ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ทายาทไม่คัดค้านการโอนมรดก ยังมีสิทธิหรือไม่? วิเคราะห์สิทธิขอกันเงินจากการขายทอดตลาดเมื่อยังไม่แบ่งมรดกเสร็จ

คำพิพากษาศาลฎีกา 638/2567, สิทธิของทายาทโดยธรรมในการขอกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาด, การโอนมรดกโดยผู้จัดการมรดกในกรณีทรัพย์ติดจำนอง, หลักกฎหมายมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, การตีความเจตนาสละสิทธิในทรัพย์มรดก, สิทธิครอบครองแทนทายาท, การจัดการมรดกที่ยังไม่เสร็จสิ้น, คดีโอนที่ดินมรดกเป็นชื่อผู้จัดการมรดก, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาประเด็นแบ่งมรดก, การกันส่วนเงินขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดี 

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางมรดกระหว่างทายาทโดยธรรม กรณีผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกซึ่งยังติดจำนองเป็นชื่อของตนเอง โดยไม่มีการแบ่งปันมรดกให้แก่ทายาทคนอื่นอย่างชัดแจ้ง แม้ทายาทสองคนจะมิได้คัดค้านในขณะนั้น แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การไม่คัดค้านดังกล่าวไม่ใช่พฤติการณ์แสดงเจตนายกทรัพย์ และไม่ถือว่าแบ่งปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว จึงยืนยันสิทธิของทายาทในการขอกันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดตามกฎหมายมรดก ทั้งยังเป็นแนวคำพิพากษาสำคัญเกี่ยวกับสิทธิครอบครองแทนทายาท การตีความเจตนาสละสิทธิ และการจัดการมรดกเมื่อมีภาระจำนอง

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

คดีนี้มีสาระสำคัญเกี่ยวกับสิทธิของทายาทในการขอกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์มรดกที่ผู้จัดการมรดกโอนเป็นชื่อตนเองขณะยังติดจำนอง

1. ศาลชั้นต้นพิพากษาให้กันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินทั้งสี่แปลงแก่ผู้ร้องที่ 1 และผู้ร้องที่ 2 ตามส่วนกรรมสิทธิ์ โดยเห็นว่าผู้ร้องยังเป็นทายาทโดยธรรมและยังไม่ได้สละสิทธิในมรดก

2. ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน เห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานว่าผู้ร้องสละสิทธิหรือยกที่ดินให้จำเลย และการจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้น

3. ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่าง เห็นว่าการนิ่งเฉยไม่คัดค้านไม่ใช่การสละสิทธิ ผู้จัดการมรดกครอบครองแทนทายาท และผู้ร้องทั้งสองมีสิทธิขอกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทได้

ข้อเท็จจริงโดยสรุป

1. ผู้ร้องที่ 1 (มารดาจำเลย) และผู้ร้องที่ 2 (พี่ชายจำเลย) เป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตาย

2. ผู้ตายเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 42517 ซึ่งภายหลังถูกจำนองไว้กับบุคคลภายนอก

3. ผู้ตายถึงแก่ความตาย ต่อมาศาลตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก

4. ผู้จัดการมรดกได้จดทะเบียนโอนที่ดินมรดกเป็นชื่อของตนเองในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560

5. ต่อมาผู้ร้องทั้งสองทราบเรื่องแต่ไม่ได้คัดค้านในขณะนั้น

6. เมื่อมีการบังคับคดีและขายทอดตลาด ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้กันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดที่ดิน

7. โจทก์คัดค้านเฉพาะแปลงที่โอนแล้ว โดยอ้างว่าการไม่คัดค้านถือเป็นการยกสิทธิของทายาท

ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 6 และศาลฎีกาวินิจฉัยตรงกันว่า ผู้ร้องทั้งสองยังคงมีสิทธิขอกันส่วน

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิของทายาทโดยธรรมในการได้รับส่วนแบ่งมรดก และขอบเขตอำนาจของผู้จัดการมรดกตามกฎหมายเมื่อผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นชื่อตนเองในช่วงที่ที่ดินยังติดจำนอง โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการนิ่งเฉยไม่คัดค้านของทายาทมิใช่การสละสิทธิ และการโอนทรัพย์เช่นนั้นไม่ถือว่าแบ่งปันมรดกเสร็จสิ้น ทายาทจึงยังมีสิทธิขอกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดได้

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ คือบทบัญญัติเกี่ยวกับมรดกและผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่ มาตรา 1599 ถึง 1600 ว่าด้วยสิทธิของทายาท และมาตรา 1711 ถึง 1716 ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดก รวมทั้งหลักการสละสิทธิซึ่งต้องแสดงเจตนาโดยชัดแจ้งตามหลักทั่วไปในกฎหมายทรัพย์สิน

key words ที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. สิทธิของทายาทโดยธรรม

ทายาทโดยธรรมมีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตายตามส่วนของตน สิทธิดังกล่าวจะสิ้นไปได้ต่อเมื่อมีการสละสิทธิอย่างชัดแจ้ง ซึ่งศาลย้ำว่าการนิ่งเฉยหรือไม่คัดค้านไม่ถือว่าเป็นการสละสิทธิ

2. อำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดก

ผู้จัดการมรดกมีเพียงหน้าที่จัดการทรัพย์ในกองมรดกเพื่อทายาททุกคน ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ การโอนที่ดินมรดกเป็นชื่อตนเองโดยไม่แบ่งแก่ทายาทอื่น ไม่ถือเป็นการแบ่งมรดกที่เสร็จสมบูรณ์

3. การโอนทรัพย์มรดกติดจำนอง

เมื่อทรัพย์มรดกยังติดจำนอง การแบ่งมรดกให้แก่ทายาทแต่ละคนย่อมไม่สะดวก การโอนทรัพย์ติดจำนองเป็นผู้จัดการมรดกเองจึงไม่ใช่พฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าได้แบ่งปันมรดกหรือยกทรัพย์ให้ผู้จัดการมรดก

4. การสละสิทธิจะต้องมีพฤติการณ์ชัดแจ้ง

ศาลฎีกาย้ำหลักว่า การสละสิทธิในทรัพย์มรดกต้องมีการแสดงเจตนาอย่างชัดแจ้ง มิใช่เพียงการนิ่งเฉย การตีความเจตนาเช่นนี้เป็นหลักสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของทายาท

5. สิทธิกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาด

เมื่อที่ดินพิพาทยังเป็นทรัพย์มรดกและการแบ่งปันยังไม่เสร็จสิ้น ทายาทย่อมมีสิทธิขอกันส่วนเงินที่เกิดจากการขายทอดตลาดตามส่วนกรรมสิทธิ์ของตน ศาลจึงวินิจฉัยให้กันส่วนเงินแก่ผู้ร้องทั้งสองตามกฎหมาย

ประเด็นที่ต้องวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาในประเด็นเดียวคือ

ผู้ร้องทั้งสองยังมีสิทธิขอกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทหรือไม่ เมื่อจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกได้โอนที่ดินเป็นชื่อของตนเอง และผู้ร้องทั้งสองไม่คัดค้าน?

เหตุผลและดุลพินิจของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยยึดหลักกฎหมายมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนี้:

(1) การไม่คัดค้าน ไม่ถือเป็นการสละสิทธิ

ศาลเห็นว่า

ไม่มีพยานหลักฐานว่าผู้ร้องทั้งสองโกรธเคืองหรือยกทรัพย์ให้จำเลย

การนิ่งเฉยไม่คัดค้าน ไม่ใช่พฤติการณ์ที่แสดงเจตนาสละสิทธิอย่างชัดแจ้ง

กฎหมายมรดกต้องตีความอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นสิทธิในทรัพย์สินของทายาททุกคน

(2) ทรัพย์มรดกยังติดจำนอง การแบ่งมรดกย่อมไม่สะดวก

เนื่องจากที่ดินพิพาทติดจำนอง

การแบ่งมรดกให้ทายาททุกคนจึงไม่สามารถทำได้โดยสะดวก

การโอนทรัพย์ติดจำนองมาเป็นชื่อผู้จัดการมรดก ไม่ถือว่าเป็นการแบ่งมรดกเสร็จสิ้น

(3) ผู้จัดการมรดกครอบครองแทนทายาท ไม่ใช่ครอบครองเพื่อตนเอง

ศาลระบุว่า

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของทายาททั้งหมด

เมื่อผู้ร้องทั้งสองมิได้สละสิทธิ การถือครองโดยจำเลยถือเป็นการครอบครองแทนทายาททั้งสอง

(4) ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาด

เพราะ

ทายาทยังมีส่วนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน

การขายทอดตลาดไม่ขาดสิทธิของทายาท

สิทธิกันส่วนตามกฎหมายยังคงอยู่

ศาลฎีกาจึง พิพากษายืน คำสั่งศาลล่างทั้งสองชั้น

วิเคราะห์กฎหมาย 

คดีนี้สะท้อนหลักสำคัญในกฎหมายมรดก ได้แก่:

1. หลักการตีความเจตนาสละสิทธิในมรดก

ศาลกำหนดมาตรฐานว่า การสละสิทธิต้องมี “พฤติการณ์ชัดแจ้ง” การนิ่งเฉยหรือไม่คัดค้านไม่ใช่การสละสิทธิ เพราะสิทธิมรดกเป็นสิทธิในทรัพย์สินที่กฎหมายคุ้มครองอย่างเข้มงวด

2. สถานะของผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1711–1716

ผู้จัดการมรดกไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ แต่เป็น “ผู้ดูแลทรัพย์ของกองมรดก” และต้องจัดแบ่งให้ครบถ้วน

การโอนที่ดินมาเป็นชื่อตนเองโดยไม่มีการแบ่งมรดกแก่ทายาทอื่นจึงไม่ผูกพันทายาท

3. สิทธิครอบครองแทน 

การครอบครองของผู้จัดการมรดกถือเป็นการครอบครองแทนทายาท ดังนั้น

แม้ที่ดินถูกโอนเป็นชื่อผู้จัดการมรดก แต่ยังเป็นของกองมรดก และทายาทยังมีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่

4. สิทธิขอกันส่วนจากการขายทอดตลาดตาม พ.ร.บ. ล้มละลายและกฎหมายบังคับคดี

เมื่อทายาทพิสูจน์สิทธิได้ ก็ย่อมมีสิทธิกันส่วนเงินที่เกิดจากการขายทอดตลาด

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

1. การนิ่งเฉยไม่คัดค้านไม่ใช่การสละสิทธิในมรดก

2. ผู้จัดการมรดกต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ทายาททั้งหมด มิใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตน

3. การโอนทรัพย์มรดกติดจำนองเป็นชื่อผู้จัดการมรดกไม่ถือว่าแบ่งมรดกเสร็จสิ้น

4. ทายาทโดยธรรมยังมีสิทธิขอกันส่วนจากการขายทอดตลาดได้ แม้ทรัพย์ถูกโอนเป็นชื่อผู้จัดการมรดก

5. ศาลฎีกายืนยันหลักว่า การสละสิทธิในทรัพย์ของกองมรดกต้องมีพฤติการณ์ที่ชัดแจ้ง

IRAC 

Issue (ประเด็นข้อพิพาท)

ผู้ร้องทั้งสองมีสิทธิขอกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินมรดกหรือไม่ เมื่อผู้จัดการมรดกได้โอนที่ดินติดจำนองเป็นชื่อของตนเอง และผู้ร้องมิได้คัดค้านในขณะนั้น

Rule (กฎหมายที่ใช้บังคับ)

1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มรดก มาตรา 1599–1600 (สิทธิของทายาท)

2. มาตรา 1711–1716 (อำนาจหน้าที่ผู้จัดการมรดก)

3. หลักเจตนาสละสิทธิ ต้องแสดงโดยชัดแจ้ง

4. กฎหมายบังคับคดีเกี่ยวกับสิทธิกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาด

Application (การนำกฎหมายไปใช้ในคดีนี้)

1. ผู้ร้องทั้งสองเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตาย

2. การที่ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินเป็นชื่อของตนเองในช่วงที่ที่ดินยังติดจำนอง เป็นการจัดการเพื่อความสะดวกในการปลดภาระ ไม่ใช่การแบ่งมรดก

3. ผู้ร้องทั้งสองมิได้แสดงเจตนาสละสิทธิอย่างชัดแจ้ง การนิ่งเฉยไม่คัดค้านไม่ผูกพัน

4. การถือครองโดยผู้จัดการมรดกถือเป็นการครอบครองแทนทายาททั้งหมด

5. เมื่อที่ดินถูกขายทอดตลาด ทายาทย่อมมีสิทธิขอกันส่วนเงินตามส่วนกรรมสิทธิ์ในมรดก

Conclusion (บทสรุป)

ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า ผู้ร้องทั้งสองยังคงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกและมีสิทธิขอกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

  ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

        เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 638/2567

ผู้ร้องที่ 1 เป็นมารดาจำเลย ส่วนผู้ร้องที่ 2 เป็นพี่ชายจำเลยไม่ปรากฏว่าในการแบ่งปันทรัพย์มรดกนั้น ผู้ร้องทั้งสองกับจำเลยมีเหตุโกรธเคืองหรือทะเลาะกันมาก่อน ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ร้องทั้งสองได้รับทรัพย์มรดกอื่นใดของผู้ตายไปจนเป็นที่พอใจแล้ว ลำพังเพียงผู้ร้องทั้งสองไม่ได้คัดค้านการโอนที่ดินนั้นไม่ได้หมายความว่าผู้ร้องทั้งสองยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย ประกอบกับเมื่อที่ดินพิพาทยังติดจำนองอยู่ย่อมป็นเหตุให้การจัดการมรดกโดยแบ่งปันที่ดินอันมีภาระจำนองให้แก่ทายาททุกคนเป็นการไม่สะดวก ดังนั้น การที่ผู้ร้องทั้งสองทราบว่าจำเลยโอนที่ดินพิพาทเป็นชื่อตนเองโดยไม่ได้คัดค้านจึงยังไม่ถือเป็นพฤติการณ์โดยชัดแจ้งว่าผู้ร้องทั้งสองแสดงเจตนาสละสิทธิไม่รับส่วนแบ่งในที่ดินพิพาท และมิได้เป็นเรื่องที่แสดงว่าได้มีการแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตายเสร็จสิ้นแล้ว จำเลยจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินพิพาทของผู้ตายมาโดยผู้ร้องทั้งสองมิได้คัดค้านเนื่องจากที่ดินติดจำนองจึงเป็นการครอบครองที่ดินพิพาทแทนผู้ร้องทั้งสอง ผู้ร้องทั้งสองซึ่งมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทด้วยจึงมีสิทธิขอให้กันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทได้

ฎีกาย่อ

คดีนี้เกิดจากโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย โดยจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกและได้จดทะเบียนโอนที่ดินมาเป็นชื่อตนเองก่อนถูกบังคับคดี ต่อมามีการยึดที่ดินหลายแปลงรวม 4 แปลงเพื่อนำออกขายทอดตลาด ผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมและหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ได้ยื่นคำร้องขอให้กันส่วนเงินจากการขายทอดตลาด โจทก์คัดค้านเฉพาะที่ดินแปลงหนึ่งโดยอ้างว่าจำเลยได้โอนกรรมสิทธิ์ไปก่อนแล้วจึงไม่ต้องกันส่วน

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้กันส่วนเงินแก่ผู้ร้องทั้งสอง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ผู้ร้องทั้งสองไม่คัดค้านการโอนที่ดินให้จำเลย แต่ยังไม่มีพฤติการณ์ชัดแจ้งว่าได้สละสิทธิหรือมีการแบ่งมรดกเสร็จสิ้น อีกทั้งที่ดินยังติดจำนองทำให้การแบ่งมรดกไม่สะดวก การที่จำเลยโอนที่ดินมาเป็นชื่อตนเองจึงเป็นเพียงการครอบครองแทนทายาททั้งหมด ผู้ร้องทั้งสองยังคงมีสิทธิในทรัพย์มรดก และมีสิทธิขอกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลล่าง

ฎีกาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากวันที่ 28 เมษายน 2564 โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 42517 ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนายทองย้อย ผู้ตาย ที่จำเลยเป็นผู้จัดการมรดก ก่อนถูกบังคับคดีนี้ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 จำเลยได้เปลี่ยนแปลงทะเบียนในโฉนดที่ดินดังกล่าวเป็นชื่อจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อมาวันที่ 6 ตุลาคม 2564 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 2825 ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่ดินโฉนดเลขที่ 4197 ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินโฉนดเลขที่ 5463 ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่ผู้ร้องที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ด้วย รวมที่ดิน 4 แปลง

ผู้ร้องที่ 1 ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมและทายาทโดยธรรมของผู้ตาย กับผู้ร้องที่ 2 ในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายยื่นคำร้องขอให้กันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวทุกแปลงให้แก่ผู้ร้องทั้งสอง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านเฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 42517 เนื่องจากได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เป็นของจำเลยแล้วก่อนที่ผู้ร้องทั้งสองจะยื่นคำร้องขอกันส่วน เมื่อขายทอดตลาดได้เงินเท่าใดจึงไม่ต้องกันส่วนให้ผู้ร้องทั้งสอง สำหรับที่ดินแปลงอื่นที่ผู้ร้องทั้งสองขอกันส่วน โจทก์ไม่คัดค้าน ขอให้ยกคำร้องในส่วนที่ดินแปลงดังกล่าว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้กันส่วนเงินจากการขายทอดตลาด ที่ดินโฉนดเลขที่ 42517 ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่ดินโฉนดเลขที่ 2825 ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก (ที่ถูก พร้อมสิ่งปลูกสร้าง) ที่ดินโฉนดเลขที่ 4197 ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก (ที่ถูก พร้อมสิ่งปลูกสร้าง) และที่ดินโฉนดเลขที่ 5463 ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก (ที่ถูก พร้อมสิ่งปลูกสร้าง) ให้แก่ผู้ร้องที่ 1 กึ่งหนึ่งในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม และอีกหนึ่งในสามส่วนของทรัพย์มรดก และให้ผู้ร้องที่ 2 หนึ่งในสามส่วนของทรัพย์มรดก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยุติฟังได้ว่า จำเลยเป็นบุตรสาวผู้ร้องที่ 1 กับนายทองย้อย ผู้ตาย ส่วนผู้ร้องที่ 2 เป็นพี่ชายจำเลย เดิมที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 42517 ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มีชื่อผู้ตายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ วันที่ 2 ธันวาคม 2558 ผู้ตายนำที่ดินพิพาทจำนองไว้กับนางรัชนี ต่อมาวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 ผู้ตายถึงแก่ความตาย วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ดินพิพาทถูกจดทะเบียนโอนเป็นชื่อจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และในวันเดียวกันจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกโอนที่ดินพิพาทเป็นของตนเอง วันที่ 28 เมษายน 2564 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาท ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 2825, 4197 และ 5463 ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้กันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดให้แก่ผู้ร้องทั้งสอง คู่ความไม่อุทธรณ์ คดีส่วนนี้จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้ร้องทั้งสองมีสิทธิขอกันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 42517 ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องที่ 1 เป็นมารดาจำเลย ส่วนผู้ร้องที่ 2 เป็นพี่ชายจำเลยไม่ปรากฏว่าในการแบ่งปันทรัพย์มรดกนั้น ผู้ร้องทั้งสองกับจำเลยมีเหตุโกรธเคืองหรือทะเลาะกันมาก่อน ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ร้องทั้งสองได้รับทรัพย์มรดกอื่นใดของผู้ตายไปจนเป็นที่พอใจแล้ว ลำพังเพียงผู้ร้องทั้งสองไม่ได้คัดค้านการโอนที่ดินนั้นไม่ได้หมายความว่าผู้ร้องทั้งสองยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย ประกอบกับเมื่อที่ดินพิพาทยังติดจำนองอยู่ย่อมป็นเหตุให้การจัดการมรดกโดยแบ่งปันที่ดินอันมีภาระจำนองให้แก่ทายาททุกคนเป็นการไม่สะดวก ดังนั้น การที่ผู้ร้องทั้งสองทราบว่าจำเลยโอนที่ดินพิพาทเป็นชื่อตนเองโดยไม่ได้คัดค้านจึงยังไม่ถือเป็นพฤติการณ์โดยชัดแจ้งว่าผู้ร้องทั้งสองแสดงเจตนาสละสิทธิไม่รับส่วนแบ่งในที่ดินพิพาท และมิได้เป็นเรื่องที่แสดงว่าได้มีการแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตายเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนโจทก์ไม่นำพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามที่ผู้ร้องทั้งสองนำสืบว่า ผู้ร้องทั้งสองไม่ได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยและจำเลยยังไม่จัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตายให้เสร็จสิ้นไป แต่จำเลยจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินพิพาทของผู้ตายมาโดยผู้ร้องทั้งสองมิได้คัดค้านเนื่องจากที่ดินติดจำนองจึงเป็นการครอบครองที่ดินพิพาทแทนผู้ร้องทั้งสอง ผู้ร้องทั้งสองซึ่งมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทด้วยจึงมีสิทธิขอให้กันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้กันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดในที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องทั้งสองมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

แนวคำถาม - ธงคำตอบ

ข้อ 1

ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมได้จดทะเบียนโอนที่ดินมรดกของผู้ตายเป็นชื่อตนเองในวันที่มีภาระจำนองค้างอยู่ และทายาทโดยธรรมอีกสองคนทราบเรื่องแต่ไม่ได้แสดงการคัดค้านใด ๆ โจทก์ในคดีบังคับคดีอ้างว่าการไม่คัดค้านดังกล่าวเป็นพฤติการณ์แสดงว่าได้ “สละสิทธิ” และถือว่าการแบ่งปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่ต้องกันส่วนเงินให้แก่ทายาททั้งสองในการขายทอดตลาดภายหลังเช่นนี้ ให้วินิจฉัยว่า การไม่คัดค้านของทายาทถือเป็นการสละสิทธิหรือไม่ และทายาททั้งสองยังคงมีสิทธิเพื่อขอกันส่วนหรือไม่

ธงคำตอบ

การสละสิทธิในทรัพย์สินของกองมรดกต้องเป็นการแสดงเจตนาโดยชัดแจ้งและต้องปรากฏพฤติการณ์ที่ไม่คลุมเครือ การนิ่งเฉยของทายาทหรือไม่โต้แย้งการโอนที่ดินมรดกของผู้จัดการมรดกไม่ใช่พฤติการณ์แสดงเจตนาสละสิทธิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าในคดีนี้ไม่มีเหตุบ่งชี้ว่าผู้ร้องทั้งสองมีเจตนายกทรัพย์หรือสละสิทธิ อีกทั้งที่ดินยังติดจำนองอยู่ซึ่งเป็นเหตุให้ไม่สามารถแบ่งปันมรดกได้โดยสะดวก จึงไม่อาจถือว่าการมอบอำนาจหรือการโอนนั้นเป็นการแบ่งมรดกเสร็จสิ้นแล้ว ผู้จัดการมรดกจึงถือครองแทนทายาททั้งสอง และทายาทโดยธรรมยังคงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกรวมถึงสิทธิกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดตามกฎหมายมรดกและบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1599 ถึง 1600 ประกอบมาตรา 1711 ถึง 1716

ข้อ 2

ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกได้โอนที่ดินมรดกเป็นชื่อตนเอง ทั้งที่ยังไม่ได้ดำเนินการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทคนอื่น และเมื่อมีการขายทอดตลาดในคดีบังคับคดีผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอกันส่วนเงินจากยอดขาย แต่โจทก์คัดค้านว่าเมื่อทรัพย์ได้จดทะเบียนเป็นของผู้จัดการมรดกแล้ว ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอย่างสมบูรณ์ ให้พิจารณาว่าการโอนดังกล่าวมีผลทำให้ผู้จัดการมรดกเป็นเจ้าของทรัพย์ตามกฎหมายหรือยังคงเป็นทรัพย์มรดกที่ทายาทมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่

ธงคำตอบ

ผู้จัดการมรดกเป็นเพียงผู้จัดการทรัพย์ของกองมรดกตามอำนาจหน้าที่ใน ป.พ.พ. มาตรา 1711 ถึง 1716 ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์เด็ดขาด แม้จะโอนทรัพย์ดังกล่าวเป็นชื่อตนเอง แต่การกระทำนั้นเป็นเพียงการดำเนินงานในฐานะผู้จัดการมรดกเพื่อความสะดวกในการจัดการทรัพย์ โดยเฉพาะเมื่อทรัพย์ยังติดจำนองอยู่ การโอนเช่นนี้ไม่อาจถือเป็นการได้รับกรรมสิทธิ์เป็นการส่วนตัว และไม่ผูกพันสิทธิของทายาทร่วมอื่น ศาลฎีกาย้ำว่าหากยังไม่มีการแบ่งมรดกที่ชัดแจ้ง ทายาททุกคนยังคงมีกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์มรดกนั้น ผู้จัดการมรดกจึงถือครองแทนทายาททั้งสอง และการโอนดังกล่าวไม่ตัดสิทธิของทายาทในการขอกันส่วนจากผลการขายทอดตลาด

ข้อ 3

เมื่อผู้ตายได้จำนองที่ดินพิพาทไว้กับบุคคลภายนอกก่อนถึงแก่ความตาย และผู้จัดการมรดกได้รับแต่งตั้งแล้วได้ดำเนินการจดทะเบียนที่ดินดังกล่าวเป็นชื่อของตนเอง จากนั้นเมื่อมีการยึดและขายทอดตลาดในคดีบังคับคดี ผู้ร้องทั้งสองในฐานะทายาทยื่นคำร้องขอกันส่วนเงิน โจทก์โต้แย้งว่าเนื่องจากผู้ร้องทราบเรื่องมาเป็นเวลานานจึงหมดสิทธิให้กันส่วน ให้วินิจฉัยว่าทรัพย์มรดกที่ติดภาระจำนองย่อมมีผลต่อสิทธิทายาทอย่างไร และสิทธิกันส่วนยังดำรงอยู่หรือไม่

ธงคำตอบ

เมื่อทรัพย์มรดกติดภาระจำนอง การแบ่งปันทรัพย์มรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 ถึง 1600 ย่อมไม่อาจทำได้โดยสะดวก และการจัดการทรัพย์เพื่อปลดภาระหรือเพื่อประโยชน์ของกองมรดกเป็นหน้าที่ของผู้จัดการมรดก การโอนที่ดินติดจำนองเป็นชื่อผู้จัดการมรดกไม่ใช่การแบ่งมรดกและไม่กระทบสิทธิของทายาท ซึ่งยังมีส่วนในทรัพย์ดังกล่าว หลักสิทธิกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดในคดีบังคับคดีเป็นสิทธิของผู้ที่มีส่วนในทรัพย์หรือมีกรรมสิทธิ์ร่วมตามสัดส่วน ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่าทายาทยังคงมีสิทธิกันส่วนอยู่ แม้เวลาจะผ่านไปและแม้ไม่ได้คัดค้านการโอนในขณะนั้นก็ตาม เพราะการสละสิทธิต้องปรากฏเจตนาโดยชัดแจ้งและไม่อาจสันนิษฐานได้จากการนิ่งเฉย

ข้อ 4

ภายหลังผู้ตายถึงแก่ความตาย ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก และในวันเดียวกันผู้จัดการมรดกได้โอนที่ดินมรดกเป็นชื่อของตนเอง ต่อมาถูกยึดและขายทอดตลาดในการบังคับคดี เมื่อผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอกันส่วนเงิน โจทก์โต้แย้งว่าผู้จัดการมรดกย่อมเป็นเจ้าของแล้วจึงไม่เกี่ยวข้องกับทายาท ให้วินิจฉัยว่าการครอบครองของผู้จัดการมรดกในกรณีนี้ถือเป็นการครอบครองในฐานะใด และมีผลต่อสิทธิของทายาทอย่างไร

ธงคำตอบ

ผู้จัดการมรดกตามกฎหมายเป็นเพียงผู้ครอบครองแทนกองมรดกและทายาทรวมทุกคน มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์เฉพาะตน แม้จะจดทะเบียนโอนเป็นชื่อตนเองในทางทะเบียนที่ดิน แต่สภาพการครอบครองยังคงเป็นการครอบครองแทนทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1712 และหลักทั่วไปในกฎหมายมรดก เมื่อทายาทมิได้สละสิทธิและไม่มีการแบ่งมรดกที่เสร็จสิ้น ที่ดินยังเป็นทรัพย์มรดก ทายาทจึงยังมีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ และสิทธิเรียกกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดยังดำรงอยู่ ศาลฎีกาจึงยืนยันว่าการครอบครองของผู้จัดการมรดกไม่ใช่การครอบครองเพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว แต่เป็นการครอบครองเพื่อกองมรดกและทายาททุกคน

ข้อ 5

เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้กันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดแก่ผู้ร้องทั้งสอง โจทก์ฎีกาโดยอ้างว่าผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์แล้วเพราะทรัพย์ได้โอนเป็นชื่อผู้จัดการมรดก การกันส่วนเงินจึงไม่อาจทำได้ ให้พิจารณาว่าตามหลักกฎหมายมรดกและหลักการตีความเจตนาของทายาท ศาลฎีกามีเหตุผลอย่างไรในการพิพากษายืน และสิทธิของทายาทในการขอกันส่วนได้รับความคุ้มครองอย่างไร

ธงคำตอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์มิได้นำพยานหลักฐานมาหักล้างว่าได้มีการแบ่งมรดกเสร็จสิ้นหรือว่าผู้ร้องได้สละสิทธิในที่ดินพิพาท อีกทั้งการสละสิทธิจะต้องแสดงเจตนาโดยชัดแจ้ง ไม่อาจสันนิษฐานจากการนิ่งเฉย การโอนที่ดินโดยผู้จัดการมรดกในภาวะที่ยังติดจำนองไม่ใช่การแบ่งมรดก แต่เป็นการจัดการเพื่อความสะดวกในทางปฏิบัติ ผู้จัดการมรดกจึงถือครองแทนทายาท อันทำให้ผู้ร้องทั้งสองยังมีส่วนในกรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดก และมีสิทธิขอกันส่วนเงินจากการขายทอดตลาดตามส่วนที่ควรได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เพื่อคุ้มครองสิทธิของทายาทโดยธรรมตามหลักกฎหมายมรดก




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

ผู้ถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมยังขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้หรือไม่ เมื่ออ้างว่าทรัพย์ในพินัยกรรมเป็นของตนที่ให้ผู้อื่นถือกรรมสิทธิ์แทน
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจขายทรัพย์มรดกเพื่อนำเงินแบ่งทายาทได้หรือไม่ เมื่อขายต่ำกว่าราคาที่ประชุมทายาทกำหนดแต่ทายาทส่วนใหญ่เห็นชอบ
สิทธิรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนเป็นมรดกหรือไม่ ทายาทมีสิทธิรับโอนกิจการโรงเรียนและบังคับให้เจ้าของที่ดินทำสัญญาเช่าได้หรือไม่
ผู้จัดการมรดกให้ผู้เยาว์สละมรดกโดยไม่ขออนุญาตศาล มีผลเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและฟ้องได้แม้เกิน 5 ปีหรือไม่
สิทธิรับเงินฝากและหุ้นในสหกรณ์เมื่อเจ้ามรดกทำพินัยกรรมภายหลัง หนังสือแต่งตั้งผู้รับประโยชน์ยังมีผลอยู่หรือไม่ และฟ้องได้หรือไม่
พินัยกรรมไม่กำหนดผู้รับมรดกเป็นโมฆะหรือไม่ และผู้จัดการมรดกยังมีอำนาจหรือไม่
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกมีอำนาจเพียงใด ต้องขออนุญาตศาลก่อนให้เช่าทรัพย์มรดกหรือไม่
การกำหนดห้ามโอนในพินัยกรรมมีผลเพียงใด ผู้รับพินัยกรรมขายทรัพย์ได้หรือไม่ตามหลักกฎหมายมรดกและสิทธิในทรัพย์สิน
การถอนผู้จัดการมรดกทำได้หรือไม่เมื่อปันมรดกเสร็จแล้ว และทรัพย์ของกุศลสถานถือเป็นมรดกได้หรือไม่
พินัยกรรมยกที่ดิน ส.ป.ก. ทำได้หรือไม่? ศาลฎีกาชี้ชัดเป็นโมฆะตามกฎหมาย แม้เป็นมรดกก็โอนไม่ได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทถูกกำจัดมิให้รับมรดกเมื่อใด วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเชิงลึกเกี่ยวกับการแบ่งมรดกและการยักย้ายทรัพย์
พินัยกรรมร่วมแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ และใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลัง
พินัยกรรมยกที่ดินนิคมสร้างตนเองใช้ได้เพียงใด ผู้รับโอนมีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองเดิมได้หรือไม่
บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
สิทธิทายาทฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเป็นเวลานานตามกฎหมายมรดกไทย
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ หากจัดการทรัพย์สินขัดต่อหน้าที่ เสี่ยงทั้งเพิกถอนนิติกรรมและความผิดยักยอก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทที่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนแก่บุคคลภายนอกได้เพียงใด
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
เจ้าหนี้ใช้สิทธิแทนลูกหนี้เรียกทรัพย์มรดกได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิในทรัพย์มรดกไม่ใช่สิทธิส่วนตัวตามกฎหมาย
สิทธิรับเงินค่าหุ้นสหกรณ์เป็นมรดกหรือไม่? วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับผู้รับโอนประโยชน์ เงินสงเคราะห์ และผลทางกฎหมายที่ทายาทควรรู้
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของพี่น้องร่วมบิดามารดาและทายาทแทนที่ กรณีค่าเช่าทรัพย์มรดกต้องแบ่งอย่างไร ใครมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมาย
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกต้องใช้กฎหมายมรดกหรือมาตรา 1336 และมีอายุความเพียงใดเมื่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาทคนเดียว
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล-ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกตั้งบริษัทได้หรือไม่ และทายาทที่รับหุ้นแทนทรัพย์มรดกยังมีสิทธิฟ้องขอแบ่งมรดกอีกหรือไม่
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง