
| คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4128/2567 การริบยานพาหนะในคดีบุหรี่หนีภาษีและการตีความมาตรา 165 พ.ร.บ.ศุลกากร
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์
บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการตีความมาตรา 165 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ว่าด้วยการริบยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่หนีภาษี โดยศาลฎีกาพิเคราะห์ว่าของกลางมีปริมาณน้อย ไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการขนย้าย จึงไม่เข้าเงื่อนไขของบทกฎหมายและไม่อาจริบรถยนต์ของกลางได้ คดีนี้สะท้อนหลักความสมดุลและสัดส่วนระหว่างโทษกับการกระทำความผิด
ข้อเท็จจริงโดยสรุป • โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองฐานนำเข้าบุหรี่หนีภาษี โดยใช้รถยนต์ในการขนย้ายและขอให้ริบรถยนต์ของกลาง • จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นลงโทษปรับและริบบุหรี่ แต่ไม่ริบรถยนต์ • ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ริบรถยนต์ของกลางพร้อมจ่ายสินบนและเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงาน • จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คำวินิจฉัยของศาลฎีกา 1. บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง o พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 165 o ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 o ศาลพิจารณานิยามคำว่า “ขน” “ลำเลียง” “ซ่อนเร้น” จากพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน 2. ประเด็นการตีความ o คดีนี้ บุหรี่หนีภาษีเพียง 90 ซอง น้ำหนัก 1,710 กรัม ราคา 270 บาท คิดภาษีรวม 4,533 บาท ถือเป็นปริมาณน้อย o ไม่เข้าข่าย “ของที่โดยสภาพหรือจำนวนไม่สะดวกหรือไม่อาจขนย้ายได้หากปราศจากยานพาหนะ” o การที่บุหรี่วางไว้ในรถยนต์ ไม่ถือว่าเป็นการ “ซ่อนเร้น” หรือ “ขนย้าย” ตามมาตรา 165 3. ข้อสรุป o การริบรถยนต์ของกลางมีมูลค่าสูงเกินสัดส่วนกับการกระทำผิด o จึงพิพากษาแก้ ไม่ให้ริบรถยนต์ของกลาง คืนให้เจ้าของ
การขยายความประเด็นทางกฎหมาย • หลักสัดส่วนแห่งโทษ: ศาลฎีกายึดหลักการที่ว่า บทลงโทษต้องสมดุลกับความร้ายแรงของการกระทำ การริบรถยนต์มีราคาสูง แต่ความผิดเป็นเพียงการครอบครองบุหรี่หนีภาษีจำนวนน้อย ถือว่าลงโทษเกินสมควร • เจตนารมณ์กฎหมายศุลกากร: มาตรา 165 มีเป้าหมายให้ริบยานพาหนะที่ใช้ขนของหนีภาษีจำนวนมาก ไม่ได้หมายถึงกรณีของเล็กน้อยที่ใช้รถเพียงวางสิ่งของ • การตีความถ้อยคำกฎหมาย: ศาลใช้การอ้างอิงพจนานุกรมราชบัณฑิตฯ เพื่อให้ความหมายชัดเจนและจำกัดขอบเขตของบทบัญญัติ
IRAC Analysis Issue (ประเด็นปัญหา) รถยนต์ของกลางที่ใช้วางบุหรี่หนีภาษีปริมาณเล็กน้อย เข้าข่ายยานพาหนะที่ต้องริบตามมาตรา 165 พ.ร.บ.ศุลกากร หรือไม่ Rule (กฎเกณฑ์กฎหมาย) มาตรา 165 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 บัญญัติให้ริบยานพาหนะที่ใช้ในการย้าย ซ่อนเร้น หรือขนของต้องห้าม หรือของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร Application (การประยุกต์ใช้) บุหรี่ของกลางเพียง 90 ซอง น้ำหนัก 1.7 กิโลกรัม ไม่ถือว่าจำนวนมากหรือจำเป็นต้องใช้รถยนต์ในการขนย้าย อีกทั้งไม่ปรากฏการซ่อนเร้นไว้ในรถยนต์ คำว่า “ย้าย” และ “ขน” ต้องหมายถึงของจำนวนมากที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้หากไม่มีรถยนต์ Conclusion (ข้อสรุป) รถยนต์ของกลางไม่เข้าเงื่อนไขการริบ ศาลฎีกาจึงพิพากษาให้คืนรถแก่เจ้าของ
ข้อคิดทางกฎหมาย • ศาลยืนยันหลักการ ความสมดุลของการลงโทษ (Proportionality) • แสดงให้เห็นการใช้ การตีความถ้อยคำกฎหมายโดยอิงพจนานุกรม เพื่อกำหนดขอบเขตบทลงโทษ • แนวคำพิพากษานี้เป็นบรรทัดฐานว่า คดีบุหรี่หนีภาษีจำนวนน้อย ไม่ควรถูกริบยานพาหนะราคาแพง
English Summary The Supreme Court Judgment No. 4128/2024 concerns the interpretation of Section 165 of the Customs Act B.E. 2560 regarding vehicle confiscation in a case involving smuggled cigarettes. The Court held that since the seized cigarettes amounted to only 90 packs (1.7 kg), such a small quantity did not require the use of a car for concealment or transportation. Therefore, the vehicle could not be confiscated. The ruling emphasizes proportionality of punishment and clarifies the legislative intent behind Section 165.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4128/2567
คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องในส่วนรถยนต์ของกลางเพียงว่า รถยนต์เป็นยานพาหนะที่จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ในการกระทำผิดโดยใช้ลำเลียงขนส่งบุหรี่ของกลาง โดยไม่ได้บรรยายว่าใช้ยานพาหนะในการซ่อนเร้นบุหรี่ของกลางด้วย แม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองใช้ยานพาหนะของกลางในการซ่อนเร้นบุหรี่ของกลาง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 165 วรรคหนึ่ง มีเจตนารมณ์ให้ศาลริบยานพาหนะที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการขนย้ายของที่โดยสภาพหรือจำนวนไม่สะดวกหรือไม่อาจขนย้ายได้หากปราศจากยานพาหนะในการขนย้าย ดังนั้น แม้คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ แต่เมื่อพิจารณาปริมาณบุหรี่ของกลางที่ไม่ได้เสียภาษีอากรและไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรซึ่งมีจำนวนและน้ำหนักเพียงเล็กน้อย โดยสภาพและจำนวนบุหรี่ของกลางไม่ถึงกับต้องใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะในการขนย้าย ดังนั้น แม้จำเลยทั้งสองจะใส่หรือวางบุหรี่ของกลางไว้ในรถยนต์ของกลาง แต่เมื่อยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการใช้ยานพาหนะในการซ่อนเร้นจึงยังถือไม่ได้ว่ารถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำความผิดโดยตรงและยังถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้ยานพาหนะในการขนย้ายบุหรี่ของกลางตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 165 จึงไม่อาจริบรถยนต์ของกลางได้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 4, 165, 166, 167, 242, 246 พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 4, 159, 165, 203, 206, 207 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 ริบบุหรี่ซิกาแรตต่างประเทศและรถยนต์ของกลาง จ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับและจ่ายเงินรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 246 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 242 พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 165, 203 (1), 206 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 246 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกคือ ให้ลงโทษฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ โดยรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับคนละ 1,728 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน จึงไม่ลดโทษให้ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบบุหรี่ซิกาแรตต่างประเทศของกลาง ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบรถยนต์ของกลาง ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้ใช้รถยนต์คันดังกล่าวซุกซ่อนขนย้ายบุหรี่ของกลางในลักษณะอย่างไร ทั้งรถยนต์โดยสภาพแล้วก็เป็นยานพาหนะที่บุคคลทั่วไปใช้สัญจรตามธรรมดาในชีวิตประจำวัน รถยนต์ของกลางจึงมิได้เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ หรือยานพาหนะที่จำเลยทั้งสองได้ใช้ในการกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องโดยตรง จึงไม่อาจริบรถยนต์ของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ได้
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถยนต์ของกลาง ให้จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับร้อยละสามสิบและจ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางที่ศาลสั่งริบตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 7, 8 วรรคหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์ของกลาง ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 165 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เรือที่มีระวางบรรทุกไม่เกินสองร้อยห้าสิบตันกรอส ยานพาหนะอื่นใด เว้นแต่อากาศยาน หีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือสิ่งใด ๆ หากได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการย้าย ซ่อนเร้น หรือขนของที่มิได้เสียอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัดหรือของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่" คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องในส่วนรถยนต์ของกลางเพียงว่า รถยนต์เป็นยานพาหนะที่จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ในการกระทำผิดโดยใช้ลำเลียงขนส่งบุหรี่ของกลาง โดยไม่ได้บรรยายว่าใช้ยานพาหนะในการซ่อนเร้นบุหรี่ของกลางด้วย แม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพก็ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองใช้ยานพาหนะของกลางในการซ่อนเร้นบุหรี่ของกลาง เมื่อพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มิได้ให้นิยามคำว่า "ย้าย" "ขน" และ "ลำเลียงขนส่ง" ไว้ แต่ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้นิยามคำว่า "ย้าย" ที่เป็นคำกริยาหมายความว่าทำให้เคลื่อนจากที่หนี่งไปยังอีกที่หนึ่ง คำว่า "ลำเลียง" หมายความว่า ขนถ่ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เช่น ลำเลียงอาหาร ลำเลียงอาวุธ คำว่า "ขนส่ง" เป็นคำนามหมายความว่า ธุรกิจเกี่ยวด้วยการขนและส่ง เช่น ขนส่งสินค้า และคำว่า "ขน" ที่เป็นคำกริยาหมายความว่าเอาสิ่งของ เป็นต้นจำนวนมากจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยบรรทุก หาบ หาม หรือด้วยวิธีอื่น จากคำนิยามดังกล่าว ขน จึงหมายถึง การย้ายสิ่งของจำนวนมากจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง และการลำเลียงขนส่ง หมายถึงการขนถ่ายหรือขนส่งสินค้าหรือสิ่งของจำนวนมาก มิใช่กรณีสินค้าหรือสิ่งของจำนวนเพียงเล็กน้อย อันแสดงให้เห็นว่าบทบัญญัติในมาตรา 165 วรรคหนึ่ง มีเจตนารมณ์ให้ศาลริบยานพาหนะที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการขนย้ายของที่โดยสภาพหรือจำนวนไม่สะดวกหรือไม่อาจขนย้ายได้หากปราศจากยานพาหนะในการขนย้าย ดังนั้น แม้คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ แต่เมื่อพิจารณาตามที่บรรยายในคำฟ้องและจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพกับที่ฟังเป็นยุติถึงปริมาณบุหรี่ซิกาแรตของกลางที่ไม่ได้เสียภาษีอากรและไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร มีจำนวนเพียง 90 ซอง น้ำหนัก 1,710 กรัม ซึ่งเป็นจำนวนและน้ำหนักเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยสภาพและจำนวนบุหรี่ของกลางไม่ถึงกับต้องใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะในการขนย้าย ดังนั้น แม้จำเลยทั้งสองจะใส่หรือวางบุหรี่ซิกาแรตของกลางไว้ในรถยนต์ของกลาง แต่เมื่อยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการใช้ยานพาหนะในการซ่อนเร้นจึงยังถือไม่ได้ว่ารถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะที่จำเลยทั้งสองใช้ในการกระทำความผิดโดยตรงและยังถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้ยานพาหนะในการขนย้ายบุหรี่ของกลางตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 165 อีกทั้งบุหรี่ของกลางมีราคา 270 บาท มีการหลีกเลี่ยงการเสียอากรขาเข้าเป็นเงิน 162 บาท รวมราคาของและค่าอากรขาเข้าด้วยกันอันเป็นฐานการคำนวณค่าปรับตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 แล้วเป็นเงินเพียง 432 บาท และค่าภาษีสรรพสามิตคิดเป็นเงินเพียง 4,533 บาท จึงถือได้ว่าเป็นการกระทำความผิดเพียงเล็กน้อย ประกอบกับการลงโทษจำเลยทั้งสองโดยการริบรถยนต์ของกลางซึ่งเป็นทรัพย์ที่มีราคาสูงไม่ได้สัดส่วนกับการกระทำความผิดที่ไม่มีการซ่อนเร้นบุหรี่ของกลางดังกล่าว จึงไม่อาจริบรถยนต์ของกลางได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ริบรถยนต์ของกลางนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบรถยนต์ของกลาง โดยให้คืนรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
|





.png)