ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ทายาทมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกแม้เจ้าหนี้ยึดทรัพย์ได้หรือไม่ ศึกษาหลักการกันเงินจากการขายทอดตลาดและสิทธิของทายาทโดยธรรม

ทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกอย่างไร, เจ้าหนี้ยึดทรัพย์มรดกได้หรือไม่, การกันเงินจากการขายทอดตลาดคืออะไร, สิทธิของทายาทภายหลังการขายทอดตลาด, การบังคับคดีเหนือทรัพย์มรดก, การคุ้มครองสิทธิของทายาทในการบังคับคดี, ทรัพย์มรดกถูกยึดขายทอดตลาดทำอย่างไร, ผู้จัดการมรดกกับการถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน, การแบ่งเงินจากการขายทอดตลาดแก่ทายาท, ทายาทโดยธรรมตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, สิทธิของทายาทเมื่อเจ้าหนี้บังคับคดี, การยื่นคำร้องขอกันสิทธิในชั้นบังคับคดี 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสิทธิของทายาทโดยธรรมในการได้รับส่วนแบ่งทรัพย์มรดก เมื่อทรัพย์มรดกถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดและนำออกขายทอดตลาดในชั้นบังคับคดี โดยประเด็นสำคัญของคดีมิใช่อยู่ที่การพิจารณาว่าผู้ร้องครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดจริงหรือไม่เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิของทายาทซึ่งได้รับทรัพย์มรดกตามกฎหมาย แม้ว่าทรัพย์ดังกล่าวจะถูกยึดเพื่อชำระหนี้ของทายาทอีกคนหนึ่งก็ตาม ศาลฎีกาวินิจฉัยแยกประเด็นระหว่างการอ้างสิทธิครอบครองเฉพาะส่วนของที่ดินกับสิทธิในการรับมรดกโดยธรรม และวางหลักไว้อย่างชัดเจนว่า แม้ผู้ร้องจะพิสูจน์ไม่ได้ว่าครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่กล่าวอ้าง แต่เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรของเจ้ามรดกและเป็นทายาทโดยธรรม สิทธิในการรับมรดกย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย การยึดทรัพย์ของเจ้าหนี้จึงไม่อาจตัดสิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องได้ ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามส่วนมรดกที่ตกทอดแก่ตน อันเป็นหลักสำคัญที่สะท้อนการคุ้มครองสิทธิของบุคคลภายนอกในกระบวนการบังคับคดี และเป็นแนวทางสำคัญในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกและการขายทอดตลาดในทางปฏิบัติ 

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยซึ่งรับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย โดยกำหนดให้รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ตน เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงดำเนินการบังคับคดีและให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 ซึ่งมีชื่อนายอนิรุตหรือคำบางถือกรรมสิทธิ์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางคำ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน และต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา 

ภายหลังการยึดทรัพย์ ผู้ร้องทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอให้กันส่วนที่ดินที่ตนอ้างว่าครอบครองอยู่เป็นส่วนสัดออกจากการขายทอดตลาด โดยอ้างว่าผู้ร้องทั้งสอง นายอนิรุตหรือคำบาง และนายหนูกาญ ต่างครอบครองที่ดินคนละส่วนมาเป็นเวลานาน ผู้ร้องที่ 1 ครอบครองที่ดินด้านทิศใต้ติดทางสาธารณประโยชน์ ส่วนผู้ร้องที่ 2 ครอบครองที่ดินด้านทิศใต้ถัดจากผู้ร้องที่ 1 และติดทางสาธารณประโยชน์เช่นเดียวกัน จึงเห็นว่าที่ดินในส่วนดังกล่าวไม่ควรถูกนำไปขายทอดตลาดรวมทั้งแปลง นอกจากนี้ผู้ร้องทั้งสองยังอ้างเพิ่มเติมว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของนางคำซึ่งเป็นมารดา เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ผู้ร้องทั้งสองในฐานะบุตรย่อมเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกดังกล่าว การบังคับคดีของโจทก์จึงไม่อาจกระทบต่อสิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องทั้งสองได้ 

ฝ่ายโจทก์ยื่นคำคัดค้านโดยเห็นว่าคำร้องของผู้ร้องทั้งสองไม่มีเหตุให้รับฟัง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ผู้ร้องทั้งสองจึงได้รับอนุญาตให้ฎีกาต่อศาลฎีกาเพื่อให้วินิจฉัยถึงสิทธิของตนในทรัพย์มรดกและผลของการบังคับคดีเหนือทรัพย์ดังกล่าว 

ประเด็นที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัย

ศาลฎีกาวางประเด็นแห่งคดีออกเป็นสองส่วนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน กล่าวคือ ประเด็นแรก ผู้ร้องทั้งสองมีสิทธิอ้างว่าตนครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดจนสามารถขอให้กันเฉพาะส่วนที่ดินของตนออกจากการขายทอดตลาดได้หรือไม่ และประเด็นที่สอง แม้จะพิสูจน์การครอบครองเป็นส่วนสัดไม่ได้ แต่ผู้ร้องทั้งสองในฐานะทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกยังมีสิทธิได้รับการคุ้มครองส่วนแบ่งมรดกจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ร้องทั้งสองยกขึ้นตั้งแต่คำร้อง แต่ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยไว้โดยตรง ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยเสียเองโดยไม่ย้อนสำนวนกลับไปยังศาลชั้นต้น เนื่องจากมีการไต่สวนพยานหลักฐานไว้ครบถ้วนแล้ว 

เมื่อพิจารณาพยานหลักฐานเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน ศาลฎีกาพบว่าแผนที่พิพาทแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องทั้งสองต่างอ้างสิทธิครอบครองพื้นที่ซึ่งติดกับทางสาธารณประโยชน์และมีเนื้อที่มากกว่าส่วนที่นายอนิรุตหรือคำบางกับนายหนูกาญครอบครองอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่พื้นที่ของนายอนิรุตหรือคำบางและนายหนูกาญกลับมีเนื้อที่น้อยกว่า ไม่ติดทางสาธารณประโยชน์ และไม่มีทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะโดยตรง หากจะเข้าออกต้องผ่านพื้นที่ที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างว่าครอบครองอยู่ ประกอบกับผู้ร้องที่ 1 ยอมรับว่าเจ้ามรดกไม่มีที่ดินแปลงอื่นอีก จึงทำให้ลักษณะการแบ่งครอบครองตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างเป็นการได้เปรียบแก่ผู้ร้องทั้งสองอย่างผิดปกติ โดยไม่ปรากฏเหตุผลรองรับว่ามีการแบ่งครอบครองในลักษณะดังกล่าวได้อย่างไร 

ศาลฎีกายังเห็นว่าผู้ร้องทั้งสองมิได้นำพยานหลักฐานมาพิสูจน์สภาพการครอบครองที่ดินให้เห็นเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานเกี่ยวกับแนวเขต การใช้ประโยชน์ หรือข้อเท็จจริงอื่นที่สนับสนุนการครอบครองเป็นส่วนสัด จึงเป็นเพียงการกล่าวอ้างลอย ๆ ที่ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่า ผู้ร้องทั้งสองมีสิทธิครอบครองที่ดินเฉพาะส่วนตามที่กล่าวอ้าง ดังนั้น ผู้ร้องทั้งสองจึงไม่มีสิทธิขอให้กันส่วนที่ดินออกจากการขายทอดตลาดตามเหตุแห่งการครอบครองเป็นส่วนสัดดังกล่าว 

การวินิจฉัยของศาลฎีกาเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์มรดก

แม้ศาลฎีกาจะไม่รับฟังข้ออ้างของผู้ร้องทั้งสองเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัด แต่ศาลเห็นว่ายังมีประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องได้รับการวินิจฉัย คือ สิทธิของผู้ร้องทั้งสองในฐานะทายาทโดยธรรมของนางคำซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเดิม โดยข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังได้ว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 มีชื่อนางคำเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ภายหลังนางคำถึงแก่ความตาย นายอนิรุตหรือคำบางได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในฐานะผู้จัดการมรดก มิใช่ในฐานะเจ้าของทรัพย์แต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งโจทก์ก็ไม่โต้แย้งว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นบุตรของนางคำ ดังนั้น ผู้ร้องทั้งสองจึงมีฐานะเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก และย่อมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกตามกฎหมายตั้งแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย สิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นโดยผลของกฎหมาย มิใช่สิทธิที่เกิดจากการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ศาลฎีกาจึงแยกการพิจารณาประเด็นสิทธิในฐานะทายาทออกจากประเด็นการครอบครองที่ดินอย่างชัดเจน 

ศาลฎีกาอธิบายต่อไปว่า แม้โจทก์จะมีสิทธิบังคับคดีเหนือทรัพย์สินที่อยู่ในความรับผิดของลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่การบังคับคดีย่อมต้องอยู่ภายใต้หลักคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่นที่มีสิทธิตามกฎหมายในทรัพย์นั้นด้วย เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 เป็นทรัพย์มรดกของนางคำ และผู้ร้องทั้งสองเป็นทายาทโดยธรรม สิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องทั้งสองจึงยังคงมีอยู่ แม้ที่ดินจะถูกเจ้าพนักงานบังคับคดียึดและอยู่ระหว่างประกาศขายทอดตลาด สิทธิของทายาทดังกล่าวย่อมไม่ได้ระงับหรือสิ้นสุดลงเพราะการบังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา การบังคับคดีสามารถดำเนินต่อไปได้ แต่ต้องไม่กระทบต่อสิทธิของทายาทในส่วนแห่งมรดกที่กฎหมายรับรองไว้ 

ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า แม้ผู้ร้องทั้งสองจะไม่มีสิทธิขอให้กันเฉพาะส่วนของที่ดินออกจากการขายทอดตลาดตามเหตุแห่งการครอบครองเป็นส่วนสัด แต่ผู้ร้องทั้งสองย่อมมีสิทธิขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไว้ตามสัดส่วนแห่งมรดกที่ตกทอดแก่ตน เพราะการกันเงินหลังการขายทอดตลาดเป็นการคุ้มครองสิทธิของทายาทโดยธรรม ซึ่งแตกต่างจากการกันตัวทรัพย์ออกจากการบังคับคดี การวินิจฉัยดังกล่าวทำให้การบังคับคดีสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลอื่นที่มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา อันเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าหนี้กับสิทธิของทายาทผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกเดียวกัน 

หลักกฎหมายที่ได้รับจากคำพิพากษานี้

คำพิพากษานี้สะท้อนหลักกฎหมายสำคัญว่า การอ้างสิทธิในทรัพย์สินสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายฐานสิทธิ และแต่ละฐานสิทธิต้องได้รับการพิจารณาแยกจากกัน ผู้ร้องทั้งสองอาจไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดจนมีสิทธิขอกันพื้นที่เฉพาะส่วนออกจากการขายทอดตลาด แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ได้ทำให้สิทธิของผู้ร้องในฐานะทายาทโดยธรรมสิ้นสุดลง เพราะสิทธิในการรับมรดกเป็นสิทธิที่กฎหมายรับรองไว้โดยตรง เมื่อศาลรับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรของเจ้ามรดก สิทธิในการรับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกย่อมได้รับความคุ้มครองโดยไม่ขึ้นอยู่กับการพิสูจน์การครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดแต่อย่างใด 

อีกหลักการสำคัญที่ปรากฏจากคำพิพากษานี้ คือ การยึดทรัพย์มรดกเพื่อบังคับคดีมิได้มีผลตัดสิทธิของทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิอยู่ในทรัพย์นั้น หากทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นทรัพย์มรดกซึ่งยังมีบุคคลอื่นมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งตามกฎหมาย บุคคลดังกล่าวย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องเพื่อขอความคุ้มครองสิทธิของตนในชั้นบังคับคดีได้ โดยรูปแบบของการคุ้มครองจะต้องสอดคล้องกับฐานสิทธิที่มีอยู่ กล่าวคือ หากพิสูจน์สิทธิในตัวทรัพย์ไม่ได้ ก็อาจยังมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดในฐานะผู้มีสิทธิรับมรดก หลักการดังกล่าวช่วยให้การบังคับคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็รักษาความเป็นธรรมแก่บุคคลที่มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาแต่มีสิทธิตามกฎหมายในทรัพย์ที่ถูกบังคับคดีด้วย 

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองที่ขอให้กันส่วนที่ดินออกจากการขายทอดตลาด โดยเห็นว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิได้รับการคุ้มครองตามที่ร้องขอ จึงให้ยกคำร้องทั้งหมด พร้อมกำหนดให้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเป็นพับ 

2. ศาลอุทธรณ์

ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยยังคงเห็นว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิได้รับการกันส่วนที่ดินตามที่ร้องขอ พร้อมคืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นจำนวน 170 บาทแก่ผู้ร้องทั้งสอง และกำหนดให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์เป็นพับ 

3. ศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยแยกประเด็นข้อพิพาทออกเป็นสองส่วน โดยเห็นว่าผู้ร้องทั้งสองไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่กล่าวอ้าง จึงไม่มีสิทธิขอให้กันส่วนของที่ดินออกจากการขายทอดตลาด อย่างไรก็ตาม ศาลรับฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของนางคำ และโจทก์ก็ไม่โต้แย้งว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นบุตรของนางคำ ผู้ร้องทั้งสองจึงเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกตามกฎหมาย การยึดที่ดินเพื่อบังคับคดีไม่อาจกระทบต่อสิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องทั้งสองได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองคนละหนึ่งในสี่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ 

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้แสดงให้เห็นหลักกฎหมายสำคัญว่า สิทธิที่บุคคลอ้างเหนือทรัพย์สินอาจเกิดขึ้นจากฐานสิทธิที่แตกต่างกัน และศาลต้องวินิจฉัยแต่ละฐานสิทธิแยกออกจากกันอย่างชัดเจน การที่บุคคลไม่สามารถพิสูจน์สิทธิครอบครองทรัพย์เป็นส่วนสัดได้ มิได้หมายความว่าสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรมจะสิ้นสุดลง หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นทายาทของเจ้ามรดก ย่อมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกตามกฎหมายอยู่เช่นเดิม การบังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องดำเนินไปภายใต้หลักคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่นที่มิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา การยึดทรัพย์มรดกเพื่อขายทอดตลาดจึงมิได้ตัดสิทธิของทายาท หากแต่เปลี่ยนรูปของสิทธิจากสิทธิในตัวทรัพย์ไปเป็นสิทธิในเงินที่ได้จากการจำหน่ายทรัพย์ตามส่วนแห่งมรดกที่ตกทอดแก่ตน หลักการดังกล่าวทำให้เกิดความสมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าหนี้ในการได้รับชำระหนี้กับสิทธิของทายาทในการได้รับมรดก และสะท้อนว่ากระบวนการบังคับคดีมิใช่เครื่องมือที่จะทำให้สิทธิของบุคคลภายนอกที่กฎหมายรับรองไว้ต้องสูญสิ้นไป

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้

ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาว่า แม้ผู้ร้องจะพิสูจน์ไม่ได้ว่าตนครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดจนมีสิทธิขอกันส่วนที่ดินออกจากการขายทอดตลาด แต่เมื่อผู้ร้องเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดก สิทธิในการรับมรดกยังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย การยึดทรัพย์ของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงไม่อาจกระทบต่อสิทธิของทายาท และผู้ร้องย่อมมีสิทธิได้รับการกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามส่วนแห่งมรดกที่ตกทอดแก่ตน

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. ทายาทโดยธรรมและสิทธิในการรับมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (1)

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นบุตรของเจ้ามรดก ผู้ร้องทั้งสองย่อมเป็นทายาทโดยธรรมตามกฎหมายและมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดก สิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมาย ไม่ขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ว่าครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดหรือไม่

2. การคุ้มครองสิทธิของบุคคลภายนอกในชั้นบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 322

แม้เจ้าหนี้จะมีสิทธิบังคับคดียึดและขายทอดตลาดทรัพย์มรดกได้ แต่การบังคับคดีไม่อาจตัดสิทธิของทายาทผู้มีสิทธิในทรัพย์มรดก ศาลจึงให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามส่วนที่ตกทอดแก่ผู้ร้องทั้งสอง เพื่อคุ้มครองสิทธิของทายาทโดยธรรมควบคู่กับสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (1)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (1) เป็นบทบัญญัติที่กำหนดลำดับของทายาทโดยธรรม โดยกำหนดให้ผู้สืบสันดานของเจ้ามรดกเป็นทายาทลำดับแรกที่มีสิทธิได้รับมรดกเมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย หลักกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรับรองการตกทอดแห่งทรัพย์สินของผู้ตายไปยังบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตใกล้ชิดที่สุด อันเป็นหลักพื้นฐานของกฎหมายมรดก สิทธิของทายาทโดยธรรมเกิดขึ้นโดยผลของกฎหมายทันทีเมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย จึงไม่จำเป็นต้องมีการโอนกรรมสิทธิ์หรือแบ่งทรัพย์มรดกให้เสร็จสิ้นเสียก่อนจึงจะเกิดสิทธิ ในคดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 เดิมเป็นกรรมสิทธิ์ของนางคำ และภายหลังนางคำถึงแก่ความตาย ผู้ร้องทั้งสองเป็นบุตรของนางคำ ซึ่งโจทก์มิได้โต้แย้ง ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นทายาทโดยธรรมตามมาตรา 1629 (1) และมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกดังกล่าว แม้ว่านายอนิรุตหรือคำบางจะได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในฐานะผู้จัดการมรดกก็ตาม เพราะการถือกรรมสิทธิ์ในฐานะผู้จัดการมรดกมิได้ทำให้สิทธิของทายาทคนอื่นระงับหรือสิ้นสุดลง การวินิจฉัยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าศาลให้ความสำคัญกับฐานะความเป็นทายาทตามกฎหมายมากกว่าข้ออ้างเกี่ยวกับการครอบครองทรัพย์เป็นส่วนสัด กล่าวคือ แม้ผู้ร้องทั้งสองจะพิสูจน์ไม่ได้ว่าครอบครองที่ดินเฉพาะส่วนตามที่กล่าวอ้าง แต่เมื่อพิสูจน์ได้ว่ามีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม สิทธิในการได้รับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกย่อมยังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอยู่เสมอ หลักกฎหมายมาตรานี้จึงเป็นรากฐานสำคัญของคำวินิจฉัยที่ศาลฎีกาใช้รับรองสิทธิของผู้ร้องทั้งสองในฐานะผู้มีสิทธิได้รับมรดก แม้จะไม่มีสิทธิได้รับการกันตัวที่ดินออกจากการขายทอดตลาดก็ตาม 

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 322

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 322 มีหลักการสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลภายนอกซึ่งมีสิทธิในทรัพย์ที่ถูกบังคับคดี โดยมีเจตนารมณ์เพื่อมิให้การบังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษากระทบต่อสิทธิของบุคคลซึ่งมิใช่ลูกหนี้ หากบุคคลดังกล่าวมีสิทธิในทรัพย์สินตามกฎหมาย ย่อมสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอความคุ้มครองสิทธิของตนในชั้นบังคับคดีได้ ในคดีนี้แม้โจทก์จะมีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินซึ่งอยู่ในชื่อของนายอนิรุตหรือคำบางในฐานะผู้จัดการมรดก และดำเนินการประกาศขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินดังกล่าวยังเป็นทรัพย์มรดกของนางคำ และผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นบุตรของนางคำยังมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกตามกฎหมาย การยึดทรัพย์เพื่อบังคับคดีจึงไม่อาจลบล้างสิทธิของผู้ร้องทั้งสองได้ ศาลฎีกาจึงแยกผลของการวินิจฉัยออกเป็นสองส่วน กล่าวคือ ไม่รับฟังข้ออ้างเรื่องการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัด จึงไม่ให้กันตัวที่ดินออกจากการขายทอดตลาด แต่รับรองสิทธิของผู้ร้องทั้งสองในฐานะทายาทโดยธรรม และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามส่วนแห่งมรดกที่ตกทอดแก่ผู้ร้องทั้งสองคนละหนึ่งในสี่ การวินิจฉัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของมาตรา 322 ที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าหนี้ในการบังคับคดีตามคำพิพากษากับสิทธิของบุคคลภายนอกที่กฎหมายรับรองไว้ มิให้การบังคับคดีกลายเป็นเหตุทำลายสิทธิของทายาทผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก ทั้งยังเป็นหลักประกันว่าการบังคับคดีจะดำเนินไปภายใต้หลักความเป็นธรรมและการคุ้มครองสิทธิของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

เมื่อทรัพย์มรดกถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดและนำออกขายทอดตลาด ทายาทโดยธรรมยังมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดกหรือไม่

คำตอบ

ทายาทโดยธรรมยังคงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดก หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าตนเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมาย แม้ว่าทรัพย์มรดกนั้นจะถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดเพื่อบังคับคดีก็ตาม เพราะการบังคับคดีมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากทรัพย์ที่ลูกหนี้มีสิทธิเท่านั้น มิใช่เพื่อให้สิทธิของทายาทรายอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้ต้องสูญสิ้นไป ในคดีนี้ศาลฎีกาแยกประเด็นการครอบครองทรัพย์ออกจากสิทธิในการรับมรดกอย่างชัดเจน แม้ผู้ร้องทั้งสองจะพิสูจน์ไม่ได้ว่าครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดจนมีสิทธิขอกันตัวที่ดินออกจากการขายทอดตลาด แต่เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นบุตรของเจ้ามรดกและเป็นทายาทโดยธรรม สิทธิในการรับมรดกย่อมยังได้รับความคุ้มครอง ศาลจึงให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามสัดส่วนแห่งมรดกที่ตกทอดแก่ผู้ร้องทั้งสอง แสดงให้เห็นว่าการขายทอดตลาดไม่ใช่เหตุให้สิทธิของทายาทโดยธรรมระงับลง หากแต่เป็นเพียงการเปลี่ยนทรัพย์สินให้เป็นตัวเงิน และสิทธิของทายาทก็เปลี่ยนจากสิทธิในตัวทรัพย์ไปเป็นสิทธิในเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามส่วนที่กฎหมายรับรองไว้ 

