ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ผู้ซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดติดจำนองจะไถ่ถอนจำนอง ต้องเสนอเงินเท่าใด ราคาประมูลหรือราคาทรัพย์ในวันที่ขอไถ่ถอนเป็นเกณฑ์

ซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดติดจำนอง, ผู้ซื้อทอดตลาดไถ่ถอนจำนอง, ไถ่ถอนจำนองตามมาตรา 738, จำนวนเงินอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน, ราคาทรัพย์ในเวลาขอไถ่ถอนจำนอง, ราคาประมูลกับราคาไถ่ถอนจำนอง, ราคาประเมินเจ้าพนักงานบังคับคดี, ซื้อที่ดินโดยจำนองติดไป, สิทธิผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง, ผู้ซื้อทรัพย์จากเจ้าพนักงานบังคับคดี, วิธีปลดภาระจำนองหลังซื้อทอดตลาด, ผู้รับจำนองไม่ยอมถอนจำนอง, การเสนอเงินไถ่ถอนจำนอง, ราคาที่ดินสำหรับไถ่ถอนจำนอง, หลักกฎหมายผู้รับโอนทรัพย์จำนอง 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยมีจำนองติดไป ซึ่งภายหลังผู้ซื้อประสงค์จะปลดเปลื้องภาระจำนองออกจากทรัพย์ จึงเกิดปัญหาสำคัญว่าผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองจะต้องเสนอเงินแก่ผู้รับจำนองจำนวนเท่าใดจึงจะเป็นการเสนอใช้เงินเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 738

ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญโดยตรงต่อผู้ที่ประมูลซื้อที่ดินหรือทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไป เพราะราคาที่ผู้ซื้อประมูลทรัพย์ได้ ราคาประเมินที่ใช้ในกระบวนการบังคับคดี และราคาของทรัพย์สินในเวลาที่ผู้รับโอนประสงค์จะไถ่ถอนจำนอง อาจมิใช่ราคาเดียวกัน การจะถือว่าจำนวนเงินที่เสนอแก่ผู้รับจำนองเป็นจำนวนอันสมควรจึงต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย มิใช่ถือราคาที่ผู้ซื้อประมูลได้หรือราคาประเมินในชั้นบังคับคดีเป็นข้อยุติโดยอัตโนมัติ

หลักสำคัญของคดีอยู่ที่ความหมายของคำว่า จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน ตามมาตรา 738 ซึ่งต้องพิจารณาราคาของทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง เมื่อจำนวนเงินที่เสนอไม่เป็นจำนวนอันสมควรตามหลักดังกล่าว ผู้รับโอนย่อมไม่อาจบังคับให้ผู้รับจำนองรับเงินและดำเนินการถอนจำนองตามจำนวนที่ตนเสนอได้

สาระสำคัญที่สุดของคดี

ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปมีฐานะเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง

ผู้รับโอนซึ่งมิใช่ตัวลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิไถ่ถอนจำนองตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

การใช้สิทธิไถ่ถอนต้องเสนอใช้เงินเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินตามมาตรา 738

ราคาที่ใช้พิจารณาคือราคาของทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง

ราคาประมูลหรือราคาประเมินในชั้นบังคับคดีมิใช่จำนวนเงินที่ผูกพันผู้รับจำนองโดยอัตโนมัติ

หากจำนวนเงินที่เสนอไม่สมควรกับราคาทรัพย์ ผู้รับโอนไม่อาจบังคับให้ผู้รับจำนองถอนจำนองตามข้อเสนอของตนได้

คำถามที่น่าสนใจ

1. ผู้ซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปต้องเสนอเงินเท่าใดเพื่อไถ่ถอนจำนอง

2. ราคาที่ประมูลซื้อทรัพย์จากเจ้าพนักงานบังคับคดีถือเป็นราคาไถ่ถอนจำนองโดยอัตโนมัติหรือไม่

3. คำว่า จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน ตามมาตรา 738 ต้องพิจารณาราคาในเวลาใด

สรุปข้อเท็จจริง

คดีนี้เกิดจากการที่โจทก์ได้ทรัพย์สินซึ่งมีภาระจำนองจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยการขายทอดตลาดเป็นการขายโดยจำนองติดไป จึงมีผลให้โจทก์ได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ แต่ภาระจำนองยังคงติดอยู่กับทรัพย์นั้น

เมื่อโจทก์ประสงค์จะปลดเปลื้องภาระจำนอง จึงใช้สิทธิในฐานะผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง โดยประเด็นพิพาทสำคัญอยู่ที่จำนวนเงินซึ่งโจทก์เสนอเพื่อให้ผู้รับจำนองรับชำระและถอนจำนอง

ในคดีมีการกล่าวถึงจำนวนเงิน 83,000 บาท ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 เห็นว่าสามารถใช้เป็นจำนวนเงินที่โจทก์ชำระแก่จำเลยและให้จำเลยดำเนินการถอนจำนองได้ แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา ปัญหาสำคัญจึงอยู่ที่ว่าจำนวนเงินดังกล่าวเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินตามมาตรา 738 หรือไม่

ศาลฎีกาพิจารณาหลักการไถ่ถอนจำนองของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง โดยให้ความสำคัญกับราคาของทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ขอไถ่ถอน มิใช่ถือเอาราคาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขายทอดตลาดมาเป็นจำนวนเงินสำหรับไถ่ถอนโดยเด็ดขาด

สิทธิของผู้ซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดโดยจำนองติดไป

การซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปมีลักษณะสำคัญคือ ผู้ซื้อได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ แต่ภาระจำนองยังไม่สิ้นไปพร้อมกับการขายทอดตลาด

เมื่อผู้ซื้อได้รับโอนทรัพย์ที่ยังมีจำนองติดอยู่ ผู้ซื้อจึงมีฐานะเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง และหากเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ย่อมสามารถดำเนินการเพื่อไถ่ถอนจำนองและปลดเปลื้องภาระจำนองออกจากทรัพย์ได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 736 เป็นบทบัญญัติที่รองรับสิทธิของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองซึ่งมิใช่ตัวลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกัน หรือเป็นทายาทของบุคคลเช่นว่านั้น ในการไถ่ถอนจำนอง

อย่างไรก็ตาม การมีสิทธิไถ่ถอนจำนองมิได้หมายความว่าผู้รับโอนจะกำหนดจำนวนเงินที่จะชำระแก่ผู้รับจำนองได้เองโดยไม่มีหลักเกณฑ์ การใช้สิทธิต้องดำเนินไปตามบทบัญญัติที่กำหนดวิธีและเงื่อนไขของการไถ่ถอน

มาตรา 738 กับจำนวนเงินที่ต้องเสนอ

หัวใจสำคัญของคดีอยู่ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 738 ซึ่งกำหนดหลักเกี่ยวกับการที่ผู้รับโอนประสงค์จะไถ่ถอนจำนอง โดยต้องบอกกล่าวและส่งคำเสนอไปยังเจ้าหนี้ที่ได้จดทะเบียน โดยเสนอใช้เงินเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน

คำว่า จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน จึงเป็นถ้อยคำสำคัญที่ต้องตีความให้สัมพันธ์กับสภาพและราคาของทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน

การพิจารณาจำนวนเงินไถ่ถอนมิใช่เพียงตรวจสอบว่าผู้รับโอนซื้อทรัพย์มาในราคาเท่าใด แต่ต้องพิจารณาว่าทรัพย์สินซึ่งจำนองมีราคาเท่าใดในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง

เหตุใดราคาประมูลจึงไม่ใช่คำตอบโดยอัตโนมัติ

ราคาที่ผู้ซื้อประมูลทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดเป็นราคาที่เกิดขึ้นในกระบวนการขายทอดตลาด แต่ปัญหาตามมาตรา 738 เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง คือการที่ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองประสงค์จะใช้สิทธิไถ่ถอนจำนองภายหลังได้รับทรัพย์มาแล้ว

การพิจารณาจำนวนเงินอันสมควรจึงมุ่งไปที่ราคาของทรัพย์สินในเวลาที่ขอไถ่ถอน ไม่ได้กำหนดให้ถือราคาที่ผู้รับโอนเคยซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดเป็นจำนวนเงินสำหรับไถ่ถอนเสมอไป

หลักดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในทางปฏิบัติ เพราะผู้ซื้อทอดตลาดไม่ควรเข้าใจว่าการประมูลทรัพย์ได้ในราคาหนึ่งจะทำให้ตนมีสิทธิปลดจำนองโดยเสนอเงินตามราคานั้นได้โดยอัตโนมัติ

ราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีกับราคาไถ่ถอนจำนอง

อีกประเด็นที่ต้องแยกออกจากกันคือราคาประเมินที่ใช้ในกระบวนการบังคับคดีกับราคาทรัพย์สินที่ต้องพิจารณาตามมาตรา 738

ราคาประเมินในกระบวนการขายทอดตลาดมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการบังคับคดี แต่เมื่อต้องวินิจฉัยว่าจำนวนเงินที่ผู้รับโอนเสนอเพื่อไถ่ถอนจำนองเป็นจำนวนอันสมควรหรือไม่ ต้องพิจารณาราคาของทรัพย์สินในเวลาที่ขอไถ่ถอนเป็นสำคัญ

ดังนั้น การมีราคาประเมินอยู่ก่อนแล้วมิได้หมายความว่าราคานั้นจะผูกพันผู้รับจำนองให้ต้องยอมรับเป็นจำนวนเงินไถ่ถอนในทุกกรณี

ราคาทรัพย์ในเวลาที่ขอไถ่ถอนคือหัวใจของคดี

หลักที่สำคัญที่สุดในการทำความเข้าใจคดีนี้คือ เวลาที่ใช้เป็นจุดพิจารณาราคาทรัพย์

เมื่อมาตรา 738 กล่าวถึงจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน การพิจารณาความสมควรต้องสัมพันธ์กับราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง

จึงต้องแยกช่วงเวลาที่มีการประเมินหรือขายทอดตลาดออกจากช่วงเวลาที่ผู้รับโอนใช้สิทธิขอไถ่ถอน เพราะหากเป็นคนละช่วงเวลา ราคาที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์อาจแตกต่างกัน และราคาเดิมไม่อาจถูกนำมาใช้เป็นข้อยุติโดยไม่พิจารณาราคาทรัพย์ในเวลาที่กฎหมายให้ความสำคัญ

ความหมายของการไถ่ถอนจำนองสำหรับผู้รับโอน

การไถ่ถอนในกรณีนี้เป็นกลไกทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้บุคคลซึ่งรับโอนทรัพย์ที่ยังมีภาระจำนองสามารถดำเนินการปลดเปลื้องภาระดังกล่าวได้ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ผู้รับโอนจึงมิได้อยู่ในฐานะที่จะกำหนดเงื่อนไขฝ่ายเดียว แต่ต้องปฏิบัติตามวิธีการและเสนอจำนวนเงินที่สัมพันธ์กับราคาทรัพย์สินตามมาตรา 738

หากข้อเสนอเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ผู้รับโอนย่อมสามารถใช้กลไกตามกฎหมายเพื่อให้ทรัพย์หลุดพ้นจากภาระจำนอง แต่หากจำนวนเงินที่เสนอไม่เข้าเกณฑ์จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน การเสนอเช่นนั้นย่อมไม่ทำให้ผู้รับโอนมีสิทธิบังคับให้ผู้รับจำนองถอนจำนองตามจำนวนเงินที่เสนอ

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

หลักกฎหมายในคดีนี้แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างการซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดกับการไถ่ถอนจำนองอย่างชัดเจน

การขายทอดตลาดเป็นเหตุให้ผู้ซื้อได้มาซึ่งทรัพย์ตามเงื่อนไขของการขาย ส่วนการไถ่ถอนจำนองเป็นกระบวนการภายหลังที่ผู้รับโอนประสงค์จะปลดภาระจำนองซึ่งยังติดอยู่กับทรัพย์

ราคาที่เกิดขึ้นในกระบวนการแรกจึงไม่จำเป็นต้องเป็นจำนวนเงินที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ในกระบวนการหลัง

มาตรา 738 เลือกใช้เกณฑ์จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน มิได้กำหนดให้ใช้ราคาที่ผู้รับโอนซื้อมาเป็นเกณฑ์ตายตัว การพิจารณาจึงต้องให้ความสำคัญกับมูลค่าของทรัพย์สินในเวลาที่มีการขอไถ่ถอน

หลักดังกล่าวยังทำให้เห็นว่า การเสนอไถ่ถอนต้องมีความสัมพันธ์กับตัวทรัพย์ซึ่งเป็นหลักประกัน เพราะสิทธิของผู้รับจำนองมีทรัพย์ดังกล่าวเป็นหลักประกันการชำระหนี้อยู่

หากถือเพียงราคาที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นเกณฑ์เด็ดขาดโดยไม่คำนึงถึงราคาทรัพย์ในเวลาที่ขอไถ่ถอน ก็อาจไม่สอดคล้องกับถ้อยคำที่มาตรา 738 กำหนดให้จำนวนเงินต้องสมควรกับราคาทรัพย์สิน

เจตนารมณ์ของมาตรา 736

มาตรา 736 เปิดช่องทางให้ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองซึ่งมิใช่ตัวลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันสามารถไถ่ถอนจำนองได้

บทบัญญัตินี้มีความสำคัญต่อกรณีที่ทรัพย์จำนองเปลี่ยนมือ เพราะแม้ภาระจำนองจะยังติดตามทรัพย์ไป ผู้รับโอนก็มีช่องทางตามกฎหมายในการดำเนินการให้ภาระจำนองสิ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ทรัพย์อยู่ภายใต้ภาระจำนองต่อไปโดยไม่มีทางดำเนินการ

สิทธิดังกล่าวต้องใช้ภายใต้เงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายกำหนด มิใช่เป็นสิทธิที่จะกำหนดราคาไถ่ถอนฝ่ายเดียว

เจตนารมณ์ของมาตรา 738

มาตรา 738 กำหนดกลไกการเสนอไถ่ถอนโดยเชื่อมโยงจำนวนเงินเข้ากับราคาของทรัพย์สิน การใช้คำว่า จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน แสดงให้เห็นว่ากฎหมายมิได้กำหนดตัวเลขตายตัวไว้ล่วงหน้า

หลักนี้ทำให้ต้องพิจารณาความสมควรของจำนวนเงินจากราคาทรัพย์ในเวลาที่ใช้สิทธิ และป้องกันมิให้ราคาที่เกิดขึ้นในกระบวนการอื่นถูกนำมาใช้แทนเกณฑ์ของมาตรา 738 โดยอัตโนมัติ

ในด้านผู้รับโอน กฎหมายเปิดโอกาสให้ปลดภาระจำนองออกจากทรัพย์ได้ ส่วนในด้านผู้รับจำนอง การเสนอไถ่ถอนก็ต้องเป็นจำนวนที่สมควรกับราคาทรัพย์ซึ่งเป็นหลักประกัน มิใช่จำนวนที่ผู้รับโอนกำหนดขึ้นโดยไม่สัมพันธ์กับราคาทรัพย์

ความสำคัญของคดีต่อผู้ซื้อทรัพย์ขายทอดตลาด

ผู้ที่จะประมูลซื้อทรัพย์โดยจำนองติดไปควรแยกเรื่องราคาประมูลออกจากภาระจำนองตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ

การประมูลได้ในราคาที่เห็นว่าเหมาะสมมิได้หมายความว่าผู้ซื้อจะสามารถปลดภาระจำนองในจำนวนเดียวกับราคาที่ประมูลได้

หากภายหลังผู้ซื้อประสงค์จะใช้สิทธิไถ่ถอนจำนอง ปัญหาจะกลับไปสู่หลักของมาตรา 738 ว่าจำนวนเงินที่เสนอเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาของทรัพย์สินในเวลาที่ขอไถ่ถอนหรือไม่

ดังนั้น ประเด็นเรื่องราคาจึงมีอย่างน้อยสองช่วงที่ต้องแยกจากกัน คือราคาที่เกิดขึ้นในการขายทอดตลาดและราคาทรัพย์ในเวลาที่ใช้สิทธิไถ่ถอนจำนอง

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาให้ความสำคัญกับหลักที่ว่า จำนวนเงินอันสมควรตามมาตรา 738 ต้องสัมพันธ์กับราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง

การใช้ราคาประเมินหรือราคาที่เกี่ยวข้องกับการขายทอดตลาดจึงไม่ทำให้เกิดผลผูกพันว่าผู้รับจำนองต้องยอมรับจำนวนดังกล่าวเป็นราคาไถ่ถอนเสมอไป

เมื่อข้อเสนอของโจทก์ไม่อาจถือเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว โจทก์จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยรับเงินตามจำนวนที่เสนอและดำเนินการถอนจำนองได้

ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ยกฟ้องโจทก์

วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

แนวทางสำคัญที่ปรากฏจากหลักคำวินิจฉัยเรื่องผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง คือการยอมรับว่าผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปสามารถอยู่ในฐานะผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง และสามารถใช้สิทธิไถ่ถอนภายใต้บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องได้

สำหรับประเด็นจำนวนเงินไถ่ถอน แนววินิจฉัยให้ความสำคัญกับราคาทรัพย์สินในเวลาที่ขอไถ่ถอน มิใช่เพียงราคาที่ผู้รับโอนเคยซื้อทรัพย์มา หรือราคาประเมินที่จัดทำขึ้นในกระบวนการบังคับคดีก่อนหน้านั้น

จุดนี้เป็นหลักสำคัญที่ทำให้การใช้มาตรา 738 ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับราคาทรัพย์ให้ตรงกับช่วงเวลาที่มีการขอไถ่ถอน และไม่ควรนำราคาคนละช่วงเวลามาใช้แทนกันโดยปราศจากการพิจารณาว่าเป็นจำนวนที่สมควรกับราคาทรัพย์ในเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยโจทก์ไม่อาจบังคับให้จำเลยรับเงินตามจำนวนที่เสนอและดำเนินการถอนจำนองตามคำขอได้

2. ศาลอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้โจทก์ชำระเงินแก่จำเลยจำนวน 83,000 บาท และให้จำเลยดำเนินการถอนจำนองให้แก่โจทก์

3. ศาลฎีกา

วินิจฉัยหลักการเสนอใช้เงินเพื่อไถ่ถอนจำนองตามมาตรา 738 ว่าต้องเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน โดยพิจารณาราคาทรัพย์จำนองในเวลาที่ขอไถ่ถอน เมื่อจำนวนที่โจทก์เสนอไม่เป็นไปตามหลักดังกล่าว จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

การได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปกับการปลดเปลื้องภาระจำนองเป็นนิติสัมพันธ์ที่ต้องพิจารณาแยกจากกัน ผู้ซื้อได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ตามผลของการขายทอดตลาด แต่สิทธิจำนองยังคงติดอยู่กับทรัพย์จนกว่าจะมีเหตุให้ระงับหรือมีการดำเนินการไถ่ถอนตามกฎหมาย

ผู้รับโอนที่ประสงค์จะใช้สิทธิไถ่ถอนต้องดำเนินการภายใต้บทบัญญัติมาตรา 736 และมาตรา 738 โดยเฉพาะเงื่อนไขสำคัญเรื่องการเสนอใช้เงินเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน

ราคาที่ผู้รับโอนซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดหรือราคาประเมินที่เคยใช้ในกระบวนการบังคับคดีไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นราคาไถ่ถอนตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ เพราะเกณฑ์สำคัญตามมาตรา 738 คือราคาของทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอน

ดังนั้น ในคดีที่ผู้รับโอนขอให้ศาลบังคับผู้รับจำนองรับเงินและถอนจำนอง ประเด็นสำคัญมิใช่เพียงว่าผู้รับโอนได้ทรัพย์มาในราคาเท่าใด แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าจำนวนเงินที่เสนอมีความสมควรกับราคาทรัพย์ในเวลาที่ใช้สิทธิไถ่ถอนหรือไม่

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้

ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปในการไถ่ถอนจำนอง และหลักการกำหนดจำนวนเงินที่ผู้รับโอนต้องเสนอแก่ผู้รับจำนอง โดยมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 736 และมาตรา 738 เป็นบทบัญญัติสำคัญในการพิจารณา

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน

ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองที่ประสงค์จะไถ่ถอนต้องเสนอใช้เงินตามหลักมาตรา 738 จำนวนเงินดังกล่าวต้องสัมพันธ์กับราคาของทรัพย์สินที่จำนอง มิใช่จำนวนที่ผู้รับโอนสามารถกำหนดขึ้นเองโดยถือราคาที่ตนซื้อทรัพย์มาเป็นข้อยุติ

2. ราคาทรัพย์ในเวลาที่ขอไถ่ถอนจำนอง

ราคาที่เป็นสาระสำคัญในการพิจารณาความสมควรของจำนวนเงินคือราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง จึงไม่อาจถือราคาประมูลหรือราคาประเมินในชั้นบังคับคดีเป็นราคาไถ่ถอนที่ผูกพันผู้รับจำนองโดยอัตโนมัติ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปมีสิทธิไถ่ถอนจำนองหรือไม่

คำตอบ

ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองที่มิใช่ตัวลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิไถ่ถอนจำนองได้ตามหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 736 แต่การใช้สิทธิต้องดำเนินไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะการเสนอใช้เงินแก่ผู้รับจำนองตามมาตรา 738

2. คำถาม

ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดมาในราคาเท่าใด สามารถใช้ราคานั้นเป็นราคาไถ่ถอนจำนองได้เลยหรือไม่

คำตอบ

ราคาที่ประมูลซื้อทรัพย์ได้ไม่ใช่ราคาไถ่ถอนจำนองโดยอัตโนมัติ การไถ่ถอนตามมาตรา 738 ต้องเสนอใช้เงินเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน โดยพิจารณาราคาของทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ขอไถ่ถอนเป็นสำคัญ

3. คำถาม

ราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีผูกพันผู้รับจำนองให้ต้องยอมถอนจำนองหรือไม่

คำตอบ

ราคาประเมินที่ใช้ในกระบวนการบังคับคดีมิได้เป็นจำนวนเงินที่ผูกพันผู้รับจำนองให้ต้องยอมรับเพื่อถอนจำนองโดยอัตโนมัติ การพิจารณาตามมาตรา 738 ต้องวินิจฉัยว่าจำนวนเงินที่เสนอสมควรกับราคาของทรัพย์สินในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนหรือไม่

4. คำถาม

เหตุใดเวลาที่ขอไถ่ถอนจำนองจึงมีความสำคัญต่อการกำหนดจำนวนเงิน

คำตอบ

เพราะหลักตามมาตรา 738 พิจารณาจำนวนเงินอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน และราคาที่เป็นสาระสำคัญคือราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอน ราคาที่เคยประเมินหรือราคาที่เคยซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นจึงไม่อาจนำมาเป็นข้อยุติของราคาไถ่ถอนโดยอัตโนมัติ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3155/2563

ราคาทรัพย์ในเวลาขอไถ่ถอนจำนอง  ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยมีจำนองติดไปในราคาต่ำ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถปลดจำนองด้วยเงินจำนวนเดียวกับราคาที่ซื้อได้เสมอ  ผู้ซื้อทรัพย์โดยจำนองติดไปมีฐานะเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง




จำนอง

จำนองประกันหนี้กู้ยืมเงินหรือประกันหนี้อย่างอื่น พิสูจน์อย่างไร และฟ้องแย้งขอเพิกถอนจำนองทำได้หรือไม่เมื่อโต้แย้งว่าหนี้จำนองระงับแล้ว
ผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับจำนองได้หรือไม่ เมื่อทรัพย์จำนองถูกศาลสั่งให้ตกเป็นของกองทุนจากคดียาเสพติด หลักกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิจำนอง การริบทรัพย์ และการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน
ดอกเบี้ย 15% ยังผิดกฎหมายได้หรือไม่ หากบังคับให้ผู้กู้จ่ายภาษีแทน ถือเป็นดอกเบี้ยแฝงเกินอัตราหรือไม่ และต้องคืนเงินหรือไถ่ถอนจำนองหรือไม่
ผู้รับโอนทรัพย์ติดจำนองต้องรับผิดเพียงใด บังคับจำนองเกินทรัพย์ได้หรือไม่ สิทธิของเจ้าหนี้และขอบเขตความรับผิดตามกฎหมายจำนอง
ความรับผิดของผู้จำนองตามมาตรา 727/1 และข้อยกเว้นกรณีนิติบุคคล
ผู้จำนองมีหนังสือให้ขายทอดตลาด เจ้าหนี้ต้องทำภายใน 1 ปีหรือไม่ และผลทางกฎหมายของดอกเบี้ย
เจ้าหนี้จำนองขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นได้หรือไม่ เมื่อทรัพย์ถูกยึดขายทอดตลาด และผู้รับโอนสิทธิยังมีสิทธิหรือไม่ตามกฎหมาย
ฟ้องบังคับจำนองต้องบอกกล่าว 60 วันห,ป.พ.พ. มาตรา 728, (ฎีกา 2710/2568)
ผู้รับโอนทรัพย์จำนองเสนอไถ่ถอนแล้วเจ้าหนี้ไม่ฟ้องภายใน 1 เดือน ต้องถือว่ายอมรับคำเสนอโดยปริยาย
สิทธิผู้รับจำนอง & การคุ้มครองดอกเบี้ยตามกฎหมายฟอกเงิน (ฎีกาที่ 6223/2567)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 425/2566: สิทธิไถ่ถอนจำนองของผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดที่ไม่ใช่ลูกหนี้
ฟ้องบังคับจำนองต้องแจ้งลูกหนี้ก่อนหรือไม่? ไม่ทำขั้นตอนนี้มีสิทธิฟ้องหรือเปล่า และศาลฎีกาวินิจฉัยไว้อย่างไร
การจำนองที่ดินโดยผู้พิทักษ์, ความยินยอมผู้พิทักษ์, เพิกถอนนิติกรรมคนเสมือนไร้ความสามารถ,
สัญญาจำนองใช้เป็นหลักฐานการกู้ยืมได้, บังคับจำนอง, การยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดอยู่
ตัวการซึ่งยังไม่เปิดเผยชื่อรับเอาสัญญาจำนองซึ่งกรรมการทำไว้แทนตน
ขายที่ดิน น.ส. 3 โอนการครอบครองโดยส่งมอบแต่นำไปออกโฉนดที่ดินไม่ชอบ
เจ้าของที่ดินอุทิศที่ดินให้แก่ทางราชการภายหลังจดทะเบียนจำนอง
สัญญากู้และสัญญาจำนองกับธนาคารคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา