
| การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกมีอำนาจเพียงใด ต้องขออนุญาตศาลก่อนให้เช่าทรัพย์มรดกหรือไม่
บทนำ คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดกในการบริหารจัดการทรัพย์มรดก โดยเฉพาะประเด็นสำคัญว่า ผู้จัดการมรดกสามารถนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าได้เองโดยไม่ต้องขออนุญาตศาลหรือไม่ รวมถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในการคัดค้านหรืออุทธรณ์คำสั่งศาลในกระบวนการดังกล่าว คดีนี้สะท้อนหลักการสำคัญของกฎหมายมรดกที่แยกบทบาทของศาลออกจากการบริหารจัดการทรัพย์มรดก และยืนยันว่าศาลมิได้มีหน้าที่เข้าไปควบคุมรายละเอียดการจัดการมรดกในทุกกรณี หากแต่ทำหน้าที่เพียงกำกับดูแลให้การจัดการเป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น อันเป็นหลักที่มีผลอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการมรดกและสิทธิของทายาท ข้อเท็จจริงของคดี ผู้ตายมีทรัพย์มรดกและมีพินัยกรรม ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ต่อมาระหว่างที่คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ ผู้จัดการมรดกได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขออนุญาตนำที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกบางส่วนไปจดทะเบียนให้เช่าแก่บุคคลภายนอกมีกำหนดระยะเวลา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ผู้คัดค้านจึงอุทธรณ์โดยเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและกระทบสิทธิของตน ประเด็นข้อกฎหมายและคำวินิจฉัย ศาลวินิจฉัยว่าประเด็นสำคัญคือ ผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นหรือไม่ และผู้จัดการมรดกมีอำนาจให้เช่าทรัพย์มรดกได้เองหรือไม่ โดยพิจารณาตามบทบัญญัติมาตรา 1719 ซึ่งกำหนดให้ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ในการจัดการมรดกโดยทั่วไปเพื่อแบ่งปันแก่ทายาท ศาลเห็นว่าการให้เช่าทรัพย์มรดกเป็นการจัดการมรดกตามปกติที่ผู้จัดการมรดกมีอำนาจดำเนินการได้เองโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตศาล อีกทั้งคำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตดังกล่าวแม้จะเกินประเด็นแห่งคดี แต่ก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้คัดค้านในการอุทธรณ์ เนื่องจากไม่ใช่คำสั่งที่กระทบสิทธิทางกฎหมายโดยตรงในลักษณะที่ให้สิทธิอุทธรณ์ได้ วิเคราะห์หลักกฎหมายและเจตนารมณ์ มาตรา 1719 มีเจตนารมณ์เพื่อให้ผู้จัดการมรดกสามารถดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดกได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาลในทุกกรณี เพราะหากต้องขออนุญาตศาลในทุกการกระทำ จะทำให้การจัดการมรดกล่าช้าและเกิดความเสียหายต่อกองมรดก หลักการสำคัญคือศาลมีหน้าที่เพียงแต่งตั้งและกำกับดูแล ไม่ใช่เข้าไปบริหารจัดการแทนผู้จัดการมรดก ดังนั้นการให้เช่าทรัพย์มรดกจึงเป็นดุลพินิจของผู้จัดการมรดก หากมีการกระทำโดยไม่สุจริตหรือก่อให้เกิดความเสียหาย ทายาทต้องใช้สิทธิฟ้องร้องแยกต่างหาก ไม่ใช่อาศัยการอุทธรณ์คำสั่งศาลในกระบวนการดังกล่าว แนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง แนวคำพิพากษาศาลฎีกาสอดคล้องกันในหลายคดีว่า ผู้จัดการมรดกมีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกได้โดยไม่ต้องขออนุญาตศาล เว้นแต่เป็นการกระทำที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะ เช่น การจำหน่ายทรัพย์บางประเภทที่มีข้อจำกัด ทั้งนี้ศาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงวิธีการจัดการ เว้นแต่มีการร้องขอให้ตรวจสอบความไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีการฟ้องร้องให้รับผิดในภายหลัง สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 1 ศาลชั้นต้น มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกบางส่วนไปจดทะเบียนให้เช่าแก่บุคคลภายนอกตามคำร้องที่ยื่น โดยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ขัดต่อกฎหมายและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกองมรดก 2 ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน โดยเห็นว่าผู้คัดค้านไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว เนื่องจากไม่ใช่คำสั่งที่ก่อให้เกิดสิทธิในการอุทธรณ์ และการดำเนินการของผู้จัดการมรดกอยู่ในขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย 3 ศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ โดยวินิจฉัยว่าผู้จัดการมรดกมีอำนาจจัดการทรัพย์มรดก รวมถึงการให้เช่าได้โดยไม่ต้องขออนุญาตศาล และหากมีความเสียหาย ผู้คัดค้านต้องไปใช้สิทธิฟ้องร้องเป็นคดีใหม่ ไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ สรุปข้อคิดทางกฎหมาย คดีนี้ตอกย้ำหลักการสำคัญว่าผู้จัดการมรดกเป็นผู้มีอำนาจบริหารจัดการทรัพย์มรดกโดยตรงตามกฎหมาย ศาลมีบทบาทเพียงกำกับดูแลในเชิงกระบวนการ มิใช่ผู้กำหนดวิธีการจัดการมรดกในรายละเอียด การตีความมาตรา 1719 ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการจัดการมรดกเป็นสำคัญ การคัดค้านการกระทำของผู้จัดการมรดกต้องดำเนินการผ่านกระบวนการฟ้องร้องเพื่อเรียกความรับผิด มิใช่ใช้ช่องทางอุทธรณ์คำสั่งศาลในเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดสิทธิอุทธรณ์ ประเด็นสำคัญที่สุดของคดีนี้ ประเด็นกฎหมายสำคัญของคดีนี้เกี่ยวข้องกับอำนาจของผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1719 ว่าครอบคลุมถึงการนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าได้โดยไม่ต้องขออนุญาตศาล และขอบเขตสิทธิของผู้คัดค้านในการอุทธรณ์คำสั่งศาล มาตรากฎหมายสำคัญที่ใช้วินิจฉัยในคดีนี้ ด้านล่างนี้คือ 2 key words ที่เป็นแก่นของคดีนี้ พร้อมขยายความสั้น ๆ 1 อำนาจผู้จัดการมรดก หมายถึงสิทธิในการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์มรดกทุกประการที่จำเป็นเพื่อการจัดการและแบ่งปัน โดยไม่ต้องขออนุญาตศาลในทุกกรณี 2 สิทธิในการอุทธรณ์ หมายถึงสิทธิของคู่ความในการโต้แย้งคำสั่งศาล ซึ่งต้องเป็นคำสั่งที่กระทบสิทธิทางกฎหมายโดยตรง มิใช่คำสั่งทั่วไปในกระบวนการ คำถามที่พบบ่อย FAQ 1 คำถาม ผู้จัดการมรดกสามารถนำทรัพย์มรดกไปให้เช่าได้เองโดยไม่ต้องขออนุญาตศาลหรือไม่ คำตอบ การให้เช่าทรัพย์มรดกถือเป็นการจัดการมรดกตามปกติซึ่งอยู่ในขอบเขตอำนาจของผู้จัดการมรดกตามมาตรา 1719 ผู้จัดการมรดกย่อมมีสิทธิและหน้าที่ดำเนินการดังกล่าวได้โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตศาลก่อน เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติเป็นกรณีพิเศษ การตีความต้องยึดหลักว่าผู้จัดการมรดกเป็นผู้บริหารกองมรดกโดยตรง ศาลมีหน้าที่เพียงควบคุมในเชิงกระบวนการ มิใช่เข้าไปแทรกแซงวิธีการจัดการ การให้เช่าทรัพย์หากเป็นไปเพื่อรักษาหรือเพิ่มมูลค่าทรัพย์มรดกย่อมเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้หากการกระทำนั้นก่อให้เกิดความเสียหาย ทายาทสามารถใช้สิทธิฟ้องร้องเรียกความรับผิดได้ตามกฎหมาย 2 คำถาม หากผู้จัดการมรดกจัดการทรัพย์มรดกโดยไม่เหมาะสม ทายาทมีสิทธิทำอย่างไร คำตอบ ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถใช้สิทธิฟ้องร้องผู้จัดการมรดกเป็นคดีแพ่งเพื่อเรียกให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายได้ โดยต้องพิสูจน์ว่าการกระทำนั้นเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ขัดต่อหน้าที่ หรือไม่สุจริต หลักกฎหมายกำหนดให้ผู้จัดการมรดกต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและเพื่อประโยชน์ของกองมรดกเป็นสำคัญ การใช้สิทธิฟ้องร้องเป็นช่องทางที่เหมาะสมแทนการอุทธรณ์คำสั่งศาลในเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดสิทธิอุทธรณ์ ทั้งนี้ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์โดยรวมว่าการกระทำนั้นก่อให้เกิดความเสียหายจริงหรือไม่ 3 คำถาม ศาลมีอำนาจควบคุมการจัดการมรดกของผู้จัดการมรดกมากน้อยเพียงใด คำตอบ ศาลมีอำนาจในเชิงกำกับดูแล เช่น การแต่งตั้งหรือถอนผู้จัดการมรดก และการพิจารณาข้อพิพาทเกี่ยวกับการจัดการมรดก แต่ไม่มีอำนาจเข้าไปกำหนดรายละเอียดวิธีการจัดการในทุกกรณี หลักการสำคัญคือการแยกบทบาทระหว่างผู้จัดการมรดกกับศาลเพื่อให้การจัดการมรดกมีประสิทธิภาพ หากศาลเข้าไปแทรกแซงทุกขั้นตอนจะทำให้เกิดความล่าช้าและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ดังนั้นศาลจะเข้ามามีบทบาทเมื่อมีข้อพิพาทหรือการร้องขอเท่านั้น 4 คำถาม ผู้คัดค้านสามารถอุทธรณ์คำสั่งศาลเกี่ยวกับการจัดการมรดกได้ทุกกรณีหรือไม่ คำตอบ การอุทธรณ์คำสั่งศาลต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยสิทธิในการอุทธรณ์ โดยคำสั่งนั้นต้องเป็นคำสั่งที่กระทบสิทธิของผู้คัดค้านโดยตรง หากเป็นเพียงคำสั่งในกระบวนการหรือคำสั่งที่ไม่ก่อให้เกิดสิทธิหรือหน้าที่โดยตรง ผู้คัดค้านจะไม่มีสิทธิอุทธรณ์ การตีความต้องเคร่งครัดเพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมล่าช้าโดยไม่จำเป็น ดังนั้นกรณีการอนุญาตให้ผู้จัดการมรดกดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปย่อมไม่ก่อให้เกิดสิทธิอุทธรณ์ 5 คำถาม การให้เช่าทรัพย์มรดกถือเป็นการจำหน่ายทรัพย์หรือไม่ คำตอบ การให้เช่าทรัพย์มรดกเป็นเพียงการให้สิทธิใช้ประโยชน์ในทรัพย์ชั่วคราว มิใช่การโอนกรรมสิทธิ์ จึงไม่ถือเป็นการจำหน่ายทรัพย์ในความหมายของกฎหมายแพ่ง ผู้จัดการมรดกสามารถดำเนินการได้ในฐานะการจัดการมรดกทั่วไป ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของกองมรดกเป็นสำคัญ หากมีเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือไม่เป็นธรรม ทายาทสามารถโต้แย้งผ่านการฟ้องร้องได้ 6 คำถาม หากศาลมีคำสั่งเกินประเด็นแห่งคดี จะมีผลทางกฎหมายอย่างไร คำตอบ คำสั่งศาลที่เกินประเด็นแห่งคดีอาจถือว่าไม่ชอบด้วยกระบวนการ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะก่อให้เกิดสิทธิอุทธรณ์เสมอไป ต้องพิจารณาว่าคำสั่งนั้นกระทบสิทธิของคู่ความหรือไม่ หากไม่กระทบสิทธิย่อมไม่เปิดช่องให้มีการอุทธรณ์ ทั้งนี้หลักการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความรวดเร็วและประสิทธิภาพของกระบวนพิจารณา 7 คำถาม ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ต้องขอความเห็นชอบจากทายาทก่อนจัดการทรัพย์หรือไม่ คำตอบ โดยหลักผู้จัดการมรดกมีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกได้เองโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากทายาทในทุกกรณี เนื่องจากกฎหมายมอบอำนาจดังกล่าวเพื่อให้การจัดการเป็นไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการมรดกต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและคำนึงถึงประโยชน์ของทายาททุกคน หากมีการใช้อำนาจโดยมิชอบ ทายาทสามารถใช้สิทธิฟ้องร้องเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนได้ 8 คำถาม ความรับผิดของผู้จัดการมรดกมีลักษณะอย่างไร คำตอบ ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการจัดการทรัพย์มรดก หากกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือโดยทุจริตจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่กองมรดกหรือทายาท ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมาย ความรับผิดดังกล่าวเป็นความรับผิดทางแพ่งที่เกิดจากการละเมิดหน้าที่ตามกฎหมาย การบังคับใช้สิทธิต้องดำเนินการผ่านการฟ้องร้องต่อศาล หลักกฎหมาย ปพพ ม 1719 1 หลักอำนาจและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก มาตรา 1719 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ในการดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามพินัยกรรมและเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป หลักการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารกองมรดกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ติดขัดในขั้นตอนทางศาล ผู้จัดการมรดกจึงเปรียบเสมือนตัวแทนของกองมรดกที่มีอำนาจดำเนินการแทนทายาททุกคน การตีความต้องให้ครอบคลุมถึงการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการรักษา เพิ่มมูลค่า หรือจัดสรรทรัพย์สิน เช่น การให้เช่า การซ่อมแซม หรือการบริหารทรัพย์สิน ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้หลักสุจริตและความระมัดระวัง 2 ขอบเขตการควบคุมของศาล แม้ศาลจะมีบทบาทในการแต่งตั้งและกำกับดูแลผู้จัดการมรดก แต่ไม่ได้หมายความว่าศาลจะมีอำนาจเข้าไปควบคุมการตัดสินใจในรายละเอียดของการจัดการทรัพย์มรดกทุกกรณี เจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้ผู้จัดการมรดกมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ หากต้องขออนุญาตศาลในทุกการกระทำจะทำให้เกิดความล่าช้าและเป็นอุปสรรคต่อการบริหารกองมรดก ดังนั้นศาลจะเข้ามามีบทบาทเมื่อมีข้อพิพาทหรือมีการร้องขอให้ตรวจสอบเท่านั้น 3 ความรับผิดและการตรวจสอบ มาตรา 1719 แม้จะให้อำนาจแก่ผู้จัดการมรดกอย่างกว้างขวาง แต่ก็มีหลักควบคุมโดยกำหนดให้ผู้จัดการมรดกต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและเพื่อประโยชน์ของทายาท หากมีการใช้อำนาจโดยมิชอบ ทายาทสามารถใช้สิทธิฟ้องร้องเรียกความรับผิดได้ การตรวจสอบจึงเกิดขึ้นภายหลังผ่านกระบวนการยุติธรรม มิใช่การควบคุมล่วงหน้าทุกขั้นตอน 4 หลักสมดุลระหว่างอำนาจและการคุ้มครองสิทธิ บทบัญญัตินี้สร้างสมดุลระหว่างความคล่องตัวในการจัดการมรดกกับการคุ้มครองสิทธิของทายาท กล่าวคือ ผู้จัดการมรดกมีอำนาจดำเนินการได้อย่างกว้างขวาง แต่ต้องรับผิดหากใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่สุจริต หลักการดังกล่าวช่วยให้การจัดการมรดกมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ยังคงมีระบบตรวจสอบเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 585/2559 ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ในการจัดการมรดกเพื่อแบ่งปันแก่ทายาท ศาลเป็นเพียงผู้ดูแลให้ผู้จัดการมรดกปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เพื่อให้การจัดการมรดกเป็นไปโดยเรียบร้อยเท่านั้นส่วนวิธีการจัดการเป็นอำนาจของผู้จัดการมรดก ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลชั้นต้นจึงย่อมมีสิทธิและอำนาจในการนำที่ดินบางส่วนของทรัพย์มรดกไปจดทะเบียนให้เช่าเองได้โดยไม่จำต้องขออนุญาตจากศาล แม้คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ร้องดำเนินการให้เช่าที่ดินบางส่วนของทรัพย์มรดกจะเป็นคำสั่งที่เกินเลยประเด็นแห่งคดีก็ตาม แต่ก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้คัดค้านที่จะอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น หากผู้คัดค้านเห็นว่าตนเองได้รับความเสียหายจากการจัดการมรดกของผู้ร้อง ผู้คัดค้านชอบที่จะใช้สิทธิฟ้องร้องให้ผู้ร้องรับผิดในฐานะผู้จัดการมรดกเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกมีพินัยกรรมของนายสายัณห์ ผู้ตาย ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ในระหว่างคดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลอุทธรณ์ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตจดทะเบียนการเช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 14929 ตำบลลาดยาว (บางซื่อฝั่งเหนือ) อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร อันเป็นทรัพย์มรดกให้บริษัทแอล แอล ซี กรุงเทพ จำกัด มีกำหนด 10 ปี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้าน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ร้องนำที่ดินบางส่วนของที่ดินโฉนดเลขที่ 14929 ตำบลลาดยาว (บางซื่อฝั่งเหนือ) อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร อันเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายไปจดทะเบียนการเช่าให้แก่บริษัทแอล แอล ซี กรุงเทพ จำกัด หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 บัญญัติว่า "ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ที่จะทำการอันจำเป็น เพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งแจ้งชัดหรือโดยปริยายแห่งพินัยกรรม และเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป หรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก" บทบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ในการจัดการมรดกเพื่อแบ่งปันแก่ทายาท ศาลเป็นเพียงผู้ดูแลให้ผู้จัดการมรดกปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เพื่อให้การจัดการมรดกเป็นไปโดยเรียบร้อยเท่านั้น ส่วนวิธีการจัดการเป็นอำนาจของผู้จัดการมรดก ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลชั้นต้นจึงย่อมมีสิทธิและอำนาจในการนำที่ดินบางส่วนของที่ดินแปลงดังกล่าวอันเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายไปจดทะเบียนให้เช่าได้เองโดยไม่จำต้องขออนุญาตจากศาล หากผู้คัดค้านเห็นว่าตนเองได้รับความเสียหายจากการจัดการมรดกของผู้ร้อง ผู้คัดค้านชอบที่จะใช้สิทธิฟ้องร้องให้ผู้ร้องรับผิดในฐานะผู้จัดการมรดกตามบทบัญญัติของกฎหมายเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ศาลมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการตั้งและถอนผู้จัดการมรดกเท่านั้น แม้คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ร้องดำเนินการให้เช่าที่ดินบางส่วนของทรัพย์มรดกเป็นคำสั่งที่เกินเลยประเด็นแห่งคดีก็ตาม แต่ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้คัดค้านที่จะอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นในคดีนี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านจึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
|





.jpg)