ReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ




ทางจำเป็น และ ทางภาระจำยอม

         

      (รูปภาพสำหรับ-สำนักงานทนายความ)

     

 


ทางจำเป็น และทางภาระจำยอม
ขอเปิดทางจำเป็นนั้น ที่และวิธีทำทางผ่านต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็นกับต้องคำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายน้อยที่สุดที่จะเป็นได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคสาม ในคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็นแต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าที่ดินที่จะขอเปิดทางจำเป็นนั้นมีความยาวเป็นอย่างไร ดังนี้ศาลไม่อาจทราบว่าทางจำเป็นที่ขอเปิดนั้นจะพอควรแก่ความจำเป็นสำหรับที่ดินของโจทก์อย่างไร

                  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316/2550

โจทก์กล่าวอ้างว่าที่ดินมือเปล่าของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ แต่การที่โจทก์ขอเปิดทางจำเป็นนั้น ที่และวิธีทำทางผ่านต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็นกับต้องคำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายน้อยที่สุดที่จะเป็นได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคสาม การที่โจทก์บรรยายฟ้องและนำสืบเกี่ยวกับที่ดินมือเปล่าโดยระบุเพียงเขตติดต่อแต่ละด้านว่าจดที่ดินแปลงใด โดยไม่ปรากฏความยาวของที่ดินมือเปล่าแต่ละด้าน ในการทำแผนที่พิพาทโจทก์ก็นำชี้แนวเขตที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองทั้งที่ดินมือเปล่าและที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์รวมเป็นแปลงเดียวกัน จึงไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าการใช้ทางพิพาทจะพอควรแก่ความจำเป็นสำหรับที่ดินมือเปล่าของโจทก์หรือไม่ และการเลือกใช้ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นจะทำให้ที่ดินของจำเลยเสียหายน้อยที่สุดหรือไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอเปิดทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินมือเปล่าของโจทก์

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมือเปล่า (ไม่มีเอกสารสิทธิสำหรับที่ดิน) ตั้งอยู่ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร มีอาณาเขตทิศเหนือจดที่ดินนางคำปุ่น ทองจิตร ทิศใต้จดที่ดินนางแดงน้อย (ไม่ปรากฏชื่อสกุล) ทิศตะวันออกจดที่ดินโฉนดเลขที่ 30554 ของจำเลย และทิศตะวันตกจดที่ดินของโจทก์อีกแปลงหนึ่งโจทก์ซื้อที่ดินมาจากนายประสงค์ ประสมศรี เมื่อปี 2539 ก่อนหน้านั้นนายประสงค์และบริวารได้ใช้ทางพิพาทเดินผ่านที่ดินของจำเลยกว้าง 2.59 เมตร ยาว 16.798 เมตร เมื่อออกสู่ทางสาธารณะทางด้านทิศตะวันออกของที่ดินจำเลยมาเป็นเวลา 10 ปีเศษ โดยความสงบ เปิดเผยและด้วยเจตนาเพื่อใช้ประโยชน์แห่งอสังหาริมทรัพย์ของตน และไม่มีเส้นทางอื่นที่จะใช้ผ่านจากทางสาธารณะเข้าสู่ที่ดินของโจทก์ได้ โจทก์ใช้ทางพิพาทต่อจากนายประสงค์ตลอดมา โดยความสงบ เปิดเผยและด้วยเจตนาใช้เพื่อประโยชน์แห่งอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ จำเลยไม่เคยโต้แย้งหรือคัดค้าน ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็นและทางภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ เมื่อต้นเดือนเมษายน 2542 จำเลยสร้างรั้วลวดหนามกั้นตลอดที่ดิน จำเลยปิดกั้นทางพิพาท ทำให้โจทก์และบริวารไม่สามารถใช้ทางพิพาทออกสู่ทางสาธารณะได้ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนรั้วที่ปิดกั้นทางพิพาทแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยเปิดทางจำเป็นและหรือทางภาระจำยอม กว้าง 2.59 เมตร ยาว 16.798 เมตร ในที่ดินโฉนดเลขที่ 30554 ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร และให้จำเลยจดทะเบียนทางจำเป็นและหรือทางภาระจำยอมดังกล่าว หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยให้การว่า นายประสงค์ ประสมศรี เจ้าของที่ดินเดิมไม่เคยใช้ทางพิพาท ที่ดินของโจทก์เป็นที่ดินมือเปล่า มีเนื้อที่เพียงเล็กน้อย นายประสงค์ไม่ได้ทำประโยชน์มาหลายสิบปีปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า หากนายประสงค์จะเข้าออกสู่ที่ดินของตนก็ใช้ทางเดินผ่านที่ดินของบุคคลอื่นทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ของที่ดินจำเลย เมื่อปี 2537 โจทก์ซื้อที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ ติดกันที่ดินที่โจทก์ซื้อจากนายประสงค์ ที่ดินแปลงดังกล่าวไม่มีทางเข้าออก เจ้าของเดิมและโจทก์อาศัยเดินตามคันนาของบุคคลอื่นเข้าออกตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาปี 2539 โจทก์จึงซื้อที่ดินจากนายประสงค์ทั้งที่โจทก์ทราบว่าไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยเปิดทางพิพาทกว้าง 2.59 เมตร ยาว 16.798 เมตร ในที่ดินโฉนดเลขที่ 30554 ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ของจำเลยตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.3 และให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมให้แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา 

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 30554 ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เนื้อที่ 1 งาน 26 ตารางวา ด้านทิศตะวันออกติดทาง ร.พ.ช. (เร่งรัดพัฒนาชนบท) สายบ้านเขื่องคำ - บ้านขุมเงิน ตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.2 โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งซื้อมาจากนายประสงค์ ประสมศรี และที่ดินเนื้อที่ 14 ไร่ ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.1 ซึ่งซื้อมาจากนางหนูเกตุ ประสมศรี และนายปานทอง ล้วนศรี ทางพิพาทอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 30554 ด้านทิศตะวันออกติดทาง ร.พ.ช. กว้าง 2.59 เมตร ทิศตะวันตกติดที่ดินซึ่งโจทก์ครอบครองกว้าง 2.63 เมตร ด้านทิศเหนือยาว 16.793 เมตร ด้านทิศใต้ยาว 16.189 เมตร ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.3

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่าทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมโดยอายุความแก่ที่ดินมือเปล่าของโจทก์หรือได้ โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่านายประสงค์ ประสมศรีเจ้าของที่ดินมือเปล่าคนเดิมและบริวารได้ใช้ทางพิพาทเพื่อออกสู่ทางสาธารณะเป็นเวลากว่า 10 ปี เมื่อโจทก์ซื้อที่ดินมือเปล่าจากนายประสงค์ในปี 2539 ก็ใช้ทางพิพาทต่อเนื่องจากนายประสงค์จนถึงปี 2542 ซึ่งโจทก์ฟ้องคดีนี้ ดังนั้น การที่นายประสงค์จะได้ภาระจำยอมโดยอายุความย่อมขึ้นอยู่กับว่านายประสงค์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อันเป็นสามยทรัพย์ได้ใช้ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยอันเป็นภารยทรัพย์มาครบถ้วนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เกี่ยวกับการได้ภาระจำยอมโดยอายุความหรือไม่ ในส่วนที่ผู้อื่นจะได้ใช้ทางพิพาทหรือไม่นั้นไม่มีผลเกี่ยวกับการได้ภาระจำยอมโดยอายุความของนายประสงค์แต่ประการใด โจทก์ซึ่งกล่าวอ้างว่านายประสงค์เจ้าของที่ดินมือเปล่าคนเดิมได้ภาระจำเลยยอมในทางพิพาทก่อนขายที่ดินมือเปล่าให้โจทก์ จึงมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาสืบให้ฟังได้ว่านายประสงค์ได้ใช้ทางพิพาทอย่างปรปักษ์โดยความสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาให้ได้ใช้สิทธิในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินมือเปล่าของตนเป็นเวลาติดต่อกัน 10 ปี ในชั้นพิจารณา โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างนายประสงค์เป็นพยาน แต่โจทก์มิได้นำนายประสงค์หรือบริวารของนายประสงค์ที่ได้ใช้ทางพิพาทมาเบิกความสนับสนุนข้ออ้างตามคำฟ้อง พยานโจทก์คงมีตัวโจทก์นายปานทอง ล้วงศรี นายนิยม ชื่นบาน และนายสุดใจ สายศรี รวม 4 ปาก โจทก์เองมิได้เบิกความให้เห็นว่านายประสงค์ใช้ทางพิพาทอย่างไร ทั้งโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านตอนแรกว่า ที่ดินมือเปล่าของนายประสงค์มีเนื้อที่ประมาณ 1 งาน เป็นเนื้อที่ว่างนายประสงค์ไม่ได้ทำประโยชน์ แต่เบิกความตอบคำถามค้านตอนท้ายแตกต่างไปว่า นายประสงค์ปลูกต้นนุ่นและต้นมะพร้าว นายปานทองซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.1 คนเดิม เบิกความตอบคำถามค้านว่า นายประสงค์จะมีที่ดินติดกับที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.1 ทางทิศใดไม่ทราบ แต่กลับเบิกความตอบคำถามติงว่า นายประสงค์มีที่นาคั่นกลางระหว่างที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.1 กับที่ดินของจำเลย นายนิยม ซึ่งระหว่างปี 2518 ถึง 2533 ได้ปลูกบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินของบิดาและมารดาติดกับที่ดินของจำเลยเบิกความตอบคำถามค้านว่า ที่ดินมือเปล่าของนายประสงค์ทิ้งว่างเปล่ามาหลายปีเนื่องจากเลิกทำนา ส่วนนายสุดใจซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลขุมเงิน และมีบ้านพักอยู่ห่างทางพิพาทประมาณ 300 เมตร เบิกความตอบคำถามค้านว่า ไม่เคยรู้จักนายประสงค์ ไม่ทราบว่ามีที่ดินอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์หรือจำเลยหรือไม่ ส่วนที่นายสุดใจเบิกความว่าทางพิพาทเป็นถนนเชื่อมกับถนน ร.พ.ช. ทางต่อจากที่ดินของจำเลยเป็นแนวคันนากว้าง 3 เมตร เป็นทางให้รถสัญจรต่อจากทางพิพาทไปเชื่อมกับอีกเส้นทางหนึ่ง ก็ขัดแย้งกับสภาพทางพิพาทตามภาพถ่ายหมาย จ.4 ภาพที่ 2 และที่ 3 ภาพถ่ายหมาย จ.6 ภาพ ที่ 1 ซึ่งปรากฏว่า บริเวณแนวเขตที่ดินของจำเลยด้านทิศตะวันตกมีต้นไม้ยืนต้น 2 ต้น ขึ้นขวางปิดกั้นทางพิพาทจนไม่อาจใช้รถสัญจรต่อจากทางพิพาทได้ ทั้งไม่ปรากฏแนวคันนากว้าว 3 เมตร ต่อจากทางพิพาท จึงไม่มีสภาพเป็นทางให้รถสัญจรต่อจากทางพิพาทไปเชื่อมกับอีกเส้นทางหนึ่งดังที่นายสุดใจเบิกความ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนการครอบครองที่ดินมือเปล่าต่อจากนายประสงค์ และกล่าวอ้างว่านายประสงค์ได้ภาระจำยอมในทางพิพาทโดยอายุความ ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้เห็นว่านายประสงค์ซึ่งมิได้ปลูกบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินมือเปล่าได้ทำประโยชน์ประการใดในที่ดินมือเปล่า และนายประสงค์หรือบริวารผู้ใดได้ใช้ทางพิพาทเพื่อการใดที่เป็นประโยชน์แก่ที่ดินมือเปล่าก่อนโอนขายให้แก่โจทก์ ส่วนพยานจำเลยมีนางมัลลิกา นฤมิตกริ่มกมล บุตรนายประสงค์เบิกความยืนยันว่า ที่ดินมือเปล่าของนายประสงค์มีเนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา นายประสงค์ใช้ปลูกพืชผักสวนครัว และนายประสงค์เดินทางเข้าออกโดยเดินตามคันนาไม่ได้ผ่านที่ดินของจำเลย พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังว่านายประสงค์ได้ภาระจำยอมในทางพิพาทโดยอายุความก่อนโอนขายที่ดินมือเปล่าให้แก่โจทก์ แม้โจทก์จะอ้างว่าเมื่อซื้อที่ดินมือเปล่าจากนายประสงค์ในปี 2539 แล้ว โจทก์ได้ใช้ทางพิพาทเข้าไปทำไร่นาสวนผสมในที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองทั้งหมด ก็ไม่เป็นเหตุให้โจทก์ได้ภาระจำยอมในทางพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า ทางพิพาทตกอยู่ในภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายมีว่าโจทก์ในฐานะเจ้าของที่ดินมือเปล่ามีสิทธิขอให้บังคับจำเลยเปิดทางพิพาทโดยอ้างว่าเป็นทางจำเป็นออกสู่ทางสาธารณะหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะกล่าวอ้างว่าที่ดินมือเปล่าของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ และหากจะผ่านที่ดินของจำเลยไปสู่ทางสาธารณะจะใกล้กว่าทางอื่น แต่การที่โจทก์ขอเปิดทางจำเป็นนั้น ที่และวิธีทำทางผ่านต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็น กับต้องคำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายน้อยที่สุดที่จะเป็นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรคสาม แต่โจทก์บรรยายฟ้องและนำสืบเกี่ยวกับที่ดินมือเปล่าโดยระบุเพียงเขตติดต่อแต่ละด้านว่าจดที่ดินแปลงใด โดยปรากฏความยาวของที่ดินมือเปล่าแต่ละด้าน ในการทำแผนที่พิพาทโจทก์ก็นำชี้แนวเขตที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองทั้งที่ดินมือเปล่าและที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.1 รวมเป็นแปลงเดียวกัน ข้อเท็จจริงที่โจทก์ฟ้องและนำสืบมาจึงไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าการใช้ทางพิพาทจะพอควรแก่ความจำเป็นสำหรับที่ดินมือเปล่าของโจทก์หรือไม่ และการเลือกใช้ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นจะทำให้ที่ดินของจำเลยเสียหายน้อยที่สุดหรือไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอเปิดทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินมือเปล่าของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยทางพิพาทเป็นทางจำเป็นนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.

( สมศักดิ์ เนตรมัย - สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ - สุรศักดิ์ สุวรรณประกร )
 _________________________________________________________

ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ ลีนนท์  084 130 2058   *   www.lawyerleenont.com   *
สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ

 
 




คำพิพากษาศาลฎีกา

ผู้ค้ำประกันไม่ได้รับสภาพหนี้ มิได้เป็นการแปลงหนี้ใหม่ หนี้เดิมไม่ระงับ
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
สิทธิเรียกร้องไล่เบี้ยลูกจ้าง
ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ความผิดฐานบุกรุกเคหสถาน
ผู้มีส่วนได้เสียเท่านั้นที่จะขอให้ศาลเพิกถอนผู้จัดการมรดก
การคิดดอกเบี้ยผิดนัด
ความรับผิดของผู้รับประกันภัย
ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
อายุความสิทธิเรียกร้องมูลละเมิด
สิทธิหยุดพักผ่อนของลูกจ้าง
คำร้องขอคืนรถยนต์ของกลาง
หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา หนังสือให้ความยินยอมทำนิติกรรม
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ต้องริบเสียทั้งสิ้น
ละเมิดอำนาจศาล-ทนายความเรียกค่าวิ่งเต้นคดี
ใบแต่งทนาย-ทนายความขอแรง
อำนาจสอบสวน ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
ความผิดฐานพรากเด็ก(ผู้เยาว์)อายุยังไม่เกิน 15 ปี
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า การเลิกจ้างในระหว่างการทดลองงาน
ร้องขัดทรัพย์-ตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
ควบคุมหรือขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
โอนที่ดินให้บุตรไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
พรากผู้เยาว์,กระทำชำเราเด็กหญิงไม่เกิน 15 ปี
มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษ
นับอายุความละเมิดเรียกค่าเสียหาย
ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม-ผู้เสียหาย
สัญญาขายฝาก-การวางทรัพย์
การเข้ามอบตัวถือว่าจำเลยถูกจับแล้ว
ภาระจำยอมโดยอายุความ-ใช้ทางในลักษณะปรปักษ์
คำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุด
อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา
แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน- สภาพการจ้าง
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
การใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการ
ฐานค่าจ้างในการคำนวณจ่ายค่าชดเชย
ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
คำร้องสอดเป็นฟ้องซ้อน, ฟ้องซ้อนปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
พิพากษาเกินไปกว่าคำขอท้ายฟ้อง
เรียกค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
หนี้ที่จะต้องรับผิดตามสัญญาจำนอง
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลสั่งริบ
ผู้ลงลายมือชื่อรับรองในตั๋วเงิน
คำสั่งยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ | อุทธรณ์คำสั่งยกคำร้อง
สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
ฎีกาไม่มีลายมือชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้ฎีกา
ค่าชดเชยการเลิกจ้างและดอกเบี้ย
สิทธิในการดำเนินคดีเป็นโจทก์ร่วม
ช่วยซ่อนเร้นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
การกระทำต่อเนื่อง-ความผิดฐานบุกรุก
ขอให้ศาลรวมโทษจำคุก,ความผิดหลายกรรม
ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบหรือไม่?
ครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย 62 เม็ด โทษ 4 ปี 9 เดือน
ผลของการไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวัน
การประเมินภาษีเงินได้-อำนาจออกหมายเรียก
สิทธิแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหาย
กฎหมายยกเลิกความผิด-การใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย
สิทธิของผู้รับจำนอง-เจ้าหนี้บุริมสิทธิ
ไม่แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาทราบ
ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืน-ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์
การฟอกเงิน-ยกประโยชน์แห่งความสงสัย
บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
ตรวจค้น-จับกุมมิชอบด้วยกฎหมาย
นำสืบประกอบคำให้การรับสารภาพ
ลูกหนี้ร่วม-เจ้าหนี้ฟ้องให้ล้มละลายได้
ศาลไม่อาจลงโทษเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายในคำฟ้อง เมทแอมเฟตามีน
เจ้าเพนักงานพิทักษ์ทรัพย์-สิทธิจัดการทรัพย์สินลูกหนี้
ค่าอุปการะเลี้ยงดู ค่าเลี้ยงชีพ อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์
ผู้จัดการมรดก-ผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก พินัยกรรม
เหตุสุดวิสัย หรือ ประมาทเลินเล่อ เรียกค่าขาดไร้อุปการะ
ถอนคืนการให้-ประพฤติเนรคุณ
การนับระยะเวลาอายุความคดีอาญา
ผิดสัญญาหมั้น | เรียกค่าทดแทน | สินสอด
เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ความผิดฐานร่วมกันบุกรุกที่ดินราชพัสดุ
ฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย ฟ้องซ้ำ หลายกรรมต่างกัน การกระทำต่อผู้เสียหายต่างรายกัน
ครอบครองปรปักษ์ ก่อนออกโฉนดที่ดิน
การจราจรติดขัดไม่ใช่เหตุสุดวิสัย
ไม่เข้าเหตุถอนคืนการให้ | หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง
รับของโจร  ซื้อทรัพย์ได้มาจากการลักทรัพย์
ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น,ชั้นอุทธรณ์
ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ | ปัสสาวะสีม่วง | เสพเมทแอมเฟตามีน
การริบทรัพย์สินของกลาง
เรียกค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
ตั๋วสัญญาใช้เงินที่จะต้องนำไปให้ผู้ออกตั๋วจดรับรู้
ประมาททำให้เกิดเพลิงไหม้ | ความรับผิดของผู้ว่าจ้าง
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ | ปรับโครงสร้างหนี้
ผลของคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด | ผู้ชำระบัญชี
อายุความเรียกค่าเสียหาย | ค่าสินไหมทดแทน | ฟ้องนายจ้าง
ขอเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
การบรรยายฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิด
ทุนทรัพย์ไม่เกินสามแสน | เขตอำนาจศาลแขวง
คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน อำนาจศาลชั้นต้นที่จะสั่งแก้ไขคำสั่งที่ผิดหลง
การรับสภาพหนี้อายุความสะดุดหยุดลง
รับสมอ้างต่อศาลว่าเป็นจำเลย ละเมิดอำนาจศาล เปลี่ยนตัวจำเลย
ขอให้ศาลแรงงานพิจารณาคดีใหม่      



Copyright © 2011 All Rights Reserved.