ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




เจ้าหนี้จำนองมีสิทธิรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นหรือไม่ เมื่อทรัพย์จำนองถูกยึดขายทอดตลาดและสัญญากำหนดให้การถูกยึดเป็นเหตุผิดนัด

เจ้าหนี้จำนองขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น, ผู้รับจำนองขอรับชำระหนี้จากเงินขายทอดตลาด, ทรัพย์จำนองถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึด, การยึดทรัพย์เป็นเหตุผิดนัดตามสัญญากู้, สิทธิของเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนอง, การขายทอดตลาดทรัพย์ที่ติดจำนอง, การบังคับจำนองเมื่อผู้กู้ผิดนัด, การขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 324, เจ้าหนี้จำนองกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา, การสวมสิทธิเข้าบังคับคดีแทนเจ้าหนี้, ขั้นตอนตามมาตรา 327, การถอนการบังคับคดีของเจ้าหนี้, การยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี, รับชำระหนี้ 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสิทธิของเจ้าหนี้ผู้รับจำนองในการขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ที่ผู้กู้จำนองไว้เป็นหลักประกัน แม้การยึดทรัพย์ดังกล่าวจะมิใช่การกระทำของผู้กู้ที่จะถือเป็นเหตุผิดนัดตามข้อสัญญาข้อ 7.4 แต่สัญญากู้ข้อ 7.6 กำหนดให้กรณีผู้กู้ถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นเหตุผิดนัด เมื่อทรัพย์จำนองถูกยึดออกขายทอดตลาดจึงเป็นการผิดนัดผิดสัญญาตามข้อสัญญาดังกล่าว ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองจึงมีสิทธิขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 (1) (ข) ส่วนการเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปหากเจ้าหนี้ผู้ขอยึดทรัพย์ถอนการบังคับคดี ต้องดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขั้นตอนในมาตรา 327 มิใช่ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เข้าสวมสิทธิโดยตรง

สาระสำคัญที่สุดของคดี

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ที่จำนองไว้แก่ผู้ร้องออกขายทอดตลาด

สัญญากู้กำหนดให้กรณีผู้กู้ถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นเหตุผิดนัด

เมื่อทรัพย์จำนองถูกยึด จึงเป็นการผิดนัดผิดสัญญาตามข้อสัญญาดังกล่าว

ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองจึงมีสิทธิขอรับชำระหนี้จากเงินขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่นตามมาตรา 324 (1) (ข)

ส่วนการเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปเมื่อมีการถอนการบังคับคดี ต้องดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 327

คำถามที่น่าสนใจ

1. ทรัพย์จำนองถูกเจ้าหนี้รายอื่นนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดขายทอดตลาด ถือเป็นเหตุผิดนัดตามสัญญากู้ได้หรือไม่

2. เจ้าหนี้ผู้รับจำนองมีสิทธิขอรับชำระหนี้จากเงินขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่นหรือไม่

3. หากเจ้าหนี้ผู้ขอยึดทรัพย์ถอนการบังคับคดี เจ้าหนี้จำนองต้องดำเนินการต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี

สรุปข้อเท็จจริง

นายธรรมรัตน์และจำเลยร่วมกันทำสัญญากู้เงินจากผู้ร้อง 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2559 ฉบับแรกจำนวน 2,340,000 บาท และฉบับที่สองจำนวน 130,000 บาท ตกลงผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแก่ผู้ร้องเป็นรายเดือน และกำหนดให้ชำระหนี้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2589

เพื่อเป็นหลักประกันในการชำระหนี้ตามสัญญากู้ทั้งสองฉบับ นายธรรมรัตน์และจำเลยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 90193 พร้อมสิ่งปลูกสร้างจดทะเบียนจำนองไว้แก่ผู้ร้อง

ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2561 ศาลชั้นต้นในคดีแพ่งอีกคดีหนึ่งพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 97,103.73 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.5 ต่อปีของต้นเงิน 80,493.42 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คดีถึงที่สุด แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 90193 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด

ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่น และขอให้มีคำสั่งขายทอดตลาดโดยปลอดจำนอง หากโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการหรือสละสิทธิในการบังคับคดี ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิดำเนินการบังคับคดีแทนโจทก์ต่อไป

คำวินิจฉัยและหลักกฎหมาย

ปัญหาสำคัญประการแรกคือ ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนองจะบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์จำนองได้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นหรือไม่

ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองเพื่อขายทอดตลาดเป็นเหตุผิดนัดผิดสัญญาตามสัญญากู้ข้อ 7.4 และข้อ 7.6

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีโดยยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด มิใช่การกระทำของจำเลยหรือนายธรรมรัตน์ อันจะถือว่าเป็นการผิดนัดผิดสัญญาตามข้อ 7.4

อย่างไรก็ตาม สัญญากู้ข้อ 7 ระบุว่า เมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ใดตามที่กำหนดไว้ให้ถือเป็นเหตุผิดนัดผิดสัญญา และข้อ 7.6 ระบุถึงกรณีที่ผู้กู้ถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึดหรืออายัดทรัพย์สินใด ๆ ของผู้กู้

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 90193 พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำนองไว้แก่ผู้ร้องออกขายทอดตลาด จึงถือเป็นกรณีที่นายธรรมรัตน์และจำเลยถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึดทรัพย์สินตามข้อ 7.6 และเป็นการผิดนัดผิดสัญญาตามข้อสัญญาดังกล่าว

เมื่อเกิดเหตุผิดนัดตามข้อสัญญาดังกล่าว ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองจึงมีสิทธิขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 (1) (ข)

ส่วนข้อฎีกาอื่นของผู้ร้องที่กล่าวอ้างว่าจำเลยและนายธรรมรัตน์ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามกำหนดระยะเวลากู้เงินและตามข้อสัญญาต่อท้ายหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกัน ศาลฎีกาเห็นว่าไม่จำต้องวินิจฉัยอีก เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

การสวมสิทธิบังคับคดีตามมาตรา 327

ปัญหาอีกประการหนึ่งคือ หากโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดีหรือถอนการบังคับคดี ผู้ร้องจะขอให้ศาลมีคำสั่งให้เข้าสวมสิทธิบังคับคดีแทนโจทก์ได้หรือไม่

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 327 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า เมื่อมีการถอนการบังคับคดี ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งคำบอกกล่าวถอนการบังคับคดีให้ผู้ยื่นคำร้องขอซึ่งได้รับอนุญาตจากศาลตามมาตรา 324 หรือเจ้าหนี้ผู้ขอเฉลี่ยซึ่งได้รับอนุญาตตามมาตรา 326 ทราบโดยไม่ชักช้า บุคคลดังกล่าวอาจขอเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไป โดยยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันส่งคำบอกกล่าว

มาตรา 327 วรรคสอง กำหนดกรณีมีผู้ยื่นคำร้องหลายคน โดยให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกผู้ยื่นคำร้องทุกคนมาทำความตกลงเลือกบุคคลหนึ่งเป็นผู้ดำเนินการบังคับคดีต่อไป หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์เรื่องจำนวนหนี้และลำดับความเก่าของหนี้ตามที่กฎหมายกำหนด

บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดขั้นตอนการเข้าดำเนินการบังคับคดีแทนเจ้าหนี้ผู้ใช้สิทธิบังคับคดีไว้เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งผู้ร้องต้องดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี แตกต่างจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคแปดเดิม ที่กำหนดให้ศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์ได้

ดังนั้น หากโจทก์ถอนการบังคับคดี ผู้ร้องต้องดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขั้นตอนในมาตรา 327 ศาลฎีกาจึงยกคำขอของผู้ร้องในส่วนที่ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เข้าสวมสิทธิบังคับคดีแทนโจทก์

วิเคราะห์หลักกฎหมายและผลทางกฎหมาย

สาระสำคัญของคดีอยู่ที่การพิจารณาข้อสัญญากู้ประกอบกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แม้การยึดทรัพย์จำนองจะเกิดจากการที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ มิใช่การกระทำของผู้กู้โดยตรง และจึงไม่เข้าข้อสัญญาข้อ 7.4 แต่เมื่อสัญญาข้อ 7.6 กำหนดถึงกรณีที่ผู้กู้ถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้โดยเฉพาะ การยึดทรัพย์จำนองที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหตุผิดนัดตามข้อสัญญาดังกล่าว

ผลของเหตุผิดนัดทำให้ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองสามารถใช้สิทธิขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่นตามมาตรา 324 (1) (ข)

ขณะเดียวกัน ต้องแยกสิทธิขอรับชำระหนี้ก่อนออกจากขั้นตอนการเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไป การได้รับอนุญาตให้รับชำระหนี้ก่อนมิได้ทำให้เจ้าหนี้ผู้รับจำนองเข้าสวมสิทธิบังคับคดีแทนเจ้าหนี้ผู้ยึดทรัพย์โดยอัตโนมัติ หากมีการถอนการบังคับคดี ผู้มีสิทธิต้องดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 327

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

2. ศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

3. ศาลฎีกา

พิพากษากลับ อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 90193 พร้อมสิ่งปลูกสร้างก่อนเจ้าหนี้รายอื่น เนื่องจากการที่ทรัพย์ของผู้กู้ถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึดเข้ากรณีเหตุผิดนัดตามสัญญาข้อ 7.6 ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก รวมถึงคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิบังคับคดี เพราะการเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปต้องดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 327 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

การพิจารณาสิทธิของเจ้าหนี้ผู้รับจำนองในการขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นต้องพิจารณาข้อสัญญาเกี่ยวกับเหตุผิดนัดประกอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากสัญญากำหนดให้การที่ผู้กู้ถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นเหตุผิดนัด เมื่อเกิดการยึดทรัพย์ขึ้นจริงย่อมเข้าข้อสัญญาดังกล่าว แม้การยึดนั้นจะเกิดจากการที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายอื่นเป็นผู้ขอให้ดำเนินการก็ตาม

เมื่อเกิดเหตุผิดนัดตามข้อสัญญา เจ้าหนี้ผู้รับจำนองย่อมสามารถใช้สิทธิตามมาตรา 324 (1) (ข) ขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่นได้ แต่สิทธิดังกล่าวต้องแยกออกจากการเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไป หากเจ้าหนี้ผู้ขอยึดทรัพย์ถอนการบังคับคดี ผู้มีสิทธิต้องดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา 327 ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้

ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิของเจ้าหนี้ผู้รับจำนองในการขอรับชำระหนี้จากเงินขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่น เมื่อทรัพย์จำนองถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึด และสัญญากู้กำหนดให้การถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นเหตุผิดนัด รวมทั้งขั้นตอนการเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปเมื่อเจ้าหนี้ผู้ขอยึดทรัพย์ถอนการบังคับคดี

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ได้แก่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 (1) (ข) และมาตรา 327 วรรคหนึ่งและวรรคสอง

เจ้าหนี้จำนองรับชำระหนี้ก่อน

เมื่อการยึดทรัพย์ทำให้เกิดเหตุผิดนัดตามข้อสัญญา ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองมีสิทธิขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่นตามมาตรา 324 (1) (ข)

สวมสิทธิบังคับคดี

เมื่อเจ้าหนี้ผู้ขอยึดทรัพย์ถอนการบังคับคดี ผู้มีสิทธิเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปต้องปฏิบัติตามมาตรา 327 โดยดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขั้นตอนและภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด มิใช่ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เข้าสวมสิทธิโดยตรง

หมายเหตุวิเคราะห์หลักกฎหมาย

คำพิพากษานี้มีประเด็นสำคัญสองประการ คือ สิทธิของเจ้าหนี้ผู้รับจำนองในการขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น และขั้นตอนการเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปในกรณีที่เจ้าหนี้ผู้ขอยึดทรัพย์ถอนการบังคับคดี

ประเด็นแรก การพิจารณาเหตุผิดนัดต้องพิจารณาตามข้อสัญญาที่คู่สัญญากำหนดไว้ การที่โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดมิใช่การกระทำของจำเลยหรือนายธรรมรัตน์ จึงไม่เป็นเหตุผิดนัดตามข้อ 7.4 แต่สัญญาข้อ 7.6 กำหนดเหตุผิดนัดอีกกรณีหนึ่งไว้โดยเฉพาะ คือ ผู้กู้ถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เมื่อทรัพย์ของผู้กู้ถูกยึดตามข้อเท็จจริง จึงเป็นการผิดนัดผิดสัญญาตามข้อ 7.6

เมื่อเกิดเหตุผิดนัดดังกล่าว ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองจึงมีสิทธิขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่นตามมาตรา 324 (1) (ข) โดยไม่จำต้องวินิจฉัยข้ออ้างอื่นของผู้ร้องเกี่ยวกับการผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามกำหนดและข้อสัญญาต่อท้ายหนังสือสัญญาจำนองอีก เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

