ReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ




ข้อ 2. การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัย

 

 

ข้อ 2. นายสมชาย ทำสัญญาซื้อไก่พันธุ์พิเศษที่เพาะเลี้ยงจากฟาร์มไก่ของนายพินิจ เท่านั้นจำนวน 1,000 ตัว ในราคา 50,000 บาท โดยวางเงินมัดจำไว้ 5,000 บาท ตกลงจะมีการส่งมอบและชำระราคาที่เหลือในอีก 1 เดือน ก่อนวันส่งมอบประมาณ 1 สัปดาห์ ปรากฏว่ามีโรคไข้หวัดนกระบาดเข้าไปถึงท้องที่ฟาร์มไก่ของนายพินิจ เป็นเหตุให้ไก่ที่นายพินิจ เลี้ยงอยู่ประมาณ 10,000 ตัว ตายไปประมาณครึ่งหนึ่ง ทางการได้ประกาศให้ท้องที่ดังกล่าวเป็นเขตไข้หวัดนกระบาดและมีคำสั่งให้นำไก่ในเขตนั้นไปทำลายโดยเร็ว ครั้นถึงวันส่งมอบไก่ นายพินิจ ไม่ส่งมอบไก่แก่นายสมชาย แต่ขอให้นายสมชาย ชำระราคาที่เหลือ นายสมชายไม่ยอมชำระราคาไก่ที่เหลือ และเรียกร้องให้นายพินิจ คืนเงินมัดจำและชดใช้ค่าเสียหายที่นายสมชาย ไม่ได้กำไรจากการซื้อขายครั้งนี้ 10,000 บาท


ให้วินิจฉัยว่า นายพินิจมีสิทธิเรียกร้องราคาไก่ที่เหลือจากนายสมชายหรือไม่ และนายพินิจต้องรับผิดต่อนายสมชายหรือไม่ เพียงใด

 

 


ธงคำตอบ

 

 


สัญญาซื้อขายไก่เป็นสัญญาต่างตอบแทน แต่เมื่อยังไม่มีการคัดเลือกไก่ จึงมิใช่สัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 370 และมาตรา 371 เมื่อก่อนส่งมอบมีโรคไข้หวัดนกระบาดเข้าไปในฟาร์มไก่ของนายพินิจ และทางการได้มีคำสั่งให้นำไก่ในเขตนั้นไปทำลายแล้ว กรณีจึงเป็นเรื่องการชำระหนี้ของลูกหนี้
ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุที่โทษลูกหนี้ในสัญญาต่างตอบแทนไม่ได้ ลูกหนี้ย่อมหลุดพ้นจากหนี้นั้นตามมาตรา 219 วรรคหนึ่ง และขณะเดียวกันลูกหนี้ย่อมไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตอบแทนตามมาตรา 372 วรรคหนึ่ง ดังนั้น นายพินิจ ไม่จำต้องส่งมอบไก่แก่นายสมชาย และนายพินิจ ไม่มีสิทธิเรียกร้องราคาไก่ที่เหลือจากนายสมชาย
แต่นายพินิจ ต้องคืนเงินมัดจำ 5,000 บาท แก่นายสมชาย และกรณีนี้ถือว่าการชำระหนี้ของนายพินิจ ตกเป็นพ้นวิสัย เพราะเหตุอันจะโทษนายพินิจ ไม่ได้ นายพินิจ มิได้เป็นฝ่ายที่ผิดสัญญา นายสมชาย จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเนื่องจากขาดกำไรจากนายพินิจ

 

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

 

มาตรา 370 " ถ้าสัญญาต่างตอบแทนมีวัตถุที่ประสงค์เป็นการก่อให้เกิดหรือโอนทรัพยสิทธิในทรัพย์เฉพาะสิ่งและทรัพย์นั้นสูญหรือเสียหายไปด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษลูกหนี้มิได้ไซร้ ท่านว่าการสูญหรือเสียหายนั้นตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้

ถ้าไม่ใช่ทรัพย์เฉพาะสิ่ง ท่านให้ใช้บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้บังคับแต่เวลาที่ทรัพย์นั้นกลายเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งตามบทบัญญัติแห่ง มาตรา 195 วรรคสองนั้นไป "

 

 

มาตรา 371 "บทบัญญัติที่กล่าวมาในมาตราก่อนนั้น ท่านมิให้ใช้บังคับถ้าเป็นสัญญาต่างตอบแทนมีเงื่อนไขบังคับก่อนและทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งสัญญานั้นสูญหรือทำลายลงในระหว่างที่เงื่อนไขยังไม่สำเร็จ

ถ้าทรัพย์นั้นเสียหายเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษเจ้าหนี้มิได้และเมื่อเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้วเจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้ โดยลดส่วนอันตนจะต้องชำระหนี้ตอบแทนนั้นลงหรือเลิกสัญญานั้นเสียก็ได้แล้วแต่จะเลือกแต่ในกรณีที่ต้นเหตุเสียหายเกิดเพราะฝ่ายลูกหนี้นั้นท่านว่าหากระทบกระทั่งถึงสิทธิของเจ้าหนี้ที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทนไม่"

 

มาตรา 219 "ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้ และซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบนั้นไซร้ท่านว่าลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้น

ถ้าภายหลังที่ได้ก่อหนี้ขึ้นแล้วนั้นลูกหนี้กลายเป็นคนไม่สามารถจะชำระหนี้ได้ไซร้ ท่านให้ถือเสมือนว่าเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้การชำระหนี้ตกเป็นอันพ้นวิสัยฉะนั้น "

 

 

มาตรา 372 "นอกจากกรณีที่กล่าวไว้ในสองมาตราก่อน ถ้าการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใดก็ไม่ได้ไซร้ ท่านว่าลูกหนี้หามีสิทธิจะรับชำระหนี้ตอบแทนไม่

ถ้าการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษเจ้าหนี้ได้ ลูกหนี้ก็หาเสียสิทธิที่จะรับชำระหนี้ตอบแทนไม่ แต่ว่าลูกหนี้ได้อะไรไว้เพราะการปลดหนี้ก็ดีหรือใช้คุณวุฒิความสามารถของตนเป็นประการอื่นเป็นเหตุให้ได้อะไรมาหรือแกล้งละเลยเสียไม่ขวนขวายเอาอะไรที่สามารถจะทำได้ก็ดี มากน้อยเท่าไร จะต้องเอามาหักกับจำนวนอันตนจะได้รับชำระหนี้ตอบแทน วิธีเดียวกันนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณีที่การชำระหนี้อันฝ่ายหนึ่งยังค้างชำระอยู่นั้นตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายนั้นมิต้องรับผิดชอบในเวลาเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งผิดนัดไม่รับชำระหนี้ "

 

 

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

 

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1074/2546

 

การที่โจทก์ส่งมอบข้าวเปลือกของโจทก์ให้จำเลยสีเป็นข้าวสารแล้วส่งคืนข้าวสารแก่โจทก์ โดยโจทก์ให้ค่าตอบแทนแก่จำเลยเป็นปลายข้าวและรำข้าว ถือเป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่ง เมื่อขณะที่ไฟไหม้โรงสีไม่มีข้าวเปลือกแล้วมีแต่ข้าวสาร แสดงว่าข้าวสารที่จำเลยจะต้องส่งมอบแก่โจทก์เป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งแล้ว เมื่อที่จำเลยไม่สามารถส่งมอบข้าวสารให้แก่โจทก์ได้เนื่องมาจากไฟไหม้โรงสีของจำเลย โดยไม่ปรากฏว่าเกิดจากการกระทำของผู้ใดจึงถือไม่ได้ว่าเหตุที่เกิดไฟไหม้โรงสีนั้นเนื่องมาจากพฤติการณ์ที่จำเลยต้องรับผิดชอบ การชำระหนี้ของจำเลยด้วยการส่งมอบข้าวสารแก่โจทก์ย่อมกลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 วรรคหนึ่ง

การส่งข้าวเปลือกให้จำเลยจะทยอยส่งเป็นงวด โดยกำหนดให้จำเลยสีข้าวเปลือกให้เสร็จตามระยะเวลา แต่ไม่ปรากฏว่าเมื่อจำเลยสีข้าวเปลือกเสร็จแล้วจะต้องส่งมอบข้าวสารแก่โจทก์เมื่อใด โจทก์ก็มิได้ทวงถามให้จำเลยส่งมอบข้าวสารที่สีเสร็จแล้วแก่โจทก์และกลับได้ความว่า ในการส่งข้าวสารคืนโจทก์นั้นต้องรอคำสั่งจากโจทก์ว่าจะให้ส่งไปจำนวนเท่าใด เมื่อโจทก์ไม่ได้เรียกให้จำเลยส่งมอบข้าวสารแก่โจทก์แล้ว จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัดในการส่งมอบข้าวสารแก่โจทก์อันจะต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 217

 

 

 

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2541 ถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2541โจทก์ส่งมอบข้าวเปลือกจำนวน 94,9887 กิโลกรัม ให้แก่จำเลยเพื่อนำไปสีเป็นข้าวสารต่อมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2542 ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2542 จำเลยส่งมอบข้าวสารรวม112 กระสอบ คิดเป็นน้ำหนัก 12,200 กิโลกรัม หลังจากนั้นจำเลยส่งมอบข้าวสารส่วนที่เหลือแก่โจทก์คิดเป็นเงิน 73,275 บาท จำเลยส่งข้าวสารไม่ครบ คิดเป็นเงิน222,461 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 243,944.62 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 222,461 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดเพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยไม่สามารถป้องกันได้ โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวให้จำเลยคืนข้าวสารความเสียหายที่โจทก์ได้รับไม่เกิน 20,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยสีข้าวเปลือกเป็นข้าวสารโดยโจทก์ให้ค่าตอบแทนเป็นปลายข้าวและรำข้าว เมื่อสีข้าวเสร็จแล้วจำเลยจะเก็บข้าวสารไว้ที่โรงสีของจำเลยและทยอยส่งให้แก่โจทก์ตามเวลาที่โจทก์กำหนด ระหว่างวันที่ 22 มกราคม 2541 ถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2541 โจทก์ส่งมอบเปลือกแก่จำเลยรวมจำนวน 94,987 กิโลกรัม จำเลยสีเป็นข้าวสารและส่งมอบให้แก่โจทก์แล้ว 112 กระสอบ หนัก 11,200 กิโลกรัม ต่อมาเกิดไฟไหม้โรงสีข้าวของจำเลย หลังจากนั้นจำเลยส่งมอบข้าวสารที่เหลือจากไฟไหม้ให้แก่โจทก์อีกคิดเป็นเงิน73,275 บาท ยังเหลือข้าวสารที่จำเลยไม่ส่งมอบแก่โจทก์คิดเป็นเงิน 222,461 บาทมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาประการแรกว่า การที่จำเลยส่งมอบข้าวสารไม่ได้เป็นเหตุสุดวิสัยซึ่งจำเลยไม่ต้องรับผิดหรือไม่ในประเด็นนี้จำเลยกล่าวอ้างว่า การที่จำเลยส่งมอบข้าวสารไม่ได้เป็นเหตุสุดวิสัย ดังนั้นภาระการพิสูจน์ในปัญหานี้จึงตกแก่จำเลย โดยจำเลยอ้างตนเองว่าเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2541 เวลา 22นาฬิกา ขณะที่จำเลยกำลังนอนหลับอยู่ที่บ้านได้เกิดไฟไหม้โรงสีจนกระทั่งเวลา 2 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้นไฟจึงสงบ เจ้าพนักงานตำรวจบอกจำเลยว่ากรณีไฟไหม้โรงสีของจำเลยนั้นหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ ตามรายงานการสอบสวนเอกสารหมาย ล.1 ขณะเกิดไฟไหม้โรงสีข้าวเปลือกคงมีแต่ข้าวสาร การที่โจทก์ส่งมอบข้าวเปลือกของโจทก์ให้จำเลยสีเป็นข้าวสารแล้วส่งคืนข้าวสารแก่โจทก์ โดยโจทก์ให้ค่าตอบแทนแก่จำเลยเป็นปลายข้าวและรำข้าว ถือเป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่ง ซึ่งจำเลยมีหน้าที่ตามสัญญาที่จะต้องนำข้าวเปลือกจำนวนที่ได้รับมอบหมายจากโจทก์อันกำหนดเอาไว้แน่นอนมาดำเนินการสีเป็นข้าวสารแล้วส่งมอบให้แก่โจทก์ เมื่อขณะที่ไฟไหม้โรงสีไม่มีข้าวเปลือกแล้วมีแต่ข้าวสารดังนี้แสดงว่าข้าวสารที่จำเลยจะต้องส่งมอบแก่โจทก์นั้นเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งแล้ว เมื่อการที่จำเลยไม่สามารถส่งมอบข้าวสารดังกล่าวให้แก่โจทก์ได้ เป็นเหตุเนื่องมาจากไฟไหม้โรงสีของจำเลยทำให้ข้าวสารดังกล่าวเสียหาย ทั้งเหตุที่ไฟไหม้ดังกล่าวนั้นได้ความจากคำเบิกความของจำเลยประกอบกับรายงานการสอบสวนเอกสารหมาย ล.1 ว่า ไม่ปรากฏว่าเกิดจากการกระทำของผู้ใด และเจ้าพนักงานตำรวจไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้แต่อย่างใดจึงถือไม่ได้ว่าเหตุที่เกิดไฟไหม้โรงสีนั้นเนื่องมาจากพฤติการณ์ที่จำเลยต้องรับผิดชอบ ดังนั้นการชำระหนี้ของจำเลยด้วยการส่งมอบข้าวสารแก่โจทก์นั้นย่อมกลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ตามบทบัญญัติมาตรา 219 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อไปมีว่าจำเลยผิดนัดในการส่งมอบข้าวสารและจะต้องรับผิดแม้การชำระหนี้จะกลายเป็นพ้นวิสัยด้วยหรือไม่ โจทก์อ้างว่าในการส่งข้าวเปลือกไปให้จำเลยนั้นจะทยอยส่งเป็นงวด โดยกำหนดให้จำเลยสีข้าวเปลือกให้เสร็จตามระยะเวลา แต่ตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าเมื่อจำเลยสีข้าวเปลือกเสร็จแล้วจะต้องส่งมอบข้าวสารแก่โจทก์เมื่อใดและทั้งไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยส่งมอบข้าวสารที่สีเสร็จแล้วแก่โจทก์เมื่อใด และทั้งปรากฏว่าโจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยส่งมอบข้าวสารที่สีเสร็จแล้วแก่โจทก์เลยด้วย และกลับได้ความจากคำเบิกความของจำเลยว่า ในการส่งข้าวสารคืนโจทก์นั้นต้องรอคำสั่งจากโจทก์ว่าจะให้ส่งไปจำนวนเท่าใด เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เรียกให้จำเลยส่งมอบข้าวสารแก่โจทก์แล้ว จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัดในการส่งมอบข้าวสารแก่โจทก์อันจะต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 217 จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้อง"

พิพากษายืน

( โนรี จันทร์ทร - พินิจ เพชรรุ่ง - ทวีวัฒน์ แดงทองดี )

 

 

หมายเหตุ

 

โจทก์จ้างจำเลยสีข้าวเปลือกของโจทก์เป็นข้าวสาร จำเลยมีหนี้ต้องส่งมอบข้าวสารที่สีเสร็จแล้วคืนโจทก์ การที่จำเลยไม่สามารถส่งข้าวสารให้โจทก์ได้ เพราะเกิดเพลิงไหม้โรงสีข้าวทำให้ข้าวสารถูกไฟไหม้ ถือว่าการชำระหนี้เป็นพ้นวิสัยแต่มิได้เกิดจากพฤติการณ์ที่จำเลยต้องรับผิดชอบ จำเลยจึงหลุดพ้นจากหนี้ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าข้าวเปลือกหรือข้าวสารนั้นเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งหรือไม่เพราะข้าวเปลือกหรือข้าวสารนั้นเป็นของโจทก์ทั้งสิ้น มิใช่ข้าวเปลือกหรือข้าวสารเป็นของจำเลยที่จะต้องโอนกรรมสิทธิ์ส่งมอบให้โจทก์ ที่จะถือว่าการชำระหนี้เป็นพ้นวิสัยก็ต่อเมื่อเป็นทรัพย์เฉพาะสิ่งแล้ว มิฉะนั้นจำเลยต้องหาข้าวสารจากที่อื่นมาส่งมอบ ทั้งกรณีดังกล่าวไม่ต้องพิจารณาด้วยว่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนหรือไม่ ที่ศาลฎีกาวินิจฉัยในเรื่องทรัพย์เฉพาะสิ่งและสัญญาต่างตอบแทนไว้ด้วยน่าจะไม่ใช่ข้อสำคัญ

ไพโรจน์ วายุภาพ

http://www.deka2007.supremecourt.or.th/deka/web/docdetail.jsp

 




การสอบเนติบัณฑิต ภาคหนึ่ง สมัยที่ 57 ปีการศึกษา 2547 (วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์)

ข้อ 1. ทางจำเป็น สิ้นความจำเป็น ทางจำเป็นไม่ใช่ทรัพยสิทธิ
ข้อ 3. ค่าสินไหมทดแทนอันมิใช่ตัวเงิน
ข้อ 4. การเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือฟ้องขับไล่ไม่ต้องบอกกล่าวก่อน
ข้อ 5. ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด
ข้อ 6. ผู้ทรงสิ้นสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สลักหลัง
ข้อ 7. ใช้เงินค่าหุ้นโดยหักกลบลบหนี้
ข้อ 8 ค่าทดแทนสัญญาหมั้นไม่โอนแก่กันได้
ข้อ 9. ความเสียหายที่ผู้ขนส่งหรือผู้ขนส่งอื่นต้องรับผิด
ข้อ 10. ชื่อทางภูมิศาสตร์ที่ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ



Copyright © 2011 All Rights Reserved.

สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ ตั้งอยู่เลขที่ 34/159 หมู่ 8 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 ติดต่อทนายความ 085 960 4258 สำนักงาน โทร. 02 -984 4258 แฟกซ์ 02 984 4204 สำหรับแผนที่การเดินทาง กรุณาคลิ๊กที่ "ที่ตั้งสำนักงาน" ด้านบนสุด ทนายความ ทนาย สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ ปรึกษากฎหมายกับทนายความลีนนท์ โทรเลย ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