ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การถอนผู้จัดการมรดกทำได้หรือไม่เมื่อปันมรดกเสร็จแล้ว และทรัพย์ของกุศลสถานถือเป็นมรดกได้หรือไม่

การถอนผู้จัดการมรดกตามกฎหมายไทย การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้วมีผลอย่างไร ทรัพย์ของศาลเจ้าเป็นมรดกหรือไม่ อำนาจยื่นคำร้องถอนผู้จัดการมรดก ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย พินัยกรรมที่ไม่มีทรัพย์สินให้แบ่ง กุศลสถานตามกฎหมายไทย สิทธิของทายาทในทรัพย์มรดก การตีความมาตรา1727 การใช้มาตรา1600 ในคดีมรดก ผลของพินัยกรรมที่ขัดกฎหมาย ลักษณะของทรัพย์นอกมรดก บทบาทศาลอุทธรณ์ในการยกประเด็นกฎหมาย แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับมรดก 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดของสิทธิในการร้องขอถอนผู้จัดการมรดกเมื่อการจัดการและการปันทรัพย์มรดกได้เสร็จสิ้นแล้ว ตลอดจนการวินิจฉัยว่าทรัพย์สินบางประเภท เช่น ศาลเจ้าและทรัพย์ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นกุศลสถานสำหรับมหาชน ไม่อาจถือเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายได้ แม้ผู้ตายจะเคยดูแลหรือบริหารจัดการในขณะมีชีวิตก็ตาม คดีนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงหลักกฎหมาย เพราะเชื่อมโยงทั้งเรื่องอำนาจฟ้อง อำนาจร้องขอ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และขอบเขตของทรัพย์มรดกตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อเท็จจริงของคดี

   ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของผู้ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแต่งตั้ง ต่อมาผู้คัดค้านซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องและแต่งตั้งตนเองแทน โดยอ้างว่าพินัยกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมาย

   ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ตายเคยดูแลศาลเจ้า ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของวัดและเป็นสถานที่สาธารณะสำหรับประชาชน และยังมีการโอนทรัพย์สินบางส่วนให้แก่ผู้คัดค้านก่อนเสียชีวิต อีกทั้งทรัพย์อื่นนอกพินัยกรรมก็ได้มีการจัดการเสร็จสิ้นแล้ว

   ประเด็นสำคัญคือ การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ และศาลเจ้าพร้อมทรัพย์สินเกี่ยวข้องถือเป็นมรดกหรือไม่

คำวินิจฉัยของศาลในประเด็นสำคัญ

   ศาลพิจารณาว่า การร้องขอถอนผู้จัดการมรดกต้องกระทำก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น หากเสร็จแล้ว ผู้ร้องย่อมไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง

   ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องอำนาจฟ้อง ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์สามารถหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

   ในส่วนของศาลเจ้า ศาลวินิจฉัยว่าเป็นกุศลสถานสำหรับมหาชน ตั้งอยู่ในที่ดินที่รัฐหรือหน่วยงานของรัฐปกปักรักษา จึงไม่ใช่ทรัพย์สินของผู้ตาย

   แม้ผู้ตายจะดูแลศาลเจ้า แต่เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะตัว มิใช่สิทธิในทรัพย์สิน และไม่อาจตกทอดเป็นมรดกได้

   พินัยกรรมที่กำหนดเกี่ยวกับทรัพย์ดังกล่าวจึงไม่มีผลบังคับ

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

   หลักสำคัญของคดีนี้อยู่ที่การตีความมาตรา 1727 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขเรื่องเวลาในการร้องขอถอนผู้จัดการมรดกอย่างเคร่งครัด หากปล่อยให้การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว ย่อมถือว่ากระบวนการจัดการมรดกได้สิ้นสุดลง

   อีกประเด็นคือมาตรา 1600 ซึ่งกำหนดขอบเขตของทรัพย์มรดกว่าไม่รวมถึงสิทธิหรือหน้าที่เฉพาะตัว เช่น การเป็นผู้ดูแลศาลเจ้า

   มาตรา 1646 ยังตอกย้ำว่า พินัยกรรมต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย หากกำหนดให้ทรัพย์ที่ไม่ใช่มรดกตกแก่ทายาท ย่อมไม่มีผล

   ศาลยังอาศัยหลักกฎหมายเกี่ยวกับกุศลสถาน ซึ่งถือเป็นทรัพย์ของสาธารณะ มิใช่ทรัพย์ส่วนบุคคล

เจตนารมณ์ของกฎหมายและแนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

   กฎหมายมรดกมีเจตนารมณ์เพื่อให้การโอนทรัพย์ของผู้ตายเป็นไปโดยเรียบร้อยและแน่นอน หากเปิดโอกาสให้ถอนผู้จัดการมรดกได้แม้หลังปันมรดกแล้ว จะก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในระบบ

   ส่วนกฎหมายเกี่ยวกับกุศลสถานมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินที่เป็นของสาธารณะ ไม่ให้ตกเป็นของเอกชน

   แนวคำพิพากษาศาลฎีกาสอดคล้องกันว่า สิทธิที่เป็นเฉพาะตัวและทรัพย์ที่เป็นของสาธารณะไม่อาจเป็นมรดกได้ และเรื่องอำนาจฟ้องสามารถหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้คู่ความไม่อ้าง

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1 ศาลชั้นต้น

วินิจฉัยว่าพินัยกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมายและสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดก พร้อมแต่งตั้งผู้คัดค้านแทน

2 ศาลอุทธรณ์

วินิจฉัยว่าการปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว ผู้คัดค้านไม่มีอำนาจยื่นคำร้อง จึงพิพากษากลับให้ยกคำร้อง

3 ศาลฎีกา

วินิจฉัยยืนตามศาลอุทธรณ์ โดยเห็นว่าทรัพย์สินที่เกี่ยวกับศาลเจ้าไม่ใช่มรดก และการปันมรดกได้เสร็จสิ้นแล้ว ผู้คัดค้านจึงไม่มีอำนาจร้องขอถอนผู้จัดการมรดก

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้สะท้อนหลักสำคัญว่าการใช้อำนาจตามกฎหมายมรดกต้องอยู่ภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด การปันมรดกเสร็จสิ้นย่อมทำให้กระบวนการจัดการมรดกสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ ผู้มีส่วนได้เสียไม่อาจย้อนกลับมาท้าทายสถานะผู้จัดการมรดกได้อีก นอกจากนี้ ศาลได้วางหลักชัดเจนว่า ทรัพย์ที่มีลักษณะเป็นกุศลสถานหรือทรัพย์สาธารณะย่อมไม่อยู่ในข่ายทรัพย์มรดก แม้ผู้ตายจะมีบทบาทเกี่ยวข้องก็ตาม อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและรักษาความมั่นคงของระบบกฎหมาย

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้

ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาว่า การร้องขอถอนผู้จัดการมรดกต้องกระทำก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นตามกฎหมาย และการวินิจฉัยว่าทรัพย์ของกุศลสถานไม่ใช่มรดก

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1 อำนาจยื่นคำร้องตามมาตรา 1727 หมายถึงสิทธิในการร้องขอถอนผู้จัดการมรดก ซึ่งต้องใช้ก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น มิฉะนั้นถือว่าสิทธิระงับ

2 ทรัพย์ที่ไม่เป็นมรดกตามมาตรา 1600 หมายถึงทรัพย์หรือสิทธิที่เป็นเฉพาะตัวหรือเป็นของสาธารณะ ซึ่งไม่อาจตกทอดแก่ทายาทได้

คำถามที่พบบ่อย FAQ

1 คำถาม การปันมรดกเสร็จแล้วสามารถฟ้องถอนผู้จัดการมรดกได้หรือไม่

คำตอบ การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้วถือว่ากระบวนการจัดการมรดกได้ยุติลงโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ผู้มีส่วนได้เสียจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกอีกต่อไป เนื่องจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจนว่าการร้องขอถอนต้องกระทำก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น หากฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าวย่อมเป็นการใช้สิทธิโดยไม่ชอบและทำให้คำร้องตกเป็นโมฆะในส่วนของอำนาจฟ้อง ทั้งนี้แม้คู่ความจะมิได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นกล่าวอ้าง ศาลก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ เนื่องจากเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน การจำกัดสิทธิดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงแน่นอนในกระบวนการจัดการมรดก และป้องกันมิให้เกิดข้อพิพาทซ้ำซ้อนภายหลังการแบ่งทรัพย์เสร็จสิ้นแล้ว

2 คำถาม ทรัพย์สินของศาลเจ้าหรือกุศลสถานถือเป็นมรดกของผู้ตายหรือไม่

คำตอบ ทรัพย์สินของศาลเจ้าหรือกุศลสถานซึ่งมีลักษณะเป็นสถานที่สาธารณะสำหรับมหาชน ไม่ถือเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย แม้ผู้ตายจะเคยมีหน้าที่ดูแลหรือบริหารจัดการในขณะมีชีวิตก็ตาม เนื่องจากทรัพย์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นทรัพย์ของส่วนรวมที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามกฎหมาย มิใช่ทรัพย์สินส่วนบุคคลที่จะตกทอดแก่ทายาทได้ การที่ผู้ตายมีบทบาทเป็นผู้ดูแลจึงเป็นเพียงหน้าที่เฉพาะตัว ไม่ก่อให้เกิดสิทธิในความเป็นเจ้าของ นอกจากนี้ ทรัพย์สินและผลประโยชน์ที่เกิดจากกุศลสถานยังถือเป็นของสถานนั้นโดยเฉพาะ มิใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง การกำหนดในพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์ดังกล่าวจึงไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย เพราะเป็นการขัดต่อหลักที่กำหนดขอบเขตของทรัพย์มรดกไว้อย่างชัดเจน 

3 คำถาม พินัยกรรมที่กำหนดทรัพย์ที่ไม่ใช่มรดกจะมีผลใช้บังคับได้หรือไม่

คำตอบ พินัยกรรมจะมีผลใช้บังคับได้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดกของผู้ตายเท่านั้น หากมีการกำหนดถึงทรัพย์ที่ไม่ใช่มรดก เช่น ทรัพย์ของกุศลสถานหรือสิทธิที่เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตาย ย่อมไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการกำหนดเกินขอบเขตของสิทธิที่ผู้ตายสามารถจัดการได้ หลักกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าพินัยกรรมต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อย หากมีการกำหนดเช่นนั้น ส่วนที่ขัดย่อมตกเป็นโมฆะ แม้ส่วนอื่นของพินัยกรรมจะยังคงใช้ได้ก็ตาม ดังนั้น ในการพิจารณาพินัยกรรม ศาลจะต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่าส่วนใดเป็นทรัพย์มรดกที่ชอบด้วยกฎหมาย และส่วนใดเป็นทรัพย์ที่ไม่อาจตกทอดได้ เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างถูกต้อง 

4 คำถาม อำนาจฟ้องหรืออำนาจยื่นคำร้องเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยหรือไม่

คำตอบ อำนาจฟ้องหรืออำนาจยื่นคำร้องถือเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เนื่องจากเป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการใช้สิทธิทางศาล หากบุคคลใดไม่มีอำนาจดังกล่าว การดำเนินคดีหรือการยื่นคำร้องย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจึงมีอำนาจหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นวินิจฉัยได้เอง แม้คู่ความจะมิได้กล่าวอ้าง ทั้งนี้เพื่อรักษาความถูกต้องของกระบวนพิจารณาและป้องกันมิให้มีการใช้สิทธิในทางที่ไม่ชอบ หลักการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในคดีมรดก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับสิทธิของบุคคลหลายฝ่าย การกำหนดให้อำนาจฟ้องเป็นเรื่องความสงบเรียบร้อยจึงช่วยสร้างมาตรฐานในการพิจารณาคดีและป้องกันข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5 คำถาม การเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าหรือกิจการเฉพาะตัวตกเป็นมรดกได้หรือไม่

คำตอบ การเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าหรือการประกอบกิจการที่ต้องอาศัยคุณสมบัติเฉพาะตัวของบุคคล ไม่ถือเป็นทรัพย์มรดกที่สามารถตกทอดแก่ทายาทได้ เนื่องจากสิทธิหรือหน้าที่ดังกล่าวมีลักษณะผูกพันกับตัวบุคคลโดยเฉพาะ ไม่อาจโอนหรือสืบทอดได้ตามกฎหมาย แม้ผู้ตายจะเคยปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่ทำให้เกิดสิทธิในเชิงทรัพย์สินที่ตกทอดได้ หลักการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความเหมาะสมของบุคคลที่จะเข้าดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น โดยต้องเป็นไปตามคุณสมบัติที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่ตกทอดโดยอัตโนมัติแก่ทายาท การพิจารณาว่าสิทธิใดเป็นมรดกหรือไม่จึงต้องคำนึงถึงลักษณะของสิทธินั้นเป็นสำคัญ 

6 คำถาม หากยังมีข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์บางส่วน จะถือว่าปันมรดกเสร็จหรือไม่

คำตอบ การพิจารณาว่าการปันมรดกเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากทรัพย์ที่เป็นมรดกของผู้ตายเป็นหลัก หากทรัพย์สินที่ยังมีข้อพิพาทไม่ใช่ทรัพย์มรดก เช่น ทรัพย์ของกุศลสถานหรือทรัพย์สาธารณะ ก็ไม่อาจนำมานับรวมในการพิจารณาว่าการปันมรดกยังไม่เสร็จสิ้นได้ ดังนั้น แม้จะมีข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์บางส่วน แต่หากทรัพย์มรดกที่แท้จริงได้มีการจัดการและแบ่งปันครบถ้วนแล้ว ก็ถือว่าการปันมรดกเสร็จสิ้นแล้วตามกฎหมาย การตีความดังกล่าวช่วยป้องกันมิให้มีการอ้างข้อพิพาทที่ไม่เกี่ยวข้องมาเป็นเหตุยืดเยื้อกระบวนการมรดกโดยไม่จำเป็น 

7 คำถาม ศาลสามารถยกประเด็นที่คู่ความไม่ได้อ้างขึ้นวินิจฉัยได้หรือไม่

คำตอบ ศาลมีอำนาจยกประเด็นข้อกฎหมายบางประการขึ้นวินิจฉัยได้เอง แม้คู่ความจะมิได้หยิบยกขึ้นกล่าวอ้าง โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เช่น เรื่องอำนาจฟ้องหรืออำนาจยื่นคำร้อง หลักการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และป้องกันมิให้มีการใช้สิทธิในทางที่ไม่ชอบ แม้คู่ความจะพลาดในการยกประเด็นดังกล่าว ศาลก็ยังคงมีหน้าที่ต้องตรวจสอบและวินิจฉัยเพื่อให้คำพิพากษามีความชอบด้วยกฎหมายอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหลักสำคัญของกระบวนการยุติธรรม 

8 คำถาม แนวคำพิพากษานี้มีความสำคัญต่อการทำคดีมรดกอย่างไร

คำตอบ แนวคำพิพากษานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินคดีมรดก เนื่องจากได้วางหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตของสิทธิในการร้องขอและการตีความทรัพย์มรดก โดยเฉพาะการกำหนดว่าการปันมรดกเสร็จสิ้นแล้วจะตัดสิทธิในการร้องขอถอนผู้จัดการมรดก และการยืนยันว่าทรัพย์ที่มีลักษณะเป็นของสาธารณะไม่อาจถือเป็นมรดกได้ หลักการดังกล่าวช่วยสร้างความแน่นอนและลดข้อพิพาทในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางสำคัญสำหรับนักกฎหมายในการวางแผนคดีและประเมินสิทธิของคู่ความได้อย่างถูกต้อง

อธิบายหลักกฎหมายเพิ่มเติม

ข้อ 1 ป.พ.พ. มาตรา 1599 มาตรา 1600 มาตรา 1646 มาตรา 1727

มาตรา 1599 กำหนดหลักทั่วไปว่าทรัพย์มรดกของผู้ตายย่อมตกทอดแก่ทายาท แต่ต้องเป็นทรัพย์ที่ผู้ตายมีสิทธิอย่างแท้จริง ขณะที่มาตรา 1600 วางข้อยกเว้นว่า สิทธิหรือหน้าที่เฉพาะตัวของผู้ตาย เช่น ตำแหน่งหน้าที่หรือกิจการที่ต้องอาศัยคุณสมบัติเฉพาะ ย่อมไม่ตกทอดเป็นมรดก มาตรา 1646 กำหนดให้พินัยกรรมต้องไม่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อย มิฉะนั้นย่อมไม่มีผลบังคับ และมาตรา 1727 วางหลักว่าการร้องขอถอนผู้จัดการมรดกต้องกระทำก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง

ข้อ 2 ป.วิ.พ. ม. 142 5

บทบัญญัตินี้ให้อำนาจศาลในการหยิบยกปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยขึ้นวินิจฉัยได้เอง แม้คู่ความไม่ได้ยกขึ้นเป็นประเด็น ซึ่งรวมถึงเรื่องอำนาจฟ้องหรืออำนาจยื่นคำร้อง อันเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองระบบกฎหมายไม่ให้มีการใช้สิทธิในทางที่ไม่ถูกต้อง

ข้อ 3 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.123 และกฎเสนาบดี

กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้กุศลสถาน เช่น ศาลเจ้า เป็นทรัพย์ที่มีลักษณะเป็นของกลางสำหรับมหาชน อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องได้รับการคุ้มครองไม่ให้บุคคลใดเข้าครอบครองเป็นของส่วนตัว กฎเสนาบดียังวางหลักเกี่ยวกับการบริหารจัดการและคุณสมบัติของผู้ดูแล ทำให้สถานะของศาลเจ้าเป็นทรัพย์สาธารณะโดยชัดเจน ไม่อาจถือเป็นทรัพย์มรดกของบุคคลใด

  ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

          เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2559  

การร้องขอถอนผู้จัดการมรดกก่อนปันมรดกเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 เป็นเรื่องอำนาจฟ้องหรืออำนาจยื่นคำร้องอันเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)

ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วตั้งอยู่ในที่ดินซึ่งรัฐเป็นเจ้าของหรือผู้ปกปักรักษาตามกฎเสนาบดีกระทรวงนครบาลและกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 มีนาคม 2463 ออกตามความใน พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 123 เป็นกุศลสถานสำหรับมหาชนแม้ผู้ตายจะเป็นผู้ดูแลขณะมีชีวิต ก็หาทำให้ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วตลอดทั้งทรัพย์สินและผลประโยชน์ของศาลจ้าวนั้นเป็นมรดกของผู้ตายอันจะตกแก่ทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง ที่ผู้ตายจะกำหนดการเผื่อตายเกี่ยวกับทรัพย์สินในพินัยกรรมได้ แม้จะกำหนดไว้ในพินัยกรรมก็ไม่มีผลบังคับ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1646

ผู้ตายเป็นผู้จัดการปกครองดูแลศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วจะต้องมีคุณสมบัติตามกฎเสนาบดีฯ ข้างต้น ซึ่งเป็นการประกอบกิจการอาชีพอันเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ ย่อมไม่เป็นมรดกของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1600 อันจะตกแก่ทายาทตาม มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง

ตามพินัยกรรมที่ผู้ตายทำเมื่อไม่มีทรัพย์สินที่ตามพินัยกรรมที่จะปันแก่ทายาท และทรัพย์สินนอกพินัยกรรมของผู้ตายก็ไม่มีแล้ว การจัดการมรดกของผู้ตายโดยผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกย่อมเสร็จสิ้น ผู้คัดค้านจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของนางอุ่นใจ ผู้ตาย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกแทน

ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า ลายมือชื่อผู้เขียนและพยานในพินัยกรรมปลอมตกเป็นโมฆะจึงมีคำสั่งถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแทน ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว ผู้คัดค้านไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอแล้ว พิพากษากลับให้ยกคำร้องขอของผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในชั้นนี้ โดยคู่ความไม่โต้แย้งคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของนางอุ่นใจ ผู้ตาย ซึ่งเกิดจากนายชวน ตามเอกสารรายการเกี่ยวกับบ้าน สำเนาสูติบัตร และสำเนาหนังสือสำคัญเปลี่ยนชื่อสกุลของผู้ตาย อาคารเลขที่ 66 ถนนพระราม 4 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เป็นของวัดไตรมิตรวิทยาราม มีศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วตั้งอยู่ เพื่อให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธามากราบไหว้ โดยผู้ตายเป็นผู้เช่าอาคารเลขที่ 66 จากวัดไตรมิตรวิทยารามเพื่ออยู่อาศัย ตามสำเนาแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร ผู้ตายเป็นผู้จัดการปกครองดูแลศาลจ้าว เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2544 ผู้ตายจดทะเบียนให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 16650 ตำบลประชาธิปัตย์ (รังสิตเหนือ) อำเภอธัญบุรี (กลางเมือง) จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) พร้อมอาคารซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ตายแก่ผู้คัดค้านโดยเสน่หา ตามสำเนาโฉนดที่ดินและหนังสือให้ที่ดิน วันที่ 22 พฤษภาคม 2548 ผู้ตายถึงแก่ความตาย ตามสำเนามรณบัตร และแบบรับรองรายการทะเบียนคนตาย วันที่ 13 มกราคม 2553 นายเกตุ ได้ทำสัญญาเช่าอาคารเลขที่ 66 จากวัดไตรมิตรวิทยาราม ตามสำเนาสัญญาเช่าอาคาร ใบเสร็จรับเงินและใบสำคัญการรับเงินประจำปี 2556 และปี 2557 วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย โดยอ้างว่า ผู้ตายทำพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 18 มีนาคม 2541 ไว้ ซึ่งตรงกับพินัยกรรม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2556 ตามคำสั่งศาลชั้นต้นในสำนวนคดีนี้ อนึ่ง เมื่อปี 2550, 2551, 2554, 2556 และ 2557 ผู้คัดค้านเคยขออนุญาตจัดให้มีการแสดงมหรสพงิ้วโรง เนื่องในงานเทศกาลไหว้ศาลจ้าว ตามคำสั่งอนุญาตของเจ้าพนักงานตำรวจ

ปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตามฎีกาของผู้คัดค้านมีว่า ที่ศาลอุทธรณ์ยกประเด็นเรื่องการปันมรดกของผู้ตายเสร็จสิ้นแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง มาเป็นเหตุยกคำร้องขอของผู้คัดค้านเป็นการชอบหรือไม่ และประเด็นดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือไม่ เห็นว่า มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกเพราะเหตุ... ก็ได้ แต่ต้องร้องขอเสียก่อนที่การปันมรดกเสร็จสิ้นลง" บทบัญญัติดังกล่าวเป็นเรื่องอำนาจฟ้องหรืออำนาจยื่นคำร้องขอ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ได้หยิบยกขึ้นเป็นประเด็นในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมหยิบยกขึ้นอ้างได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) เมื่อตามคำร้องขอของผู้คัดค้านกล่าวอ้างครั้งแรกก่อนขอแก้ไขคำร้องว่า การปันทรัพย์มรดกเสร็จสิ้น อันเป็นเหตุให้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าการปันทรัพย์มรดกเสร็จสิ้นแล้ว จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ว่ากล่าวโดยชอบในศาลชั้นต้นอันนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้อง ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์หยิบประเด็นเรื่องการปันทรัพย์มรดกเสร็จสิ้นแล้วมาเป็นเหตุยกคำร้องขอของผู้คัดค้านว่าไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอ จึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านประการแรกฟังไม่ขึ้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยประการที่สองตามฎีกาของผู้คัดค้านมีว่า การปันทรัพย์มรดกของผู้ตายเสร็จสิ้นแล้วเป็นเหตุให้ผู้คัดค้านไม่มีอำนาจร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ เห็นว่า แม้หากจะฟังว่าพินัยกรรมไม่ตกเป็นโมฆะ แต่ตามพินัยกรรมมีข้อกำหนดในพินัยกรรมรวม 5 ข้อ โดยข้อ 1 ถึงข้อ 4 เป็นเรื่องกำหนดการเผื่อตายเกี่ยวกับทรัพย์สิน ข้อ 5 กำหนดให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ในส่วนศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วและการจัดกิจการศาลจ้าวที่พินัยกรรมกำหนดให้ผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการกิจการศาลจ้าวต่อไปรวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ได้รับบริจาคตามพินัยกรรม ข้อ 4. นั้น ผู้คัดค้านฎีกาว่า ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊ว รวมทั้งทรัพย์สินในกิจการของศาลจ้าวเป็นมรดกของผู้ตายที่ไม่ได้ระบุในพินัยกรรมจึงเป็นมรดกของผู้ตายที่ตกแก่ผู้คัดค้านที่เป็นทายาทโดยธรรมแต่ผู้เดียวและผู้ร้องได้ฟ้องผู้คัดค้านกับนายเกตุต่อศาลชั้นต้นขอให้ขับไล่ผู้คัดค้านและนายเกตุออกจากศาลจ้าว ห้ามผู้คัดค้านและนายเกตุยุ่งเกี่ยวกับกิจการของศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊ว กับให้ส่งมอบทรัพย์สินของศาลจ้าวที่อยู่ในความครอบครองของผู้คัดค้านและนายเกตุให้แก่ผู้ร้องทั้งหมด ตามหมายเรียกคดีแพ่งสามัญและสำเนาคำฟ้องของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นได้จำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอผลคำพิพากษาคดีนี้ ตามสำเนารายงานกระบวนพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ พ.281/2557 หมายเลขคดีแดงที่ พ.635/2557 ของศาลชั้นต้นลงวันที่ 21 เมษายน 2557 ที่แนบท้ายฎีกา (ซึ่งผู้ร้องไม่ได้แก้ฎีกาโต้แย้ง) การปันทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น จึงมีปัญหาว่า ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วและทรัพย์สินภายในศาลจ้าวกับกิจการศาลจ้าวรวมทั้งผลประโยชน์และรายจ่ายของศาลจ้าวเป็นมรดกของผู้ตายหรือไม่ ซึ่งศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ย้อนสำนวน เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 123 บัญญัติว่า "ที่วัดหรือกุศลสถานอย่างอื่นซึ่งเป็นของกลางสำหรับมหาชนก็ให้อยู่ในหน้าที่กรมการอำเภอจะต้องตรวจตราอุดหนุนผู้ปกปักรักษา อย่าให้ผู้ใดรุกล้ำเบียดเบียนที่อันนั้น" ซึ่งกฎเสนาบดีกระทรวงนครบาลและกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยกุศลสถานชนิดศาลจ้าว ลงวันที่ 15 มีนาคม 2463 ออกตามความในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 123 ว่า ศาลจ้าวซึ่งเป็นสถานที่เคารพและกระทำพิธีกรรมตามลัทธิของประชาชนบางจำพวกในกรุงสยามนับว่าเป็นกุศลสถานสำหรับประชาชนประเภทหนึ่ง โดยใช้กฎดังกล่าวเฉพาะศาลจ้าวที่ตั้งอยู่ในที่ดินซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้ปกปักษ์รักษาเท่านั้นตามกฎข้อ 1. เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นสถานที่เคารพสักการะและทำพิธีกรรมของประชน (โดยเฉพาะชาวจีนรอบบริเวณศาลจ้าว) และตั้งอยู่ในอาคารเลขที่ 66 ของวัดไตรมิตรวิทยารามที่ปลูกอยู่บนที่ดินของวัดอันเป็นธรณีสงฆ์ ศาลจ้าวนั้นจึงตั้งอยู่ในที่ดินซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของ กรณีต้องด้วยบทกฎหมายและกฏเสนาบดีข้างต้น ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วจึงเป็นกุศลสถานสำหรับมหาชนหาใช่มรดกของผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1600 อันจะตกแก่ทายาทตามมาตรา 1599 วรรคหนึ่งไม่ นอกจากนี้ กฎข้อ 2 ฆ คำว่า ผลประโยชน์นั้น หมายความว่า ทรัพย์สมบัติรายได้อันพึงบังเกิดแก่ศาลจ้าวนั้น และหมายความตลอดถึงรายจ่ายด้วย ดังนั้น ทรัพย์สินและผลประโยชน์รวมทั้งรายจ่ายเกี่ยวกับศาลจ้าวจึงเป็นของศาลจ้าวหาใช่เป็นทรัพย์สินของผู้ตาย อันจะเป็นมรดกตกได้แก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ดังกล่าว แม้ผู้ตายจะกำหนดการเผื่อตายเกี่ยวกับทรัพย์สินไว้ก็ไม่มีผลบังคับเป็นพินัยกรรม ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1646 ส่วนการจัดกิจการศาลจ้าว กฎข้อ 11. กำหนดให้มีผู้จัดการปกครองและผู้ตรวจตรา ข้อ 12. กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นผู้จัดการปกครองและผู้ตรวจตราไว้ ซึ่งจะต้องมีใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ ข้อ 13. แม้ผู้ตายจะเป็นผู้จัดการปกครองดูแลศาลจ้าวขณะมีชีวิตก็เป็นการประกอบกิจการงานอาชีพอันเป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ เนื่องจากจะต้องมีคุณสมบัติและมีใบอนุญาตตามกฎเสนาบดีข้างต้น การเป็นผู้จัดการศาลจ้าวของผู้ตายย่อมไม่เป็นมรดกของผู้ตายตามมาตรา 1600 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันจะตกได้แก่ทายาท ตามมาตรา 1599 วรรคหนึ่ง เช่นกัน แม้ผู้ตายจะกำหนดให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการศาลจ้าวก็ไม่มีผลบังคับ เมื่อพินัยกรรมตามข้อ 1 ถึงข้อ 4 ไม่มีผลบังคับ ดังวินิจฉัยข้างต้น จึงไม่มีทรัพย์สินตามพินัยกรรมที่จะปันแก่ทายาท แม้ผู้ร้องจะเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลซึ่งมีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกของผู้ตายที่ไม่ระบุไว้ในพินัยกรรมด้วยก็ตาม แต่ได้ความตามคำร้องขอของผู้คัดค้านว่า ทรัพย์สินนอกพินัยกรรมจัดการเสร็จสิ้นแล้ว เช่นนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการปันทรัพย์มรดกของผู้ตายเสร็จสิ้นแล้วก่อนที่ผู้คัดค้านจะยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 วรรคหนึ่ง การที่ผู้ร้องฟ้องผู้คัดค้านกับนายเกตุและศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวตามคดีหมายเลขดำที่ พ.281/2557 หมายเลขแดงที่ พ.635/2557 เป็นเรื่องการโต้เถียงอำนาจการจัดการศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วซึ่งไม่ใช่การจัดการมรดกของผู้ตาย ที่จะถือว่าเป็นเหตุการณ์ปันทรัพย์มรดกของผู้ตายไม่เสร็จสิ้นหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในปัญหาประการที่สองมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้คัดค้านประการนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

การปันมรดกเสร็จแล้ว ยังถอนผู้จัดการมรดกได้อยู่หรือไม่ การร้องขอถอนผู้จัดการมรดกต้องทำก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นเท่านั้น หากทรัพย์มรดกถูกจัดการและแบ่งปันครบถ้วนแล้ว ผู้มีส่วนได้เสียจะไม่มีอำนาจยื่นคำร้องอีกต่อไป แม้จะมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับพินัยกรรมหรือทรัพย์สิน แต่หากทรัพย์นั้นไม่ใช่มรดก เช่น กุศลสถานหรือกิจการเฉพาะตัวของผู้ตาย ก็ไม่อาจนำมาเป็นเหตุให้ถือว่ายังปันมรดกไม่เสร็จ คดีนี้ศาลย้ำชัดว่า “อำนาจยื่นคำร้อง” เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลสามารถหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ และเมื่อปันมรดกเสร็จแล้ว คำร้องถอนผู้จัดการมรดกย่อมตกไปทันที




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

สิทธิรับเงินฝากและหุ้นในสหกรณ์เมื่อเจ้ามรดกทำพินัยกรรมภายหลัง หนังสือแต่งตั้งผู้รับประโยชน์ยังมีผลอยู่หรือไม่ และฟ้องได้หรือไม่
พินัยกรรมไม่กำหนดผู้รับมรดกเป็นโมฆะหรือไม่ และผู้จัดการมรดกยังมีอำนาจหรือไม่
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกมีอำนาจเพียงใด ต้องขออนุญาตศาลก่อนให้เช่าทรัพย์มรดกหรือไม่
การกำหนดห้ามโอนในพินัยกรรมมีผลเพียงใด ผู้รับพินัยกรรมขายทรัพย์ได้หรือไม่ตามหลักกฎหมายมรดกและสิทธิในทรัพย์สิน
พินัยกรรมยกที่ดิน ส.ป.ก. ทำได้หรือไม่? ศาลฎีกาชี้ชัดเป็นโมฆะตามกฎหมาย แม้เป็นมรดกก็โอนไม่ได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทถูกกำจัดมิให้รับมรดกเมื่อใด วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเชิงลึกเกี่ยวกับการแบ่งมรดกและการยักย้ายทรัพย์
พินัยกรรมร่วมแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ และใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลัง
พินัยกรรมยกที่ดินนิคมสร้างตนเองใช้ได้เพียงใด ผู้รับโอนมีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองเดิมได้หรือไม่
บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
ทายาทไม่คัดค้านการโอนมรดก ยังมีสิทธิหรือไม่? วิเคราะห์สิทธิขอกันเงินจากการขายทอดตลาดเมื่อยังไม่แบ่งมรดกเสร็จ
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
สิทธิทายาทฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเป็นเวลานานตามกฎหมายมรดกไทย
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ หากจัดการทรัพย์สินขัดต่อหน้าที่ เสี่ยงทั้งเพิกถอนนิติกรรมและความผิดยักยอก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทที่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนแก่บุคคลภายนอกได้เพียงใด
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
เจ้าหนี้ใช้สิทธิแทนลูกหนี้เรียกทรัพย์มรดกได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิในทรัพย์มรดกไม่ใช่สิทธิส่วนตัวตามกฎหมาย
สิทธิรับเงินค่าหุ้นสหกรณ์เป็นมรดกหรือไม่? วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับผู้รับโอนประโยชน์ เงินสงเคราะห์ และผลทางกฎหมายที่ทายาทควรรู้
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของพี่น้องร่วมบิดามารดาและทายาทแทนที่ กรณีค่าเช่าทรัพย์มรดกต้องแบ่งอย่างไร ใครมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมาย
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกต้องใช้กฎหมายมรดกหรือมาตรา 1336 และมีอายุความเพียงใดเมื่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาทคนเดียว
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
พินัยกรรมมีลายมือชื่อและลายนิ้วมือถูกต้องหรือไม่ ทายาทโต้แย้งได้แค่ไหน และความรับผิดผู้จัดการมรดกตกทอดหรือไม่
ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าราคาต่ำและเช่าช่วงเอากำไรสูง ทายาทหรือผู้จัดการมรดกร่วมฟ้องเรียกคืนค่าเช่าได้ภายในกี่ปี
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร? ฟ้องแบ่งมรดก ศาลตัดสินเกินคำขอได้หรือไม่ และสิทธิทายาทโดยธรรมยังคงอยู่หรือไม่เมื่อมีคำสั่งเดิมผูกพันคดี
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