ประเด็นที่สอง สิทธิในการขอรับชำระหนี้ก่อนกับสิทธิในการเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปเป็นคนละขั้นตอน แม้ผู้ร้องจะได้รับอนุญาตให้รับชำระหนี้จากเงินขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่น แต่หากเจ้าหนี้ผู้ขอยึดทรัพย์ถอนการบังคับคดี การเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปต้องเป็นไปตามมาตรา 327 ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี

หลักดังกล่าวแตกต่างจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคแปดเดิม ซึ่งกำหนดให้ศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์ได้ ภายใต้บทบัญญัติมาตรา 327 ขั้นตอนดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิต้องดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

คำพิพากษานี้จึงแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสิทธิของเจ้าหนี้ผู้รับจำนองในการได้รับชำระหนี้จากเงินขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่น กับวิธีการเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อจากเจ้าหนี้ผู้ขอยึดทรัพย์ การได้รับอนุญาตตามมาตรา 324 มิได้ทำให้เจ้าหนี้ผู้รับจำนองเข้าสวมสิทธิบังคับคดีได้โดยอัตโนมัติ หากมีการถอนการบังคับคดี ยังต้องดำเนินการตามมาตรา 327 ต่อไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

ทรัพย์ที่จำนองไว้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดขายทอดตลาด ถือว่าผู้กู้ผิดนัดได้หรือไม่

คำตอบ

ถือเป็นเหตุผิดนัดได้หากสัญญากู้กำหนดให้การที่ผู้กู้ถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นเหตุผิดนัด เมื่อมีการยึดทรัพย์เกิดขึ้นจริงย่อมเข้าข้อสัญญาดังกล่าว แม้การยึดทรัพย์จะเกิดจากการที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายอื่นขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการก็ตาม

2. คำถาม

เจ้าหนี้ผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นหรือไม่

คำตอบ

เมื่อเกิดเหตุผิดนัดตามข้อสัญญา ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองมีสิทธิขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 (1) (ข)

3. คำถาม

หากเจ้าหนี้ผู้ขอยึดทรัพย์ถอนการบังคับคดี เจ้าหนี้จำนองขอให้ศาลสั่งให้เข้าสวมสิทธิได้หรือไม่

คำตอบ

การเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 327 เมื่อมีการถอนการบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องส่งคำบอกกล่าวให้บุคคลผู้มีสิทธิตามที่กฎหมายกำหนดทราบ และบุคคลดังกล่าวอาจขอเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปโดยยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันส่งคำบอกกล่าว

4. คำถาม

การได้รับอนุญาตให้รับชำระหนี้ก่อนทำให้เจ้าหนี้จำนองมีสิทธิดำเนินการบังคับคดีแทนเจ้าหนี้เดิมทันทีหรือไม่

คำตอบ

ไม่ทำให้มีสิทธิเข้าดำเนินการบังคับคดีแทนเจ้าหนี้เดิมโดยอัตโนมัติ เพราะสิทธิขอรับชำระหนี้ก่อนตามมาตรา 324 กับขั้นตอนการเข้าดำเนินการบังคับคดีต่อไปตามมาตรา 327 เป็นคนละขั้นตอน หากมีการถอนการบังคับคดี ผู้มีสิทธิต้องดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

 ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3191/2568

ผู้ร้องบรรยายคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่นว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองเพื่อขายทอดตลาด เป็นกรณีที่จำเลยและ ธ. ก่อให้เกิดภาระผูกพันใดๆ เหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน และ/หรือทำให้เสื่อมราคาหรือลดน้อยถอยลงซึ่งทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันหรือกระทำการใดๆ อันทำให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากหลักประกันลดลง การกระทำของจำเลยและ ธ. จึงเป็นการผิดนัดผิดสัญญา เป็นกรณีที่ผู้ร้องกล่าวอ้างเหตุผิดนัดผิดสัญญาตามสัญญากู้เงินตามข้อสัญญาข้อ 7.4 และ 7.6 แม้ว่าการที่โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดมิใช่การกระทำของจำเลยหรือ ธ. อันจะถือว่าเป็นการผิดนัดผิดสัญญาตามข้อ 7.4 ก็ตาม แต่สัญญากู้เงินข้อ 7 ระบุว่า เหตุผิดนัดผิดสัญญา เมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ใดดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุผิดนัดผิดสัญญานี้ และข้อ 7.6 ระบุว่า ผู้กู้... ถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึด หรืออายัดทรัพย์สินใด ๆ ของผู้กู้... ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำนองไว้แก่ผู้ร้องออกขายทอดตลาด จึงถือว่าเป็นกรณีที่จำเลยและ ธ. ถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึดทรัพย์สินใดๆ ไว้ตามสัญญาข้อ 7.6 จึงเป็นการผิดนัดผิดสัญญาตามข้อสัญญาดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้และบังคับจำนองได้ ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองจึงมีสิทธิขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 324 (1) (ข)

ส่วนที่ผู้ร้องขอเข้าสวมสิทธิบังคับคดีและดำเนินการบังคับคดีแทนโจทก์ในกรณีที่โจทก์สละสิทธิในการบังคับคดีหรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีนั้น แม้จะถือว่าผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิขอเข้าสวมสิทธิในการบังคับคดีแทนเจ้าหนี้ผู้ใช้สิทธิในการบังคับคดีในกรณีที่เจ้าหนี้ถอนการบังคับคดีได้ แต่ในกรณีดังกล่าว ป.วิ.พ. มาตรา 327 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ได้กำหนดขั้นตอนของการสวมสิทธิเข้าบังคับคดีแทนโจทก์ผู้ใช้สิทธิบังคับคดีไว้เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะต้องดำเนินการทางเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อไป ต่างจาก ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคแปด (เดิม) ที่กำหนดให้ศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์ในกรณีดังกล่าวได้ ดังนั้น กรณีที่โจทก์ถอนการบังคับคดีจึงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะต้องไปดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อไป

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 97,103.73 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.5 ต่อปี ของต้นเงิน 80,493.42 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คดีถึงที่สุด แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอออกหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 90193 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด

ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้มีคำสั่งขายทอดตลาดโดยปลอดจำนอง หากโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการหรือสละสิทธิในการบังคับคดี ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิดำเนินการบังคับคดีแทนโจทก์ต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีผู้บริโภค พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นในชั้นฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2559 นายธรรมรัตน์และจำเลยร่วมกันทำสัญญากู้เงินจากผู้ร้อง 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นเงิน 2,340,000 บาท ฉบับที่สอง เป็นเงิน 130,000 บาท ตกลงผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ร้องเป็นรายเดือน ตามสัญญากู้ฉบับแรกเดือนละไม่น้อยกว่า 14,600 บาท ตามสัญญากู้ฉบับที่สอง เดือนละไม่น้อยกว่า 1,000 บาท ตกลงผ่อนชำระหนี้ตามสัญญากู้ทั้งสองฉบับภายในวันที่ 21 ของทุกเดือน เริ่มเดือนแรกเดือนกรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป และสัญญาว่าจะชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2589 เพื่อเป็นหลักประกันในการชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินทั้งสองฉบับดังกล่าว นายธรรมรัตน์และจำเลยได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 90193 พร้อมสิ่งปลูกสร้างจดทะเบียนจำนองไว้แก่ผู้ร้อง ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2561 ศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 11265/2561 พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 97,103.73 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.5 ต่อปี ของต้นเงิน 80,493.42 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คดีถึงที่สุด แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 90193 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองจึงมายื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่นเป็นคดีนี้

คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามที่ผู้ร้องได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิจำนองจะบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์จำนองได้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นหรือไม่ นั้น เห็นว่า ผู้ร้องบรรยายคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่นว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจังหวัดระยองยึดทรัพย์จำนองเพื่อขายทอดตลาด จึงเป็นกรณีที่จำเลยและนายธรรมรัตน์ก่อให้เกิดภาระผูกพันใดๆ เหนือทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันและ/หรือทำให้เสื่อมราคาหรือลดน้อยถอยลงซึ่งทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันหรือกระทำการใด ๆ อันทำให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากหลักประกันลดลง การกระทำของจำเลยและนายธรรมรัตน์จึงเป็นการผิดนัดผิดสัญญา เป็นกรณีที่ผู้ร้องกล่าวอ้างเหตุผิดนัดผิดสัญญาทั้งในข้อ 7.4 และ 7.6 แม้ว่าการที่โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีโดยยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดมิใช่การกระทำของจำเลยหรือนายธรรมรัตน์ อันจะถือว่าเป็นการผิดนัดผิดสัญญาตามข้อ 7.4 ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัย แต่ตามสัญญากู้เงินดังกล่าว ข้อ 7 ระบุไว้ว่า "เหตุผิดนัดผิดสัญญา เมื่อมีเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ใดดังต่อไปนี้ ให้ถือเป็นเหตุผิดนัดผิดสัญญานี้" และข้อ 7.6 ระบุไว้ด้วยว่า "ผู้กู้...ถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึด หรืออายัดทรัพย์สินใดๆ ของผู้กู้..." เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติแล้วว่า โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 90193 พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำนองไว้แก่ผู้ร้องออกขายทอดตลาด ถือว่าเป็นกรณีที่นายธรรมรัตน์และจำเลยถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายยึดทรัพย์สินใดๆ ไว้ตามข้อ 7.6 จึงเป็นการผิดนัดผิดสัญญาตามข้อสัญญาดังกล่าว อันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้และบังคับจำนองได้ ดังนั้นผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้รับจำนองจึงมีสิทธิขอรับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้รายอื่นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 324 (1) (ข) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น สำหรับฎีกาข้ออื่นของผู้ร้องที่กล่าวอ้างว่าจำเลยและนายธรรมรัตน์ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามกำหนดระยะเวลากู้เงินดังกล่าวและตามข้อสัญญาต่อท้ายหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

ส่วนที่ผู้ร้องขอเข้าสวมสิทธิบังคับคดีและดำเนินการบังคับคดีแทนโจทก์ในกรณีที่โจทก์สละสิทธิในการบังคับคดี หรือเพิกเฉยไม่ดำเนินการบังคับคดีนั้น เห็นว่า แม้กรณีจะถือว่าผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิขอเข้าสวมสิทธิในการบังคับคดีแทนเจ้าหนี้ผู้ใช้สิทธิในการบังคับคดีในกรณีที่เจ้าหนี้ถอนการบังคับคดีได้ก็ตาม แต่ในกรณีดังกล่าวประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 327 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีการถอนการบังคับคดีให้เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งคําบอกกล่าวถอนการบังคับคดีให้ผู้ยื่นคําร้องขอซึ่งได้รับอนุญาตจากศาลตามมาตรา 324 หรือเจ้าหนี้ผู้ขอเฉลี่ยซึ่งได้รับอนุญาตตามมาตรา 326 ทราบโดยไม่ชักช้า โดยบุคคลดังกล่าวอาจขอเข้าดําเนินการบังคับคดีต่อไปจากเจ้าหนี้ ผู้ขอยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้อง โดยยื่นคําร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันส่งคําบอกกล่าวถึงบุคคลเช่นว่านั้น ถ้ามีผู้ยื่นคําร้องภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ผู้นั้นเป็นผู้ขอดําเนินการบังคับคดีต่อไป ถ้าไม่มีผู้ยื่นคําร้องภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้น" วรรคสองบัญญัติว่า "ในกรณีที่มีผู้ยื่นคําร้องหลายคน ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีออกหมายเรียกให้ผู้ยื่นคําร้องทุกคนมาทําความตกลงกัน เลือกคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ดําเนินการบังคับคดีต่อไป แต่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน ถ้าไม่สามารถตกลงกันได้ให้ผู้ยื่นคําร้องซึ่งมาตามหมายเรียกและมีจํานวนหนี้มากที่สุดเป็นผู้ดําเนินการบังคับคดีต่อไป ถ้าผู้ยื่นคําร้องดังกล่าวมีจํานวนหนี้มากที่สุดเท่ากันหลายคน ให้ผู้ยื่นคําร้องซึ่งมีหนี้รายเก่าที่สุดเป็นผู้เข้าดําเนินการบังคับคดีต่อไป ในกรณีที่ผู้ยื่นคําร้องรายใดไม่มาตามหมายเรียกให้ถือว่าผู้ยื่นคําร้องรายนั้นสละสิทธิที่จะเป็นผู้เข้าดําเนินการบังคับคดีต่อไป..." ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดขั้นตอนของการสวมสิทธิเข้าบังคับคดีแทนโจทก์ผู้ใช้สิทธิบังคับคดีไว้เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะต้องไปดำเนินการทางเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อไป ต่างจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคแปด (เดิม) ที่กำหนดให้ศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิในการบังคับคดีแทนโจทก์ในกรณีดังกล่าวได้ ดังนั้น กรณีที่โจทก์ถอนการบังคับคดีจึงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะต้องไปดำเนินการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อไป จึงให้ยกคำขอส่วนนี้

พิพากษากลับว่า อนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 90193 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

เจ้าหนี้จำนองมีสิทธิรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นหรือไม่ เมื่อทรัพย์จำนองถูกยึดขายทอดตลาดและสัญญากำหนดให้การถูกยึดเป็นเหตุผิดนัด  เจ้าหนี้จำนองที่มีสิทธิรับชำระหนี้ก่อน ยังไม่อาจเข้าสวมสิทธิบังคับคดีแทนเจ้าหนี้เดิมได้โดยอัตโนมัติ  ผู้กู้ได้นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักประกันหนี้ตามสัญญากู้ ต่อมาเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอีกคดีหนึ่งนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ดังกล่าวออกขายทอดตลาด




จำนอง

ผู้ซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดติดจำนองจะไถ่ถอนจำนอง ต้องเสนอเงินเท่าใด ราคาประมูลหรือราคาทรัพย์ในวันที่ขอไถ่ถอนเป็นเกณฑ์
จำนองประกันหนี้กู้ยืมเงินหรือประกันหนี้อย่างอื่น พิสูจน์อย่างไร และฟ้องแย้งขอเพิกถอนจำนองทำได้หรือไม่เมื่อโต้แย้งว่าหนี้จำนองระงับแล้ว
ผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับจำนองได้หรือไม่ เมื่อทรัพย์จำนองถูกศาลสั่งให้ตกเป็นของกองทุนจากคดียาเสพติด หลักกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิจำนอง การริบทรัพย์ และการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน
ดอกเบี้ย 15% ยังผิดกฎหมายได้หรือไม่ หากบังคับให้ผู้กู้จ่ายภาษีแทน ถือเป็นดอกเบี้ยแฝงเกินอัตราหรือไม่ และต้องคืนเงินหรือไถ่ถอนจำนองหรือไม่
ผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองต้องรับผิดเพียงใด บังคับจำนองเกินทรัพย์ได้หรือไม่ สิทธิของเจ้าหนี้และขอบเขตความรับผิดตามกฎหมายจำนอง
ความรับผิดของผู้จำนองตามมาตรา 727/1 และข้อยกเว้นกรณีนิติบุคคล
ผู้จำนองมีหนังสือให้ขายทอดตลาด เจ้าหนี้ต้องทำภายใน 1 ปีหรือไม่ และผลทางกฎหมายของดอกเบี้ย
เจ้าหนี้จำนองขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นได้หรือไม่ เมื่อทรัพย์ถูกยึดขายทอดตลาด และผู้รับโอนสิทธิยังมีสิทธิหรือไม่ตามกฎหมาย
ฟ้องบังคับจำนองต้องบอกกล่าว 60 วันห,ป.พ.พ. มาตรา 728, (ฎีกา 2710/2568)
ผู้รับโอนทรัพย์จำนองเสนอไถ่ถอนแล้วเจ้าหนี้ไม่ฟ้องภายใน 1 เดือน ต้องถือว่ายอมรับคำเสนอโดยปริยาย
สิทธิผู้รับจำนอง & การคุ้มครองดอกเบี้ยตามกฎหมายฟอกเงิน (ฎีกาที่ 6223/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 425/2566: สิทธิไถ่ถอนจำนองของผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดที่ไม่ใช่ลูกหนี้
ฟ้องบังคับจำนองต้องแจ้งลูกหนี้ก่อนหรือไม่? ไม่ทำขั้นตอนนี้มีสิทธิฟ้องหรือเปล่า และศาลฎีกาวินิจฉัยไว้อย่างไร
การจำนองที่ดินโดยผู้พิทักษ์, ความยินยอมผู้พิทักษ์, เพิกถอนนิติกรรมคนเสมือนไร้ความสามารถ,
สัญญาจำนองใช้เป็นหลักฐานการกู้ยืมได้, บังคับจำนอง, การยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดอยู่
ตัวการซึ่งยังไม่เปิดเผยชื่อรับเอาสัญญาจำนองซึ่งกรรมการทำไว้แทนตน
ขายที่ดิน น.ส. 3 โอนการครอบครองโดยส่งมอบแต่นำไปออกโฉนดที่ดินไม่ชอบ
เจ้าของที่ดินอุทิศที่ดินให้แก่ทางราชการภายหลังจดทะเบียนจำนอง
สัญญากู้และสัญญาจำนองกับธนาคารคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา