ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่ วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกและอำนาจร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1713, ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกคือใคร, ต้องเป็นทายาทหรือไม่จึงขอเป็นผู้จัดการมรดกได้, การตั้งผู้จัดการมรดกกรณีไม่มีพินัยกรรม, คำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องผู้จัดการมรดก, การครอบครองทรัพย์มรดกร่วมกัน, สิทธิในที่ดินที่ทำประโยชน์ร่วมกัน, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิในทรัพย์สิน, กฎหมายมรดกมาตรา 1713 อธิบาย, คดีมรดกที่ดินไม่มีพินัยกรรม, ผู้มีส่วนได้เสียไม่ใช่ทายาทก็ยื่นคำร้องได้, การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง, สิทธิทายาทโดยธรรมในที่ดินมรดก 

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสิทธิของบุคคลในการร้องขอให้ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดก โดยเฉพาะประเด็นสำคัญว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 นั้น จำต้องเป็นทายาทของผู้ตายโดยตรงทุกกรณีหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มีความสำคัญในทางปฏิบัติอย่างยิ่งในคดีมรดก

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของทรัพย์มรดกที่มีลักษณะพิเศษ กล่าวคือ เป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายสองคนครอบครองและทำประโยชน์ร่วมกัน โดยมีข้อตกลงภายในเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สิน เมื่อหนึ่งฝ่ายถึงแก่ความตายโดยไม่มีพินัยกรรม จึงก่อให้เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในการจัดการมรดก และการตีความคำว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย” ว่าครอบคลุมถึงบุคคลใดบ้าง

ศาลฎีกาได้วางหลักสำคัญว่า ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทโดยตรงของผู้ตายเสมอไป หากมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกนั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็สามารถยื่นคำร้องได้ ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตของบุคคลที่มีสิทธิในกระบวนการจัดการมรดกให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและความเป็นธรรมในแต่ละกรณี

สรุปข้อเท็จจริง

ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายที่ 1 ซึ่งมีทรัพย์สินเป็นที่ดิน 2 แปลง โดยผู้ตายที่ 1 และผู้ตายที่ 2 ได้ร่วมกันครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวมาเป็นเวลานาน พร้อมมีข้อตกลงกันว่า หากผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตาย ให้ที่ดินทั้งหมดตกเป็นของผู้ตายที่ 1

ต่อมาผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตายโดยไม่มีพินัยกรรม และไม่ได้แต่งตั้งผู้จัดการมรดก ผู้ตายที่ 1 จึงเข้าครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินทั้งหมดต่อเนื่องจนถึงแก่ความตาย

ผู้ร้องในฐานะบุตรของผู้ตายที่ 1 จึงยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายทั้งสอง แต่ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะของผู้ตายที่ 1 และยกคำร้องในส่วนของผู้ตายที่ 2

ประเด็นข้อกฎหมาย

ประเด็นสำคัญคือ

ผู้ร้องซึ่งมิได้เป็นทายาทโดยตรงของผู้ตายที่ 2 จะถือเป็น “ผู้มีส่วนได้เสีย” ตามมาตรา 1713 และมีสิทธิยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 1713 ไม่จำต้องเป็นทายาทโดยตรงของผู้ตายในทุกกรณี

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า

ผู้ร้องเป็นทายาทของผู้ตายที่ 1 ซึ่งมีสิทธิในทรัพย์มรดกที่เกี่ยวเนื่องกับทรัพย์ของผู้ตายที่ 2 และทรัพย์ดังกล่าวเป็นที่ดินที่ทั้งสองฝ่ายครอบครองร่วมกันมา

จึงถือว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายที่ 2 และมีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกได้

วิเคราะห์หลักกฎหมาย

มาตรา 1713 มีเจตนารมณ์เพื่อให้การจัดการมรดกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ติดขัด โดยเปิดโอกาสให้ “ผู้มีส่วนได้เสีย” สามารถเข้ามาดำเนินการได้ มิใช่จำกัดเฉพาะทายาทเท่านั้น

แนวคำพิพากษานี้สอดคล้องกับหลักการที่ว่า

การจัดการมรดกเป็นเรื่องของการบริหารทรัพย์สิน มิใช่เฉพาะสิทธิรับมรดก

ดังนั้นบุคคลที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดก เช่น ผู้มีสิทธิในทรัพย์ร่วม หรือผู้ได้รับผลกระทบจากการจัดการมรดก ย่อมมีสถานะเป็นผู้มีส่วนได้เสียได้

แนวคำพิพากษานี้จึงเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่ขยายความคำว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย” ให้ครอบคลุมกว้างขึ้น และช่วยลดข้อจำกัดในทางปฏิบัติของการตั้งผู้จัดการมรดก

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้น

มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่ 1 แต่ยกคำร้องในส่วนของผู้ตายที่ 2 โดยเห็นว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิในฐานะทายาทของผู้ตายที่ 2

2. ศาลอุทธรณ์

พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยไม่เห็นว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียเพียงพอในทรัพย์มรดกของผู้ตายที่ 2

3. ศาลฎีกา

พิพากษาแก้ โดยวินิจฉัยว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายที่ 2 แม้ไม่ใช่ทายาทโดยตรง จึงมีสิทธิขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ และให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่ 2 ด้วย

ข้อคิดทางกฎหมาย

คำพิพากษานี้วางหลักสำคัญว่า การตีความคำว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย” ตามมาตรา 1713 ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องในทรัพย์มรดก มิใช่จำกัดเพียงสถานะทางเครือญาติหรือการเป็นทายาทเท่านั้น

การเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาจัดการมรดกได้ เป็นการส่งเสริมให้กระบวนการจัดการมรดกเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ ลดข้อขัดข้อง และป้องกันการสูญเสียหรือความเสียหายของทรัพย์มรดก

แนวคำพิพากษานี้จึงมีนัยสำคัญต่อการตีความกฎหมายมรดกในเชิงขยาย และเป็นแนวทางสำคัญสำหรับคดีที่มีโครงสร้างทรัพย์สินซับซ้อนหรือมีความเกี่ยวพันระหว่างบุคคลหลายฝ่าย

ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้เกี่ยวข้องกับการตีความคำว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง ว่าบุคคลที่จะมีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดกนั้น จำต้องเป็นทายาทของผู้ตายโดยตรงหรือไม่ โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้มีส่วนได้เสียไม่จำเป็นต้องเป็นทายาททุกกรณี หากมีความเกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์ในทรัพย์มรดก ก็ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องได้

มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง

สาระสำคัญที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ

1. ผู้มีส่วนได้เสีย

หมายถึง บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์ในทรัพย์มรดก ไม่จำกัดเฉพาะทายาทโดยตรง เช่น กรณีนี้ผู้ร้องเป็นทายาทของผู้ตายอีกคนหนึ่งที่มีสิทธิในทรัพย์ร่วมกัน จึงถือว่ามีส่วนได้เสียและมีสิทธิขอเป็นผู้จัดการมรดกได้

2. ไม่จำต้องเป็นทายาท

เป็นหลักสำคัญที่ศาลฎีกาวางไว้ว่า การใช้สิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกไม่จำกัดเฉพาะทายาทของผู้ตายเท่านั้น หากมีข้อเท็จจริงแสดงถึงความเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดก ก็สามารถมีสถานะเป็นผู้มีส่วนได้เสียและใช้สิทธิตามกฎหมายได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม-ผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 1713 ต้องเป็นทายาทเสมอหรือไม่

คำตอบ

ผู้มีส่วนได้เสียตามมาตรา 1713 ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทโดยตรงของผู้ตายเสมอไป หากบุคคลนั้นมีความเกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์ในทรัพย์มรดก เช่น เป็นผู้มีสิทธิในทรัพย์ร่วม หรือมีผลกระทบจากการจัดการมรดก ย่อมถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียได้ ศาลฎีกาวางหลักไว้อย่างชัดเจนว่าการตีความต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง มิใช่จำกัดเพียงสถานะทางกฎหมายของการเป็นทายาทเท่านั้น

2. คำถาม-การไม่มีพินัยกรรมมีผลต่อการตั้งผู้จัดการมรดกอย่างไร

คำตอบ

หากผู้ตายไม่มีพินัยกรรม การจัดการมรดกจะต้องดำเนินการโดยผู้จัดการมรดกที่ศาลแต่งตั้งตามคำร้องของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งอาจเป็นทายาทหรือบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทรัพย์มรดก การไม่มีพินัยกรรมมักทำให้เกิดข้อขัดข้องในการจัดการทรัพย์สิน จึงจำเป็นต้องมีผู้จัดการมรดกเพื่อดำเนินการแทนกองมรดก

3. คำถาม-สิทธิในทรัพย์ที่ครอบครองร่วมกันมีผลต่อมรดกหรือไม่

คำตอบ

ทรัพย์ที่ครอบครองร่วมกันระหว่างผู้ตายหลายคน อาจก่อให้เกิดสิทธิในมรดกที่ซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อมีข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์หรือการโอนสิทธิในอนาคต หากฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย สิทธิของอีกฝ่ายและทายาทของเขาอาจเกี่ยวพันกับมรดกของผู้ตายอีกฝ่ายหนึ่งได้ ทำให้บุคคลดังกล่าวมีสถานะเป็นผู้มีส่วนได้เสีย

4. คำถาม-ศาลพิจารณาอย่างไรว่าใครเหมาะสมเป็นผู้จัดการมรดก

คำตอบ

ศาลจะพิจารณาจากความเหมาะสม ความสุจริต และความสามารถในการจัดการทรัพย์มรดก รวมถึงต้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย เช่น บุคคลไร้ความสามารถ หรือมีพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองมรดก นอกจากนี้ยังพิจารณาถึงความเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกด้วย

5. คำถาม-ผู้ที่ไม่ใช่ทายาทสามารถยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ในกรณีใด

คำตอบ

บุคคลที่ไม่ใช่ทายาทสามารถยื่นคำร้องได้ หากมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก เช่น เป็นผู้ครอบครองทรัพย์ร่วม มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวกับทรัพย์ หรือได้รับผลกระทบจากการจัดการมรดก โดยต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกอย่างแท้จริง

6. คำถาม-หากศาลชั้นต้นยกคำร้อง ยังสามารถอุทธรณ์หรือฎีกาได้หรือไม่

คำตอบ

สามารถอุทธรณ์และฎีกาได้ หากเห็นว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องสิทธิหรือสถานะของผู้ร้อง ศาลสูงอาจตีความแตกต่างและแก้ไขคำสั่งได้

7. คำถาม-การมีข้อตกลงระหว่างผู้ตายมีผลต่อการพิจารณามรดกหรือไม่

คำตอบ

ข้อตกลงระหว่างผู้ตายเกี่ยวกับทรัพย์สิน แม้จะไม่ได้ทำเป็นพินัยกรรม ก็อาจมีผลต่อการพิจารณาสิทธิในทรัพย์มรดก หากสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาชัดเจนและมีการปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นจริง

8. คำถาม-แนวคำพิพากษานี้มีผลต่อคดีมรดกในอนาคตอย่างไร

คำตอบ

แนวคำพิพากษานี้ขยายขอบเขตของผู้มีสิทธิยื่นคำร้องให้กว้างขึ้น ทำให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้มากขึ้น และช่วยลดปัญหาการจัดการมรดกที่ติดขัดในทางปฏิบัติ โดยเป็นบรรทัดฐานสำคัญในคดีมรดกที่มีโครงสร้างทรัพย์สินซับซ้อน

  ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2241/2566 

ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง หาจำต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทของผู้ตายทุกกรณีไม่ เมื่อผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ผู้ตายที่ 1 กับ ศ. เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2556 ผู้ตายที่ 1 ถึงแก่ความตาย ก่อนตายผู้ตายที่ 1 มีทรัพย์สินเป็นที่ดิน 2 แปลง คือที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 419 และ 420 โดยผู้ตายที่ 1 กับผู้ตายที่ 2 ทำประโยชน์และมีชื่อเป็นผู้ครอบครองร่วมกันตั้งแต่ปี 2516 โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ตายที่ 1 เป็นผู้ทำกินโดยปลูกข้าวและนำผลผลิตมาอุปการะเลี้ยงดูผู้ตายที่ 2 หากผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตายก็ให้ที่ดินทั้งหมดตกเป็นสิทธิของผู้ตายที่ 1 เพียงผู้เดียว ต่อมาผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมและมิได้แต่งตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก ผู้ตายที่ 1 ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินทั้งสองแปลงมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงแก่ความตาย ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรของผู้ตายที่ 1 ย่อมเป็นทายาทโดยธรรมและเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกในที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวของผู้ตายที่ 2 เมื่อปรากฏว่าการจัดการมรดกมีเหตุขัดข้องและผู้ร้องมิได้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก จึงเห็นสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่ 2

ฎีกาย่อ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายทั้งสอง ศาลประกาศนัดไต่สวนแล้วไม่มีผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายคำ ผู้ตายที่ 1 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 แต่ยกคำร้องในส่วนของนางขอด ผู้ตายที่ 2 ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ผู้ร้องจึงฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นสำคัญคือผู้ร้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายที่ 2 และมีสิทธิขอเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่ โดยวางหลักว่า “ผู้มีส่วนได้เสีย” ตามมาตรา 1713 วรรคหนึ่ง ไม่จำต้องเป็นทายาทของผู้ตายทุกกรณี เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายคำ ผู้ตายที่ 1 ซึ่งก่อนตายมีที่ดิน 2 แปลงที่ทำประโยชน์และครอบครองร่วมกับผู้ตายที่ 2 มาตั้งแต่ปี 2516 และมีข้อตกลงว่าหากผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตาย ที่ดินทั้งหมดจะตกเป็นสิทธิของผู้ตายที่ 1 ต่อมาผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตายโดยไม่ทำพินัยกรรมและไม่ตั้งผู้จัดการมรดก ผู้ตายที่ 1 จึงครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวตลอดมา

ดังนั้น ผู้ร้องในฐานะทายาทของผู้ตายที่ 1 จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายที่ 2 เมื่อการจัดการมรดกมีเหตุขัดข้องและผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้าม ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ ให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่ 2 ด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ฎีกาฉบับเต็ม

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายทั้งสอง

ศาลประกาศนัดไต่สวนแล้ว ไม่มีผู้คัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางบัวสอด ผู้ร้อง เป็นผู้จัดการมรดกของนายคำ ผู้ตายที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องในส่วนของผู้ตายที่ 2

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกนางขอด ผู้ตายที่ 2 และมีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง หาจำต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทของผู้ตายทุกกรณีไม่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายคำ ผู้ตายที่ 1 กับนางศรีคำ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2556 ผู้ตายที่ 1 ถึงแก่ความตาย ก่อนตายผู้ตายที่ 1 มีทรัพย์สินเป็นที่ดิน 2 แปลง คือ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 419 และ 420 โดยผู้ตายที่ 1 กับผู้ตายที่ 2 ทำประโยชน์และมีชื่อเป็นผู้ครอบครองร่วมกันตั้งแต่ปี 2516 โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ตายที่ 1 เป็นผู้ทำกินโดยปลูกข้าวและนำผลผลิตมาอุปการะเลี้ยงดูผู้ตายที่ 2 หากผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตายก็ให้ที่ดินทั้งหมดตกเป็นสิทธิของผู้ตายที่ 1 เพียงผู้เดียว ต่อมาผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมและมิได้แต่งตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก ผู้ตายที่ 1 ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินทั้งสองแปลงมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงแก่ความตาย ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรของผู้ตายที่ 1 ย่อมเป็นทายาทโดยธรรมและเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกในที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวของผู้ตายที่ 2 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าการจัดการมรดกมีเหตุขัดข้องและผู้ร้องมิได้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก จึงเห็นสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่ 2 ด้วย เมื่อได้ความดังที่ได้วินิจฉัยมานี้แล้ว กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่น ๆ ของผู้ร้องอีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องในส่วนขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่ 2 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตั้งนางบัวสอด ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางขอด ผู้ตายที่ 2 ด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

พินัยกรรมยกที่ดิน ส.ป.ก. ทำได้หรือไม่? ศาลฎีกาชี้ชัดเป็นโมฆะตามกฎหมาย แม้เป็นมรดกก็โอนไม่ได้ article
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทถูกกำจัดมิให้รับมรดกเมื่อใด วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเชิงลึกเกี่ยวกับการแบ่งมรดกและการยักย้ายทรัพย์ article
พินัยกรรมร่วมแก้ไขภายหลังได้หรือไม่ และใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก เมื่อผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งถูกตัดมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมฉบับหลัง
พินัยกรรมยกที่ดินนิคมสร้างตนเองใช้ได้เพียงใด ผู้รับโอนมีสิทธิขับไล่ผู้ครอบครองเดิมได้หรือไม่
บุตรที่เกิดก่อนการใช้บังคับกฎหมายครอบครัวมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และใครสมควรเป็นผู้จัดการมรดก
พินัยกรรมฉบับหลังเพิกถอนฉบับแรก ผู้ไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก
สิทธิรับมรดกของบุตรนอกสมรสเมื่อบิดารับรองโดยพฤติการณ์ และหลักการแบ่งสินสมรสของคู่สมรสที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
พระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์ตกเป็นของวัดใด? วิเคราะห์ภูมิลำเนาและสถานะวัดในต่างประเทศตามกฎหมายไทย
คำคัดค้านเพิกถอนพินัยกรรมต้องส่งถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกคนหรือไม่ หลักคดีมรดกและกระบวนพิจารณาที่เป็นธรรม
โจทก์ฟ้องให้แบ่งทรัพย์มรดกได้แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความหนึ่งปี
ผู้จัดการมรดกหลายคนฟ้องแทนกองมรดกได้เพียงลำพังหรือไม่ และทายาทมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาแบ่งมรดกได้เพียงใดเมื่อทรัพย์ยังอยู่ในชื่อทายาทบางคน
ผู้จัดการมรดกทำสัญญาค่านายหน้าแล้วไม่จ่าย หนี้ผูกพันกองมรดกหรือไม่ และทายาทต้องรับผิดเพียงใดตามกฎหมายมรดกและคำพิพากษาศาลฎีกา
พินัยกรรมเป็นโมฆะเพราะเจ้ามรดกไร้สติ ใครมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดก? วิเคราะห์เรื่องสิทธิทายาทและอำนาจร้องขอ
ฟ้องซ้อนหรือไม่เมื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกซ้ำ และผู้จัดการมรดกร่วมตายแล้วใครมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาล
การแบ่งมรดกที่ดินเมื่อบุตรเกิดก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และปัญหาอายุความมรดกในกรณีผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท
สิทธิของคู่สมรสและผู้จัดการมรดกในการฟ้องแบ่งสินสมรสและทรัพย์มรดก เมื่อมีการโอนทรัพย์ให้ทายาทคนอื่นโดยมิชอบ พร้อมปัญหาอายุความมรดกและอำนาจฟ้อง
การโอนขายทรัพย์มรดกโดยผู้จัดการมรดกด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะหรือไม่ : วิเคราะห์แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการขายที่ดินมรดกให้บุคคลใกล้ชิด
มรดกของครอบครัวมุสลิมกับพินัยกรรม: ทรัพย์ที่ได้ระหว่างสมรสถือเป็นสินสมรสหรือไม่ และต้องแบ่งตามกฎหมายอิสลามอย่างไร
ผู้จัดการมรดกยกอายุความสู้ทายาทไม่ได้ และเพิกถอนการโอนสินสมรสให้ภริยาคนที่สองได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ตนเองได้หรือไม่: สิทธิทายาทในการเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดกและผลเพิกถอนเพียงส่วนแห่งสิทธิ
ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย
บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดกต้องคำนวณวันเจ้ามรดกตาย ดอกเบี้ย–เงินฝากหลังวันตายคิดภาษีหรือไม่ และศาลขยายเวลาฟ้องคดีภาษีได้หรือไม่
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
ผู้จัดการมรดกหลายคนทำงานไม่ได้ต้องทำอย่างไร ศาลมีอำนาจตั้งเพิ่มหรือไม่ และแก้ปัญหาความขัดแย้งในมรดกอย่างไรให้เดินหน้าต่อได้
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
ทายาทไม่คัดค้านการโอนมรดก ยังมีสิทธิหรือไม่? วิเคราะห์สิทธิขอกันเงินจากการขายทอดตลาดเมื่อยังไม่แบ่งมรดกเสร็จ
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเอง ศาลชี้เป็นยักยอกทรัพย์มรดกหรือไม่
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
ผู้จัดการมรดกนำที่ดินมรดกไปจำนองโดยไม่ยินยอมจากทายาท มีความผิดหรือไม่? วิเคราะห์อำนาจผู้จัดการมรดกและความรับผิดทางอาญาเมื่อใช้ทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์ส่วนตัว
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
สิทธิทายาทฟ้องแบ่งมรดกขาดอายุความหรือไม่ เมื่อปล่อยให้ครอบครองทรัพย์เพียงผู้เดียวเป็นเวลานานตามกฎหมายมรดกไทย
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์มรดกคืนได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายกรณีทรัพย์สินที่ถือครองแทนผู้ตาย และหลักเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
พินัยกรรมมีข้อความพิมพ์ปนกับลายมือใช้ได้หรือไม่? วิเคราะห์กฎหมายพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับและสิทธิการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วม
มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของใคร? วิเคราะห์กฎหมายมรดกกรณีไม่มีทายาทโดยธรรม ไม่มีพินัยกรรม และข้อพิพาทเรื่องสิทธิในบัญชีเงินฝากของผู้ตาย
อุทธรณ์ต้องโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ชัด มิใช่คัดลอกคำให้การเดิม มิฉะนั้นถือเป็นอุทธรณ์ไม่ชอบตามกฎหมาย
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ หากจัดการทรัพย์สินขัดต่อหน้าที่ เสี่ยงทั้งเพิกถอนนิติกรรมและความผิดยักยอก
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกให้ตนเองได้หรือไม่ และทายาทที่ยังไม่จดทะเบียนสิทธิจะฟ้องเพิกถอนการโอนแก่บุคคลภายนอกได้เพียงใด
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
บุตรที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการตายของเจ้ามรดก ยังมีสิทธิรับมรดกหรือไม่ และแบ่งทรัพย์มรดกอย่างไรเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ฟ้องแบ่งมรดกเกิน 10 ปีได้หรือไม่ เมื่อทายาทยังครอบครองทรัพย์มรดกอยู่: อายุความแบ่งมรดก สิทธิครอบครอง และผลผูกพันคำพิพากษาเดิม
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
เจ้าหนี้ใช้สิทธิแทนลูกหนี้เรียกทรัพย์มรดกได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิในทรัพย์มรดกไม่ใช่สิทธิส่วนตัวตามกฎหมาย
สิทธิรับเงินค่าหุ้นสหกรณ์เป็นมรดกหรือไม่? วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับผู้รับโอนประโยชน์ เงินสงเคราะห์ และผลทางกฎหมายที่ทายาทควรรู้ article
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
สิทธิรับมรดกของพี่น้องร่วมบิดามารดาและทายาทแทนที่ กรณีค่าเช่าทรัพย์มรดกต้องแบ่งอย่างไร ใครมีสิทธิเรียกคืนได้ตามกฎหมาย
ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกเป็นของตนเองได้หรือไม่ และหากนำทรัพย์มรดกไปจำนองโดยทายาทไม่ยินยอมจะถูกกำจัดมิให้รับมรดกหรือไม่
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ที่ดิน น.ส.3 ก. ที่ผู้ตายยังไม่ส่งมอบให้ใครก่อนตาย เป็นมรดกหรือไม่ ผู้จัดการมรดกโอนเข้าชื่อตนเองได้เพียงใด และทายาทจะเรียกเพิกถอนคืนได้หรือไม่
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
ฟ้องเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกต้องใช้กฎหมายมรดกหรือมาตรา 1336 และมีอายุความเพียงใดเมื่อผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้ทายาทคนเดียว
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าราคาต่ำและเช่าช่วงเอากำไรสูง ทายาทหรือผู้จัดการมรดกร่วมฟ้องเรียกคืนค่าเช่าได้ภายในกี่ปี
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ครบแล้ว ยังถอนออกจากตำแหน่งได้หรือไม่ พร้อมแนวทางฟ้องคดีเมื่อแบ่งมรดกไม่เป็นธรรมตามกฎหมาย
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน