ReadyPlanet.com
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
bulletพระราชบัญญัติ
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา ฎีกา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
bulletฟ้องหย่า
bulletอำนาจปกครอง
bulletนิติกรรม
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสัญญาขายฝาก
bulletสำนักทนายความ
bulletป-อาญา มาตรา1- 398
bulletภาษาอังกฤษ
bulletการสมรสและการหมั้น
bulletแบบฟอร์มสัญญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2551-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-แพ่ง
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-วิ-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-อาญา
bulletข้อสอบเนติ-ปี2550-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2549-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2548-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2547-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2546-แพ่งพาณิชย์
bulletข้อสอบเนติ-ปี2545-แพ่งพาณิชย์
bulletนิติกรรมสัญญา
bulletพระธรรมนูญศาล
bulletทรัพย์สิน-สามีภริยา
bulletบิดามารดา-รับรองบุตร
bulletคดีครอบครัว
bulletสัญญาระหว่างสมรส
bulletสิทธิครอบครองที่ดิน
bulletสัญญาซื้อขาย
bulletแปลงหนี้ใหม่
bulletการได้กรรมสิทธิ์
bulletคดีเรื่องบุตร
bulletเช่าซื้อรถยนต์
bulletถอนผู้จัดการมรดก
bulletฟ้องค่าทดแทน
bulletฟ้องหย่า-ฟ้องหย่า
bulletสินสมรส-สินสมรส
bulletบันดาลโทสะ
bulletเบิกความเท็จ
bulletสิทธิ-สัญญาเช่า
bulletค้ำประกัน
bulletเจ้าของรวม
bulletจำนอง
bulletลูกหนี้ร่วม
bulletคำพิพากษาฎีกาทั่วไป
bulletกระดานถาม-ตอบ
bulletป-กฎหมายยาเสพติด2564
bulletขนส่งทางทะเล
bulletสมรสเป็นโมฆะ
bulletสามีภริยา
bulletตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
bulletทนายความของสภาจัดให้
bulletอาวุธปืน
bulletรับช่วงสิทธิ
bulletแพ่งมาตรา1-1755




คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกปิดบังทรัพย์มรดกมีผลอย่างไร

คำพิพากษาศาลฎีกา 1776/2558, การถือกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์สินก่อนสมรส, สินส่วนตัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471, หลักการแยกสินส่วนตัวกับสินสมรส, การกู้เงินร่วมซื้อที่ดินก่อนจดทะเบียนสมรส, ผลของการผ่อนชำระหนี้หลังสมรสต่อสถานะทรัพย์สิน, การนำสืบพยานไม่ขัด ป.วิ.พ. มาตรา 94, หลักการไม่ถือเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก, การยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดก, แนวคำวินิจฉัยศาลฎีกาเกี่ยวกับทรัพย์มรดกคู่สมรส, วิเคราะห์คดีมรดกและกรรมสิทธิ์ที่ดิน

       ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายแชทไลน์

     เพิ่มเพื่อนไลน์แชทกับทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ

บทนำ 

คำพิพากษาศาลฎีกานี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการพิสูจน์สถานะของทรัพย์สินที่ได้มาหรือถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันก่อนการสมรส การแยกสินส่วนตัวออกจากสินสมรส และผลทางกฎหมายต่อทรัพย์มรดกของคู่สมรสเมื่อฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย โดยศาลฎีกาวางหลักสำคัญว่า การกู้เงินร่วมกันเพื่อซื้อทรัพย์ก่อนสมรสและการผ่อนชำระหนี้ต่อเนื่องหลังสมรส ไม่ทำให้ทรัพย์ซึ่งเป็นสินส่วนตัวมาก่อนสมรสกลายเป็นสินสมรส อีกทั้งยังวินิจฉัยหลักกฎหมายเกี่ยวกับการนำสืบพยานไม่ขัดต่อเอกสารตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 และการไม่ถือว่าการไม่ระบุทรัพย์บางรายการในคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก อันเป็นแนวทางสำคัญในการพิจารณาคดีมรดกและคดีครอบครัว

ข้อเท็จจริงของคดี

คดีนี้เกิดจากข้อพิพาทระหว่างทายาทของผู้ตายกับคู่สมรสของผู้ตาย เกี่ยวกับสถานะของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลายรายการว่าเป็นทรัพย์มรดกหรือเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายใด โดยผู้ตายและจำเลยได้ร่วมกันกู้เงินเพื่อซื้อที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์ก่อนจดทะเบียนสมรส และมีการผ่อนชำระหนี้ต่อเนื่องจนเสร็จสิ้นหลังจดทะเบียนสมรส นอกจากนี้ยังมีที่ดินอีกหลายแปลงที่จดทะเบียนเป็นชื่อจำเลยในระหว่างสมรส ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายครึ่งหนึ่ง และกล่าวหาว่าจำเลยปิดบังทรัพย์มรดกในการยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก

ประเด็นปัญหาทางกฎหมายที่สำคัญ

ประเด็นที่ศาลต้องวินิจฉัย ได้แก่

การนำสืบพยานบุคคลเกี่ยวกับความเป็นมาแห่งสัญญาซื้อขายที่ดินจะขัดต่อ ป.วิ.พ. มาตรา 94 หรือไม่

ที่ดินและทาวน์เฮาส์ที่ซื้อร่วมกันก่อนสมรสและผ่อนชำระหลังสมรสเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส

ที่ดินซึ่งจดทะเบียนเป็นชื่อคู่สมรสฝ่ายเดียวในระหว่างสมรสเป็นทรัพย์มรดกหรือไม่

การไม่ระบุทรัพย์บางรายการในคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นการปิดบังทรัพย์มรดกหรือไม่

คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การนำสืบพยานบุคคลเพื่ออธิบายความเป็นมาที่แท้จริงของสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงหรือตัดทอนข้อความในเอกสาร จึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94

สำหรับทรัพย์สินที่ผู้ตายและจำเลยร่วมกันกู้เงินซื้อก่อนสมรส แม้จะมีการผ่อนชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองภายหลังสมรส ก็เป็นเพียงขั้นตอนการชำระหนี้ ไม่ทำให้ทรัพย์ซึ่งเป็นสินส่วนตัวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (1) กลายเป็นสินสมรส

ศาลยังวินิจฉัยว่า ไม่มีกฎหมายบังคับให้คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต้องระบุทรัพย์มรดกทั้งหมด การไม่ระบุทรัพย์บางรายการจึงไม่ถือเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก และไม่เป็นเหตุให้ถูกกำจัดมิให้รับมรดก

หลักกฎหมายและแนวคำพิพากษาที่สำคัญ

คดีนี้เป็นแนวคำพิพากษาสำคัญที่ตอกย้ำหลักการว่า การได้มาซึ่งทรัพย์สินก่อนสมรสเป็นปัจจัยชี้ขาดสถานะของทรัพย์ แม้จะมีภาระหนี้และการชำระหนี้ต่อเนื่องหลังสมรสก็ตาม อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงการตีความ ป.วิ.พ. มาตรา 94 อย่างเคร่งครัดเพื่อเปิดโอกาสให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงที่แท้จริงโดยไม่ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของเอกสาร

สรุปข้อคิดทางกฎหมาย

คดีนี้สอนให้เห็นว่า การจัดการทรัพย์สินก่อนสมรสมีผลทางกฎหมายยาวนานถึงขั้นมรดก และการแบ่งแยกสินส่วนตัวกับสินสมรสต้องพิจารณาจากเวลาที่ได้มาเป็นสำคัญ ไม่ใช่จากการชำระหนี้หรือการจดทะเบียนภายหลัง คู่ความและนักกฎหมายจึงควรให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นทางของการได้มาซึ่งทรัพย์

สรุปผลคำพิพากษาของศาลทั้งสาม

1. ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งทรัพย์บางรายการแก่โจทก์ในสัดส่วนหนึ่งในสี่ โดยถือว่าทรัพย์บางส่วนเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตาย และยกคำขออื่น

2. ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขสัดส่วนการแบ่งทรัพย์ โดยให้โจทก์ได้รับเพียงหนึ่งในแปด และกำหนดวิธีการแบ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

3. ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยว่าทรัพย์ที่ได้มาก่อนสมรสเป็นสินส่วนตัว ไม่กลายเป็นสินสมรส และการไม่ระบุทรัพย์บางรายการไม่ถือเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2558 

การนำสืบพยานบุคคลถึงความเป็นมาอันแท้จริงของสัญญาซื้อขายที่ดินว่าเพราะเหตุใดจึงมีชื่อจำเลยเป็นผู้รับโอน ไม่ใช่การนำสืบเพื่อบังคับตามสัญญาซื้อขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่เป็นการนำสืบเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสาร จึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94

