ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท

ฟ้องแบ่งมรดกที่ดินของเจ้ามรดก, อายุความฟ้องแบ่งมรดกตามมาตรา 1754, ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท, สิทธิทายาทในการแบ่งที่ดินมรดก, บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนใช้บรรพ 5, กฎหมายลักษณะผัวเมียก่อนปี 2477, การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท, สิทธิของบุตรในการรับมรดกของบิดา, ปัญหาอายุความมรดกในคดีแบ่งมรดก, หลักการครอบครองแทนทายาท, การแบ่งทรัพย์มรดกระหว่างทายาทหลายคน, คดีฟ้องผู้จัดการมรดกให้แบ่งมรดก, ฎีกาเรื่องอายุความมรดก 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัญหากฎหมายมรดกในประเด็นสำคัญสองประการ คือ การรับรองสถานะบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดาที่อยู่กินกันฉันสามีภริยาก่อนการประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความในการฟ้องแบ่งมรดกเมื่อผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกไว้แทนทายาททุกคน

คดีนี้สะท้อนหลักกฎหมายสำคัญว่า การพิจารณาสถานะความเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายต้องพิจารณาตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุ มิใช่ตามกฎหมายที่ใช้ในภายหลัง อีกทั้งยังวางหลักเกี่ยวกับการครอบครองทรัพย์มรดกว่า หากบุคคลใดครอบครองทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกหรือครอบครองแทนทายาท ย่อมไม่อาจถือว่าครอบครองเพื่อตนเอง และไม่อาจยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้กับทายาทอื่นได้

คำพิพากษานี้จึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการตีความกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิของทายาท การจัดการมรดก และการใช้สิทธิฟ้องแบ่งทรัพย์มรดกภายหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

ข้อเท็จจริงของคดี

โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า ตนเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเย็น เจ้ามรดก ซึ่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2521 โดยมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินตาม น.ส.3 จำนวน 2 แปลง

จำเลยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกของนายเย็นตามคำสั่งศาล และมีหน้าที่ต้องจัดแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททั้งหมด 6 คน ได้แก่ จำเลย นางสมศรี นางน้อย และโจทก์ทั้งสาม

โจทก์ทั้งสามจึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยแบ่งที่ดินมรดกให้แก่โจทก์คนละ 1 ใน 6 ส่วน พร้อมเรียกค่าเสียหายจากการที่จำเลยไม่ยอมแบ่งทรัพย์มรดก

ฝ่ายจำเลยต่อสู้ว่า

1. โจทก์ไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก

2. ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยกับเจ้ามรดก

3. ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ เนื่องจากไม่ได้ฟ้องแบ่งมรดกภายใน 1 ปี

ประเด็นข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิจารณาประเด็นสำคัญดังนี้

1. สถานะของโจทก์ทั้งสามว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกหรือไม่

2. สิทธิของโจทก์ในการรับมรดกที่ดินพิพาท

3. ฟ้องแบ่งมรดกของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

การวินิจฉัยเรื่องสถานะบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย

ศาลฎีกาพิเคราะห์ว่า นายเย็นและนางเจริญอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยเปิดเผยเป็นที่รับรู้ของบุคคลทั่วไป และมีบุตรร่วมกันคือโจทก์ทั้งสาม

การอยู่กินดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2477 ซึ่งเป็นเวลาก่อนการประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5

ดังนั้นสถานะความเป็นสามีภริยาจึงต้องพิจารณาตาม กฎหมายลักษณะผัวเมียที่ใช้บังคับในขณะนั้น

เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าบิดามารดาของโจทก์อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยเปิดเผยตามกฎหมายเดิม จึงถือว่าเป็นสามีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย และบุตรที่เกิดจากความสัมพันธ์ดังกล่าวย่อมเป็น บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา

สิทธิในทรัพย์มรดกของทายาท

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทได้มาในระหว่างที่นายเย็นอยู่กินกับจำเลย

ดังนั้นที่ดินดังกล่าวจึงเป็น สินสมรส

จำเลยจึงมีสิทธิเป็นเจ้าของครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นมรดกของนายเย็น

เมื่อแบ่งมรดกในส่วนของเจ้ามรดกแล้ว โจทก์ทั้งสามจึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในฐานะทายาทตามกฎหมาย

ประเด็นอายุความมรดก

จำเลยอ้างว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ซึ่งกำหนดว่า การฟ้องเรียกมรดกต้องกระทำภายในหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาพิจารณาพฤติการณ์ว่า

จำเลยได้ยื่นคำร้องขอรับมรดกในฐานะผู้จัดการมรดก

และยังให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานว่า จะต้องแบ่งมรดกให้แก่ทายาททุกคน

นอกจากนี้จำเลยยังเคยโอนที่ดินบางส่วนให้แก่ทายาทรายอื่น

พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า

จำเลย ครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาททุกคน

มิใช่ครอบครองเพื่อตนเอง

หลักกฎหมายเรื่องการครอบครองแทนทายาท

ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367

การครอบครองทรัพย์แทนบุคคลอื่นไม่ถือว่าเป็นการครอบครองเพื่อตนเอง

ดังนั้นผู้ครอบครองย่อมไม่อาจยกสิทธิการครอบครองหรืออายุความขึ้นต่อสู้กับเจ้าของที่แท้จริงได้

ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า

จำเลยไม่อาจอ้างว่าตนครอบครองที่ดินเพื่อตนเอง

และไม่อาจยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้กับทายาทอื่นได้

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินมรดกตาม น.ส.3 เลขที่ 726 และ 737 ให้แก่โจทก์ทั้งสามคนละ 1 ใน 6 ส่วน หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 900 บาทจนกว่าจะมีการแบ่งมรดกเสร็จ

2. ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

3. ศาลฎีกา พิพากษาแก้ โดยกำหนดให้โจทก์ทั้งสามมีสิทธิได้รับที่ดินคนละ 1 ส่วนใน 12 ส่วน และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามปีละ 450 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะแบ่งมรดกเสร็จ

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้วางหลักกฎหมายสำคัญหลายประการ ได้แก่

ประการแรก การพิจารณาสถานะความเป็นสามีภริยาและบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายต้องยึดกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุ มิใช่กฎหมายที่ตราขึ้นภายหลัง

ประการที่สอง การครอบครองทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกหรือโดยบุคคลที่มีหน้าที่จัดแบ่งทรัพย์ให้แก่ทายาท ถือเป็นการครอบครองแทนทายาท มิใช่การครอบครองเพื่อตนเอง

ประการที่สาม เมื่อการครอบครองเป็นการครอบครองแทนทายาท ย่อมไม่ก่อให้เกิดสิทธิยกอายุความขึ้นต่อสู้กับทายาทอื่น

หลักกฎหมายดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในคดีมรดก เนื่องจากป้องกันไม่ให้ผู้จัดการมรดกหรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดกใช้อายุความเป็นเครื่องมือในการตัดสิทธิของทายาทอื่น

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิของทายาทในการฟ้องแบ่งมรดก และการพิจารณาว่าการครอบครองทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดกเป็นการครอบครองเพื่อตนเองหรือครอบครองแทนทายาททุกคน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ตามกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าหากพฤติการณ์แสดงว่าผู้ครอบครองทรัพย์มรดกมีเจตนาครอบครองแทนทายาท ย่อมไม่อาจอ้างอายุความมรดกมาตัดสิทธิของทายาทอื่นได้ แม้การฟ้องแบ่งมรดกจะเกิดขึ้นเกินหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายก็ตาม

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 และมาตรา 1754

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท (มาตรา 1367)

หลักกฎหมายตามมาตรา 1367 กำหนดว่า การครอบครองทรัพย์แทนบุคคลอื่นไม่ถือว่าเป็นการครอบครองเพื่อตนเอง คดีนี้ศาลฎีกาพิจารณาจากพฤติการณ์ว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกได้ดำเนินการขอรับมรดกเพื่อแบ่งให้ทายาทและยังโอนที่ดินบางส่วนให้ทายาทรายอื่นแล้ว จึงถือว่าจำเลยครอบครองทรัพย์มรดกไว้แทนทายาททุกคน มิใช่ครอบครองเพื่อตนเองเพียงฝ่ายเดียว

2. อายุความฟ้องแบ่งมรดก (มาตรา 1754)

มาตรา 1754 กำหนดว่า การฟ้องเรียกมรดกต้องกระทำภายในหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าหลักอายุความดังกล่าวไม่อาจใช้บังคับได้ หากผู้ครอบครองทรัพย์มรดกครอบครองในฐานะแทนทายาท เพราะไม่ถือว่าเป็นการครอบครองเพื่อตนเอง ดังนั้นทายาทยังคงมีสิทธิฟ้องแบ่งมรดกได้ แม้จะพ้นกำหนดหนึ่งปีแล้วก็ตาม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถาม 1

บุตรที่เกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 จะถือเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

คำตอบ

การพิจารณาว่าบุตรเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุ หากบิดามารดาอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยเปิดเผยตามกฎหมายลักษณะผัวเมียที่ใช้บังคับในขณะนั้น ย่อมถือว่าเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้ต่อมาจะมีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ก็ตาม บุตรที่เกิดจากความสัมพันธ์ดังกล่าวย่อมมีสถานะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา และมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทตามกฎหมายได้

คำถาม 2

ผู้จัดการมรดกสามารถอ้างอายุความมรดกเพื่อต่อสู้กับทายาทอื่นได้หรือไม่

คำตอบ

โดยหลักแล้วผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ของทายาททุกคน การครอบครองทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดกจึงถือว่าเป็นการครอบครองแทนทายาท มิใช่การครอบครองเพื่อตนเอง ดังนั้นผู้จัดการมรดกจึงไม่อาจอ้างอายุความมรดกเพื่อตัดสิทธิของทายาทอื่นได้ เว้นแต่จะปรากฏพฤติการณ์ชัดเจนว่าผู้จัดการมรดกได้เปลี่ยนเจตนาครอบครองเป็นเพื่อตนเองและทายาทอื่นทราบหรือควรทราบแล้ว

คำถาม 3

การฟ้องแบ่งมรดกต้องทำภายในกี่ปี

คำตอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 กำหนดว่า การฟ้องเรียกมรดกต้องกระทำภายในหนึ่งปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย อย่างไรก็ตาม หลักอายุความดังกล่าวอาจไม่สามารถนำมาใช้ได้ในกรณีที่ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกครอบครองในฐานะแทนทายาท เช่น ผู้จัดการมรดกหรือทายาทที่ดูแลทรัพย์มรดกแทนผู้อื่น เพราะการครอบครองลักษณะดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการครอบครองเพื่อตนเอง

คำถาม 4

การครอบครองทรัพย์แทนทายาทมีผลทางกฎหมายอย่างไร

คำตอบ

การครอบครองทรัพย์แทนทายาทหมายถึงการที่บุคคลหนึ่งถือครองทรัพย์มรดกไว้เพื่อประโยชน์ของทายาททุกคน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของตนเอง การครอบครองเช่นนี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการได้ทรัพย์นั้นโดยอายุความ และผู้ครอบครองไม่สามารถอ้างว่าตนเป็นเจ้าของทรัพย์เพียงผู้เดียวได้ เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนเจตนาครอบครองอย่างชัดแจ้ง

คำถาม 5

หากผู้จัดการมรดกแบ่งทรัพย์ให้ทายาทบางคนแล้ว จะมีผลต่ออายุความหรือไม่

คำตอบ

การที่ผู้จัดการมรดกแบ่งทรัพย์ให้แก่ทายาทบางคนถือเป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าผู้จัดการมรดกยอมรับหน้าที่ในการจัดแบ่งมรดกให้แก่ทายาททุกคน การกระทำเช่นนี้ยิ่งแสดงให้เห็นว่าผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท มิใช่ครอบครองเพื่อตนเอง จึงไม่อาจนำอายุความมรดกมาใช้ตัดสิทธิของทายาทอื่นได้

คำถาม 6

สินสมรสมีผลต่อการแบ่งมรดกอย่างไร

คำตอบ

ทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างการสมรสโดยทั่วไปถือเป็นสินสมรส เมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย สินสมรสครึ่งหนึ่งจะเป็นของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะกลายเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย ซึ่งต้องนำไปแบ่งให้แก่ทายาทตามกฎหมาย

คำถาม 7

ทายาทสามารถฟ้องผู้จัดการมรดกให้แบ่งทรัพย์ได้หรือไม่

คำตอบ

ทายาทมีสิทธิฟ้องผู้จัดการมรดกได้ หากผู้จัดการมรดกไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการแบ่งทรัพย์มรดกหรือจัดการทรัพย์มรดกโดยไม่ชอบ การฟ้องเช่นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศาลบังคับให้ผู้จัดการมรดกดำเนินการแบ่งทรัพย์ตามสิทธิของทายาท

คำถาม 8

หากผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งทรัพย์ ศาลสามารถทำอย่างไรได้บ้าง

คำตอบ

ศาลสามารถพิพากษาให้ผู้จัดการมรดกแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทตามส่วนที่กฎหมายกำหนด หากผู้จัดการมรดกไม่ดำเนินการตามคำพิพากษา ศาลอาจกำหนดให้คำพิพากษานั้นมีผลแทนการแสดงเจตนาของผู้จัดการมรดก เพื่อให้สามารถดำเนินการแบ่งทรัพย์หรือโอนกรรมสิทธิ์ได้โดยไม่ต้องอาศัยการยินยอมของผู้จัดการมรดก

  ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4755/2533

บิดามารดาโจทก์อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยเปิดเผยมาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ความเป็นสามีภริยาและบุตรระหว่างบิดามารดาของโจทก์และโจทก์จึงต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะผัวเมียซึ่งใช้ในขณะนั้น บิดามารดาโจทก์จึงเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายลักษณะผัวเมีย และโจทก์ย่อมเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา จำเลยมีเจตนาครอบครองที่ดินพิพาทไว้แทนทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกทุกคน ดังนั้น แม้โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของบิดาโจทก์ผู้ตายให้แบ่งมรดกแก่โจทก์เป็นเวลาเกิน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายก็ตาม จำเลยก็ไม่อาจอ้างได้ว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตนเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 และไม่อาจยกอายุความมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ขึ้นใช้ยันโจทก์ผู้เป็นทายาทของเจ้ามรดกได้.

ฎีกาย่อ

โจทก์ทั้งสามฟ้องว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเย็นและมีสิทธิได้รับมรดกที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 726 และ 737 คนละ 1 ใน 6 ส่วน โดยจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกต้องแบ่งให้ พร้อมค่าเสียหายจากการไม่แบ่งมรดก จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย คดีขาดอายุความ และที่ดินเป็นสินสมรส ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายเย็นกับนางเจริญอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยเปิดเผยมาตั้งแต่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 โจทก์ทั้งสามจึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเย็น ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรส จำเลยมีสิทธิครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นมรดก โจทก์ทั้งสามจึงมีสิทธิคนละ 1 ใน 12 ส่วน อีกทั้งจำเลยครอบครองทรัพย์ในฐานะผู้จัดการมรดกแทนทายาททุกคน ไม่อาจยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ให้แบ่งที่ดินแก่โจทก์ทั้งสามคนละ 1 ใน 12 ส่วน และให้ค่าเสียหายปีละ 450 บาทจนกว่าจะแบ่งมรดกเสร็จ.

ฎีกาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเย็น นางเจริญ นายเย็นถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2521 มีทรัพย์มรดกคือที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 726 และเลขที่ 737 จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายเย็นตามคำสั่งของศาลชั้นต้น จะต้องแบ่งที่ดินมรดกให้แก่ทายาท 6 คน คือจำเลย นางสมศรี นางน้อย และโจทก์ทั้งสาม โจทก์ทั้งสามมีส่วนได้รับมรดกคนละ 1 ใน 6 ส่วน ขอให้บังคับจำเลยแบ่งที่ดินมรดกให้แก่โจทก์ทั้งสามคนละ 1 ใน 6 ส่วน หากจำเลยไม่จัดการก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามเดือนละ 900 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะแบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์ทั้งสามเสร็จ

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเย็น และมีบุตรด้วยกัน 5 คน ที่ดินตามฟ้องเป็นสินสมรสระหว่างนายเย็นกับจำเลย เมื่อนายเย็นถึงแก่ความตาย จำเลยได้ครอบครองตลอดมา โจทก์ทั้งสามไม่เคยเกี่ยวข้อง ต่อมาปี พ.ศ. 2522 จำเลยไปยื่นคำร้องขอรับมรดกของนายเย็น โจทก์ที่ 3 ไปคัดค้านโดยอ้างว่าโจทก์ที่ 3 เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเย็น คดีโจทก์ทั้งสามขาดอายุความเพราะไม่ฟ้องขอแบ่งมรดกภายใน 1 ปี นับแต่วันที่นายเย็นถึงแก่ความตาย หากจะฟังว่าโจทก์ทั้งสามเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเย็น โจทก์ทั้งสามก็ไม่มีสิทธิที่จะได้รับมรดกของนายเย็นถึงคนละ 1 ใน 6 ส่วน โจทก์ทั้งสามไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 726 เลขที่ 737 ให้แก่โจทก์ทั้งสามคนละ 1 ใน 6 ส่วน หากจำเลยไม่จัดการหรือมิอาจทำได้ให้เอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย และห้ามมิให้จำเลยยุ่งเกี่ยวทรัพย์มรดกในส่วนที่เป็นสิทธิของโจทก์ทั้งสาม และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามปีละ 900 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะจัดการแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสามเสร็จ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายเย็น และนางเจริญ อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยเปิดเผยเป็นที่รู้กันทั่ว ๆ ไปว่านายเย็นกับนางเจริญเป็นสามีภริยากันและมีบุตรด้วยกัน คือ โจทก์ทั้งสาม โดยอยู่กินกันมาก่อนปี พ.ศ. 2477 เพราะโจทก์ที่ 1 เกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2474 ตามภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านท้ายฟ้องอันเป็นเวลาก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ความเป็นสามีภริยาและบุตรระหว่างนายเย็น นางเจริญ และโจทก์ทั้งสามจึงต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะผัวเมียซึ่งใช้ในขณะนั้น นายเย็น และนางเจริญ จึงเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายลักษณะผัวเมียแล้ว ฉะนั้นโจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นบุตรของนายเย็น และนางเจริญ จึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเย็น แล้วฟังข้อเท็จจริงว่านายเย็น และจำเลยได้ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงในขณะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา จำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาททั้งสองแปลงครึ่งหนึ่ง โจทก์ทั้งสามมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งที่ดินพิพาททั้งสองแปลงคนละ 1 ส่วนในจำนวน 12 ส่วน จำเลยฎีกาประการสุดท้ายว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความมรดก ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองทรัพย์มรดกของนายเย็นตลอดมา แต่จำเลยยื่นคำร้องขอรับมรดกของนายเย็นในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเย็นเพื่อรับมรดกไปแบ่งให้แก่ทายาทของนายเย็น ทั้งเมื่อนายอำเภอบางระกำได้ทำการสอบสวนจำเลยยังให้ถ้อยคำว่า จำเลยมีหน้าที่จะต้องแบ่งมรดกของเจ้ามรดกรายนี้ให้แก่ทายาทผู้มีส่วนได้เสียทุกคน และหลังจากรับโอนมรดกแล้ว จำเลยยังได้โอนบางส่วนของที่ดินพิพาทแปลงเนื้อที่ 23 ไร่เศษให้แก่นางบุญหรือสมศรี ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกไป อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่บางส่วนของผู้จัดการมรดกแล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาครอบครองที่ดินพิพาททั้งสองแปลงไว้แทนทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกทุกคนด้วย หาใช่ครอบครองเพื่อตนเองแต่ผู้เดียวไม่ ดังนั้น แม้โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกให้แบ่งมรดกแก่โจทก์ทั้งสามเป็นเวลาเกิน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วก็ตาม จำเลยก็ไม่อาจอ้างได้ว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเพื่อตนเอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 และไม่อาจยกอายุความมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ขึ้นใช้ยันโจทก์ทั้งสามผู้เป็นทายาทของเจ้ามรดกได้ ฟ้องของโจทก์ทั้งสามจึงไม่ขาดอายุความ

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยแบ่งมรดกที่ดินตาม น.ส.3ก. เลขที่ 726 และเลขที่ 737 ให้แก่โจทก์ทั้งสามคนละ 1 ส่วนใน 12 ส่วน หากจำเลยไม่จัดการหรือไม่อาจจัดการได้ให้เอาคำพิพากษาศาลฎีกาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามปีละ 450 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะจัดการแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ทั้งสามเสร็จ.




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

พินัยกรรมยกที่ดิน ส.ป.ก. ทำได้หรือไม่? ศาลฎีกาชี้ชัดเป็นโมฆะตามกฎหมาย แม้เป็นมรดกก็โอนไม่ได้ article
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทถูกกำจัดมิให้รับมรดกเมื่อใด วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเชิงลึกเกี่ยวกับการแบ่งมรดกและการยักย้ายทรัพย์ article
พินัยกรรมร่วมแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ และใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลัง
พินัยกรรมยกที่ดินนิคมสร้างตนเองใช้ได้เพียงใด ผู้รับโอนมีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองเดิมได้หรือไม่
บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
ทายาทไม่คัดค้านการโอนมรดก ยังมีสิทธิหรือไม่? วิเคราะห์สิทธิขอกันเงินจากการขายทอดตลาดเมื่อยังไม่แบ่งมรดกเสร็จ
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
สิทธิทายาทฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเป็นเวลานานตามกฎหมายมรดกไทย
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ หากจัดการทรัพย์สินขัดต่อหน้าที่ เสี่ยงทั้งเพิกถอนนิติกรรมและความผิดยักยอก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทที่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนแก่บุคคลภายนอกได้เพียงใด
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
เจ้าหนี้ใช้สิทธิแทนลูกหนี้เรียกทรัพย์มรดกได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิในทรัพย์มรดกไม่ใช่สิทธิส่วนตัวตามกฎหมาย
สิทธิรับเงินค่าหุ้นสหกรณ์เป็นมรดกหรือไม่? วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับผู้รับโอนประโยชน์ เงินสงเคราะห์ และผลทางกฎหมายที่ทายาทควรรู้ article
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของพี่น้องร่วมบิดามารดาและทายาทแทนที่ กรณีค่าเช่าทรัพย์มรดกต้องแบ่งอย่างไร ใครมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมาย
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกต้องใช้กฎหมายมรดกหรือมาตรา 1336 และมีอายุความเพียงใดเมื่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาทคนเดียว
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าราคาต่ำและเช่าช่วงเอากำไรสูง ทายาทหรือผู้จัดการมรดกร่วมฟ้องเรียกคืนค่าเช่าได้ภายในกี่ปี
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ครบแล้ว ยังถอนออกจากตำแหน่งได้หรือไม่ พร้อมแนวทางฟ้องคดีเมื่อแบ่งมรดกไม่เป็นธรรมตามกฎหมาย
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน