ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก

การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดก, การโอนทรัพย์มรดกโดยความยินยอมของทายาท, สิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก, การแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาท, การยินยอมโดยปริยายในคดีมรดก, ฟ้องแบ่งที่ดินมรดก, การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมรดก, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750, มาตรา 1719 และ 1745, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาคดีมรดก, ผู้จัดการมรดกรับโอนทรัพย์, สิทธิทายาทตามกฎหมาย, การไม่คัดค้านของทายาท, การแบ่งมรดกโดยพฤติการณ์, ข้อพิพาทมรดกที่ดิน, ยินยอมโดยปริยาย,

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดกในการจัดการและแบ่งปันทรัพย์มรดก ตลอดจนผลทางกฎหมายของการที่ทายาทรับรู้และไม่คัดค้านการโอนทรัพย์มรดก ซึ่งอาจถือเป็นการแสดงความยินยอมโดยปริยายให้ทรัพย์มรดกตกเป็นของทายาทรายใดรายหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว คดีนี้จึงมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการตีความบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยหน้าที่ของผู้จัดการมรดก สิทธิของทายาท และหลักการแบ่งปันทรัพย์มรดกตามมาตรา 1750 วรรคหนึ่ง รวมถึงแนวคิดเรื่องความยินยอมโดยพฤติการณ์ ซึ่งมีผลผูกพันต่อสิทธิเรียกร้องของทายาทในภายหลัง หากมิได้มีการคัดค้านหรือทักท้วงการจัดการมรดกตั้งแต่ต้น

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้ โจทก์และจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โดยบิดาถึงแก่ความตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกที่สำคัญประกอบด้วยที่ดินจำนวนสองแปลง ต่อมาศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก ภายหลังจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงพิพาทมาเป็นของตนเอง และนำที่ดินดังกล่าวไปทำนิติกรรมต่าง ๆ รวมถึงการจดทะเบียนจำนองกับบุคคลภายนอก

ในระหว่างการจัดการมรดกดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าทายาทรายใด รวมถึงโจทก์ ได้คัดค้านหรือโต้แย้งการกระทำของจำเลยแต่อย่างใด ต่อมาจำเลยได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอีกแปลงหนึ่งให้แก่โจทก์ โดยลักษณะการโอนดังกล่าวเป็นไปในทำนองการจัดสรรทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทแต่ละคนตามส่วน

โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินพิพาทหรือขายทอดตลาด โดยอ้างว่าจำเลยจัดการมรดกโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ และกระทำเกินขอบอำนาจผู้จัดการมรดก

ประเด็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลต้องวินิจฉัย

ประเด็นสำคัญที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ คือ ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ต้องแบ่งปันให้แก่โจทก์และทายาทรายอื่นหรือไม่ หรือการที่จำเลยรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทมาเป็นของตนเอง โดยไม่ปรากฏการคัดค้านจากทายาท ย่อมถือได้ว่าเป็นการแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยความยินยอมของทายาทแล้วหรือไม่

นอกจากนี้ ศาลยังต้องพิจารณาว่า การจัดการมรดกของจำเลยที่เกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงอื่นซึ่งโอนให้แก่โจทก์ มีผลสะท้อนถึงพฤติการณ์โดยรวมของการแบ่งมรดกหรือไม่ และการไม่คัดค้านการโอนทรัพย์มรดกดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลทางกฎหมายอย่างไรต่อสิทธิของโจทก์ในภายหลัง

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยเริ่มจากข้อเท็จจริงพื้นฐานว่า ผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมไว้ และภายหลังศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก จำเลยย่อมมีหน้าที่จัดการและแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนภายในขอบอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719, 1723, 1724 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1745

อย่างไรก็ดี เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า หลังจากจำเลยรับโอนที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกมาเป็นของตนเองแล้ว ไม่ปรากฏว่าทายาทรายใดรวมถึงโจทก์ได้คัดค้านหรือโต้แย้งการกระทำดังกล่าว อีกทั้งจำเลยยังได้โอนที่ดินอีกแปลงหนึ่งให้แก่โจทก์โดยไม่มีการคัดค้านจากทายาทเช่นเดียวกัน ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการจัดการมรดกที่ต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันในคราวเดียว

ศาลฎีกาให้ความสำคัญกับพฤติการณ์โดยรวมของคดี โดยเห็นว่าการที่โจทก์รับโอนที่ดินอีกแปลงหนึ่งจากจำเลย และครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว โดยไม่เคยคัดค้านการที่จำเลยรับโอนที่ดินพิพาทมาเป็นของตนเอง ย่อมถือได้ว่าโจทก์รับรู้และยินยอมให้มีการแบ่งปันทรัพย์มรดกในลักษณะดังกล่าวแล้ว

ศาลจึงวินิจฉัยว่า การจัดการมรดกในคดีนี้เป็นการแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาทโดยความยินยอม ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง และเมื่อโจทก์ได้แสดงความยินยอมโดยพฤติการณ์แล้ว ย่อมไม่อาจกลับมาเรียกร้องให้จำเลยแบ่งปันที่ดินพิพาทในภายหลังได้

วิเคราะห์หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หลักกฎหมายสำคัญในคดีนี้ คือ หลักว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดก และหลักการแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยความยินยอมของทายาท

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการทรัพย์มรดกโดยสุจริต เพื่อประโยชน์แห่งกองมรดก และต้องปฏิบัติหน้าที่ตามขอบอำนาจที่กฎหมายกำหนด มาตรา 1723 และมาตรา 1724 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ผู้จัดการมรดกมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดกเพื่อรักษาประโยชน์ของกองมรดก ส่วนมาตรา 1745 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกต้องแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทเมื่อถึงเวลาอันสมควร

อย่างไรก็ดี การแบ่งปันทรัพย์มรดกมิได้จำกัดเฉพาะการแบ่งโดยคำสั่งศาลหรือการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น หากทายาททุกคนได้ตกลงหรือยินยอมต่อกันแล้ว ก็สามารถแบ่งปันทรัพย์มรดกได้ตามมาตรา 1750 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เปิดโอกาสให้ทายาทใช้ดุลพินิจจัดสรรทรัพย์มรดกตามความเหมาะสม

ในคดีนี้ แม้จะมิได้มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างทายาท แต่พฤติการณ์ที่โจทก์ไม่คัดค้านการรับโอนที่ดินพิพาทของจำเลย และในขณะเดียวกันกลับรับโอนและเข้าครอบครองที่ดินอีกแปลงหนึ่ง ย่อมสะท้อนถึงการยินยอมโดยปริยายให้มีการแบ่งปันทรัพย์มรดกในลักษณะดังกล่าว

เจตนารมณ์ของมาตรา 1750 วรรคหนึ่ง

เจตนารมณ์ของมาตรา 1750 วรรคหนึ่ง มุ่งคุ้มครองเสรีภาพของทายาทในการจัดการทรัพย์มรดกภายหลังผู้ตายถึงแก่ความตาย โดยเปิดโอกาสให้ทายาทสามารถตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างกันได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางศาล หากไม่มีข้อพิพาทและทุกฝ่ายยินยอม

บทบัญญัตินี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแน่นอนและความมั่นคงในการถือครองทรัพย์สิน เมื่อทายาทได้แสดงความยินยอมต่อการแบ่งทรัพย์แล้ว ไม่ควรเปิดช่องให้มีการกลับคำหรือเรียกร้องใหม่ในภายหลัง อันจะก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในทางนิติกรรมและกระทบต่อบุคคลภายนอกที่สุจริต

วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาโดยสม่ำเสมอวางหลักว่า ความยินยอมของทายาทในการแบ่งปันทรัพย์มรดกอาจแสดงออกได้ทั้งโดยชัดแจ้งและโดยพฤติการณ์ หากทายาทรับรู้ถึงการจัดการมรดกและไม่คัดค้าน ทั้งยังได้ประโยชน์จากการแบ่งปันดังกล่าวแล้ว ย่อมถือว่าได้ยินยอมแล้วในทางกฎหมาย

คดีนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ศาลฎีกานำหลัก “ความยินยอมโดยปริยาย” มาปรับใช้กับการจัดการมรดก เพื่อป้องกันการใช้สิทธิฟ้องร้องย้อนหลังโดยไม่สุจริต และเพื่อรักษาความมั่นคงแน่นอนของการแบ่งปันทรัพย์มรดก

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยเห็นว่าจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกได้จัดการทรัพย์มรดกไปโดยชอบ และการที่โจทก์ไม่คัดค้านการรับโอนทรัพย์มรดกของจำเลยตั้งแต่ต้น ย่อมถือได้ว่าเป็นการยินยอมต่อการจัดการมรดกดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โดยเห็นพ้องว่าการจัดการมรดกของจำเลยเป็นไปโดยสอดคล้องกับพฤติการณ์แห่งคดีและกฎหมายว่าด้วยการแบ่งปันทรัพย์มรดก ส่วนศาลฎีกาวินิจฉัยยืนตามศาลอุทธรณ์ โดยถือว่าการไม่คัดค้านของโจทก์และการรับโอนทรัพย์มรดกอีกแปลงหนึ่งเป็นการแสดงความยินยอมโดยปริยายตามมาตรา 1750 วรรคหนึ่ง โจทก์จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยแบ่งปันที่ดินพิพาทได้

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้สะท้อนหลักกฎหมายสำคัญว่า สิทธิของทายาทในการเรียกร้องแบ่งปันทรัพย์มรดกมิใช่สิทธิที่สามารถใช้ได้โดยปราศจากขอบเขต หากทายาทได้รับรู้ถึงการจัดการมรดกของผู้จัดการมรดกและมิได้คัดค้าน ทั้งยังได้รับประโยชน์จากการแบ่งปันทรัพย์มรดกในลักษณะอื่นแล้ว การกระทำดังกล่าวย่อมถือเป็นการแสดงความยินยอมโดยพฤติการณ์ ซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์

การตีความมาตรา 1750 วรรคหนึ่ง ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนี้ ชี้ให้เห็นว่า “ความยินยอมของทายาท” มิได้จำกัดอยู่เพียงการแสดงเจตนาโดยชัดแจ้งหรือเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น แต่รวมถึงการนิ่งเฉย การไม่ทักท้วง และการรับประโยชน์จากการจัดการมรดกด้วย เมื่อทายาทได้แสดงพฤติการณ์ดังกล่าวแล้ว ย่อมไม่อาจย้อนกลับมาอ้างว่าผู้จัดการมรดกกระทำเกินอำนาจ เพื่อเรียกร้องแบ่งทรัพย์ในภายหลังได้

นอกจากนี้ คดียังตอกย้ำหลักความมั่นคงแน่นอนของนิติกรรมและการคุ้มครองความสุจริตในการจัดการมรดก เพื่อมิให้กระบวนการแบ่งปันทรัพย์มรดกกลายเป็นแหล่งข้อพิพาทที่ไม่สิ้นสุด อันจะกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกนั้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ผู้จัดการมรดกสามารถโอนทรัพย์มรดกมาเป็นของตนเองได้หรือไม่

คำตอบ

ผู้จัดการมรดกสามารถดำเนินการโอนทรัพย์มรดกได้ หากการโอนนั้นเป็นไปโดยได้รับความยินยอมจากทายาท และอยู่ภายใต้กรอบอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยความยินยอมอาจแสดงออกโดยชัดแจ้งหรือโดยพฤติการณ์ก็ได้

2. การไม่คัดค้านของทายาทมีผลทางกฎหมายอย่างไร

คำตอบ

การไม่คัดค้านการจัดการมรดกของผู้จัดการมรดก โดยเฉพาะเมื่อทายาทรับรู้และปล่อยให้การจัดการดำเนินไป ย่อมถือเป็นการแสดงความยินยอมโดยปริยาย ซึ่งผูกพันทายาทไม่ให้กลับมาเรียกร้องสิทธิในภายหลัง

3. ทายาทที่รับทรัพย์มรดกบางส่วนแล้ว ยังสามารถฟ้องขอแบ่งทรัพย์ส่วนอื่นได้หรือไม่

คำตอบ

หากพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าการรับทรัพย์มรดกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยความยินยอมแล้ว ทายาทย่อมไม่อาจฟ้องขอแบ่งทรัพย์ส่วนอื่นเพิ่มเติมได้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ให้ความยินยอมตั้งแต่ต้น

4. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง มีความสำคัญอย่างไรในคดีมรดก

คำตอบ

มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง เปิดโอกาสให้ทายาทสามารถแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างกันได้โดยความยินยอม โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการสั่งแบ่งของศาล หากมีความยินยอมแล้ว ผลของการแบ่งปันย่อมผูกพันคู่กรณีตามกฎหมาย

 ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ  

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4746/2568

หลังจากจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ก. แล้ว รับโอนทรัพย์มรดกที่ดินพิพาทของ ก. มาเป็นของจำเลยเอง ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านการกระทำของจำเลยแต่อย่างใด อันเป็นการแสดงว่าโจทก์รับรู้และเห็นชอบในการโอนที่ดินพิพาทของจำเลยมาตั้งแต่ต้น นอกจากนี้จำเลยก็ได้โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 27018 ให้แก่โจทก์โดยไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านเช่นกัน อันเป็นการสอดคล้องกับการแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาทด้วยการให้โจทก์เข้าครอบครองที่ดินดังกล่าวเป็นสัดส่วน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง จึงรับฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์ยินยอมให้ตกเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว จำเลยจึงไม่ต้องแบ่งปันที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ทั้งที่มีอำนาจในการนำที่ดินพิพาทไปทำนิติกรรมใด ๆ โดยชอบ โจทก์ไม่อาจบังคับให้จำเลยกระทำตามคำฟ้องได้

อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 3,000 บาท นั้น ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้ถูกต้อง

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 198 ให้แก่โจทก์และนางเวียงคำคนละเท่า ๆ กัน หากแบ่งไม่ได้ให้ขายทอดตลาดและแบ่งเงินกันเท่า ๆ กัน หรือให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องอีก ให้จำเลยใช้ค่าทนายความ 3,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์และจำเลยเป็นบุตรของนายก้อน ผู้ตายถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2543 โดยมิได้ทำพินัยกรรม ทรัพย์มรดกมีที่ดินโฉนดเลขที่ 198 และ 27018 ต่อมาศาลตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 198 มาเป็นของตนเอง และนำไปจดทะเบียนจำนองหลายครั้ง ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 27018 ให้แก่โจทก์

ปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่จำเลยต้องแบ่งปันให้แก่โจทก์และนางเวียงคำหรือไม่ ศาลเห็นว่า แม้จำเลยมีหน้าที่จัดการและแบ่งปันมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719, 1723, 1724 และ 1745 แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า หลังจากจำเลยรับโอนที่ดินพิพาทมาเป็นของตนเอง ไม่ปรากฏว่าทายาทคนใดคัดค้าน อีกทั้งจำเลยได้โอนที่ดินอีกแปลงหนึ่งให้แก่โจทก์โดยไม่มีการคัดค้านเช่นกัน พฤติการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับการแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยความยินยอมตามมาตรา 1750 วรรคหนึ่ง

ศาลจึงรับฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์ยินยอมให้ตกเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว จำเลยไม่ต้องแบ่งปันที่ดินพิพาท และมีอำนาจทำนิติกรรมได้โดยชอบ โจทก์ไม่อาจบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำฟ้องได้ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่าฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ค่าทนายความที่ศาลชั้นต้นกำหนด 3,000 บาท ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำ ศาลฎีกาจึงแก้ไขเป็นให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รวม 6,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดก & คำนวณมูลค่าทรัพย์สิน(ฎีกาที่ 2656/2567)
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
การตั้งผู้จัดการมรดกร่วมเมื่อผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย(ฎีกาที่ 4769/2566)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกยักยอกเงิน & จัดการที่ดินมรดก (ฎีกา 1543/2568)
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
วิเคราะห์ผู้จัดการมรดกจำนองที่ดิน ทุจริต,กองมรดก, ทายาท,(ฎีกา 5902/2567)
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
คดีมรดก อายุความมรดก 10 ปี, สิทธิทายาท, แบ่งมรดก, (ฎีกา 9992/2560)
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
(ฎีกาที่ 3681/2567) : อำนาจผู้จัดการมรดกร่วมในการฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนสู่กองมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ความสมบูรณ์และผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5560/2567: มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของแผ่นดิน และสิทธิเรียกร้องส่วนแบ่งเงินฝาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2567: การเพิกถอนพินัยกรรมและหลักเกณฑ์ความชอบด้วยกฎหมายของอุทธรณ์
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์มรดกและความรับผิดตามกฎหมาย(ฎีกาที่ 416/2563)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563: การโอนมรดกและอำนาจผู้จัดการมรดก
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
สิทธิรับมรดก ทายาทโดยธรรม & สินสมรส(ฎีกา 755/2565)
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ทายาทฟ้องทายาทให้แบ่งทรัพย์มรดก สิทธิฟ้องแบ่งมรดกเมื่อพ้นอายุความ
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
พินัยกรรมยกมรดกให้พี่น้องร่วมบิดามารดา, สิทธิของผู้สืบสันดานในการรับมรดกแทนที่, การฟ้องเรียกค่าเช่าจากทรัพย์สินมรดก
การกำจัดทายาทมิให้รับมรดก, สิทธิรับมรดกของผู้สืบสันดานเมื่อทายาทถูกกำจัด, การเพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดก
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ผู้จัดการมรดกและการโอนทรัพย์มรดก, พินัยกรรมด้วยวาจา ป.พ.พ. มาตรา 1663, การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
คดีของโจทก์ขาดอายุความการจัดการมรดก
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกร่วมนำทรัพย์มรดกหาประโยชน์แก่ตน
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
(ฎีกา 2150/2561) – สิทธิร้องถอนผู้จัดการมรดกก่อนปันมรดก(ฎีกา 2150/2561)
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก
อำนาจฟ้องขอแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตาย
ทายาททุกคนมอบหมายให้ครอบครองที่ดินแทนทายาททุกคนเพื่อประโยชน์ร่วม
ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามมาตรา 1300
ทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์มรดกตามส่วนที่จะพึงได้
สิทธิรับมรดกที่ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาห้ามยกเป็นข้อต่อสู้ผู้รับโอนโดยสุจริต
ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก
ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์มรดกเมื่อล่วงพ้นกำหนดอายุความแล้ว
ผู้คัดค้านไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการขอจัดการมรดก
ทายาทมีส่วนเท่ากันออกค่าใช้จ่ายจัดการทำศพ
ความเหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น
สิทธิของบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายในการรับมรดกของบุตรนอกกฎหมาย
หนังสือสัญญาแบ่งมรดกตกเป็นโมฆะหรือไม่?
อำนาจและหน้าที่ในการจัดการทำศพและลำดับก่อนหลัง
พินัยกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อน
ผู้จัดการมรดกฟ้องแทนทายาทโดยธรรมอื่น
คู่สมรสที่จดทะเบียนหย่าแล้วเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่
การสละมรดกมีผลย้อนหลังไปถึงเวลาเจ้ามรดกตายจึงขาดความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
แม้กองมรดกมีผู้จัดการมรดกแล้วทายาทก็ยังมีสิทธิฟ้อง