การที่ผู้ตายกับจำเลยร่วมกันกู้เงินซื้อที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์ ก่อนจดทะเบียนสมรสและช่วยกันผ่อนชำระหนี้ธนาคารเข้าลักษณะเป็นหุ้นส่วนกันมาแต่เดิม แต่การถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์ไม่ปรากฏว่ามีการตกลงกันเป็นอย่างอื่น จึงเป็นการถือกรรมสิทธิ์รวมของผู้ตายกับจำเลยคนละครึ่ง ดังนั้น เมื่อที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ผู้ตายกับจำเลยมีอยู่ก่อนสมรส จึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ตายกับจำเลยฝ่ายละครึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (1) ส่วนการที่ผู้ตายกับจำเลยร่วมกันกู้ยืมเงินในการซื้อตอนแรกก่อนสมรส โดยนำที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์ไปจำนองเป็นประกันหนี้ แล้วมีการผ่อนชำระหนี้เรื่อยมาจนมีการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองมาเป็นชื่อผู้ตายกับจำเลยภายหลังจดทะเบียนสมรสนั้น เป็นเพียงขั้นตอนการชำระหนี้ของผู้ตายกับจำเลยเท่านั้น ไม่อาจทำให้ที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์ซึ่งเป็นสินส่วนตัวของผู้ตายกับจำเลยมาก่อนสมรสต้องกลายเป็นสินสมรส ที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์จึงเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายครึ่งหนึ่ง

ไม่มีบทบัญญัติตามกฎหมายใดบัญญัติให้คำร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกจะต้องระบุถึงทรัพย์มรดกของผู้ตายทั้งหมด การที่จำเลยยื่นคำร้องขอโดยไม่ได้ระบุที่ดินอีก 5 แปลง ไว้ในบัญชีทรัพย์มรดก ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก อันเป็นเหตุให้จำเลยต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกของผู้ตาย

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยแบ่งแยกที่ดิน 5 รายการ ได้แก่ โฉนดเลขที่ 88465, 140868, 134895, 19465 และ น.ส.3 ก. เลขที่ 757 ออกครึ่งหนึ่ง และขอให้กำจัดจำเลยมิให้รับมรดก พร้อมให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์โดยปลอดภาระติดพัน หากแบ่งแยกหรือโอนไม่ได้ให้ขายทอดตลาดและแบ่งเงินครึ่งหนึ่งแก่โจทก์ และให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยหากไม่ปฏิบัติตาม จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 88465 พร้อมทาวน์เฮาส์ และ น.ส.3 ก. เลขที่ 757 ให้โจทก์หนึ่งในสี่ส่วน หากแบ่งหรือโอนไม่ได้ให้ขายและแบ่งเงินหนึ่งในสี่ พร้อมให้จำเลยรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมเท่าที่โจทก์ชนะคดี และกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้แบ่งเฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 88465 พร้อมทาวน์เฮาส์ ให้โจทก์หนึ่งในแปดส่วน วิธีการแบ่งเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1364 และให้จำเลยรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมตามส่วนที่โจทก์ชนะ พร้อมคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เสียเกินบางส่วน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยสรุปว่า ผู้ตายเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับโจทก์และบุคคลอื่น จำเลยเป็นคู่สมรสของผู้ตาย ผู้ตายถึงแก่ความตายปี 2547 จำเลยเคยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกโดยระบุทรัพย์ 7 รายการ และต่อมามีการแบ่งเงินมรดกให้โจทก์แล้ว ผู้ตายกับจำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินโฉนดเลขที่ 88465 พร้อมทาวน์เฮาส์ ซึ่งซื้อร่วมกันก่อนสมรส ส่วนที่ดินอีก 4 แปลงเป็นชื่อจำเลยในระหว่างสมรส

ในประเด็นการนำสืบพยาน ศาลฎีกาเห็นว่า การนำพยานบุคคลมาแสดงถึงความเป็นมาแท้จริงของการซื้อขาย ไม่เป็นการตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงเอกสาร จึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 88465 พร้อมทาวน์เฮาส์ ศาลวินิจฉัยว่าได้มาร่วมกันก่อนสมรส จึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ตายและจำเลยคนละครึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1471 (1) แม้มีการผ่อนชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองภายหลังสมรสก็เป็นเพียงขั้นตอนชำระหนี้ ไม่ทำให้ทรัพย์เปลี่ยนเป็นสินสมรส จึงเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายครึ่งหนึ่ง ส่วน น.ส.3 ก. เลขที่ 757 เป็นสินส่วนตัวของจำเลย

ส่วนประเด็นขอกำจัดมิให้จำเลยรับมรดกจากการปิดบังทรัพย์ ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่มีกฎหมายบังคับให้คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต้องระบุทรัพย์มรดกทั้งหมด การไม่ระบุที่ดินอีก 5 แปลงจึงยังไม่ถือเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก พิพากษายืน และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

คำถามที่พบบ่อย

1. การนำสืบพยานบุคคลเพื่ออธิบายความเป็นมาแท้จริงของสัญญาซื้อขายที่ดิน ขัดต่อข้อห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 หรือไม่

ตอบ ไม่ขัดต่อ ป.วิ.พ. มาตรา 94 หากการนำสืบพยานบุคคลมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายความเป็นมา เหตุผล และข้อเท็จจริงแวดล้อมของการทำสัญญาซื้อขาย ว่าเพราะเหตุใดจึงมีชื่อบุคคลหนึ่งเป็นผู้รับโอน โดยมิใช่การนำสืบเพื่อบังคับตามสัญญาระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย และไม่ใช่การนำสืบเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารสัญญา การนำสืบเช่นนี้จึงรับฟังได้และไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย

2. ทรัพย์สินที่คู่สมรสกู้เงินร่วมกันซื้อก่อนจดทะเบียนสมรส และช่วยกันผ่อนชำระหนี้ต่อเนื่องหลังสมรส จะถือเป็นสินสมรสหรือไม่

ตอบ โดยหลักยังคงเป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่ายตามส่วน หากทรัพย์นั้นได้มาหรือมีอยู่ก่อนสมรส และไม่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น การถือกรรมสิทธิ์ย่อมเป็นกรรมสิทธิ์รวมของแต่ละฝ่ายคนละครึ่ง การผ่อนชำระหนี้ต่อเนื่องหลังสมรสเป็นเพียงขั้นตอนการชำระหนี้ ไม่ทำให้ทรัพย์ซึ่งเป็นสินส่วนตัวมาก่อนสมรสกลายเป็นสินสมรส

3. การไถ่ถอนจำนองหรือการดำเนินการทางทะเบียนภายหลังจดทะเบียนสมรส ทำให้ทรัพย์ที่ได้มาก่อนสมรสเปลี่ยนเป็นสินสมรสหรือไม่

ตอบ ไม่ทำให้เปลี่ยนเป็นสินสมรส หากทรัพย์ได้มาหรือมีอยู่ก่อนสมรส การไถ่ถอนจำนองภายหลังสมรสเป็นเพียงผลสืบเนื่องจากการชำระหนี้ของคู่สมรส ไม่ใช่เหตุให้ทรัพย์ซึ่งเป็นสินส่วนตัวมาก่อนสมรสกลายเป็นสินสมรส สถานะทรัพย์ยังคงเป็นสินส่วนตัวตามส่วนของแต่ละฝ่าย

4. เมื่อทรัพย์เป็นกรรมสิทธิ์รวมของคู่สมรสคนละครึ่ง และฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย ทรัพย์ส่วนของผู้ตายถือเป็นทรัพย์มรดกหรือไม่

ตอบ ถือเป็นทรัพย์มรดกในส่วนของผู้ตาย เมื่อทรัพย์เป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสแต่ละฝ่ายคนละครึ่งตามกรรมสิทธิ์รวม ส่วนของผู้ตายย่อมตกเป็นทรัพย์มรดกและเข้าสู่กองมรดกเพื่อแบ่งแก่ทายาทตามกฎหมาย ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งยังคงเป็นสินส่วนตัวของคู่สมรสอีกฝ่าย

5. คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกจำเป็นต้องระบุทรัพย์มรดกของผู้ตายทั้งหมดหรือไม่

ตอบ ไม่จำเป็นต้องระบุทรัพย์มรดกทั้งหมด เพราะไม่มีบทบัญญัติกฎหมายกำหนดให้คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต้องระบุทรัพย์มรดกของผู้ตายทุกรายการ ผู้ร้องอาจระบุทรัพย์เท่าที่ทราบในขณะยื่นคำร้อง และสามารถดำเนินการรวบรวมทรัพย์เพิ่มเติมภายหลังได้ตามความเป็นจริง

6. การไม่ระบุที่ดินบางแปลงไว้ในบัญชีทรัพย์มรดกประกอบคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ถือเป็นการปิดบังทรัพย์มรดกหรือไม่

ตอบ โดยตัวมันเองยังไม่ถือว่าเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องระบุทรัพย์ทั้งหมดในคำร้อง การไม่ระบุทรัพย์บางรายการจึงยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่าเป็นการปิดบังทรัพย์มรดก เว้นแต่จะมีพฤติการณ์อื่นประกอบแสดงเจตนาทุจริตอย่างชัดแจ้ง

7. หากมีข้อพิพาทว่าที่ดินที่จดทะเบียนเป็นชื่อคู่สมรสฝ่ายเดียวในระหว่างสมรสเป็นทรัพย์มรดกหรือไม่ ศาลจะพิจารณาประเด็นใดเป็นสำคัญ

ตอบ ศาลจะพิจารณาที่มาของการได้มาซึ่งทรัพย์และเจตนาของคู่สมรสเป็นสำคัญ เช่น ได้มาเมื่อใด ใช้เงินฝ่ายใด หรือเป็นการได้มาจากสินส่วนตัวหรือสินสมรส รวมถึงพยานหลักฐานแวดล้อมเพื่อชี้ว่าทรัพย์ดังกล่าวควรจัดเป็นสินส่วนตัว สินสมรส หรือเป็นทรัพย์ที่ผู้ตายมีส่วนและต้องตกเป็นทรัพย์มรดกในส่วนของผู้ตาย

8. ผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้งมีหน้าที่หลักเกี่ยวกับทรัพย์ของผู้ตายอย่างไร

ตอบ ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวม ดูแล รักษา และจัดการทรัพย์มรดกของผู้ตาย ชำระหนี้ของกองมรดก ดำเนินการทางทะเบียนหรือการโอนสิทธิในทรัพย์สินตามจำเป็น และแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทตามสิทธิ โดยต้องปฏิบัติด้วยความสุจริตและเพื่อประโยชน์ของกองมรดก

คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก : หลักกฎหมาย ขั้นตอน และประเด็นที่ควรรู้

เมื่อบุคคลถึงแก่ความตาย ทรัพย์สิน สิทธิ และหน้าที่ต่าง ๆ ของผู้ตายจะตกทอดไปยังทายาทตามกฎหมายหรือพินัยกรรม อย่างไรก็ตาม การจัดการทรัพย์มรดกดังกล่าวไม่อาจกระทำได้โดยพลการ จำเป็นต้องมีบุคคลผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการ ซึ่งกฎหมายเรียกว่า “ผู้จัดการมรดก” การแต่งตั้งผู้จัดการมรดกจึงต้องดำเนินการผ่านกระบวนการยื่นคำร้องต่อศาล เรียกว่า “คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก”

คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก คือ คำร้องที่บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก เช่น ทายาทโดยธรรม คู่สมรส ผู้รับพินัยกรรม หรือเจ้าหนี้ของกองมรดก ยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

บุคคลที่มีสิทธิยื่นคำร้อง ได้แก่ ทายาทโดยธรรม ผู้รับพินัยกรรม ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม (ถ้ามี) หรือผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก ทั้งนี้ ศาลจะพิจารณาความเหมาะสมของผู้ร้องและความจำเป็นในการตั้งผู้จัดการมรดกเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองมรดกและทายาทโดยรวม

เนื้อหาสำคัญของคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก โดยทั่วไปต้องระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ตาย วันถึงแก่ความตาย ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับผู้ตาย รายชื่อทายาทที่ทราบ รวมถึงทรัพย์มรดกเท่าที่ผู้ร้องทราบ อย่างไรก็ตาม ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ได้วางหลักไว้ชัดเจนว่า กฎหมายมิได้บังคับให้คำร้องต้องระบุทรัพย์มรดกของผู้ตายทั้งหมด การไม่ระบุทรัพย์บางรายการในคำร้อง จึงไม่ถือเป็นการปิดบังทรัพย์มรดกโดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะมีพฤติการณ์แสดงเจตนาทุจริตอย่างชัดแจ้ง

เมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุสมควร ศาลจะมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ซึ่งผู้จัดการมรดกจะมีหน้าที่ตามกฎหมายในการรวบรวม ดูแล รักษา และจัดการทรัพย์มรดก รวมถึงชำระหนี้ของกองมรดก และแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทตามส่วนที่พึงได้รับ ผู้จัดการมรดกต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต รอบคอบ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองมรดก หากฝ่าฝืนหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อาจถูกเพิกถอนหรือถูกเรียกร้องความรับผิดได้

ในทางปฏิบัติ คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกมักเป็นจุดเริ่มต้นของข้อพิพาทระหว่างทายาท โดยเฉพาะในกรณีที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก หรือมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับสถานะของทรัพย์ว่าเป็นสินส่วนตัว สินสมรส หรือทรัพย์มรดกของผู้ตาย การยื่นคำร้องและการดำเนินกระบวนพิจารณาจึงควรทำด้วยความรอบคอบ มีเอกสารหลักฐานชัดเจน และปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด

โดยสรุป คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้การจัดการทรัพย์สินของผู้ตายเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ลดความขัดแย้งระหว่างทายาท และสร้างความชัดเจนในการแบ่งมรดก ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงควรเข้าใจหลักกฎหมายและแนวคำวินิจฉัยของศาล เพื่อใช้สิทธิและปกป้องประโยชน์ของตนอย่างถูกต้อง

คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

ศาล……………………………

คดีหมายเลขดำที่ …………/…………

(ถ้ามี)

ระหว่าง

นาย/นาง/นางสาว…………………………………… ผู้ร้อง

เรื่อง ขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก

ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว…………………………………… อายุ ……… ปี สัญชาติ…………… อยู่บ้านเลขที่…………………………………… ขอเรียนต่อศาลว่า

ข้อ 1

นาย/นาง/นางสาว…………………………………… ผู้ตาย เป็นบุคคลสัญชาติ…………… ได้ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่……………… ตามสำเนามรณบัตรแนบท้ายคำร้องนี้

ข้อ 2

ข้าพเจ้าเป็น……………………………………ของผู้ตาย (เช่น คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย / บุตร / พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน / ผู้รับพินัยกรรม) จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกของผู้ตาย และมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลนี้

ข้อ 3

ผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมไว้ / หรือผู้ตายได้ทำพินัยกรรมไว้ แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม (เลือกใช้ตามข้อเท็จจริง)

ข้อ 4

ขณะถึงแก่ความตาย ผู้ตายมีทรัพย์มรดก ได้แก่

1. ที่ดิน/ห้องชุด/สิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี)

2. เงินฝาก/ทรัพย์สินอื่น (ถ้ามี)

ทั้งนี้ รายการทรัพย์มรดกดังกล่าวเป็นเพียงทรัพย์ที่ผู้ร้องทราบในเบื้องต้น และอาจมีทรัพย์มรดกอื่นของผู้ตายเพิ่มเติมภายหลัง

ข้อ 5

เพื่อให้การจัดการทรัพย์มรดกของผู้ตายเป็นไปโดยเรียบร้อย ถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ของทายาททุกฝ่าย จำเป็นต้องมีผู้จัดการมรดกทำหน้าที่รวบรวม ดูแล จัดการ ชำระหนี้ และแบ่งทรัพย์มรดกของผู้ตาย

ข้อ 6

ข้าพเจ้าเป็นผู้มีความเหมาะสม ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และยินยอมรับหน้าที่เป็นผู้จัดการมรดก พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต รอบคอบ และเพื่อประโยชน์แห่งกองมรดกโดยแท้จริง

ข้อ 7

การยื่นคำร้องฉบับนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องทุกประการ

คำขอ

จึงขอศาลได้โปรดมีคำสั่งตั้ง

นาย/นาง/นางสาว……………………………………

เป็นผู้จัดการมรดกของนาย/นาง/นางสาว…………………………………… ผู้ตาย

เพื่อดำเนินการจัดการทรัพย์มรดกตามกฎหมายต่อไปด้วย

และขอศาลได้โปรดมีคำสั่งตามคำขอด้วย

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

ลงชื่อ…………………………………… ผู้ร้อง

คำร้องฉบับนี้ข้าพเจ้า...... ทนายความผู้ร้องเป็นผู้เรียงและพิมพ์




คดีมรดก ร้องศาลตั้งผู้จัดการมรดก

สิทธิทายาท & การแบ่งมรดกโดยจับฉลาก, ทายาทไม่เข้าร่วมประชุม (ฎีกา 2128/2567) article
ภาษีการรับมรดก & คำนวณมูลค่าทรัพย์สิน(ฎีกาที่ 2656/2567) article
พินัยกรรมผิดแบบเอกสารลับ ใช้เป็นพินัยกรรมธรรมดาได้หรือไม่
การอยู่กินโดยไม่จดทะเบียนสมรสกับผลทางมรดกและพินัยกรรม(ฎีกา 2102/2551)
สิทธิทายาทเพิกถอนการโอนที่ดินมรดกและอายุความฟ้องคดี(ฎีกาที่ 5689/2552)
การตายพร้อมกันและผู้ไม่สมควรรับมรดก แนวคำพิพากษาศาลฎีกา(ฎีกา 358/2554)
บุตรบุญธรรมฟ้องแบ่งมรดก | ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์โดยมิชอบ(ฎีกา 1276/2558)
ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด(ฎีกา 6532/2562)
การตั้งผู้จัดการมรดกร่วมเมื่อผู้จัดการมรดกถึงแก่ความตาย(ฎีกาที่ 4769/2566)
ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองได้เพียงใด และผลต่อบุคคลภายนอกโดยสุจริต(ฎีกา 4887/2566)
เงินฌาปนกิจศพต้องหักกับค่าจัดการศพหรือไม่,หนี้กองมรดก, (ฎีกา 5043/2566)
สิทธิขอกันส่วนเงินขายทอดตลาด (ฎีกา 638/2567)
พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง & ความสามารถผู้ทำพินัยกรรม(ฎีกา 6522/2561)
ผู้จัดการมรดกยักยอกเงิน & จัดการที่ดินมรดก (ฎีกา 1543/2568)
สัญญาประนีประนอม & สิทธิผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก (ฎีกา 3001/2568)
วิเคราะห์ผู้จัดการมรดกจำนองที่ดิน ทุจริต,กองมรดก, ทายาท,(ฎีกา 5902/2567)
อำนาจผู้จัดการมรดกร่วม & ฟ้องเรียกทรัพย์, มาตรา 1726, (ฎีกา 2628/2567)
คดีมรดก อายุความมรดก 10 ปี, สิทธิทายาท, แบ่งมรดก, (ฎีกา 9992/2560)
บังคับแบ่งมรดก & เพิกถอนโอน,ผู้จัดการมรดก, (ฎีกา 3886/2566)
(ฎีกาที่ 3681/2567) : อำนาจผู้จัดการมรดกร่วมในการฟ้องเรียกทรัพย์สินคืนสู่กองมรดก
(ฎีกาที่ 8200/2567) เพิกถอนโฉนดที่ดินและการจัดการมรดก: การบังคับคดีและผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4043/2567 การตั้งผู้จัดการมรดกและการคัดค้านสิทธิของทายาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567: พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ความสมบูรณ์และผลทางกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5560/2567: มรดกไม่มีทายาทตกเป็นของแผ่นดิน และสิทธิเรียกร้องส่วนแบ่งเงินฝาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2567: การเพิกถอนพินัยกรรมและหลักเกณฑ์ความชอบด้วยกฎหมายของอุทธรณ์
โจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกได้รับรองแล้ว(ฎีกา 7272/2562)
ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์มรดกและความรับผิดตามกฎหมาย(ฎีกาที่ 416/2563)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563: การโอนมรดกและอำนาจผู้จัดการมรดก
สรุปคดีมรดก & เพิกถอนโอนที่ดิน,เพิกถอนนิติกรรม,(ฎีกา 1028/2564)
สิทธิรับมรดก ทายาทโดยธรรม & สินสมรส(ฎีกา 755/2565)
การจัดการมรดกไม่ชอบไม่อาจถือว่าการจัดการมรดกสิ้นลงแล้ว
ทายาทฟ้องทายาทให้แบ่งทรัพย์มรดก สิทธิฟ้องแบ่งมรดกเมื่อพ้นอายุความ
พินัยกรรมของผู้ตายที่ห้ามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตกเป็นโมฆะ, ข้อห้ามในพินัยกรรมเป็นโมฆะ, ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
ถอนผู้จัดการมรดก, การปันมรดกเสร็จสิ้นแล้ว, การจัดการศาลจ้าวไม่เป็นมรดก, ศาลจ้าวใต้เซียฮุดโจ๊วเป็นกุศลสถาน
ที่ดินของรัฐ มรดกของผู้ตาย, ที่ดินนิคมสหกรณ์, สิทธิทำประโยชน์ในที่ดิน, สิทธิเหนือพื้นดิน, การเพิกถอนโฉนดที่ดิน,
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทในกองมรดก, การเพิกถอนนิติกรรมในทรัพย์มรดก, การขายทรัพย์มรดกเพื่อชำระหนี้, ผู้จัดการมรดกกับสิทธิและหน้าที่
มรดกตกทอด, การเพิกถอนการสละมรดก, อายุความในการฟ้องคดีมรดก, สิทธิเรียกร้องแทนลูกหนี้
หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ในเงินทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ไม่ถือเป็นพินัยกรรม, เงินสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์, สิทธิผู้รับโอนประโยชน์ในเงินสงเคราะห์
นิติกรรมซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว, คดีมรดกที่ดินของคนต่างด้าว, อายุความคดีมรดก, การยักยอกทรัพย์มรดก
พินัยกรรมยกมรดกให้พี่น้องร่วมบิดามารดา, สิทธิของผู้สืบสันดานในการรับมรดกแทนที่, การฟ้องเรียกค่าเช่าจากทรัพย์สินมรดก
การกำจัดทายาทมิให้รับมรดก, สิทธิรับมรดกของผู้สืบสันดานเมื่อทายาทถูกกำจัด, การเพิกถอนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดก
เพิกถอนโอนมรดก & สิทธิทายาท (ฎีกา 1023/2566)
ผู้จัดการมรดกและการโอนทรัพย์มรดก, พินัยกรรมด้วยวาจา ป.พ.พ. มาตรา 1663, การครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาท
สิทธิทายาทในมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง, ทายาทตายก่อนแบ่งมรดก, รับมรดกแทนที่ มาตรา 1639,
สิทธิการฟ้องขอแบ่งมรดกของทายาท, การเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินมรดก, สินสมรสหลังคู่สมรสเสียชีวิต
สัญญาประกันชีวิต, สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก, ผู้ทำประกันชีวิตและผู้รับผลประโยชน์ตายพร้อมกัน
การจัดการหนี้สินในกองมรดก, สิทธิของเจ้าหนี้กองมรดก, ที่ดินมรดกและการบังคับคดี
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนมรดก
ผู้จัดการมรดกปฏิบัติผิดหน้าที่-ทายาทผู้มีสิทธิฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้
ผู้จัดการมรดกร่วมถึงแก่ความตายต้องทำอย่างไร, ฟ้องซ้อน คืออะไร, แต่งตั้งผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพียงทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไป
การจัดการทรัพย์มรดกในฐานะผู้จัดการมรดกตามหน้าที่ที่จำเป็น
ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน ผู้มีส่วนได้เสีย
สามีไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดการมรดกได้
ทรัพย์มรดกยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาททุกคน-การจัดการทรัพย์มรดกยังไม่เสร็จสิ้น
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มีผลอย่างไร?
ฟ้องผู้จัดการมรดกนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงเกินห้าปีขาดอายุความ
ผู้จัดการมรดกไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลถูกเพิกถอนได้
อายุความคดีมรดก เจ้าหนี้ฟ้องคดีมรดกเกินหนึ่งปี
คดีของโจทก์ขาดอายุความการจัดการมรดก
บุตรนอกกฎหมายซึ่งผู้ตายรับรองแล้วเป็นผู้สืบสันดาน
มารดาขายที่ดินซึ่งผู้เยาว์มีส่วนแบ่งไม่ต้องขอศาล
นายอำเภอคือผู้มีอำนาจจัดทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ความรับผิดของผู้จัดการมดกภายหลังการเสียชีวิต
ผู้จัดการมรดกร่วมนำทรัพย์มรดกหาประโยชน์แก่ตน
ผู้สืบสันดาน คือใคร? ต่างกับทายาท อย่างไร?
คู่สมรสและการแบ่งมรดกของคู่สมรส | การสมรสเป็นโมฆะ
อายุความคดีมรดก และอายุความเกี่ยวกับการจัดการมรดก
(ฎีกา 2150/2561) – สิทธิร้องถอนผู้จัดการมรดกก่อนปันมรดก(ฎีกา 2150/2561)
การปันมรดกเสร็จสิ้นลงแล้วการถอนผู้จัดการมรดกย่อมพ้นกำหนดเวลา
สามีมิได้จดทะเบียนสมรสไม่ถือเป็นทายาทของภริยาผู้ตาย
อำนาจหน้าที่จัดการศพพระภิกษุผู้มรณภาพไม่มีทรัพย์สิน
สามีไม่จดทะเบียนสมรสขอถอนผู้จัดการมรดก มีกรรมสิทธิ์รวม
ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก
อำนาจฟ้องขอแบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตาย
ทายาททุกคนมอบหมายให้ครอบครองที่ดินแทนทายาททุกคนเพื่อประโยชน์ร่วม
ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนตามมาตรา 1300
ทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์มรดกตามส่วนที่จะพึงได้
สิทธิรับมรดกที่ยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาห้ามยกเป็นข้อต่อสู้ผู้รับโอนโดยสุจริต
ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมซึ่งตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก
ฟ้องขอให้แบ่งทรัพย์มรดกเมื่อล่วงพ้นกำหนดอายุความแล้ว
ผู้คัดค้านไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการขอจัดการมรดก
ทายาทมีส่วนเท่ากันออกค่าใช้จ่ายจัดการทำศพ
ความเหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกแทนทายาทอื่น
สิทธิของบิดาไม่ชอบด้วยกฎหมายในการรับมรดกของบุตรนอกกฎหมาย
หนังสือสัญญาแบ่งมรดกตกเป็นโมฆะหรือไม่?
อำนาจและหน้าที่ในการจัดการทำศพและลำดับก่อนหลัง
พินัยกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อน
ผู้จัดการมรดกฟ้องแทนทายาทโดยธรรมอื่น
คู่สมรสที่จดทะเบียนหย่าแล้วเป็นผู้จัดการมรดกได้หรือไม่
การสละมรดกมีผลย้อนหลังไปถึงเวลาเจ้ามรดกตายจึงขาดความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
แม้กองมรดกมีผู้จัดการมรดกแล้วทายาทก็ยังมีสิทธิฟ้อง
พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองไม่ได้ทำต่อหน้าพยานตกเป็นโมฆะ
บุตรนอกสมรสและบิดานอกกฎหมายมีสิทธิรับมรดกต่อกันอย่างไร
ผู้จัดการมรดก | ทายาทผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก
ผู้จัดการมรดกเรียกให้เจ้าของรวมส่งมอบโฉนดที่ดิน
การจัดการมรดกยังไม่สิ้นสุดลงอายุความ 5 ปียังไม่เริ่มนับ
สิทธิรับมรดกก่อนหลัง