2. คำถาม

เหตุใดศาลฎีกาจึงไม่ให้กันส่วนที่ดินออกจากการขายทอดตลาด แต่กลับให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดแทน

คำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยแยกฐานสิทธิที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างออกจากกันอย่างชัดเจน กล่าวคือ ผู้ร้องทั้งสองอ้างทั้งสิทธิครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดและสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรม เมื่อพิจารณาพยานหลักฐานแล้ว ศาลเห็นว่าการอ้างว่าครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ เนื่องจากลักษณะการแบ่งพื้นที่เป็นการได้เปรียบอย่างผิดปกติ อีกทั้งไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนสภาพการครอบครองตามที่กล่าวอ้าง จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าผู้ร้องมีสิทธิในตัวที่ดินเฉพาะส่วน ดังนั้นจึงไม่มีเหตุที่จะกันตัวที่ดินออกจากการขายทอดตลาด อย่างไรก็ตาม ศาลรับฟังได้ว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกและมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดก สิทธิดังกล่าวมิได้ขึ้นอยู่กับการพิสูจน์การครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัด เมื่อทรัพย์มรดกถูกขายทอดตลาด สิทธิของทายาทจึงได้รับการคุ้มครองในรูปของเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดแทนตัวทรัพย์ ศาลจึงพิพากษาให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกันเงินตามส่วนแห่งมรดกให้แก่ผู้ร้องทั้งสอง อันเป็นการคุ้มครองสิทธิของทายาทโดยไม่กระทบต่อกระบวนการบังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา 

3. คำถาม

การที่ผู้จัดการมรดกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน หมายความว่าทายาทคนอื่นหมดสิทธิในทรัพย์มรดกหรือไม่

คำตอบ

ไม่หมายความเช่นนั้น เพราะการถือกรรมสิทธิ์ของผู้จัดการมรดกเป็นการถือไว้เพื่อประโยชน์ของกองมรดกและเพื่อดำเนินการจัดการทรัพย์มรดกตามกฎหมาย มิใช่เป็นการถือกรรมสิทธิ์เพื่อตนเองแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น แม้ในทางทะเบียนที่ดินจะปรากฏชื่อผู้จัดการมรดกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ก็ไม่ได้ทำให้สิทธิของทายาทโดยธรรมคนอื่นสิ้นสุดลง หากยังไม่มีการแบ่งมรดกหรือดำเนินการตามกฎหมายให้สิทธิของทายาทเปลี่ยนแปลงไป ในคดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เดิมที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของนางคำ และภายหลังนางคำถึงแก่ความตาย นายอนิรุตหรือคำบางได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในฐานะผู้จัดการมรดก ศาลฎีกาจึงพิจารณาจากฐานะของผู้ร้องทั้งสองในฐานะบุตรของเจ้ามรดก มิใช่พิจารณาเฉพาะชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนด และวินิจฉัยว่าผู้ร้องทั้งสองยังคงเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดก การมีชื่อผู้จัดการมรดกในเอกสารสิทธิ จึงไม่ใช่เหตุให้ทายาทคนอื่นสูญเสียสิทธิในการรับมรดกตามที่กฎหมายรับรองไว้ 

4. คำถาม

บุคคลที่อ้างว่ามีสิทธิในทรัพย์ที่ถูกบังคับคดีจำเป็นต้องพิสูจน์สิทธิของตนเพียงใดจึงจะได้รับความคุ้มครองจากศาล

คำตอบ

การได้รับความคุ้มครองจากศาลขึ้นอยู่กับฐานสิทธิที่บุคคลนั้นอ้าง หากอ้างว่ามีสิทธิในตัวทรัพย์โดยตรง เช่น อ้างว่าเป็นผู้ครอบครองทรัพย์เป็นส่วนสัดหรือเป็นเจ้าของเฉพาะส่วน ย่อมต้องนำพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวให้ศาลเชื่อถือได้ การกล่าวอ้างเพียงลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐานสนับสนุนย่อมไม่เพียงพอ แต่หากบุคคลนั้นอ้างสิทธิในฐานะทายาทโดยธรรม ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะความเป็นทายาทและสิทธิที่กฎหมายรับรองไว้ ในคดีนี้ผู้ร้องทั้งสองไม่สามารถพิสูจน์การครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดได้ ศาลจึงไม่รับรองสิทธิในตัวที่ดินตามที่ร้องขอ อย่างไรก็ตาม เมื่อโจทก์ไม่โต้แย้งว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นบุตรของเจ้ามรดก ศาลจึงรับฟังว่าผู้ร้องเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดก ส่งผลให้ยังได้รับความคุ้มครองในส่วนของเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด แม้จะไม่ได้รับการกันตัวทรัพย์ออกจากการบังคับคดีก็ตาม 

5. คำถาม

คำพิพากษานี้ให้หลักกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการบังคับคดีและทรัพย์มรดกไว้อย่างไร

คำตอบ

หลักกฎหมายสำคัญของคดีนี้คือ การบังคับคดีต้องดำเนินควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่นที่กฎหมายรับรองไว้ ศาลฎีกาแสดงให้เห็นว่าการยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดมิใช่กระบวนการที่จะทำให้สิทธิของทายาทโดยธรรมถูกตัดทิ้งโดยอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาว่าบุคคลใดมีสิทธิในทรัพย์นั้นจากฐานกฎหมายใด หากพิสูจน์สิทธิในตัวทรัพย์ไม่ได้ ก็ยังอาจได้รับความคุ้มครองในฐานะผู้มีสิทธิรับมรดกได้เช่นกัน คำพิพากษานี้จึงวางหลักสำคัญว่า การบังคับคดีมิได้มุ่งเพียงการคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงสิทธิของทายาทและบุคคลภายนอกที่มีสิทธิในทรัพย์ตามกฎหมายด้วย เพื่อให้การบังคับคดีเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เกิดความสมดุลระหว่างสิทธิของเจ้าหนี้กับสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย และไม่ทำให้บุคคลซึ่งมิใช่ลูกหนี้ต้องเสียสิทธิในทรัพย์มรดกเพราะการดำเนินกระบวนการบังคับคดีของผู้อื่น

บทสรุป

คำพิพากษาศาลฎีกานี้วางหลักกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของทายาทโดยธรรมในชั้นบังคับคดีไว้อย่างชัดเจน โดยแยกพิจารณาระหว่างสิทธิที่เกิดจากการครอบครองทรัพย์กับสิทธิที่เกิดจากการเป็นทายาทตามกฎหมาย แม้ผู้ร้องทั้งสองจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดจนมีสิทธิขอให้กันตัวที่ดินออกจากการขายทอดตลาด แต่เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องทั้งสองเป็นบุตรของเจ้ามรดกและเป็นทายาทโดยธรรม สิทธิในการรับมรดกย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย การบังคับคดีของเจ้าหนี้จึงไม่อาจตัดสิทธิในการรับมรดกของทายาทรายอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ 

หลักการที่สำคัญจากคดีนี้คือ การบังคับคดีเหนือทรัพย์มรดกมิได้หมายความว่าเจ้าหนี้จะได้รับสิทธิเหนือทรัพย์ทั้งหมดโดยปราศจากข้อจำกัด หากทรัพย์ที่ถูกยึดยังคงมีบุคคลอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งตามกฎหมาย บุคคลดังกล่าวย่อมได้รับความคุ้มครองตามกระบวนการบังคับคดีเช่นเดียวกัน ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามส่วนแห่งมรดกของผู้ร้องทั้งสอง แทนการกันตัวทรัพย์ออกจากการขายทอดตลาด ซึ่งเป็นการรักษาดุลยภาพระหว่างสิทธิของเจ้าหนี้กับสิทธิของทายาทโดยธรรมอย่างเหมาะสม 

คดีนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการแยกฐานสิทธิที่นำมาอ้างต่อศาล เนื่องจากสิทธิที่เกิดจากการครอบครองทรัพย์และสิทธิที่เกิดจากการเป็นทายาทโดยธรรมเป็นสิทธิคนละลักษณะ มีองค์ประกอบในการพิสูจน์แตกต่างกัน และก่อให้เกิดผลทางกฎหมายแตกต่างกัน ผู้ที่ไม่สามารถพิสูจน์สิทธิในตัวทรัพย์อาจยังคงได้รับความคุ้มครองในฐานะผู้มีสิทธิรับมรดก หากสามารถพิสูจน์ฐานะความเป็นทายาทตามกฎหมายได้ ศาลจึงต้องวินิจฉัยแต่ละฐานสิทธิแยกจากกัน ไม่อาจนำผลของการไม่รับฟังข้ออ้างประการหนึ่งไปตัดสิทธิอีกฐานหนึ่งโดยอัตโนมัติ 

ในทางปฏิบัติ คำพิพากษานี้เป็นแนวทางสำคัญสำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับการยึดทรัพย์มรดก การขายทอดตลาด และการคุ้มครองสิทธิของทายาท โดยยืนยันว่าแม้ทรัพย์มรดกจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี สิทธิของทายาทโดยธรรมยังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และสามารถขอให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามสัดส่วนแห่งมรดกของตนได้ หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าตนเป็นผู้มีสิทธิรับมรดก ทั้งยังสะท้อนหลักสำคัญของกระบวนการบังคับคดีว่า การบังคับคดีต้องดำเนินไปภายใต้หลักความเป็นธรรม เคารพสิทธิของทุกฝ่าย และไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลภายนอกเกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติไว้ 

 ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8420/2568 

ผู้ร้องทั้งสองต่างอ้างว่าครอบครองที่ดินโฉนดที่ดิน 15864 เป็นส่วนสัด ผู้ร้องที่ 1 ครอบครองที่ดินส่วนที่ติดกับทางสาธารณประโยชน์ และมีเนื้อที่ครอบครองมากกว่าส่วนที่ อ. และ ห. ครอบครองหนึ่งเท่าตัว ส่วนผู้ร้องที่ 2 ครอบครองที่ดินส่วนที่ติดกับทางสาธารณประโยชน์ และมีเนื้อที่ครอบครองมากกว่าส่วนที่ อ. และ ห. ครอบครองเช่นกัน ที่ดินส่วนที่ อ. และ ห. ครอบครองไม่มีทางเข้าออกสู่ทางสาธารณประโยชน์ แต่จะต้องผ่านที่ดินส่วนที่ผู้ร้องที่ 1 หรือที่ 2 ครอบครองเพื่อผ่านเข้าออกสู่ทางสาธารณะ และได้ความตามที่ผู้ร้องที่ 1 ตอบคำถามค้านว่า นอกจากที่ดินแปลงดังกล่าวแล้ว ค. ไม่มีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินแปลงอื่นอีก พฤติการณ์การครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างจึงได้เปรียบ อ. และ ห. โดยไม่ปรากฏเหตุผลหรือสาเหตุการครอบครองเป็นส่วนสัดดังกล่าว จึงเป็นพิรุธและไม่น่าเชื่อถือ ทั้งผู้ร้องทั้งสองมิได้นำสืบให้เห็นถึงสภาพการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่อ้าง จึงเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องทั้งสองครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่กล่าวอ้าง จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 โดยกันส่วนที่ดินตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของ ค. ซึ่งตกทอดแก่ทายาท และข้อเท็จจริงได้ความตามทางไต่สวนโดยโจทก์ไม่โต้แย้งว่า ผู้ร้องทั้งสอง อ. และ ห. เป็นบุตรของ ค. ผู้ร้องทั้งสองจึงเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของ ค. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 (1) การยึดที่ดินดังกล่าวของโจทก์ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องทั้งสอง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 322 ผู้ร้องทั้งสองจึงมีสิทธิร้องขอให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 ตามส่วนที่ตกทอดแก่ผู้ร้องทั้งสอง

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายอนิรุตหรือคำบาง ชำระเงิน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยรับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงร้องขอให้มีการบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 มีชื่อนายอนิรุตหรือคำบางเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางคำ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอให้กันส่วนที่ดินของผู้ร้องทั้งสองออกก่อนขายทอดตลาด

โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องทั้งสอง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ

ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้น 170 บาท แก่ผู้ร้องทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความว่า นอกจากผู้ร้องทั้งสองจะอ้างในคำร้องขอว่า ผู้ร้องทั้งสอง นายอนิรุตหรือคำบาง และนายหนูกาญ ต่างครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 เป็นส่วนสัดแล้ว โดยผู้ร้องที่ 1 ครอบครองที่ดินทางทิศใต้ ส่วนผู้ร้องที่ 2 ครอบครองที่ดินทางทิศใต้ติดกับส่วนของผู้ร้องที่ 1 โจทก์ไม่อาจขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินทั้งแปลงได้ ขอให้กันส่วนที่ดินที่ผู้ร้องทั้งสองครอบครองก่อนขายทอดตลาดแล้ว ผู้ร้องทั้งสองยังอ้างในคำร้องขออีกว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 เป็นทรัพย์มรดกของนางคำ มารดาของผู้ร้องทั้งสอง นายอนิรุตหรือคำบางและนายหนูกาญ เมื่อนางคำถึงแก่ความตาย ผู้ร้องทั้งสองย่อมมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งที่ดินทรัพย์มรดกดังกล่าวในฐานะทายาทโดยธรรมของนางคำ การบังคับคดีของโจทก์ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 322 อันเป็นกรณีที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างว่ามีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนางคำในฐานะที่ตนเป็นทายาทของนางคำ ซึ่งศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนพยานหลักฐานแล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นควรวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวโดยไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยใหม่ ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ในชั้นนี้ว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 มีชื่อนางคำ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เมื่อนางคำถึงแก่ความตาย นายอนิรุตหรือคำบางรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวในฐานะผู้จัดการมรดก โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายอนิรุตหรือคำบาง และนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินดังกล่าว เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาด

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องทั้งสองมีสิทธิร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 โดยกันส่วนของผู้ร้องทั้งสองจากการขายทอดตลาดหรือไม่ เพียงใด เห็นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 ที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดประกาศขายทอดตลาด มีเนื้อที่ 2 งาน 56 ตารางวา ผู้ร้องทั้งสองต่างอ้างว่าครอบครองที่ดินดังกล่าวเป็นส่วนสัด โดยผู้ร้องที่ 1 ครอบครองที่ดินทางทิศใต้ติดทางสาธารณประโยชน์ เนื้อที่ 91.6 ตารางวา ผู้ร้องที่ 2 ครอบครองที่ดินทางทิศใต้ติดกับส่วนที่ผู้ร้องที่ 1 ครอบครองและติดทางสาธารณประโยชน์ เนื้อที่ 63.8 ตารางวา นายอนิรุตหรือคำบางครอบครองที่ดินทางทิศเหนือ เนื้อที่ 46 ตารางวา และนายหนูกาญครอบครองที่ดินทางทิศเหนือเช่นกัน เนื้อที่ 39.6 ตารางวา ตามแผนที่พิพาท จากแผนที่พิพาทดังกล่าว ปรากฏว่า ผู้ร้องที่ 1 ครอบครองที่ดินส่วนที่ติดกับทางสาธารณประโยชน์ และมีเนื้อที่ครอบครองมากกว่าส่วนที่นายอนิรุตหรือคำบางและนายหนูกาญครอบครองหนึ่งเท่าตัว ส่วนผู้ร้องที่ 2 ครอบครองที่ดินส่วนที่ติดกับทางสาธารณประโยชน์ และมีเนื้อที่ครอบครองมากกว่าส่วนที่นายอนิรุตและนายหนูกาญครอบครองเช่นกัน แต่ที่ดินส่วนที่นายอนิรุตหรือคำบางและนายหนูกาญครอบครองมีเนื้อที่น้อยกว่าผู้ร้องทั้งสองและไม่ติดกับทางสาธารณประโยชน์ ทั้งไม่มีทางเข้าออกสู่ทางสาธารณประโยชน์ แต่จะต้องผ่านที่ดินส่วนที่ผู้ร้องที่ 1 หรือที่ 2 ครอบครองเพื่อผ่านเข้าออกสู่ทางสาธารณประโยชน์ และได้ความตามที่ผู้ร้องที่ 1 ตอบคำถามค้านว่า นอกจากที่ดินแปลงดังกล่าวแล้ว นางคำไม่มีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินแปลงอื่นอีก พฤติการณ์การครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างจึงได้เปรียบนายอนิรุตหรือคำบางและนายหนูกาญ โดยไม่ปรากฏเหตุผลหรือสาเหตุการครอบครองเป็นส่วนสัดดังกล่าว จึงเป็นพิรุธและไม่น่าเชื่อถือ ทั้งผู้ร้องทั้งสองมิได้นำสืบให้เห็นถึงสภาพการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่อ้าง จึงเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องทั้งสองครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดตามที่กล่าวอ้าง จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 โดยกันส่วนที่ดินตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของนางคำซึ่งตกทอดแก่ทายาท และข้อเท็จจริงได้ความตามทางไต่สวนโดยโจทก์ไม่โต้แย้งว่า ผู้ร้องทั้งสอง นายอนิรุตหรือคำบางและนายหนูกาญ เป็นบุตรของนางคำ ผู้ร้องทั้งสองจึงเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนางคำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (1) การยึดที่ดินดังกล่าวของโจทก์ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 322 ผู้ร้องทั้งสองจึงมีสิทธิร้องขอให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 ตามส่วนที่ตกทอดแก่ผู้ร้องทั้งสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยกคำร้องขอของผู้ร้องทั้งสองนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีกันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองคนละหนึ่งในสี่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกอย่างไร  การยึดทรัพย์มรดกไม่ได้ทำให้สิทธิของทายาทโดยธรรมสูญสิ้นไป  เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดียึดที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกเพื่อขายทอดตลาด สิทธิของทายาทโดยธรรมยังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย  ทนายลีนนท์ โทร.0859604258




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

ผู้จัดการมรดกมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาได้หรือไม่ เมื่อจำเลยแจ้งความเท็จขอออกใบแทนโฉนดและนำทรัพย์ไปขายก่อนชำระราคาครบ
ผู้ถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมยังขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้หรือไม่ เมื่ออ้างว่าทรัพย์ในพินัยกรรมเป็นของตนที่ให้ผู้อื่นถือกรรมสิทธิ์แทน
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจขายทรัพย์มรดกเพื่อนำเงินแบ่งทายาทได้หรือไม่ เมื่อขายต่ำกว่าราคาที่ประชุมทายาทกำหนดแต่ทายาทส่วนใหญ่เห็นชอบ
สิทธิรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนเป็นมรดกหรือไม่ ทายาทมีสิทธิรับโอนกิจการโรงเรียนและบังคับให้เจ้าของที่ดินทำสัญญาเช่าได้หรือไม่
ผู้จัดการมรดกให้ผู้เยาว์สละมรดกโดยไม่ขออนุญาตศาล มีผลเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและฟ้องได้แม้เกิน 5 ปีหรือไม่
สิทธิรับเงินฝากและหุ้นในสหกรณ์เมื่อเจ้ามรดกทำพินัยกรรมภายหลัง หนังสือแต่งตั้งผู้รับประโยชน์ยังมีผลอยู่หรือไม่ และฟ้องได้หรือไม่
พินัยกรรมไม่กำหนดผู้รับมรดกเป็นโมฆะหรือไม่ และผู้จัดการมรดกยังมีอำนาจหรือไม่
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกมีอำนาจเพียงใด ต้องขออนุญาตศาลก่อนให้เช่าทรัพย์มรดกหรือไม่
การกำหนดห้ามโอนในพินัยกรรมมีผลเพียงใด ผู้รับพินัยกรรมขายทรัพย์ได้หรือไม่ตามหลักกฎหมายมรดกและสิทธิในทรัพย์สิน
การถอนผู้จัดการมรดกทำได้หรือไม่เมื่อปันมรดกเสร็จแล้ว และทรัพย์ของกุศลสถานถือเป็นมรดกได้หรือไม่
พินัยกรรมยกที่ดิน ส.ป.ก. ทำได้หรือไม่? ศาลฎีกาชี้ชัดเป็นโมฆะตามกฎหมาย แม้เป็นมรดกก็โอนไม่ได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทถูกกำจัดมิให้รับมรดกเมื่อใด วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเชิงลึกเกี่ยวกับการแบ่งมรดกและการยักย้ายทรัพย์
พินัยกรรมร่วมแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ และใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลัง
พินัยกรรมยกที่ดินนิคมสร้างตนเองใช้ได้เพียงใด ผู้รับโอนมีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองเดิมได้หรือไม่
บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
ทายาทไม่คัดค้านการโอนมรดก ยังมีสิทธิหรือไม่? วิเคราะห์สิทธิขอกันเงินจากการขายทอดตลาดเมื่อยังไม่แบ่งมรดกเสร็จ
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
สิทธิทายาทฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเป็นเวลานานตามกฎหมายมรดกไทย
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ หากจัดการทรัพย์สินขัดต่อหน้าที่ เสี่ยงทั้งเพิกถอนนิติกรรมและความผิดยักยอก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทที่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนแก่บุคคลภายนอกได้เพียงใด
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
เจ้าหนี้ใช้สิทธิแทนลูกหนี้เรียกทรัพย์มรดกได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิในทรัพย์มรดกไม่ใช่สิทธิส่วนตัวตามกฎหมาย
สิทธิรับเงินค่าหุ้นสหกรณ์เป็นมรดกหรือไม่? วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับผู้รับโอนประโยชน์ เงินสงเคราะห์ และผลทางกฎหมายที่ทายาทควรรู้
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของพี่น้องร่วมบิดามารดาและทายาทแทนที่ กรณีค่าเช่าทรัพย์มรดกต้องแบ่งอย่างไร ใครมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมาย
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกต้องใช้กฎหมายมรดกหรือมาตรา 1336 และมีอายุความเพียงใดเมื่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาทคนเดียว
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน