
| ผู้ซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดติดจำนองจะไถ่ถอนจำนอง ต้องเสนอเงินเท่าใด ราคาประมูลหรือราคาทรัพย์ในวันที่ขอไถ่ถอนเป็นเกณฑ์
บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับผู้ซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยมีจำนองติดไป ซึ่งภายหลังผู้ซื้อประสงค์จะปลดเปลื้องภาระจำนองออกจากทรัพย์ จึงเกิดปัญหาสำคัญว่าผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองจะต้องเสนอเงินแก่ผู้รับจำนองจำนวนเท่าใดจึงจะเป็นการเสนอใช้เงินเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 738 ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญโดยตรงต่อผู้ที่ประมูลซื้อที่ดินหรือทรัพย์สินจากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไป เพราะราคาที่ผู้ซื้อประมูลทรัพย์ได้ ราคาประเมินที่ใช้ในกระบวนการบังคับคดี และราคาของทรัพย์สินในเวลาที่ผู้รับโอนประสงค์จะไถ่ถอนจำนอง อาจมิใช่ราคาเดียวกัน การจะถือว่าจำนวนเงินที่เสนอแก่ผู้รับจำนองเป็นจำนวนอันสมควรจึงต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย มิใช่ถือราคาที่ผู้ซื้อประมูลได้หรือราคาประเมินในชั้นบังคับคดีเป็นข้อยุติโดยอัตโนมัติ หลักสำคัญของคดีอยู่ที่ความหมายของคำว่า จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน ตามมาตรา 738 ซึ่งต้องพิจารณาราคาของทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง เมื่อจำนวนเงินที่เสนอไม่เป็นจำนวนอันสมควรตามหลักดังกล่าว ผู้รับโอนย่อมไม่อาจบังคับให้ผู้รับจำนองรับเงินและดำเนินการถอนจำนองตามจำนวนที่ตนเสนอได้ สาระสำคัญที่สุดของคดี ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปมีฐานะเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง ผู้รับโอนซึ่งมิใช่ตัวลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิไถ่ถอนจำนองตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย การใช้สิทธิไถ่ถอนต้องเสนอใช้เงินเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินตามมาตรา 738 ราคาที่ใช้พิจารณาคือราคาของทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง ราคาประมูลหรือราคาประเมินในชั้นบังคับคดีมิใช่จำนวนเงินที่ผูกพันผู้รับจำนองโดยอัตโนมัติ หากจำนวนเงินที่เสนอไม่สมควรกับราคาทรัพย์ ผู้รับโอนไม่อาจบังคับให้ผู้รับจำนองถอนจำนองตามข้อเสนอของตนได้ คำถามที่น่าสนใจ 1. ผู้ซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปต้องเสนอเงินเท่าใดเพื่อไถ่ถอนจำนอง 2. ราคาที่ประมูลซื้อทรัพย์จากเจ้าพนักงานบังคับคดีถือเป็นราคาไถ่ถอนจำนองโดยอัตโนมัติหรือไม่ 3. คำว่า จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน ตามมาตรา 738 ต้องพิจารณาราคาในเวลาใด สรุปข้อเท็จจริง คดีนี้เกิดจากการที่โจทก์ได้ทรัพย์สินซึ่งมีภาระจำนองจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยการขายทอดตลาดเป็นการขายโดยจำนองติดไป จึงมีผลให้โจทก์ได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ แต่ภาระจำนองยังคงติดอยู่กับทรัพย์นั้น เมื่อโจทก์ประสงค์จะปลดเปลื้องภาระจำนอง จึงใช้สิทธิในฐานะผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง โดยประเด็นพิพาทสำคัญอยู่ที่จำนวนเงินซึ่งโจทก์เสนอเพื่อให้ผู้รับจำนองรับชำระและถอนจำนอง ในคดีมีการกล่าวถึงจำนวนเงิน 83,000 บาท ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 เห็นว่าสามารถใช้เป็นจำนวนเงินที่โจทก์ชำระแก่จำเลยและให้จำเลยดำเนินการถอนจำนองได้ แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกา ปัญหาสำคัญจึงอยู่ที่ว่าจำนวนเงินดังกล่าวเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สินตามมาตรา 738 หรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาหลักการไถ่ถอนจำนองของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง โดยให้ความสำคัญกับราคาของทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ขอไถ่ถอน มิใช่ถือเอาราคาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขายทอดตลาดมาเป็นจำนวนเงินสำหรับไถ่ถอนโดยเด็ดขาด สิทธิของผู้ซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดโดยจำนองติดไป การซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปมีลักษณะสำคัญคือ ผู้ซื้อได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ แต่ภาระจำนองยังไม่สิ้นไปพร้อมกับการขายทอดตลาด เมื่อผู้ซื้อได้รับโอนทรัพย์ที่ยังมีจำนองติดอยู่ ผู้ซื้อจึงมีฐานะเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง และหากเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ย่อมสามารถดำเนินการเพื่อไถ่ถอนจำนองและปลดเปลื้องภาระจำนองออกจากทรัพย์ได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 736 เป็นบทบัญญัติที่รองรับสิทธิของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองซึ่งมิใช่ตัวลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกัน หรือเป็นทายาทของบุคคลเช่นว่านั้น ในการไถ่ถอนจำนอง อย่างไรก็ตาม การมีสิทธิไถ่ถอนจำนองมิได้หมายความว่าผู้รับโอนจะกำหนดจำนวนเงินที่จะชำระแก่ผู้รับจำนองได้เองโดยไม่มีหลักเกณฑ์ การใช้สิทธิต้องดำเนินไปตามบทบัญญัติที่กำหนดวิธีและเงื่อนไขของการไถ่ถอน มาตรา 738 กับจำนวนเงินที่ต้องเสนอ หัวใจสำคัญของคดีอยู่ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 738 ซึ่งกำหนดหลักเกี่ยวกับการที่ผู้รับโอนประสงค์จะไถ่ถอนจำนอง โดยต้องบอกกล่าวและส่งคำเสนอไปยังเจ้าหนี้ที่ได้จดทะเบียน โดยเสนอใช้เงินเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน คำว่า จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน จึงเป็นถ้อยคำสำคัญที่ต้องตีความให้สัมพันธ์กับสภาพและราคาของทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน การพิจารณาจำนวนเงินไถ่ถอนมิใช่เพียงตรวจสอบว่าผู้รับโอนซื้อทรัพย์มาในราคาเท่าใด แต่ต้องพิจารณาว่าทรัพย์สินซึ่งจำนองมีราคาเท่าใดในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง เหตุใดราคาประมูลจึงไม่ใช่คำตอบโดยอัตโนมัติ ราคาที่ผู้ซื้อประมูลทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดเป็นราคาที่เกิดขึ้นในกระบวนการขายทอดตลาด แต่ปัญหาตามมาตรา 738 เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง คือการที่ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองประสงค์จะใช้สิทธิไถ่ถอนจำนองภายหลังได้รับทรัพย์มาแล้ว การพิจารณาจำนวนเงินอันสมควรจึงมุ่งไปที่ราคาของทรัพย์สินในเวลาที่ขอไถ่ถอน ไม่ได้กำหนดให้ถือราคาที่ผู้รับโอนเคยซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดเป็นจำนวนเงินสำหรับไถ่ถอนเสมอไป หลักดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในทางปฏิบัติ เพราะผู้ซื้อทอดตลาดไม่ควรเข้าใจว่าการประมูลทรัพย์ได้ในราคาหนึ่งจะทำให้ตนมีสิทธิปลดจำนองโดยเสนอเงินตามราคานั้นได้โดยอัตโนมัติ ราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีกับราคาไถ่ถอนจำนอง อีกประเด็นที่ต้องแยกออกจากกันคือราคาประเมินที่ใช้ในกระบวนการบังคับคดีกับราคาทรัพย์สินที่ต้องพิจารณาตามมาตรา 738 ราคาประเมินในกระบวนการขายทอดตลาดมีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการบังคับคดี แต่เมื่อต้องวินิจฉัยว่าจำนวนเงินที่ผู้รับโอนเสนอเพื่อไถ่ถอนจำนองเป็นจำนวนอันสมควรหรือไม่ ต้องพิจารณาราคาของทรัพย์สินในเวลาที่ขอไถ่ถอนเป็นสำคัญ ดังนั้น การมีราคาประเมินอยู่ก่อนแล้วมิได้หมายความว่าราคานั้นจะผูกพันผู้รับจำนองให้ต้องยอมรับเป็นจำนวนเงินไถ่ถอนในทุกกรณี ราคาทรัพย์ในเวลาที่ขอไถ่ถอนคือหัวใจของคดี หลักที่สำคัญที่สุดในการทำความเข้าใจคดีนี้คือ เวลาที่ใช้เป็นจุดพิจารณาราคาทรัพย์ เมื่อมาตรา 738 กล่าวถึงจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน การพิจารณาความสมควรต้องสัมพันธ์กับราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง จึงต้องแยกช่วงเวลาที่มีการประเมินหรือขายทอดตลาดออกจากช่วงเวลาที่ผู้รับโอนใช้สิทธิขอไถ่ถอน เพราะหากเป็นคนละช่วงเวลา ราคาที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์อาจแตกต่างกัน และราคาเดิมไม่อาจถูกนำมาใช้เป็นข้อยุติโดยไม่พิจารณาราคาทรัพย์ในเวลาที่กฎหมายให้ความสำคัญ ความหมายของการไถ่ถอนจำนองสำหรับผู้รับโอน การไถ่ถอนในกรณีนี้เป็นกลไกทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้บุคคลซึ่งรับโอนทรัพย์ที่ยังมีภาระจำนองสามารถดำเนินการปลดเปลื้องภาระดังกล่าวได้ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ผู้รับโอนจึงมิได้อยู่ในฐานะที่จะกำหนดเงื่อนไขฝ่ายเดียว แต่ต้องปฏิบัติตามวิธีการและเสนอจำนวนเงินที่สัมพันธ์กับราคาทรัพย์สินตามมาตรา 738 หากข้อเสนอเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ผู้รับโอนย่อมสามารถใช้กลไกตามกฎหมายเพื่อให้ทรัพย์หลุดพ้นจากภาระจำนอง แต่หากจำนวนเงินที่เสนอไม่เข้าเกณฑ์จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน การเสนอเช่นนั้นย่อมไม่ทำให้ผู้รับโอนมีสิทธิบังคับให้ผู้รับจำนองถอนจำนองตามจำนวนเงินที่เสนอ วิเคราะห์หลักกฎหมาย หลักกฎหมายในคดีนี้แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างการซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดกับการไถ่ถอนจำนองอย่างชัดเจน การขายทอดตลาดเป็นเหตุให้ผู้ซื้อได้มาซึ่งทรัพย์ตามเงื่อนไขของการขาย ส่วนการไถ่ถอนจำนองเป็นกระบวนการภายหลังที่ผู้รับโอนประสงค์จะปลดภาระจำนองซึ่งยังติดอยู่กับทรัพย์ ราคาที่เกิดขึ้นในกระบวนการแรกจึงไม่จำเป็นต้องเป็นจำนวนเงินที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ในกระบวนการหลัง มาตรา 738 เลือกใช้เกณฑ์จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน มิได้กำหนดให้ใช้ราคาที่ผู้รับโอนซื้อมาเป็นเกณฑ์ตายตัว การพิจารณาจึงต้องให้ความสำคัญกับมูลค่าของทรัพย์สินในเวลาที่มีการขอไถ่ถอน หลักดังกล่าวยังทำให้เห็นว่า การเสนอไถ่ถอนต้องมีความสัมพันธ์กับตัวทรัพย์ซึ่งเป็นหลักประกัน เพราะสิทธิของผู้รับจำนองมีทรัพย์ดังกล่าวเป็นหลักประกันการชำระหนี้อยู่ หากถือเพียงราคาที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นเกณฑ์เด็ดขาดโดยไม่คำนึงถึงราคาทรัพย์ในเวลาที่ขอไถ่ถอน ก็อาจไม่สอดคล้องกับถ้อยคำที่มาตรา 738 กำหนดให้จำนวนเงินต้องสมควรกับราคาทรัพย์สิน เจตนารมณ์ของมาตรา 736 มาตรา 736 เปิดช่องทางให้ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองซึ่งมิใช่ตัวลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันสามารถไถ่ถอนจำนองได้ บทบัญญัตินี้มีความสำคัญต่อกรณีที่ทรัพย์จำนองเปลี่ยนมือ เพราะแม้ภาระจำนองจะยังติดตามทรัพย์ไป ผู้รับโอนก็มีช่องทางตามกฎหมายในการดำเนินการให้ภาระจำนองสิ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ทรัพย์อยู่ภายใต้ภาระจำนองต่อไปโดยไม่มีทางดำเนินการ สิทธิดังกล่าวต้องใช้ภายใต้เงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายกำหนด มิใช่เป็นสิทธิที่จะกำหนดราคาไถ่ถอนฝ่ายเดียว เจตนารมณ์ของมาตรา 738 มาตรา 738 กำหนดกลไกการเสนอไถ่ถอนโดยเชื่อมโยงจำนวนเงินเข้ากับราคาของทรัพย์สิน การใช้คำว่า จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน แสดงให้เห็นว่ากฎหมายมิได้กำหนดตัวเลขตายตัวไว้ล่วงหน้า หลักนี้ทำให้ต้องพิจารณาความสมควรของจำนวนเงินจากราคาทรัพย์ในเวลาที่ใช้สิทธิ และป้องกันมิให้ราคาที่เกิดขึ้นในกระบวนการอื่นถูกนำมาใช้แทนเกณฑ์ของมาตรา 738 โดยอัตโนมัติ ในด้านผู้รับโอน กฎหมายเปิดโอกาสให้ปลดภาระจำนองออกจากทรัพย์ได้ ส่วนในด้านผู้รับจำนอง การเสนอไถ่ถอนก็ต้องเป็นจำนวนที่สมควรกับราคาทรัพย์ซึ่งเป็นหลักประกัน มิใช่จำนวนที่ผู้รับโอนกำหนดขึ้นโดยไม่สัมพันธ์กับราคาทรัพย์ ความสำคัญของคดีต่อผู้ซื้อทรัพย์ขายทอดตลาด ผู้ที่จะประมูลซื้อทรัพย์โดยจำนองติดไปควรแยกเรื่องราคาประมูลออกจากภาระจำนองตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อ การประมูลได้ในราคาที่เห็นว่าเหมาะสมมิได้หมายความว่าผู้ซื้อจะสามารถปลดภาระจำนองในจำนวนเดียวกับราคาที่ประมูลได้ หากภายหลังผู้ซื้อประสงค์จะใช้สิทธิไถ่ถอนจำนอง ปัญหาจะกลับไปสู่หลักของมาตรา 738 ว่าจำนวนเงินที่เสนอเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาของทรัพย์สินในเวลาที่ขอไถ่ถอนหรือไม่ ดังนั้น ประเด็นเรื่องราคาจึงมีอย่างน้อยสองช่วงที่ต้องแยกจากกัน คือราคาที่เกิดขึ้นในการขายทอดตลาดและราคาทรัพย์ในเวลาที่ใช้สิทธิไถ่ถอนจำนอง คำวินิจฉัยของศาลฎีกา ศาลฎีกาให้ความสำคัญกับหลักที่ว่า จำนวนเงินอันสมควรตามมาตรา 738 ต้องสัมพันธ์กับราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง การใช้ราคาประเมินหรือราคาที่เกี่ยวข้องกับการขายทอดตลาดจึงไม่ทำให้เกิดผลผูกพันว่าผู้รับจำนองต้องยอมรับจำนวนดังกล่าวเป็นราคาไถ่ถอนเสมอไป เมื่อข้อเสนอของโจทก์ไม่อาจถือเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว โจทก์จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยรับเงินตามจำนวนที่เสนอและดำเนินการถอนจำนองได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ยกฟ้องโจทก์ วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง แนวทางสำคัญที่ปรากฏจากหลักคำวินิจฉัยเรื่องผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง คือการยอมรับว่าผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปสามารถอยู่ในฐานะผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง และสามารถใช้สิทธิไถ่ถอนภายใต้บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องได้ สำหรับประเด็นจำนวนเงินไถ่ถอน แนววินิจฉัยให้ความสำคัญกับราคาทรัพย์สินในเวลาที่ขอไถ่ถอน มิใช่เพียงราคาที่ผู้รับโอนเคยซื้อทรัพย์มา หรือราคาประเมินที่จัดทำขึ้นในกระบวนการบังคับคดีก่อนหน้านั้น จุดนี้เป็นหลักสำคัญที่ทำให้การใช้มาตรา 738 ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับราคาทรัพย์ให้ตรงกับช่วงเวลาที่มีการขอไถ่ถอน และไม่ควรนำราคาคนละช่วงเวลามาใช้แทนกันโดยปราศจากการพิจารณาว่าเป็นจำนวนที่สมควรกับราคาทรัพย์ในเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 1. ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยโจทก์ไม่อาจบังคับให้จำเลยรับเงินตามจำนวนที่เสนอและดำเนินการถอนจำนองตามคำขอได้ 2. ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้โจทก์ชำระเงินแก่จำเลยจำนวน 83,000 บาท และให้จำเลยดำเนินการถอนจำนองให้แก่โจทก์ 3. ศาลฎีกา วินิจฉัยหลักการเสนอใช้เงินเพื่อไถ่ถอนจำนองตามมาตรา 738 ว่าต้องเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน โดยพิจารณาราคาทรัพย์จำนองในเวลาที่ขอไถ่ถอน เมื่อจำนวนที่โจทก์เสนอไม่เป็นไปตามหลักดังกล่าว จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ สรุปข้อคิดทางกฎหมาย การได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปกับการปลดเปลื้องภาระจำนองเป็นนิติสัมพันธ์ที่ต้องพิจารณาแยกจากกัน ผู้ซื้อได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ตามผลของการขายทอดตลาด แต่สิทธิจำนองยังคงติดอยู่กับทรัพย์จนกว่าจะมีเหตุให้ระงับหรือมีการดำเนินการไถ่ถอนตามกฎหมาย ผู้รับโอนที่ประสงค์จะใช้สิทธิไถ่ถอนต้องดำเนินการภายใต้บทบัญญัติมาตรา 736 และมาตรา 738 โดยเฉพาะเงื่อนไขสำคัญเรื่องการเสนอใช้เงินเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน ราคาที่ผู้รับโอนซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดหรือราคาประเมินที่เคยใช้ในกระบวนการบังคับคดีไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นราคาไถ่ถอนตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ เพราะเกณฑ์สำคัญตามมาตรา 738 คือราคาของทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอน ดังนั้น ในคดีที่ผู้รับโอนขอให้ศาลบังคับผู้รับจำนองรับเงินและถอนจำนอง ประเด็นสำคัญมิใช่เพียงว่าผู้รับโอนได้ทรัพย์มาในราคาเท่าใด แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าจำนวนเงินที่เสนอมีความสมควรกับราคาทรัพย์ในเวลาที่ใช้สิทธิไถ่ถอนหรือไม่ ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้ ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปในการไถ่ถอนจำนอง และหลักการกำหนดจำนวนเงินที่ผู้รับโอนต้องเสนอแก่ผู้รับจำนอง โดยมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 736 และมาตรา 738 เป็นบทบัญญัติสำคัญในการพิจารณา สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ 1. จำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองที่ประสงค์จะไถ่ถอนต้องเสนอใช้เงินตามหลักมาตรา 738 จำนวนเงินดังกล่าวต้องสัมพันธ์กับราคาของทรัพย์สินที่จำนอง มิใช่จำนวนที่ผู้รับโอนสามารถกำหนดขึ้นเองโดยถือราคาที่ตนซื้อทรัพย์มาเป็นข้อยุติ 2. ราคาทรัพย์ในเวลาที่ขอไถ่ถอนจำนอง ราคาที่เป็นสาระสำคัญในการพิจารณาความสมควรของจำนวนเงินคือราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนจำนอง จึงไม่อาจถือราคาประมูลหรือราคาประเมินในชั้นบังคับคดีเป็นราคาไถ่ถอนที่ผูกพันผู้รับจำนองโดยอัตโนมัติ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 1. คำถาม ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดโดยจำนองติดไปมีสิทธิไถ่ถอนจำนองหรือไม่ คำตอบ ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองที่มิใช่ตัวลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิไถ่ถอนจำนองได้ตามหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 736 แต่การใช้สิทธิต้องดำเนินไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะการเสนอใช้เงินแก่ผู้รับจำนองตามมาตรา 738 2. คำถาม ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดมาในราคาเท่าใด สามารถใช้ราคานั้นเป็นราคาไถ่ถอนจำนองได้เลยหรือไม่ คำตอบ ราคาที่ประมูลซื้อทรัพย์ได้ไม่ใช่ราคาไถ่ถอนจำนองโดยอัตโนมัติ การไถ่ถอนตามมาตรา 738 ต้องเสนอใช้เงินเป็นจำนวนอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน โดยพิจารณาราคาของทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ขอไถ่ถอนเป็นสำคัญ 3. คำถาม ราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีผูกพันผู้รับจำนองให้ต้องยอมถอนจำนองหรือไม่ คำตอบ ราคาประเมินที่ใช้ในกระบวนการบังคับคดีมิได้เป็นจำนวนเงินที่ผูกพันผู้รับจำนองให้ต้องยอมรับเพื่อถอนจำนองโดยอัตโนมัติ การพิจารณาตามมาตรา 738 ต้องวินิจฉัยว่าจำนวนเงินที่เสนอสมควรกับราคาของทรัพย์สินในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอนหรือไม่ 4. คำถาม เหตุใดเวลาที่ขอไถ่ถอนจำนองจึงมีความสำคัญต่อการกำหนดจำนวนเงิน คำตอบ เพราะหลักตามมาตรา 738 พิจารณาจำนวนเงินอันสมควรกับราคาทรัพย์สิน และราคาที่เป็นสาระสำคัญคือราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่ผู้รับโอนขอไถ่ถอน ราคาที่เคยประเมินหรือราคาที่เคยซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นจึงไม่อาจนำมาเป็นข้อยุติของราคาไถ่ถอนโดยอัตโนมัติ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3155/2563
|



