ReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ




ขอเปิดทางจำเป็น ทางสาธารณะมีระดับสูงกว่ามาก

                 

เจ้าของที่ดินเคยใช้ลำห้วยออกสู่ถนนสาธารณะ ต่อมาถนนสาธารณะได้มีการลาดยางและยกระดับสูงในระดับศีรษะ ลำห้วยมีความลึก 1 เมตร มีสภาพแห้งไม่มีน้ำ เวลาฝนตนมีน้ำขังแต่ไม่นานจึงใช้สัญจรตามปกติไม่สะดวก กรณีถือว่า มีทางออกได้แต่มีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะมีระดับสูงกว่ากันมากขวางอยู่ ดังนั้นจึงถือว่าที่ดินแปลงนี้มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้จึงขอให้เปิดทางจำเป็นได้

                คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2861/2549


แม้แต่เดิมโจทก์ใช้ลำห้วยหนองแสงที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินโจทก์จำเลยเข้าออกสู่ถนนสาธารณะซึ่งอยู่ทางด้านทิศใต้ แต่เมื่อในภายหลังได้มีการราดยางและยกระดับถนนสาธารณะสูงขึ้นจนสูงระดับศีรษะ ทำให้โจทก์ใช้ลำห้วยหนองแสงเป็นทางเข้าออกได้ลำบาก เนื่องจากตามปกติลำห้วยหนองแสงซึ่งลึกประมาณ 1 เมตร มีสภาพแห้งไม่มีน้ำ เวลาฝนตกจึงจะมีน้ำขัง แต่เป็นเวลาไม่นานก็จะแห้งอีก ไม่อาจใช้สัญจรไปมาตามปกติได้ ลำห้วยหนองแสงจึงไม่มีสภาพเป็นทางสาธารณะ เมื่อพิจารณาสภาพของลำห้วยหนองแสงในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ต่ำปละลึกไม่สะดวกที่โจทก์จะใช้เป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะที่มีระดับสูงกว่ามากเช่นนี้ จึงเป็นกรณีที่ดินโจทก์มีทางออกได้ แต่มีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงกว่ากันมากขวางอยู่ตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคสอง และต้องบังคับตามความในมาตรา 1349 วรรคหนึ่ง โดยถือว่าที่ดินโจทก์มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ โจทก์ย่อมมีสิทธิผ่านทางพิพาทในที่ดินจำเลยซึ่งเป็นทางที่จำเลยจะเสียหายน้อยที่สุดเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้ ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็น

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเปิดทางภาระจำยอมและทางจำเป็นกว้างประมาณ 4 เมตร ยาวตลอดแนวจากที่ดินของโจทก์สู่ทางสาธารณประโยชน์ประมาณ 10 เมตร ห้ามจำเลยปิดกั้นทางพิพาทอีกต่อไป และให้จำเลยไปจดทะเบียนทางภาระจำยอมให้แก่โจทก์ หากไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง
               ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ทางพิพาทกว้าง 2.5 เมตร ยาวประมาณ 10 เมตร จากด้านทิศตะวันตกของที่ดินโฉนดเลขที่ 17655 ตำบลเซเป็ด อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ของจำเลยซึ่งขนานกับลำห้วยหนองแสงจนถึงทางสาธารณเป็นทางจำเป็นสำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 8323 ของโจทก์ กับให้จำเลยรื้อถอนกอไผ่ที่ปิดกั้นทางพิพาทออกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
               จำเลยฎีกา

               ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่าที่ดินโจทก์โฉนดเลขที่ 8323 ตำบลเซเป็ด อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ทางด้านทิศเหนือและติดกับที่ดินจำเลยโฉนดเลขที่ 17655 ตำบลเซเป็ด อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี สำหรับทางด้านทิศใต้ของที่ดินจำเลยมีถนนซึ่งเป็นทางสาธารณะและทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินโจทก์จำเลยเป็นลำห้วยหนองแสง ทางพิพาทยาวประมาณ 10 เมตร อยู่ในที่ดินจำเลย มีแนวจากทางด้านทิศเหนือไปทางทิศใต้และอยู่ติดลำห้วยหนองแสง เป็นทางที่โจทก์สามารถใช้เป็นทางเข้าออกจากที่ดินโจทก์สู่ทางสาธารณะทางด้านทิศใต้ ส่วนที่ดินโจทก์ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกไม่มีทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะ

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยมีว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ จำเลยฎีกาอ้างว่า โจทก์ไม่เคยใช้ทางพิพาทเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ แต่โจทก์ใช้ลำห้วยหนองแสงเข้าออกสู่ถนนสาธารณะแทน ทางพิพาทจึงมิใช่ทางจำเป็น ข้อเท็จจริงได้ความจากตัวโจทก์ว่า แต่เดิมถนนสาธารณะเป็นถนนดิน ต่อมาทำเป็นถนนลูกรัง จนปัจจุบัน (หมายถึงตั้งแต่ปี 2542) เป็นถนนราดยาง ในสมัยที่ถนนสาธารณะเป็นถนนดิน โจทก์เข้าออกจากที่ดินโจทก์สู่ถนนสาธารณะโดยผ่านร่องน้ำ (หมายถึงผ่านทางลำห้วยหนองแสง) และเมื่อปรับปรุงถนนเป็นถนนดินแล้วโจทก์ยังคงเข้าออกสู่ถนนสาธารณะโดยผ่านลำห้วยหนองแสง ครั้งปัจจุบันถนนลาดยางทำให้ระดับถนนสูงขึ้น โจทก์เข้าออกสู่ถนนสาธารณะลำบาก เนื่องจากลำห้วยหนองแสงตามปกติถ้าฝนไม่ตกลำห้วยจะแห้งไม่มีน้ำ และลึกประมาณแค่เอว ในเรื่องนี้จำเลยเบิกความว่า แต่เดิมถนนสาธารณะมีระดับต่ำ ครั้นเมื่อทำถนนใหม่เสร็จ ในปี 2542 ถนนมีความสูงระดับศีรษะ ทำให้โจทก์ที่เดินเข้าออกจากที่นาของโจทก์สู่ถนนสาธารณะโดยผ่านลำห้วยหนองแสงซึ่งปกติจะไม่มีน้ำ และลึกราว 1 เมตร ยากลำบากขึ้น เห็นว่า แม้แต่เดิมโจทก์ใช้ลำห้วยหนองแสงที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินโจทก์จำเลยเข้าออกสู่ถนนสาธารณะ ซึ่งอยู่ทางด้านทิศใต้ดังข้อฎีกาจำเลย แต่เมื่อในภายหลังได้มีการราดยางและยกระดับถนนสาธารณะสูงขึ้นจนสูงระดับศีรษะ ทำให้โจทก์ใช้ลำห้วยหนองแสงเป็นทางเข้าออกได้ลำบาก เนื่องจากตามปกติลำห้วยหนองแสงซึ่งลึกประมาณ 1 เมตร มีสภาพแห้งไม่มีน้ำเวลาฝนตกจึงจะมีน้ำขัง แต่เป็นเวลาไม่นานก็จะแห้งอีก ไม่อาจใช้สัญจรไปมาตามปกติได้ ลำห้วยหนองแสง จึงไม่มีสภาพเป็นทางสาธารณะดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยมา เมื่อพิจารณาสภาพของลำห้วยหนองแสงในปัจจุบันซึ่งอยู่ต่ำและลึกไม่สะดวกที่โจทก์จะใช้เป็นทางเข้าออก สู่ถนนสาธารณะที่มีระดับสูงกว่ามากเช่นนี้ จึงเป็นกรณีที่ดินโจทก์มีทางออกได้ แต่มีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงกว่ากันมากขวางอยู่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรคสอง และต้องบังคับตามความในมาตรา 1349 วรรคหนึ่ง โดยถือว่าที่ดินโจทก์มีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ โจทก์ย่อมมีสิทธิผ่านทางพิพาทในที่ดินจำเลยซึ่งเป็นทางที่จำเลยจะเสียหายน้อยที่สุดเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้ ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็นดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยมาฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยฎีกาต่อมาว่า ภายหลังจากมีการปรับปรุงถนนสาธารณะทางด้านทิศใต้ของที่ดินโจทก์จำเลยจนมีระดับสูงกว่าเดิมแล้ว ทางการได้ปรับปรุงถนนอีกฝั่งหนึ่งของลำห้วยหนองแสงอยู่ตรงข้ามที่ดินโจทก์จำเลยเพื่อเชื่อมกับถนนสาธารณะ ถนนดังกล่าวกว้างประมาณ 5 เมตร ยาวประมาณ 400 เมตร จากถนนดังกล่าว สามารถใช้รถเข็นผ่านลำห้วยหนองแสงเข้าสู่ที่ดินโจทก์ ได้มีชาวบ้านใช้เส้นทางถนนใหม่นี้ราว 13 ราย โจทก์สามารถใช้ถนนนี้ได้เช่นกันแม้ระยะทางไกลแต่ก็สะดวกสบาย โจทก์ไม่จำต้องใช้ทางพิพาทต่อไป ทางพิพาทจึงไม่ใช่ทางจำเป็นนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ทั้งมิได้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้”
                 พิพากษายืน
             ( สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ - สมศักดิ์ เนตรมัย - สุรศักดิ์ สุวรรณประกร )
____________________________________
ปรึกษากฎหมาย  ปรึกษาทนายความ ลีนนท์ 084 130 2058  *  www.lawyerleenont.com   *   สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ




ครอบครองปรปักษ์/ภาระจำยอม/ทางจำเป็น

ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 2-(ต่อ)
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 3-(ต่อ)
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 4-(ต่อ)
ยึดถือที่ดินเพื่อตนกับมีชื่อในทะเบียนสิทธิใดดีกว่า?
ครอบครองโดยสำคัญผิดได้กรรมสิทธิ์โดยปรปักษ์หรือไม่?
ค่าทดแทนทางจำเป็นและท่อระบายน้ำสายไฟฟ้า
การใช้สิทธิวางท่อน้ำ,สายไฟฟ้าในที่ดินของผู้อื่น
จดภาระจำยอมให้แค่เดินผ่านแต่ปลูกสร้างหลังคาและวางของขาย
เจ้าของที่ดินมีสิทธิสร้างแผงร้านค้าบนทางภาระจำยอมหรือไม่?
การครอบครองปรปักษ์ขาดตอนเมื่อเปลี่ยนเจ้าของ
ภาระจำยอมที่เกิดจากการจัดสรรที่ดินขาย
ใช้ทางอย่างเป็นปรปักษ์กับใช้ทางเป็นการวิสาสะ
ตกเป็นภาระจำยอมแล้วจึงรับโอนมาทั้งสิทธิและหน้าที่
ภาระจำยอมหมดประโยชน์หรือไม่?
ใช้ทาง 50 ปีก็ไม่ได้สิทธิภาระจำยอม
คนต่างด้าวครอบครองปรปักษ์ห้องชุด
ฟ้องทางจำเป็นแต่ได้ทางภาระจำยอม
อุทิศที่ดินให้เป็นถนนสาธารณะ
ภาระจำยอมเป็นสิทธิในประเภทรอนสิทธิ
ออก น.ส.3ก ทับที่ดินมีโฉนด | ครอบครองปรปักษ์
ครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่ซื้อมาไม่จดทะเบียน
นับเวลาการครอบครองปรปักษ์ต่อจากผู้อื่น article
ตกอยู่ในภาระจำยอมตามประกาศคณะปฏิวัติฯ
ผู้ขายสละการครอบครอง ผู้ซื้ออ้างครอบครองปรปักษ์ได้
การครอบครองปรปักษ์ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5415/2537
โอนกรรมสิทธิ์ในระยะถูกครอบครองปรปักษ์
เหตุตามกฎหมายทำให้ภาระจำยอมสิ้นไป
การครอบครองปรปักษ์ ได้กรรมสิทธิ์แล้วไม่ได้จดทะเบียนการได้มา article
ได้กรรมสิทธิ์ตาม มาตรา 1382 เพราะเจ้าของสละแล้ว
ขอเปิดทางจำเป็น - ได้ภาระจำยอมแล้ว
ค่าทดแทนการใช้ทางจำเป็น
ขอเปิดทางจำเป็นจากที่ดินแบ่งแยก
"ทางภาระจำยอม"ไม่ใช่ทางจำเป็น
ทางจำเป็นที่สิ้นความจำเป็นแล้ว
ภาระจำยอมคืออะไร?
ทางจำเป็นคืออะไร | เงินค่าทดแทนใช้ทาง
ขอเปิดทางจำเป็น | ที่ดินตาบอด
ทางจำเป็นเกิดขึ้นได้กี่วิธี
ภาระจำยอม กับการครอบครองปรปักษ์
ครองครองที่ดินมรดกตกทอด-สค-1
อำนาจฟ้องคดี ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของตนเองไม่ได้
การครอบครองปรปักษ์(นับเวลา) article
ภาระจำยอมโดยสำคัญผิด(โดยสำคัญผิดในการใช้ทาง)
การสิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะ
ความแตกต่างของทางจำเป็นกับภาระจำยอม



Copyright © 2011 All Rights Reserved.