากที่ดิน 69 แปลงที่ถูกยึดบังคับคดีได้หรือไม่

Rule

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 (1) บัญญัติให้ผู้รับจำนองสามารถขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำเงินจากการขายทรัพย์จำนองมาชำระหนี้แก่ตนก่อนเจ้าหนี้อื่น โดยบทบัญญัติมิได้กำหนดว่าผู้ใช้สิทธิต้องเป็นบุคคลภายนอก ขณะที่มาตรา 322 ใช้คุ้มครองบุคคลภายนอกที่ทรัพยสิทธิอาจถูกกระทบจากการบังคับคดี

Application

จากข้อเท็จจริง ผู้ร้องรับโอนสิทธิเรียกร้องจากธนาคารฯ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองที่ดินทั้ง 69 แปลง การโอนสิทธิเรียกร้องทำให้ผู้ร้องมีสถานะเป็นผู้รับจำนองโดยผลของกฎหมาย และเป็นผู้มีทรัพยสิทธิที่ได้รับการคุ้มครอง แม้ผู้ร้องจะเป็นจำเลยในคดี แต่สิทธิในฐานะผู้รับจำนองไม่ได้ถูกจำกัดโดยบทบัญญัติกฎหมายแต่อย่างใด อีกทั้งการให้สิทธิผู้ร้องได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นไม่กระทบสิทธิของโจทก์ เพราะยังสามารถบังคับคดีต่อเงินที่เหลือตามกฎหมายได้

Conclusion

ผู้ร้องมีสิทธิอาศัยอำนาจแห่งจำนองตามมาตรา 324 (1) ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นที่ตกค้างต่อไปตามลำดับชั้นของกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2567

จำเลยที่ 14 ผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง 69 แปลง ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดในคดีนี้ นำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 12 ต่อธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เมื่อผู้ร้องได้รับโอนสิทธิเรียกร้องทั้งปวงที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยมีต่อจำเลยที่ 12 ผู้ร้องย่อมรับโอนสิทธิเรียกร้องในฐานะผู้รับจำนองทรัพย์ดังกล่าวด้วย และสิทธิในฐานะผู้รับจำนองดังกล่าวของผู้ร้องย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 324 (1) โดยบทบัญญัติดังกล่าวมิได้มีข้อจำกัดว่าบุคคลนั้นจะต้องเป็นบุคคลภายนอกเหมือนเช่นมาตรา 322 แม้ผู้ร้องจะมีฐานะเป็นจำเลยที่ 13 ในคดี ก็ไม่ต้องห้ามที่จะยื่นคำร้องขอให้คุ้มครองสิทธิของตนในฐานะผู้รับจำนองได้ และการที่อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินทั้ง 69 แปลง ก่อนเจ้าหนี้อื่นก็หาได้กระทบต่อสิทธิของโจทก์ในอันที่จะบังคับคดีแก่เงินจำนวนดังกล่าวในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องแต่อย่างใด เพราะโจทก์ยังสามารถร้องขอให้บังคับคดีแก่เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดนั้นได้ตามกฎหมายอยู่แล้ว

คดีสืบเนื่องจาก โจทก์ทั้งยี่สิบสองฟ้องจำเลยทั้งสิบสี่ให้ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย ระหว่างพิจารณาโจทก์ทั้งยี่สิบสองขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 10 ศาลชั้นต้นอนุญาต และให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 10 จากสารบบความ วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 11 ถึงที่ 14 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินให้โจทก์แต่ละคน และจำเลยที่ 11 ที่ 12 และที่ 14 ตกลงนำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 95 แปลง จดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ตามคำพิพากษาภายใน 3 เดือน นับแต่วันทำสัญญา หากจำเลยที่ 1 ที่ 11 ถึงที่ 14 ไม่ไปจดทะเบียนจำนองภายในกำหนดถือว่าผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด ยินยอมให้โจทก์ทั้งยี่สิบสองบังคับคดีได้ทันที หากผิดนัดข้อใดข้อหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์ทั้งยี่สิบสองบังคับคดีตามคำขอท้ายฟ้อง และให้บังคับจำนองที่ดินที่ได้จดทะเบียนจำนอง (หากมีการจดทะเบียน) ออกขายทอดตลาดได้ทันที หากขายทอดตลาดแล้วยังคงเหลือหนี้ค้างชำระ ให้บังคับคดียึด อายัดทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยที่ 1 ที่ 11 ถึงที่ 14 ออกขายทอดตลาดจนกว่าโจทก์ทั้งยี่สิบสองจะได้รับชำระเงินครบถ้วน

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้จำนองที่ดินทั้ง 69 แปลง ของจำเลยที่ 14 ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าสวมสิทธิในคดีฟื้นฟูกิจการแทนเจ้าหนี้เดิม ยังไม่ได้รับชำระหนี้ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 12 เลย เมื่อโจทก์ทั้งยี่สิบสองนำยึดที่ดิน 69 แปลง ของจำเลยที่ 14 ผู้ร้องในฐานะผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยเจ้าหนี้เดิม ย่อมมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นโดยอาศัยอำนาจแห่งจำนองเป็นเงิน 2,649,763,655.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 843,643,383.26 บาท นับถัดจากวันที่ยื่นคำร้องจนถึงวันที่ผู้ร้องได้รับชำระครบถ้วน

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องซึ่งมีฐานะเป็นจำเลยที่ 13 ในคดีนี้ จะอาศัยอำนาจแห่งการจำนองในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองทรัพย์สินของจำเลยที่ 14 ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นได้หรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องรับโอนสิทธิเรียกร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองที่มีต่อจำเลยที่ 12 และที่ 14 มาจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เมื่อที่ดินของจำเลยที่ 14 จำนวน 69 แปลง ถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ในคดีนี้ และผู้ร้องยังมิได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ 12 ครบถ้วน ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองจึงยื่นขอรับชำระหนี้โดยอาศัยอำนาจแห่งจำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 (1) ซึ่งไม่มีข้อจำกัดสิทธิว่าต้องเป็นบุคคลภายนอก มิใช่ยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 322 เห็นว่า ในการบังคับคดี ถ้าจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีมิได้ปฏิบัติตามคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทั้งหมดหรือบางส่วน โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้มีการบังคับคดีโดยวิธียึดทรัพย์สิน อายัดสิทธิเรียกร้องหรือบังคับคดีโดยวิธีอื่น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 4 ลักษณะ 2 การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง แต่การบังคับคดีดังกล่าวต้องไม่กระทบกระทั่งถึงทรัพยสิทธิ บุริมสิทธิ สิทธิยึดหน่วง หรือสิทธิอื่นของบุคคลภายนอกหรือบุคคลใดที่มีอยู่เหนือสิทธินั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 4 ลักษณะ 2 หมวด 2 ส่วนที่ 6 สิทธิของบุคคลภายนอกและผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถูกบังคับคดี ได้ความว่า จำเลยที่ 14 ผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง 69 แปลง ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดในคดีนี้ นำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 12 ต่อธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยในวันที่ 15 กรกฎาคม 2547 และวันที่ 16 กันยายน 2548 จำนวน 65 แปลง และ 4 แปลง ตามลำดับ ต่อมาวันที่ 15 ธันวาคม 2558 ผู้ร้องรับโอนสิทธิเรียกร้องของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยที่มีต่อจำเลยที่ 12 ทั้งหมด และมีการจดทะเบียนการโอนสิทธิเรียกร้องต่อเจ้าพนักงานวันที่ 28 มิถุนายน 2559 ดังนี้ เมื่อผู้ร้องได้รับโอนสิทธิเรียกร้องทั้งปวงที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยมีต่อจำเลยที่ 12 หากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยมีสิทธิในฐานะผู้รับจำนองแก่ทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 14 ซึ่งจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 12 อย่างไร ผู้ร้องย่อมรับโอนสิทธิเรียกร้องในฐานะผู้รับจำนองทรัพย์ดังกล่าวด้วย และสิทธิในฐานะผู้รับจำนองดังกล่าวของผู้ร้องย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 (1) ซึ่งบัญญัติให้บุคคลใดที่มีสิทธิจะได้รับชำระหนี้ในกรณีเป็นผู้รับจำนอง บุคคลนั้นอาจยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำเงินที่ได้จากการขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นมาชำระหนี้แก่ตนก่อนเจ้าหนี้อื่นได้ โดยบทบัญญัติดังกล่าวมิได้มีข้อจำกัดว่าบุคคลนั้นจะต้องเป็นบุคคลภายนอก เหมือนเช่นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 322 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิของบุคคลภายนอกที่อาจจะได้รับการกระทบกระทั่งจากการบังคับคดี แตกต่างกับสิทธิของบุคคลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 324 ดังจะเห็นได้ว่าบทบัญญัติมาตรา 322 บัญญัติไว้แต่ต้นว่าเป็นกรณีภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา 324 ซึ่งมีความหมายว่าการบังคับใช้บทบัญญัติมาตรา 322 เป็นกรณีนอกเหนือจากสิทธิที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 324 ผู้ร้องเป็นผู้รับจำนองที่ดิน 69 แปลง อันเป็นสิทธิตามกฎหมายสารบัญญัติที่กฎหมายให้การรับรองคุ้มครอง ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะมีฐานะเป็นจำเลยที่ 13 ในคดี ก็ไม่ต้องห้ามที่จะยื่นคำร้องขอให้คุ้มครองสิทธิของตนในฐานะผู้รับจำนองได้ และการที่อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินทั้ง 69 แปลง ก่อนเจ้าหนี้อื่นก็หาได้กระทบต่อสิทธิของโจทก์ในอันที่จะบังคับคดีแก่เงินจำนวนดังกล่าวในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องแต่อย่างใด เพราะโจทก์ยังสามารถร้องขอให้บังคับคดีแก่เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดนั้นได้ตามกฎหมายอยู่แล้วที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องขอให้คุ้มครองสิทธิของตนในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองได้นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยอาศัยอำนาจแห่งจำนองหรือไม่ เพียงใด ซึ่งศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคยังมิได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปตามลำดับชั้นศาล และภายใต้พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 49 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคเป็นที่สุด จึงเห็นควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยประเด็นดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 ประกอบมาตรา 252 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ยังมิได้วินิจฉัยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

แนวคำถาม - ธงคำตอบ

ข้อ 1

ในกรณีที่จำเลยที่ 14 ได้นำที่ดินจำนวน 69 แปลงไปจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 12 ต่อธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และต่อมาผู้ร้องได้รับโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดจากธนาคารดังกล่าว แล้วเกิดกรณีที่โจทก์ทั้งยี่สิบสองยึดที่ดินทั้ง 69 แปลงเพื่อนำไปขายทอดตลาดเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษา ผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยที่ 13 ในคดีเดิมจะมีสิทธิยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดได้หรือไม่ โดยให้พิจารณาว่าบทบัญญัติมาตรา 324 (1) ให้อำนาจแก่ผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองอย่างไร และสถานะของผู้ร้องในฐานะจำเลยในคดีจะเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธินี้หรือไม่

ธงคำตอบ

ผู้ร้องได้รับโอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้รับจำนองเดิม เมื่อมีการโอนสิทธิเรียกร้อง ผู้ร้องย่อมมีสิทธิในฐานะผู้รับจำนองตามผลแห่งกฎหมาย ตามหลักว่าผู้รับโอนย่อมได้รับสิทธิทั้งหมดที่เจ้าหนี้เดิมมีอยู่ ดังนั้น เมื่อที่ดินจำนองถูกยึดและจะถูกขายทอดตลาด ผู้ร้องย่อมมีสิทธิตามมาตรา 324 (1) ที่จะยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีชำระหนี้ให้ตนก่อนเจ้าหนี้รายอื่น โดยบทบัญญัติดังกล่าวมิได้กำหนดว่าผู้ใช้สิทธิต้องเป็นบุคคลภายนอกเหมือนมาตรา 322 สถานะที่ผู้ร้องเป็นจำเลยในคดีจึงไม่ตัดสิทธิตามกฎหมาย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นได้

ข้อ 2

เมื่อพิจารณาว่าผู้ร้องอาศัยอำนาจตามมาตรา 324 (1) ยื่นคำร้องขอชำระหนี้จากราคาทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยคือ บทบัญญัติของมาตรา 322 ซึ่งเป็นเรื่องสิทธิของบุคคลภายนอกที่ถูกกระทบจากการบังคับคดี จะสามารถนำมาจำกัดสิทธิของผู้ร้องได้หรือไม่ และวัตถุประสงค์ของกฎหมายทั้งสองมาตรานี้แตกต่างกันอย่างไร

ธงคำตอบ

มาตรา 322 เป็นบทบัญญัติที่ให้ความคุ้มครองแก่บุคคลภายนอกที่อาจถูกกระทบสิทธิในทรัพย์สินจากการบังคับคดี เป็นกลไกป้องกันผลกระทบต่อผู้ไม่ได้เป็นคู่ความ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากมาตรา 324 (1) ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ผู้มีบุริมสิทธิ เช่น ผู้รับจำนอง ให้ได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น การตีความมาตรา 322 จึงไม่อาจนำมาจำกัดสิทธิของผู้รับจำนองตามมาตรา 324 ได้ ศาลฎีกาวางหลักว่ามาตรา 322 บังคับใช้เฉพาะกรณีที่บุคคลภายนอกเสียหายจากการบังคับคดี ขณะที่ผู้ร้องเป็นผู้รับสิทธิเรียกร้องที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นผู้มีทรัพยสิทธิในทรัพย์จำนอง จึงต้องได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 324 (1)

ข้อ 3

เมื่อผู้ร้องอ้างสิทธิผู้รับจำนองจากการรับโอนสิทธิเรียกร้องของธนาคารเดิม ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ การโอนสิทธิเรียกร้องนั้นทำให้ผู้ร้องได้รับสิทธิในฐานะผู้รับจำนองโดยสมบูรณ์เพียงใด และการจดทะเบียนโอนสิทธิเรียกร้องต่อเจ้าพนักงานมีผลอย่างไรต่อสถานะของผู้ร้องในการบังคับคดี

ธงคำตอบ

ตามข้อเท็จจริง ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับจำนองที่ดินทั้ง 69 แปลงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาธนาคารได้โอนสิทธิเรียกร้องทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องพร้อมการจดทะเบียนโอนสิทธิต่อเจ้าพนักงาน เมื่อมีการโอนสิทธิเรียกร้อง ผู้ร้องย่อมได้รับสิทธิของเจ้าหนี้เดิมในทุกประการ รวมถึงสิทธิของผู้รับจำนอง การโอนสิทธิจึงทำให้ผู้ร้องมีสถานะเป็นผู้รับจำนองโดยสมบูรณ์และได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 324 (1) การจดทะเบียนโอนสิทธิต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นการทำให้การโอนมีผลผูกพันบุคคลภายนอก ส่งผลให้ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องคุ้มครองทรัพยสิทธิของตนได้โดยสมบูรณ์

ข้อ 4

ในกรณีที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น แต่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคกลับเห็นว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้อง ศาลฎีกาต้องพิจารณาว่า การที่ผู้ร้องเป็นจำเลยที่ 13 ในคดี และมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเดิม จะเป็นเหตุให้ผู้ร้องพ้นจากสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองในฐานะผู้รับจำนองหรือไม่ และเหตุผลตามกฎหมายที่ศาลฎีกานำมาวินิจฉัยมีหลักอย่างไร

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาวางหลักว่า สิทธิผู้รับจำนองเป็นสิทธิที่กฎหมายสารบัญญัติให้การคุ้มครองโดยตรง เป็นทรัพยสิทธิที่ผูกพันทรัพย์ ไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นคู่ความหรือสถานะในคดี การที่ผู้ร้องเป็นจำเลยที่ 13 ไม่ใช่เหตุให้เสียสิทธิในฐานะผู้รับจำนอง เนื่องจากสิทธิของผู้รับจำนองเกิดจากการจดทะเบียนและการรับโอนสิทธิเรียกร้อง ไม่ได้เกิดจากฐานะคู่ความ การใช้สิทธิตามมาตรา 324 (1) เป็นสิทธิที่กฎหมายกำหนดไว้โดยไม่จำกัดเฉพาะบุคคลภายนอก ศาลฎีกาจึงเห็นว่าความเห็นของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบ และต้องส่งคดีกลับเพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์อื่นที่ยังค้างการพิจารณา

ข้อ 5

จากการที่ผู้ร้องสามารถใช้สิทธิดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 324 (1) ประเด็นที่จะต้องพิจารณาต่อคือ การให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นจะกระทบสิทธิของโจทก์ทั้งยี่สิบสองหรือไม่ และหากมีผลกระทบ ศาลฎีกาพิจารณาอย่างไรว่าโจทก์ยังมีช่องทางในการบังคับคดีต่อไปตามกฎหมาย

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาวางหลักว่า การให้ผู้ร้องผู้เป็นผู้รับจำนองได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นเป็นการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์จำนองตามกฎหมายและไม่กระทบสิทธิของโจทก์แต่ประการใด เพราะการบังคับชำระแก่ผู้รับจำนองเป็นไปตามบุริมสิทธิในทรัพย์ที่จำนอง ซึ่งมีผลเหนือสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้อื่น การชำระหนี้แก่ผู้ร้องจึงเพียงทำให้หนี้ที่มีทรัพยสิทธิคุ้มครองได้รับชำระก่อน แต่โจทก์ยังมีสิทธิร้องขอบังคับคดีต่อเงินที่เหลืออยู่ได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย ศาลฎีกาจึงเห็นว่าการคุ้มครองสิทธิผู้รับจำนองไม่เป็นเหตุให้สิทธิของโจทก์ถูกลิดรอน และเป็นการวินิจฉัยให้เป็นไปตามโครงสร้างบุริมสิทธิที่กฎหมายรับรอง

 




จำนอง

การขายทอดตลาดจำนองและดอกเบี้ย,บังคับจำนอง, มาตรา 729/1,(ฎีกา 3881/2568)
ฟ้องบังคับจำนองต้องบอกกล่าว 60 วันห,ป.พ.พ. มาตรา 728, (ฎีกา 2710/2568)
ไถ่ถอนจำนอง & ราคาสมควร, การจำนอง, (ป.พ.พ. ม.738-741)(ฎีกา 3553/2568)
สิทธิผู้รับจำนอง & การคุ้มครองดอกเบี้ยตามกฎหมายฟอกเงิน (ฎีกาที่ 6223/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 425/2566: สิทธิไถ่ถอนจำนองของผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดที่ไม่ใช่ลูกหนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5226/2567: เงื่อนไขการบังคับจำนองต้องบอกกล่าวลูกหนี้ก่อนฟ้อง
การจำนองที่ดินโดยผู้พิทักษ์, ความยินยอมผู้พิทักษ์, เพิกถอนนิติกรรมคนเสมือนไร้ความสามารถ,
สัญญาจำนองใช้เป็นหลักฐานการกู้ยืมได้, บังคับจำนอง, การยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดอยู่
ตัวการซึ่งยังไม่เปิดเผยชื่อรับเอาสัญญาจำนองซึ่งกรรมการทำไว้แทนตน
ขายที่ดิน น.ส. 3 โอนการครอบครองโดยส่งมอบแต่นำไปออกโฉนดที่ดินไม่ชอบ
เจ้าของที่ดินอุทิศที่ดินให้แก่ทางราชการภายหลังจดทะเบียนจำนอง
สัญญากู้และสัญญาจำนองกับธนาคารคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา
สัญญาจำนองให้รับผิดเกินราคาทรัพย์เป็นโมฆะ