ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




ทายาทมีสิทธิเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่ เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย

สิทธิทายาทในชั้นบังคับคดี, ผู้จัดการมรดกกับการบังคับคดี, การเข้าเป็นคู่ความแทนผู้มรณะ, การเพิกถอนการบังคับคดีตามกฎหมาย, อายุความการบังคับคดีสิบปี, การบังคับคดีภาระจำยอม, คำร้องไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง, แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับทายาท, สิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา, คดีถึงที่สุดกับการตายของจำเลย, การบังคับคดีโดยไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย, ภาระจำยอมทางที่ดิน, สิทธิและหน้าที่ของทายาท, การโต้แย้งสิทธิในชั้นบังคับคดี, การบังคับคดีแทนการแสดงเจตนา

บทนำ

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับปัญหาสำคัญในทางกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและกฎหมายมรดก อันได้แก่ สิทธิของทายาทหรือผู้จัดการมรดกในการเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี ตลอดจนขอบเขตอำนาจในการยื่นคำร้องขอเพิกถอนการบังคับคดีโดยอ้างเหตุว่าผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ได้ดำเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาสิบปี

คดีนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนซึ่งศาลฎีกาได้วางหลักเกณฑ์ไว้อย่างเป็นระบบว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว การตายของจำเลยมิได้ก่อให้เกิดสถานะ “คดีค้างพิจารณา” ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หากแต่เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านหน้าที่และความรับผิดตามคำพิพากษาไปยังทายาทเพื่อให้การบังคับคดีเสร็จสิ้นลงเท่านั้น

นอกจากนี้ ศาลฎีกายังได้วินิจฉัยอย่างชัดแจ้งถึงเงื่อนไขในการยื่นคำร้องในชั้นบังคับคดีว่า ผู้ร้องจะต้องแสดงให้ปรากฏถึงการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายและกระทบสิทธิของตนโดยตรง มิฉะนั้นแล้ว ย่อมไม่อาจอาศัยสถานะทายาทหรือผู้จัดการมรดกมาเป็นเหตุในการโต้แย้งหรือเพิกถอนการบังคับคดีได้

บทความนี้จึงมุ่งอธิบายข้อเท็จจริง คำวินิจฉัย และหลักกฎหมายจากคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้อย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจโครงสร้างของสิทธิในชั้นบังคับคดี และนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องในทางปฏิบัติ

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้สืบเนื่องจากคดีแพ่งซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยมีคำพิพากษาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 2239 เลขที่ดิน 39 ตำบลบางรัก อำเภอบางรัก กรุงเทพมหานคร ของจำเลยที่ 1 ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 9556 เลขที่ดิน 348 ตำบลบางรัก อำเภอบางรัก กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ พร้อมมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการจดทะเบียนภาระจำยอม หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยที่ 1 และให้โจทก์ดำเนินการจดทะเบียนแทนโดยออกค่าใช้จ่ายเอง

นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งห้ามจำเลยที่ 1 ก่อสร้างอาคารบนที่ดินดังกล่าว ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำทางภาระจำยอม และซ่อมแซมทางภาระจำยอมให้กลับคืนสู่สภาพเดิม รวมทั้งให้จำเลยที่ 1 รับผิดชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2540

ภายหลังจากคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2546 ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรและต่อมาเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 1 ผู้มรณะในชั้นบังคับคดี พร้อมทั้งขอให้เพิกถอนการบังคับคดีโดยอ้างว่าโจทก์มิได้ดำเนินการบังคับคดีภายในกำหนดระยะเวลาสิบปี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว และในระหว่างระยะเวลาอุทธรณ์ ผู้ร้องยังได้ยื่นคำร้องเพิ่มเติมขอให้ศาลไต่สวน งดการบังคับคดี และเพิกถอนหมายบังคับคดี โดยอ้างเหตุในลักษณะเดียวกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องทั้งสองฉบับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และผู้ร้องฎีกาต่อศาลฎีกา

ประเด็นข้อกฎหมายและคำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีประเด็นข้อกฎหมายสำคัญต้องพิจารณา ได้แก่

(1) ผู้ร้องมีสิทธิขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 1 ผู้มรณะในชั้นบังคับคดีหรือไม่

(2) ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอเพิกถอนการบังคับคดีโดยอ้างเหตุว่าผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่บังคับคดีภายในสิบปีหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วและจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดตามคำพิพากษาย่อมตกทอดไปยังทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และมาตรา 1600 เพียงเพื่อให้การบังคับคดีเสร็จสิ้นลงเท่านั้น กรณีดังกล่าวไม่ถือเป็นคดีค้างพิจารณาที่ศาลต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 และมาตรา 44

ศาลฎีกายังวินิจฉัยต่อไปว่า การร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้มรณะในชั้นบังคับคดี จำต้องมีข้อโต้แย้งสิทธิตามกฎหมายที่เกิดขึ้นในชั้นบังคับคดีเสียก่อน และผู้ร้องต้องแสดงให้ปรากฏว่ามีการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอันกระทบสิทธิของตนในฐานะทายาทหรือผู้จัดการมรดก

เมื่อพิเคราะห์คำร้องของผู้ร้องแล้ว ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดที่แสดงว่าการบังคับคดีของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือกระทบสิทธิของผู้ร้องโดยตรง การยื่นคำร้องจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296

ในส่วนข้ออ้างว่าผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิได้บังคับคดีภายในสิบปี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การบังคับคดีภายในกำหนดระยะเวลาหรือไม่ เป็นสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดให้อำนาจแก่ผู้ร้องหรือทายาทที่จะร้องขอให้การบังคับคดีสิ้นผลเพียงเพราะล่วงพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเพิกถอนการบังคับคดี

วิเคราะห์หลักกฎหมายและเจตนารมณ์ของบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

การวินิจฉัยของศาลฎีกาในคดีนี้สะท้อนหลักการสำคัญของกฎหมายมรดกและกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอย่างชัดเจน กล่าวคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และมาตรา 1600 มีเจตนารมณ์ให้ทรัพย์สิน สิทธิ และหน้าที่ของผู้ตายตกทอดแก่ทายาทภายในขอบเขตที่จำเป็นต่อการชำระหนี้หรือปฏิบัติตามคำพิพากษา มิใช่เพื่อเปิดโอกาสให้ทายาทใช้สถานะดังกล่าวเข้ามาโต้แย้งหรือรื้อฟื้นคดีที่ถึงที่สุดแล้ว

ขณะเดียวกัน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 และมาตรา 44 มีเจตนารมณ์ใช้บังคับเฉพาะกรณีที่คู่ความถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาคดีซึ่งยังไม่ถึงที่สุด เพื่อคุ้มครองสิทธิในการต่อสู้คดีของคู่ความ มิได้มีวัตถุประสงค์ให้ใช้บังคับในชั้นบังคับคดีภายหลังจากคดีถึงที่สุดแล้ว

ส่วนมาตรา 296 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิในการยื่นคำร้องในชั้นบังคับคดี โดยกำหนดให้ศาลรับพิจารณาเฉพาะกรณีที่มีการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือกระทบสิทธิของผู้ร้องโดยตรงเท่านั้น เพื่อป้องกันมิให้กระบวนการบังคับคดีถูกถ่วงเวลาโดยคำร้องที่ไม่มีมูลตามกฎหมาย

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องและหลักที่ศาลยึดถือ

คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้สอดคล้องกับแนววินิจฉัยของศาลฎีกาในหลายคดีที่ยึดถือหลักว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว การบังคับคดีเป็นเพียงขั้นตอนการบังคับตามสิทธิที่ศาลได้วินิจฉัยไว้แล้ว มิใช่เวทีให้คู่ความหรือทายาทนำข้อโต้แย้งใหม่ซึ่งควรยกขึ้นต่อสู้ในชั้นพิจารณามาอ้างในภายหลัง

ศาลฎีกายังย้ำหลักการว่าทายาทหรือผู้จัดการมรดกจะเข้ามามีบทบาทในชั้นบังคับคดีได้เฉพาะในฐานะผู้รับภาระหน้าที่ของผู้มรณะ เพื่อให้การบังคับคดีดำเนินไปจนเสร็จสิ้นเท่านั้น มิใช่ในฐานะคู่ความที่มีสิทธิต่อสู้คดีใหม่ เว้นแต่จะปรากฏการบังคับคดีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและกระทบสิทธิของตนโดยตรงอย่างแท้จริง

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม 

1. ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองฉบับ โดยเห็นว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ถึงแก่ความตายในชั้นบังคับคดี และไม่มีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนหรือระงับการบังคับคดีเพียงเพราะโจทก์มิได้ดำเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาสิบปี 

2. ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น เห็นว่าการบังคับคดีเป็นสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และผู้ร้องมิได้แสดงให้เห็นถึงการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือกระทบสิทธิของตนโดยตรง 

3. ส่วนศาลฎีกาวินิจฉัยยืนตามศาลอุทธรณ์ โดยชี้ชัดว่าเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว การตายของจำเลยในระหว่างการบังคับคดีมิใช่คดีค้างพิจารณา และทายาทหรือผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิขอเข้าเป็นคู่ความแทนหรือขอเพิกถอนการบังคับคดีโดยปราศจากข้อโต้แย้งสิทธิตามกฎหมายที่เกิดขึ้นในชั้นบังคับคดี

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกานี้วางหลักกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจขอบเขตสิทธิของทายาทและผู้จัดการมรดกในกระบวนการบังคับคดี โดยศาลได้แยกบทบาทของ “การสืบสิทธิและหน้าที่ของผู้ตาย” ออกจาก “สิทธิในการต่อสู้คดี” อย่างชัดเจน การที่หน้าที่และความรับผิดตามคำพิพากษาตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มิได้หมายความว่าทายาทจะมีฐานะเป็นคู่ความซึ่งสามารถยกข้อโต้แย้งใหม่หรือรื้อฟื้นประเด็นที่คดีถึงที่สุดแล้วขึ้นมาพิจารณาอีก

ศาลยังเน้นย้ำเจตนารมณ์ของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าชั้นบังคับคดีเป็นเพียงขั้นตอนการบังคับตามสิทธิที่ศาลได้วินิจฉัยไว้แล้ว มิใช่เวทีสำหรับการโต้แย้งสิทธิในเนื้อหาคดี เว้นแต่จะปรากฏการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายและกระทบสิทธิของผู้ร้องโดยตรงเท่านั้น นอกจากนี้ การไม่บังคับคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดมิได้ก่อให้เกิดสิทธิแก่ทายาทหรือบุคคลภายนอกในการร้องขอให้การบังคับคดีสิ้นผล หากกฎหมายมิได้บัญญัติให้อำนาจไว้โดยชัดแจ้ง

หลักกฎหมายจากคำพิพากษานี้จึงเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันการใช้กระบวนการบังคับคดีเป็นเครื่องมือถ่วงเวลา และเป็นบรรทัดฐานที่ช่วยรักษาความมั่นคงแน่นอนของคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วในระบบกฎหมายไทย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คำถาม

ทายาทสามารถขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ถึงแก่ความตายในชั้นบังคับคดีได้หรือไม่

คำตอบ

โดยหลักแล้วไม่ได้ เว้นแต่จะมีข้อโต้แย้งสิทธิตามกฎหมายที่เกิดขึ้นในชั้นบังคับคดีและแสดงได้ว่าการบังคับคดีฝ่าฝืนกฎหมายหรือกระทบสิทธิของทายาทโดยตรง

2. คำถาม

การตายของจำเลยหลังคดีถึงที่สุดถือเป็นคดีค้างพิจารณาหรือไม่

คำตอบ

ไม่ถือเป็นคดีค้างพิจารณา เนื่องจากคดีได้ถึงที่สุดแล้ว การตายของจำเลยมีผลเพียงให้หน้าที่และความรับผิดตามคำพิพากษาตกทอดแก่ทายาทเพื่อให้การบังคับคดีเสร็จสิ้นเท่านั้น

3. คำถาม

หากโจทก์ไม่บังคับคดีภายในสิบปี ทายาทของจำเลยสามารถขอเพิกถอนการบังคับคดีได้หรือไม่

คำตอบ

ไม่ได้ เนื่องจากการบังคับคดีเป็นสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจทายาทร้องขอให้การบังคับคดีสิ้นผลเพียงเพราะล่วงพ้นระยะเวลาดังกล่าว

4. คำถาม

กรณีใดบ้างที่บุคคลจะยื่นคำร้องในชั้นบังคับคดีได้

คำตอบ

ต้องเป็นกรณีที่มีการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือกระทบสิทธิของผู้ร้องโดยตรงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296

    ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

      เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19128/2555

เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วและจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดของจำเลยที่ 1 ย่อมตกแก่ทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 และ 1600 เพื่อให้การบังคับคดีเสร็จไปเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาที่ศาลจำต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 และ 44 ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 1 ผู้มรณะ และยื่นคำร้องขอเพิกถอนการบังคับคดีได้ แม้การร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 1 ผู้มรณะ ของผู้ร้อง อาจเป็นไปเพื่อใช้สิทธิของจำเลยที่ 1 ซึ่งตกทอดแก่ตนในฐานะทายาทก็ตาม แต่การร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะในชั้นบังคับคดีนั้น จำต้องได้ความว่ามีข้อโต้แย้งสิทธิตามกฎหมายเกิดขึ้นในชั้นบังคับคดีเสียก่อน เมื่อคำร้องของผู้ร้องไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอันมีผลกระทบต่อสิทธิของผู้ร้องในฐานะทายาทของจำเลยที่ 1 อย่างไร จึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 296 ลำพังเพียงเหตุว่าโจทก์ไม่บังคับคดีภายในสิบปี หาก่อให้เกิดสิทธิในการรับมรดกความเพื่อต่อสู้ในชั้นบังคับคดีได้ไม่ ทั้งการบังคับคดีภายในกำหนดระยะเวลาหรือไม่ก็เป็นสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้อำนาจผู้ร้องที่จะร้องขอให้การบังคับคดีสิ้นผลเมื่อล่วงพ้นกำหนดระยะเวลาสิบปีได้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการบังคับคดี

คดีนี้สืบเนื่องจากศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 2239 ของจำเลยที่ 1 ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 9556 ของโจทก์ ให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนภาระจำยอม หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน และให้โจทก์ดำเนินการจดทะเบียนแทน พร้อมห้ามจำเลยที่ 1 ก่อสร้างอาคารบนที่ดินดังกล่าว ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและซ่อมแซมทางภาระจำยอมให้กลับคืนสู่สภาพเดิม รวมทั้งให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาล โดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2540

ต่อมา จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2546 ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรและผู้จัดการมรดกยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 1 และขอเพิกถอนการบังคับคดี โดยอ้างว่าโจทก์ไม่บังคับคดีภายในสิบปี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องเพิ่มเติมขอให้งดการบังคับคดีและเพิกถอนหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องอีก ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วและจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และ 1600 เพื่อให้การบังคับคดีเสร็จสิ้นเท่านั้น มิใช่คดีค้างพิจารณาที่ต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 และ 44 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอเข้าเป็นคู่ความแทนหรือขอเพิกถอนการบังคับคดีได้

ทั้งนี้ การร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนในชั้นบังคับคดีต้องมีข้อโต้แย้งสิทธิตามกฎหมายเกิดขึ้นในชั้นบังคับคดีเสียก่อน แต่คำร้องของผู้ร้องไม่ปรากฏว่าการบังคับคดีฝ่าฝืนกฎหมายหรือกระทบสิทธิของผู้ร้องแต่อย่างใด จึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ลำพังเพียงเหตุที่โจทก์ไม่บังคับคดีภายในสิบปีไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ทายาทในการต่อสู้หรือเพิกถอนการบังคับคดีได้ เนื่องจากการบังคับคดีเป็นสิทธิของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และไม่มีกฎหมายให้อำนาจผู้ร้องร้องขอให้การบังคับคดีสิ้นผล ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ และให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

บำเหน็จตกทอดไม่ใช่มรดก และสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกและผลแห่งความยินยอมของทายาทในการโอนทรัพย์มรดก
การฟ้องคดีจัดการมรดกเกินกำหนดอายุความ การเพิกถอนการโอนทรัพย์มรดก
การจัดการมรดกเสร็จสิ้นเมื่อใด และอายุความฟ้องแบ่งมรดก
สิทธิทายาทของผู้ถูกอุปการะแต่ไม่ได้เป็นบุตรโดยกำเนิด และผลทางกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567)
ภาษีการรับมรดก & คำนวณมูลค่าทรัพย์สิน(ฎีกาที่ 2656/2567)
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
การตั้งผู้จัดการมรดกร่วมเมื่อผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย(ฎีกาที่ 4769/2566)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกยักยอกเงิน & จัดการที่ดินมรดก (ฎีกา 1543/2568)
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
วิเคราะห์ผู้จัดการมรดกจำนองที่ดิน ทุจริต,กองมรดก, ทายาท,(ฎีกา 5902/2567)
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
คดีมรดก อายุความมรดก 10 ปี, สิทธิทายาท, แบ่งมรดก, (ฎีกา 9992/2560)
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
(ฎีกาที่ 3681/2567) : อำนาจผู้จัดการมรดกร่วมในการฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนสู่กองมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ความสมบูรณ์และผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5560/2567: มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของแผ่นดิน และสิทธิเรียกร้องส่วนแบ่งเงินฝาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2567: การเพิกถอนพินัยกรรมและหลักเกณฑ์ความชอบด้วยกฎหมายของอุทธรณ์
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์มรดกและความรับผิดตามกฎหมาย(ฎีกาที่ 416/2563)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563: การโอนมรดกและอำนาจผู้จัดการมรดก
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
สิทธิรับมรดก ทายาทโดยธรรม & สินสมรส(ฎีกา 755/2565)
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ทายาทฟ้องทายาทให้แบ่งทรัพย์มรดก สิทธิฟ้องแบ่งมรดกเมื่อพ้นอายุความ
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
พินัยกรรมยกมรดกให้พี่น้องร่วมบิดามารดา, สิทธิของผู้สืบสันดานในการรับมรดกแทนที่, การฟ้องเรียกค่าเช่าจากทรัพย์สินมรดก
การกำจัดทายาทมิให้รับมรดก, สิทธิรับมรดกของผู้สืบสันดานเมื่อทายาทถูกกำจัด, การเพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดก
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ผู้จัดการมรดกและการโอนทรัพย์มรดก, พินัยกรรมด้วยวาจา ป.พ.พ. มาตรา 1663, การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
คดีของโจทก์ขาดอายุความการจัดการมรดก
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกร่วมนำทรัพย์มรดกหาประโยชน์แก่ตน
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
(ฎีกา 2150/2561) – สิทธิร้องถอนผู้จัดการมรดกก่อนปันมรดก(ฎีกา 2150/2561)
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก
อำนาจฟ้องขอแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตาย
ทายาททุกคนมอบหมายให้ครอบครองที่ดินแทนทายาททุกคนเพื่อประโยชน์ร่วม
ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามมาตรา 1300
ทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์มรดกตามส่วนที่จะพึงได้
สิทธิรับมรดกที่ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาห้ามยกเป็นข้อต่อสู้ผู้รับโอนโดยสุจริต
ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก
ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์มรดกเมื่อล่วงพ้นกำหนดอายุความแล้ว
ผู้คัดค้านไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการขอจัดการมรดก
ทายาทมีส่วนเท่ากันออกค่าใช้จ่ายจัดการทำศพ
ความเหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น
สิทธิของบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายในการรับมรดกของบุตรนอกกฎหมาย
หนังสือสัญญาแบ่งมรดกตกเป็นโมฆะหรือไม่?
อำนาจและหน้าที่ในการจัดการทำศพและลำดับก่อนหลัง
พินัยกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อน
ผู้จัดการมรดกฟ้องแทนทายาทโดยธรรมอื่น
คู่สมรสที่จดทะเบียนหย่าแล้วเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่
การสละมรดกมีผลย้อนหลังไปถึงเวลาเจ้ามรดกตายจึงขาดความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
แม้กองมรดกมีผู้จัดการมรดกแล้วทายาทก็ยังมีสิทธิฟ้อง