ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองต้องรับผิดเพียงใด บังคับจำนองเกินทรัพย์ได้หรือไม่ สิทธิของเจ้าหนี้และขอบเขตความรับผิดตามกฎหมายจำนอง

ผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองต้องรับผิดเพียงใด, เจ้าหนี้บังคับจำนองเกินทรัพย์ได้หรือไม่, ความรับผิดของผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด, อุปกรณ์แห่งหนี้ตามสัญญาจำนองคืออะไร, การบังคับจำนองตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, สิทธิของเจ้าหนี้ตามมาตรา 738, การไถ่ถอนจำนองต้องทำอย่างไร, ขอบเขตความรับผิดของผู้รับโอนทรัพย์จำนอง, ค่าชดเชยผิดนัดถือเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้หรือไม่, การประเมินราคาทรัพย์จำนองมีผลอย่างไร, ผู้ซื้อทรัพย์ต้องรับผิดหนี้เดิมหรือไม่, บังคับคดีทรัพย์จำนองและทรัพย์อื่น 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับขอบเขตความรับผิดของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งติดจำนอง โดยเฉพาะประเด็นสำคัญว่า ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดซึ่งมีภาระจำนองติดมานั้น ต้องรับผิดหนี้เดิมของลูกหนี้เพียงใด และเจ้าหนี้สามารถบังคับเอาทรัพย์สินอื่นของผู้รับโอนได้หรือไม่ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยยึดหลักกฎหมายจำนองว่า ผู้รับโอนทรัพย์แม้มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเดิม แต่ย่อมต้องรับภาระจำนองตามวงเงินที่กำหนดไว้ในสัญญา รวมทั้งอุปกรณ์แห่งหนี้ เช่น ค่าชดเชยผิดนัด อย่างไรก็ตาม ความรับผิดของผู้รับโอนจำกัดอยู่เพียงทรัพย์จำนอง ไม่อาจขยายไปถึงทรัพย์สินอื่นของผู้รับโอนได้ ซึ่งเป็นการวางหลักสำคัญเกี่ยวกับการแยกสถานะระหว่าง “ลูกหนี้ตามคำพิพากษา” กับ “ผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนอง” อย่างชัดเจน 

ข้อเท็จจริงของคดี

   คดีนี้โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งลูกหนี้เดิมได้นำที่ดินไปจำนองเป็นประกันหนี้ ต่อมาทรัพย์ดังกล่าวถูกขายทอดตลาดโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี และจำเลยในคดีนี้เป็นผู้ซื้อทรัพย์ดังกล่าวโดยมีเงื่อนไขว่าทรัพย์ยังคงติดจำนองอยู่ โจทก์จึงฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้จำนวนมาก พร้อมดอกเบี้ยและค่าชดเชยผิดนัด รวมทั้งขอให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดด้วย

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

   ศาลฎีกาวินิจฉัยแยกเป็นประเด็นสำคัญ ได้แก่

   หนึ่ง จำเลยเป็นเพียงผู้รับโอนทรัพย์ที่ติดจำนอง มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเดิม

   สอง เจ้าหนี้มีสิทธิใช้สิทธิบังคับจำนองเฉพาะทรัพย์ที่จำนองเท่านั้น ไม่อาจขยายไปถึงทรัพย์อื่นของผู้รับโอน

   สาม วงเงินความรับผิดของจำเลยจำกัดตามสัญญาจำนองที่กำหนดไว้

   สี่ อุปกรณ์แห่งหนี้ เช่น ค่าชดเชยผิดนัด ถือเป็นส่วนหนึ่งของภาระจำนองที่ผู้รับโอนต้องรับผิด

   ห้า แม้สัญญาระบุไม่คิดดอกเบี้ย แต่หากมีข้อตกลงเรื่องค่าเสียหายหรือค่าชดเชย ก็ถือว่ามีผลผูกพันผู้รับโอน

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

   หลักกฎหมายสำคัญในคดีนี้คือ หลักการจำนองเป็นทรัพยสิทธิ มิใช่หนี้ส่วนบุคคล กล่าวคือ เจ้าหนี้มีสิทธิบังคับเอาทรัพย์ที่จำนองเท่านั้น ไม่ใช่ตัวบุคคลของผู้รับโอน การที่ผู้รับโอนซื้อทรัพย์พร้อมภาระจำนอง ย่อมรับภาระในตัวทรัพย์นั้น แต่ไม่ต้องรับผิดเกินกว่ามูลค่าหรือขอบเขตของทรัพย์จำนอง

เจตนารมณ์ของกฎหมาย

   เจตนารมณ์ของกฎหมายจำนองมุ่งคุ้มครองสมดุลระหว่างเจ้าหนี้และบุคคลภายนอก โดยไม่ให้เจ้าหนี้ใช้สิทธิเกินขอบเขต และไม่ให้ผู้รับโอนทรัพย์ถูกบังคับเกินความรับผิดที่ผูกพันกับทรัพย์นั้น

แนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

   แนวคำพิพากษาศาลฎีกาโดยทั่วไปวางหลักสอดคล้องกันว่า ผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองรับผิดเฉพาะทรัพย์ ไม่ใช่ตัวบุคคล และอุปกรณ์แห่งหนี้สามารถผูกพันผู้รับโอนได้หากเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจำนอง

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1 ศาลชั้นต้น

พิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามวงเงินจำนอง 900000 บาท และให้บังคับขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง หากได้เงินไม่พอ จำเลยไม่ต้องรับผิดเพิ่ม

2 ศาลอุทธรณ์

พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เห็นว่าความรับผิดของจำเลยจำกัดเฉพาะทรัพย์จำนอง

3 ศาลฎีกา

พิพากษาแก้ไข โดยกำหนดให้รวมอุปกรณ์แห่งหนี้ เช่น ค่าชดเชยผิดนัดเข้าด้วย แต่ยังคงยืนยันหลักว่าไม่อาจบังคับเอาทรัพย์อื่นของจำเลยได้ และให้จำเลยรับผิดเฉพาะในกรอบของภาระจำนอง

ข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้สะท้อนหลักสำคัญว่าการจำนองเป็นสิทธิในทรัพย์ มิใช่ความรับผิดส่วนบุคคล ผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองย่อมรับภาระเฉพาะตัวทรัพย์และอุปกรณ์แห่งหนี้ตามสัญญาเท่านั้น เจ้าหนี้ไม่อาจขยายสิทธิไปยังทรัพย์อื่นของผู้รับโอนได้ เว้นแต่ผู้รับโอนจะมีสถานะเป็นลูกหนี้โดยตรงตามกฎหมาย

ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับขอบเขตความรับผิดของผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 738 โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้รับโอนต้องรับผิดเฉพาะภาระจำนองและอุปกรณ์แห่งหนี้ในวงเงินที่กำหนด ไม่ต้องรับผิดเกินไปถึงทรัพย์สินอื่นของตน

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

หนึ่ง ผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนอง หมายถึงบุคคลที่รับโอนทรัพย์โดยมีภาระจำนองติดมา ซึ่งต้องรับภาระเฉพาะในทรัพย์นั้น

สอง อุปกรณ์แห่งหนี้ หมายถึงดอกเบี้ย ค่าเสียหาย หรือค่าชดเชยผิดนัด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของหนี้ตามสัญญาจำนอง

คำถามที่พบบ่อย FAQ

1 คำถาม ผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองต้องรับผิดหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้เดิมหรือไม่

คำตอบ ผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองไม่ต้องรับผิดหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้เดิมในฐานะลูกหนี้ส่วนบุคคล แต่ต้องรับผิดเฉพาะภาระที่ผูกพันกับทรัพย์ที่ตนรับโอนมาเท่านั้น กล่าวคือ ความรับผิดจำกัดอยู่ในขอบเขตของทรัพย์จำนอง รวมทั้งอุปกรณ์แห่งหนี้ เช่น ค่าชดเชยผิดนัดหรือค่าใช้จ่ายตามสัญญา โดยหลักกฎหมายจำนองถือว่าเป็นสิทธิในทรัพย์ ไม่ใช่สิทธิในตัวบุคคล ดังนั้น เจ้าหนี้จึงไม่อาจเรียกร้องให้ผู้รับโอนชำระหนี้เกินกว่ามูลค่าหรือขอบเขตของทรัพย์ที่จำนองได้ เว้นแต่ผู้รับโอนจะเข้ารับสภาพเป็นลูกหนี้โดยตรงตามกฎหมายหรือสัญญาเพิ่มเติม

2 คำถาม เจ้าหนี้สามารถบังคับเอาทรัพย์สินอื่นของผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองได้หรือไม่

คำตอบ โดยหลักแล้ว เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิบังคับเอาทรัพย์สินอื่นของผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองได้ เนื่องจากผู้รับโอนไม่ใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเดิม แต่เป็นเพียงผู้รับโอนทรัพย์ที่มีภาระจำนองติดอยู่ สิทธิของเจ้าหนี้จึงจำกัดอยู่เฉพาะการบังคับเอาทรัพย์จำนองเท่านั้น หากขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ เจ้าหนี้ไม่อาจเรียกร้องส่วนที่ขาดจากทรัพย์อื่นของผู้รับโอนได้ หลักการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองบุคคลภายนอกที่เข้าซื้อทรัพย์โดยสุจริต

3 คำถาม อุปกรณ์แห่งหนี้ตามสัญญาจำนองมีอะไรบ้าง

คำตอบ อุปกรณ์แห่งหนี้ตามสัญญาจำนอง ได้แก่ ดอกเบี้ย ค่าชดเชยผิดนัด ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถาม และค่าเสียหายอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในสัญญา แม้สัญญาหลักจะระบุว่าไม่คิดดอกเบี้ย แต่หากมีข้อตกลงให้ชำระค่าชดเชยหรือค่าเสียหาย ก็ถือเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้ที่ผู้รับโอนต้องรับผิดด้วย เพราะเป็นส่วนหนึ่งของภาระที่ผูกพันกับทรัพย์จำนอง

4 คำถาม การซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดมีผลต่อภาระจำนองอย่างไร

คำตอบ การซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยมีเงื่อนไขให้ทรัพย์ยังคงติดจำนองอยู่ ผู้ซื้อย่อมต้องรับภาระจำนองนั้นโดยปริยาย กล่าวคือ สิทธิของเจ้าหนี้ยังคงอยู่เหนือทรัพย์นั้น และสามารถบังคับจำนองได้ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ความรับผิดของผู้ซื้อยังคงจำกัดเฉพาะตัวทรัพย์ ไม่ขยายไปถึงทรัพย์สินอื่น

5 คำถาม วงเงินจำนองมีผลต่อความรับผิดของผู้รับโอนอย่างไร

คำตอบ วงเงินจำนองที่ระบุในสัญญามีผลกำหนดขอบเขตสูงสุดของความรับผิดของผู้รับโอน กล่าวคือ แม้หนี้จริงจะสูงกว่าวงเงินดังกล่าว ผู้รับโอนก็รับผิดไม่เกินวงเงินจำนอง รวมทั้งอุปกรณ์แห่งหนี้ภายในกรอบนั้น หลักการนี้ช่วยให้ผู้รับโอนสามารถประเมินความเสี่ยงได้ล่วงหน้า

6 คำถาม หากขายทอดตลาดแล้วได้เงินเกิน ผู้รับโอนมีสิทธิหรือไม่

คำตอบ หากขายทอดตลาดทรัพย์จำนองแล้วได้เงินสุทธิเกินจำนวนหนี้ เจ้าหนี้ต้องคืนส่วนที่เกินให้แก่ผู้รับโอน เนื่องจากทรัพย์ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับโอน เพียงแต่ถูกผูกพันด้วยภาระจำนองเท่านั้น

7 คำถาม หากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอ ผู้รับโอนต้องรับผิดส่วนที่ขาดหรือไม่

คำตอบ ผู้รับโอนไม่ต้องรับผิดในส่วนที่ขาด เนื่องจากไม่ได้เป็นลูกหนี้โดยตรง ความรับผิดของผู้รับโอนจำกัดเฉพาะทรัพย์จำนองเท่านั้น ซึ่งเป็นหลักสำคัญของกฎหมายจำนอง

8 คำถาม มาตรา 738 มีความสำคัญอย่างไรในคดีจำนอง

คำตอบ มาตรา 738 เป็นบทบัญญัติสำคัญที่กำหนดขั้นตอนและสิทธิในการไถ่ถอนจำนอง รวมทั้งการคำนวณยอดหนี้และอุปกรณ์แห่งหนี้ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการกำหนดขอบเขตความรับผิดของผู้รับโอนทรัพย์จำนอง และเป็นหลักที่ศาลใช้วินิจฉัยในคดีลักษณะนี้

  ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

          เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7591/2568  

คดีนี้จำเลยเป็นเพียงผู้รับโอนโดยซื้อทรัพย์สินซึ่งจำนองจากการขายทอดตลาดซึ่งมีเงื่อนไขให้ติดจำนองมาด้วย โดยไม่ได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2496/2563 โจทก์ไม่อาจอ้างข้อตกลงตามบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันมาเพื่อบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยนอกเหนือไปจากทรัพย์สินที่จำนองได้ ประกอบกับเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาทรัพย์จำนองไว้ 770,392 บาท และสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันระบุชัดเจนว่าจำนองเป็นประกัน 900,000 บาท โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดในภาระจำนองตามสัญญาจำนองในวงเงิน 900,000 บาท นอกจากนี้ แม้หนังสือสัญญาจำนองระบุว่าไม่คิดดอกเบี้ยก็เป็นแนวปฏิบัติของธนาคาร อ. แต่บันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกัน ข้อ ๑ วรรคสอง ระบุว่า "...ผู้จำนองยินยอมรับผิดชดใช้เงินต้นพร้อมค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถาม ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้ ค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้..." ข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันถึงจำเลยผู้ซื้อทรัพย์โดยติดจำนองด้วย เมื่อคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2496/2563 วินิจฉัยให้ผู้จำนองซึ่งเป็นผู้ขอสินเชื่อรับผิดในกำไรค้างชำระ และค่าชดเชยผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จ ซึ่งกำไรและค่าชดเชยผิดนัดตามสัญญาจำนองในกรณีนี้ ก็คืออุปกรณ์แห่งหนี้ตามสัญญาจำนอง แม้จำเลยไม่ใช่ผู้ขอสินเชื่อและผู้จำนองก็ต้องรับผิดชำระอุปกรณ์แห่งหนี้ดังกล่าวตามสัญญาจำนองจากวงเงิน 900,000 บาท พร้อมค่าชดเชยผิดนัดอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว

ฎีกาย่อ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกว่า 2 ล้านบาท พร้อมค่าชดเชยร้อยละ 10 ต่อปี และหากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์อื่นของจำเลยขายทอดตลาด จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรับผิดเพียง 900000 บาทตามวงเงินจำนอง และให้บังคับขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง หากได้เงินไม่พอจำเลยไม่ต้องรับผิดเพิ่ม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นเพียงผู้รับโอนทรัพย์ที่ติดจำนองจากการขายทอดตลาด มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเดิม เจ้าหนี้จึงมีสิทธิบังคับจำนองเฉพาะทรัพย์ที่จำนอง ไม่อาจเรียกร้องเอาจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยได้ อย่างไรก็ดี ผู้รับโอนต้องรับผิดตามภาระจำนองในวงเงิน 900000 บาท รวมทั้งอุปกรณ์แห่งหนี้ เช่น ค่าชดเชยผิดนัดตามสัญญา แม้สัญญาจะระบุไม่คิดดอกเบี้ยก็ตาม

ศาลฎีกาจึงแก้คำพิพากษาให้จำเลยรับผิดรวมเป็นเงิน 1652748.62 บาท พร้อมค่าชดเชยผิดนัดร้อยละ 10 ต่อปีของต้นเงิน 900000 บาท นับแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้บังคับขายทอดตลาดทรัพย์จำนอง หากได้เงินเกินให้คืนจำเลย หากไม่พอจำเลยไม่ต้องรับผิดส่วนที่ขาด 

ฎีกาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 2,044,494.54 บาท พร้อมค่าชดเชยในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ของต้นเงิน 964,032.55 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์หากจำเลยไม่ชำระ ให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 13799 ตำบลคลองสองต้นนุ่น อำเภอลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 900,000 บาท แก่โจทก์ และหากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 13799 ตำบลคลองสองต้นนุ่น อำเภอลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ จำเลยไม่ต้องรับผิดแก่โจทก์อีก แต่หากขายทอดตลาดและเหลือเงินสุทธิเท่าใดให้คืนแก่จำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของนายประพัฒหรือนายประพัฒน์ จำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2496/2563 ของศาลจังหวัดตรัง ซึ่งพิพากษาให้นายประพัฒชำระเงิน 1,770,337.19 บาท พร้อมค่าชดเชยอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ของต้นเงิน 964,032.55 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 25 ตุลาคม 2562) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ในคดีดังกล่าวร่วมรับผิดบางส่วน หากไม่ชำระ ให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 13799 ออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้ หากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้บังคับเอาจากทรัพย์สินอื่นของนายประพัฒกับพวกจนครบ กับให้นายประพัฒกับพวกใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาทรัพย์จำนองขณะยึดในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ผบ.5561/2559 ของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560 เป็นเงิน 770,392 บาท ส่วนจำเลยคดีนี้ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์จำนองโดยการจำนองติดไปจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.5561/2559 ของศาลชั้นต้น โดยสัญญาจำนองระบุจำนองเป็นประกันหนี้เป็นเงิน 900,000 บาท โดยไม่คิดดอกเบี้ยตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกัน

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ของนายประพัฒ หรือนายประพัฒน์ ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2496/2563 ของศาลจังหวัดตรัง หรือไม่ เพียงใด โจทก์ฎีกาว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 738 ที่บัญญัติให้ผู้รับโอนซึ่งประสงค์จะไถ่ถอนจำนองต้องบอกกล่าวความประสงค์นั้นแก่ผู้เป็นลูกหนี้ชั้นต้น และต้องส่งคำเสนอไปยังบรรดาเจ้าหนี้ที่ได้จดทะเบียน ไม่ว่าในทางจำนองหรือประการอื่น ว่าจะรับใช้เงินให้เป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินนั้น และ (6) บัญญัติว่า คำนวณยอดจำนวนเงินที่ค้างชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่ง ๆ รวมทั้งอุปกรณ์และจำนวนเงินที่จะจัดเป็นส่วนใช้แก่บรรดาเจ้าหนี้ตามลำดับกัน ซึ่งการคำนวณภาระหนี้ให้จำเลยต้องรับผิดในคดีนี้เป็นการคำนวณ

ภาระหนี้ที่นายประพัฒนำที่ดินโฉนดเลขที่ 13799 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง มาจำนองเป็นประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดตรัง คดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2496/2563 และก่อนฟ้องคดีนี้ โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยไถ่ถอนจำนองและแจ้งจำนวนเงินที่จำเลยต้องชำระหนี้เพื่อไถ่ถอนจำนองแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ไม่ไถ่ถอนจำนองภายในกำหนดเวลา โจทก์จึงมีสิทธิบังคับจำนอง ดังนั้น เมื่อจำเลยเป็นผู้รับโอนทรัพย์ซึ่งจำนองและหากประสงค์จะไถ่ถอนจำนอง จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ตามยอดจำนวนเงินที่นายประพัฒค้างชำระ ตามคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2496/2563 เห็นว่า คดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2496/2563 โจทก์คดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องนายประพัฒหรือนายประพัฒน์ กับพวกเป็นจำเลย แต่คดีนี้จำเลยเป็นเพียงผู้รับโอนโดยซื้อทรัพย์สินซึ่งจำนองจากการขายทอดตลาดซึ่งมีเงื่อนไขให้ติดจำนองมาด้วย โดยไม่ได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีดังกล่าว โจทก์คงมีสิทธิบังคับจำนองเอาแก่จำเลยผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองโดยไม่อาจอ้างข้อตกลงตามบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันมาเพื่อบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินอื่นของจำเลยนอกเหนือไปจากทรัพย์สินที่จำนองได้ ประกอบกับเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาทรัพย์จำนองไว้ 770,392 บาท และสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันระบุชัดเจนว่าจำนองเป็นประกัน 900,000 บาท โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดในภาระจำนองตามสัญญาจำนองในวงเงิน 900,000 บาท นอกจากนี้ แม้หนังสือสัญญาจำนองระบุว่าไม่คิดดอกเบี้ยก็เป็นแนวปฏิบัติของธนาคาร อ. แต่บันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกัน ข้อ 1 วรรคสอง ระบุว่า "...ผู้จำนองยินยอมรับผิดชดใช้เงินต้นพร้อมค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถาม ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้ ค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้…" ข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันถึงจำเลยผู้ซื้อทรัพย์โดยติดจำนองด้วย เมื่อคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.2496/2563 วินิจฉัยให้ผู้จำนองซึ่งเป็นผู้ขอสินเชื่อรับผิดในกำไรค้างชำระ และค่าชดเชยผิดนัด จนกว่าจะชำระเสร็จ ซึ่งกำไรและค่าชดเชยผิดนัดตามสัญญาจำนองในกรณีนี้ ก็คืออุปกรณ์แห่งหนี้ตามสัญญาจำนอง แม้จำเลยไม่ใช่ผู้ขอสินเชื่อและผู้จำนองก็ต้องรับผิดชำระอุปกรณ์แห่งหนี้ดังกล่าวตามสัญญาจำนองจากวงเงิน 900,000 บาท เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วเห็นควรกำหนดกำไรค้างชำระและค่าชดเชยผิดนัดจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ตามสัดส่วนต้นเงินที่เหลือ 900,000 บาท เป็นจำนวน 752,748.62 บาท พร้อมค่าชดเชยผิดนัดอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ของต้นเงิน 900,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับจำนองขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 13799 ตำบลคลองสองต้นนุ่นอำเภอลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ของจำเลยเพื่อชำระหนี้จำนอง 1,652,748.62 บาท พร้อมค่าชดเชยผิดนัดในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2562 ของต้นเงิน 900,000 บาท เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากขายทอดตลาดได้เงินสุทธิล้ำจำนองดังกล่าวให้คืนส่วนที่ล้ำแก่จำเลย ถ้าได้เงินสุทธิไม่พอจำเลยไม่ต้องรับผิดแก่โจทก์อีก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ป.พ.พ. ม. 738

1. หลักของมาตรา

   มาตรา 738 เป็นบทบัญญัติว่าด้วยสิทธิของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งมีจำนองติดอยู่ หากผู้รับโอนประสงค์จะไถ่ถอนจำนอง ผู้รับโอนต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่เพียงชำระหนี้ตามอำเภอใจ เพราะกฎหมายมุ่งคุ้มครองทั้งเจ้าหนี้จำนอง ลูกหนี้เดิม และผู้รับโอนทรัพย์ไปพร้อมกัน

2. วัตถุประสงค์ของกฎหมาย

   เจตนารมณ์สำคัญของมาตรานี้ คือ เปิดโอกาสให้ผู้รับโอนทรัพย์ที่ติดจำนองสามารถปลดภาระจำนองออกจากทรัพย์ได้ โดยไม่จำต้องรับผิดอย่างลูกหนี้เดิมทั้งหมด แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกระบวนการที่เป็นธรรมต่อเจ้าหนี้ เพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามมูลค่าที่สมควรแก่ทรัพย์นั้น

3. หน้าที่ของผู้รับโอน

   หากผู้รับโอนต้องการไถ่ถอนจำนอง ต้องบอกกล่าวความประสงค์นั้นแก่ลูกหนี้ชั้นต้น และต้องส่งคำเสนอไปยังเจ้าหนี้ที่มีสิทธิจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์นั้น ว่าจะใช้เงินจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์ การเสนอเช่นนี้เป็นกลไกให้ทุกฝ่ายทราบว่าผู้รับโอนต้องการปลดภาระทรัพย์โดยชำระหนี้ในขอบเขตที่กฎหมายรับรอง

4. การคำนวณหนี้

   มาตรานี้มีสาระสำคัญอีกประการคือ การคำนวณยอดหนี้ต้องรวมทั้งเงินต้นและอุปกรณ์แห่งหนี้ เช่น ดอกเบี้ย ค่าชดเชยผิดนัด หรือภาระติดพันอื่นที่เป็นส่วนประกอบของหนี้จำนอง หากอุปกรณ์แห่งหนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหรือเป็นผลตามกฎหมาย ก็อาจนำมารวมคำนวณได้

5. ขอบเขตความรับผิด

   แม้ผู้รับโอนต้องรับภาระจำนอง แต่ความรับผิดของผู้รับโอนโดยหลักย่อมผูกอยู่กับทรัพย์ที่รับโอน ไม่ใช่ความรับผิดส่วนตัวเสมอไป เจ้าหนี้จึงมีสิทธิบังคับได้ในกรอบของทรัพย์จำนองและเงื่อนไขแห่งสัญญา ไม่อาจขยายไปถึงทรัพย์สินอื่นของผู้รับโอน เว้นแต่มีมูลหนี้ผูกพันเป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง

6. หลักที่ใช้ในทางคดี

   ในทางปฏิบัติ มาตรา 738 มักใช้วินิจฉัยปัญหาว่า ผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองต้องรับผิดเพียงใด และเจ้าหนี้จะเรียกเอาอุปกรณ์แห่งหนี้ได้หรือไม่ หลักสำคัญคือ ต้องแยกให้ออกระหว่างฐานะผู้รับโอนทรัพย์ กับฐานะลูกหนี้เดิม เพราะสองสถานะนี้มีขอบเขตความรับผิดไม่เท่ากัน

7. ข้อสรุปทางกฎหมาย

   สรุปได้ว่า ป.พ.พ. ม. 738 เป็นบทบัญญัติที่วางหลักเรื่องการไถ่ถอนจำนองโดยผู้รับโอนทรัพย์ และการคำนวณภาระหนี้ที่เกี่ยวกับทรัพย์นั้น โดยคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็จำกัดไม่ให้ผู้รับโอนต้องรับผิดเกินกว่าขอบเขตแห่งทรัพย์และภาระจำนองตามกฎหมาย




จำนอง

ดอกเบี้ย 15% ยังผิดกฎหมายได้หรือไม่ หากบังคับให้ผู้กู้จ่ายภาษีแทน ถือเป็นดอกเบี้ยแฝงเกินอัตราหรือไม่ และต้องคืนเงินหรือไถ่ถอนจำนองหรือไม่
ความรับผิดของผู้จำนองตามมาตรา 727/1 และข้อยกเว้นกรณีนิติบุคคล
ผู้จำนองมีหนังสือให้ขายทอดตลาด เจ้าหนี้ต้องทำภายใน 1 ปีหรือไม่ และผลทางกฎหมายของดอกเบี้ย
เจ้าหนี้จำนองขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นได้หรือไม่ เมื่อทรัพย์ถูกยึดขายทอดตลาด และผู้รับโอนสิทธิยังมีสิทธิหรือไม่ตามกฎหมาย
ฟ้องบังคับจำนองต้องบอกกล่าว 60 วันห,ป.พ.พ. มาตรา 728, (ฎีกา 2710/2568)
ผู้รับโอนทรัพย์จำนองเสนอไถ่ถอนแล้วเจ้าหนี้ไม่ฟ้องภายใน 1 เดือน ต้องถือว่ายอมรับคำเสนอโดยปริยาย
สิทธิผู้รับจำนอง & การคุ้มครองดอกเบี้ยตามกฎหมายฟอกเงิน (ฎีกาที่ 6223/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 425/2566: สิทธิไถ่ถอนจำนองของผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดที่ไม่ใช่ลูกหนี้
ฟ้องบังคับจำนองต้องแจ้งลูกหนี้ก่อนหรือไม่? ไม่ทำขั้นตอนนี้มีสิทธิฟ้องหรือเปล่า และศาลฎีกาวินิจฉัยไว้อย่างไร
การจำนองที่ดินโดยผู้พิทักษ์, ความยินยอมผู้พิทักษ์, เพิกถอนนิติกรรมคนเสมือนไร้ความสามารถ,
สัญญาจำนองใช้เป็นหลักฐานการกู้ยืมได้, บังคับจำนอง, การยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดอยู่
ตัวการซึ่งยังไม่เปิดเผยชื่อรับเอาสัญญาจำนองซึ่งกรรมการทำไว้แทนตน
ขายที่ดิน น.ส. 3 โอนการครอบครองโดยส่งมอบแต่นำไปออกโฉนดที่ดินไม่ชอบ
เจ้าของที่ดินอุทิศที่ดินให้แก่ทางราชการภายหลังจดทะเบียนจำนอง
สัญญากู้และสัญญาจำนองกับธนาคารคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา